ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อย่าคุกเข่าอ้อนวอน ในวันที่ฉันหมดใจแล้ว

อย่าคุกเข่าอ้อนวอน ในวันที่ฉันหมดใจแล้ว

เมื่อเอเลน่าติดอยู่ในห้องนิรภัยที่ไร้อากาศ เธอขอความช่วยเหลือจากดันเต้ผู้เป็นสามี แต่เขากลับทิ้งเธอเพื่อไปช่วยชู้รัก วินาทีที่เกือบตายทำให้เธอรู้ว่าตนเองไร้ค่าสำหรับเขา หลังรอดชีวิตมาได้พร้อมความสูญเสียลูกในท้องที่เขาไม่เคยรู้ เธอจึงทิ้งใบหย่าแล้วหนีไป เมื่อดันเต้รู้ความจริงว่าเขาเป็นต้นเหตุให้เสียลูกไป เขาจึงตามง้อเธอที่นิวยอร์กอย่างหมดสภาพและคุกเข่าขอโอกาส ทว่าเอเลน่ามองเขาด้วยความว่างเปล่าและรู้ดีว่าเขาแค่เสียดายอำนาจที่เคยควบคุมเธอได้เท่านั้น
ตอน
แชร์

ตอน 2

Elena POV:

กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแต่ฉุนจัดของโซเฟียลอยอบอวลไปทั่วห้องนั่งเล่น มันแทรกซึมไปในอากาศทุกอณู ราวกับเธอกำลังประกาศศักดาและตีตราจองอาณาเขตอย่างเงียบเชียบ

ผ้าพันคอไหมสีสดพาดอยู่บนพนักเก้าอี้ตัวโปรดของดันเต้ แก้วไวน์ที่มีรอยลิปสติกสีแดงก่ำวางทิ้งไว้บนโต๊ะกาแฟ

ของใช้ส่วนตัวของเธอเริ่มปรากฏขึ้นในบ้านของเรามากขึ้นทุกวัน เหมือนเชื้อราที่ค่อยๆ กัดกินและลุกลามไปทั่วทุกมุมบ้าน

ดันเต้เดินลงมาจากชั้นบน เขาหยุดสายตาที่ผ้าพันคอผืนนั้น แทนที่จะโกรธ หรือสั่งให้แม่บ้านเอาไปทิ้ง เขากลับหยิบมันขึ้นมา นิ้วมือหนาบรรจงพับวางไว้ด้านข้างอย่างเบามือ

ความทะนุถนอมที่เขามอบให้สิ่งของของเธอ... การกระทำเล็กๆ นั้นกรีดลึกลงกลางใจฉันยิ่งกว่าคำด่าทอ

มันคือการยอมรับโดยดุษณี

"คืนนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับหุ้นส่วนจากอิตาลี" ดันเต้พูดโดยไม่มองหน้าฉัน เขากระชับเนกไทหน้ากระจก "คุณต้องไป"

"ค่ะ" ฉันตอบรับสั้นๆ เก็บซ่อนความขมขื่นไว้ในลำคอ

ที่งานเลี้ยง ฉันยืนคุยกับนักลงทุนรายใหญ่เรื่องคอลเลกชันใหม่ พยายามทำหน้าที่ภรรยาที่ดี แต่แล้วเสียงหัวเราะแหลมสูงก็ดังแทรกเข้ามา

"โอ้ งานศิลปะพวกนั้นน่าเบื่อจะตายไปค่ะ ว่าไหมคะดันเต้?"

โซเฟียเดินควงแขนสามีของฉันเข้ามา เธอสวมชุดสีแดงเพลิงที่ตัดกับชุดสีดำเรียบหรูของฉันอย่างจงใจ ราวกับต้องการประกาศให้โลกรู้ว่าใครคือตัวจริงที่ส่องสว่างกว่า

นักลงทุนมองหน้าฉันอย่างกระอักกระอ่วน

"ขอตัวนะคะ" ฉันยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา แล้วเดินเลี่ยงออกมา

ที่โต๊ะอาหารค่ำ ดันเต้นั่งหัวโต๊ะ ฉันนั่งขวามือ และโซเฟียนั่งซ้ายมือ

มันเป็นสามเหลี่ยมแห่งอำนาจที่บิดเบี้ยว บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก

ดันเต้แทบไม่แตะต้องอาหาร สายตาของเขาจับจ้องไปที่โซเฟียขณะที่เธอเล่าเรื่องตลกฝืดๆ เกี่ยวกับทริปที่พวกเขาไปยุโรปด้วยกัน ทริปที่เขาบอกฉันว่าไปดูงาน

"จำได้ไหมคะตอนที่เราหลงทางที่ปารีส? คุณหัวเสียแทบแย่" โซเฟียหัวเราะคิกคัก วางมือบนท่อนแขนของดันเต้อย่างถือสิทธิ์

"จำได้" ดันเต้ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แววตาของเขาอ่อนลงเมื่อมองเธอ

พวกเขาขังฉันไว้ในกำแพงแห่งความทรงจำที่ฉันไม่มีส่วนร่วม

ความโดดเดี่ยวกลางผู้คนมันหนาวเหน็บแบบนี้นี่เอง

"ฉันขอตัวนะคะ ยังมีเอกสารที่แกลเลอรีต้องจัดการ" ฉันลุกขึ้นยืน ตัดบทสนทนาที่น่าสะอิดสะเอียนนั้น ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาประจานความอ่อนแอ

ดันเต้หันมามองฉันแวบหนึ่ง สายตาของเขาเหมือนจะค้นหาอะไรบางอย่าง แต่ฉันปิดกั้นความรู้สึกทั้งหมดไว้ภายใต้หน้ากากที่เรียบเฉย

ดึกคืนนั้น ประตูห้องนอนของฉันถูกเปิดออก

ดันเต้เดินเข้ามา กลิ่นเหล้าจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมของโซเฟียโชยมาแตะจมูก กลิ่นที่ทำให้กระเพาะของฉันปั่นป่วน

เขาเข้ามาประชิดตัวฉัน ตรึงร่างฉันติดกับกำแพง มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอว สัมผัสที่เคยคุ้นเคยกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ

"คุณเป็นภรรยาผม เอเลน่า" เขาพึมพำเสียงแหบพร่า เหมือนจะย้ำเตือนสิทธิ์ที่เขาคิดว่าเขามี สิทธิ์ในเรือนร่างที่เขาไม่เคยทะนุถนอม

ร่างกายของฉันสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความต้องการ แต่เป็นความรังเกียจที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง

ทันใดนั้น ความคลื่นไส้อย่างรุนแรงก็ตีตื้นขึ้นมาที่คอหอย

ฉันผลักเขาออกอย่างแรง แล้ววิ่งไปที่ห้องน้ำ อาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง ขับไล่สัมผัสของเขาออกจากร่างกาย

เสียงโทรศัพท์ของดันเต้ดังขึ้น เป็นเสียงเรียกเข้าเฉพาะสำหรับเรื่องด่วน

เขาจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย สีหน้าเปลี่ยนกลับเป็นคาโปผู้เลือดเย็นทันที ความต้องการเมื่อครู่มลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น

"ผมต้องไป"

เขาไม่ถามสักคำว่าฉันเป็นอะไร ไม่แม้แต่จะมองมาที่ฉันที่กำลังนั่งหมดแรงอยู่บนพื้นห้องน้ำ

เขาเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ฉันอยู่กับความเงียบและความสงสัยที่เริ่มก่อตัวขึ้นในท้อง

เช้าวันต่อมา ดันเต้นั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ ทำตัวราวกับเหตุการณ์เมื่อคืนเป็นเพียงความฝัน

"คุณวางแผนอนาคตไว้ยังไง เอเลน่า?" เขาถามขึ้นมาลอยๆ สายตายังคงจับจ้องที่ตัวหนังสือ "คุณไม่มีใครหนุนหลัง ถ้าไม่มีนามสกุลวิทิเอลโล คุณก็ไม่มีอะไรเลย"

เขาพยายามจะขู่ พยายามจะย้ำให้ฉันรู้ว่าฉันต้องพึ่งพาเขา เหมือนนกที่ถูกตัดปีก

"อนาคตย่อมมีทางของมันค่ะ" ฉันตอบเสียงเรียบ ซ่อนความนัยไว้ในน้ำเสียง

ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

"โซเฟีย? เป็นอะไร... ได้ ผมจะไปเดี๋ยวนี้"

เขาลุกขึ้นคว้ากุญแจรถ เดินออกจากบ้านไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งภรรยาไว้เบื้องหลังเพื่อไปหาผู้หญิงอีกคน... เป็นครั้งสุดท้าย

ฉันมองจานอาหารเช้าที่เย็นชืด แล้วลุกขึ้นเดินกลับขึ้นห้อง

บนโต๊ะเครื่องแป้ง มีเอกสารฉบับหนึ่งวางซ่อนอยู่ใต้กองนิตยสาร

'ร่างสัญญาขอยุติความสัมพันธ์'

ฉันหยิบปากกาขึ้นมา ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษอย่างมั่นคง ขีดฆ่าคำว่า 'ภรรยา' ที่อยู่ในช่องสถานะ

แล้วเขียนคำว่า 'อิสระ' ลงไปแทน

ฉันเปิดแล็ปท็อป เข้าเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลที่พักในนิวยอร์ก

การเตรียมการสิ้นสุดลงแล้ว ถึงเวลาที่ต้องลงมือทำ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ
8.5
ชีวิตของรินรุ้งพลิกผันจากพนักงานขายสู่พี่เลี้ยงเด็กที่สเปนตามคำสั่งแม่เลี้ยง เธอต้องรับมือกับลูกสาวจอมแสบของเซคิโอ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ซ่อนความแค้นไว้ภายใต้หน้ากากเทพบุตร หลังสูญเสียคู่หมั้นไปนานแปดปี เขาจำได้ว่าเธอคือหญิงสาวที่เขาเคยจูบในคืนฝนตก และหวังจะใช้เธอเป็นเครื่องมือล้างแค้น แต่ความไร้เดียงสากลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยปิดตาย ท่ามกลางอุปสรรคจากลูกสาวตัวน้อยที่หวงพ่อสุดชีวิต รินรุ้งต้องหาทางกำราบสองพ่อลูกก่อนที่กับดักเสน่หาครั้งนี้จะแผดเผาชีวิตเธอจนหมดสิ้น
หน้าปกนวนิยาย จ้างรักเมียพาร์ทไทม์
8.3
วันวาดจำต้องรับหน้าที่ดูแลโจนาธาน มหาเศรษฐีหนุ่มผู้กลายเป็นคนพิการและอารมณ์ร้ายจากอุบัติเหตุ เพื่อชดใช้หนี้พนันมหาศาลของบิดา แม้เขาจะคอยอาละวาดขับไล่พยาบาลทุกคนที่จ้องหวังสมบัติ แต่ความนิ่งเฉยและจริงใจของเธอกลับยิ่งกระตุ้นความปรารถนาในใจเขาอย่างประหลาด ภายใต้ข้อตกลงที่ว่าหากเขากลับมาเดินได้อีกครั้ง เธอจึงจะได้รับอิสระ ท่ามกลางพายุอารมณ์และการปะทะกัน วันวาดต้องอดทนต่อจอมโวยวายเพื่อรักษาพันธสัญญาที่แลกมาด้วยชีวิตและหัวใจของเธอเอง
หน้าปกนวนิยาย  แต่งงานกับเศรษฐี
8.4
ซู่ หยูชิง หญิงสาวผู้มุ่งมั่นกับการสร้างฐานะและรักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจ กำลังเผชิญกับมรสุมความกดดันจากครอบครัวที่เคี่ยวเข็ญให้เธอรีบแต่งงานออกเรือนไปเสียที เพื่อตัดปัญหาและหาทางออกให้ตัวเองได้มุ่งเน้นกับอาชีพที่รักได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีใครมารบกวน เธอจึงตัดสินใจทำข้อตกลงแต่งงานกำมะลอกับชายหนุ่มนักเสี่ยงโชคจากการนัดบอด ซึ่งเขามีอาชีพเป็นเพียงช่างก่ออิฐธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น เพื่อใช้ชีวิตบังหน้าไปก่อน
หน้าปกนวนิยาย ทูนหัวของพ่อ
8.8
เมื่อความรักไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ อายุก็เช่นกัน เขาที่อายุมากกว่าเธอขนาดจะเป็นพ่อเธอได้ตกหลุมรักสาวน้อยรุ่นลูกเข้าอย่างจัง รักครั้งนี้จึงมีทั้งเสียงหัวเราะและเสียงครางกระเส่าในทุกค่ำคืนอันเร่าร้อน ******** พ่อเพื่อนบำเรอรัก เดโชกระตุกเท้าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกว่ากำลังเหยียบผ้าชิ้นเล็กๆ พอก้มมองก็พบว่าเป็นกางเกงชั้นในสีชมพูลายคิตตี้ เขาเกี่ยวมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องนอนของตนอย่างสำรวจ แต่เมื่อไม่เห็นใคร จึงชูกางเกงชั้นในนั้นขึ้นสูง “คุณพ่อจะทำอะไรคะ” เดโชหันขวับพอเห็นมายาวดีก็รีบซ่อนกางเกงชั้นในไว้ข้างหลัง “เปล่า” เดโชปฏิเสธ “ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณพ่อกำลังจะดมกางเกงในหยา” เพราะเธอกำลังเห็นด้านมืดของเขา ความกลัวจึงทำให้พลั้งปากออกไปกล่าวหาว่าเขาเป็นโรคจิต “นี่กางเกงในของเธอเองรึ” นายหัวหนุ่มเลิกคิ้ว พร้อมกับคีบซับในตัวน้อยขึ้นสูงระดับสายตา “ใช่ค่ะ ของหยาเอง” “แล้วทำไมมาอยู่ในห้องฉันได้ล่ะ” “ก็...” มายาวดีไม่รู้จะบอกยังไง เพราะความจริงมันเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่พอลองเปิดดูแล้วเธอกลับมีอารมณ์จึงลองช่วยตัวเองเป็นครั้งแรก แน่นอนมันตื่นเต้นมากๆ “ถ้าตอบไม่ได้ งั้นพ่อยึด” ******* พ่อเลี้ยงบำเรอกาม ‘พ่อ’ แสงดาวเรียกเขาด้วยคำๆ นี้มาหลายปี แต่ความรู้สึกที่มีต่อเขาหาได้ให้ความเคารพ มันเต็มไปด้วยความรักที่ซ่อนเร้นอยู่ในอก กระทั่งเธอโตเป็นสาววัย 18 ปี แสงดาวก็อยากทำตามใจตัวเองบ้าง นั่นคือยั่วตัณหาพ่อเลี้ยงหนุ่มจนทั้งคู่ได้เสียกัน และซ้ำร้ายมารดาของเธอต้องมารู้เห็นและเสียใจจนตัวตาย บาปที่เธอทำไว้สร้างความทุกข์ระทมหัวใจยิ่งนัก ทว่า...ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย มารดาผู้เป็นที่รักได้ฝากเธอไว้กับพ่อเลี้ยงรูปงาม มันคือตราบาปที่เธอจะต้องตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหยุดเพื่อจบทุกอย่าง หรือจะเดินหน้าเพื่อรักษาสิ่งที่เป็นของมารดาเอาไว้ให้ได้ งานนี้ผีดาวยั่วก็ต้องเข้าสิงตัวเธอ เพื่อครอบครัวร่างกายและหัวใจของเขา “อาห์...แสงดาว ให้ตายสิเด็กบ้า เธอนี่มันโสเภณีชัดๆ” ปรมัยอุทาน เมื่อท่อนเอ็นของเขาจมจ่อมอยู่ในอุ้งปากและเรียวลิ้นเล็กสวาปามอย่างหิวโหย เขามองริมฝีปากชุ่มฉ่ำของเธอกำลังดูดกลืนท่อนเนื้อฉ่ำเยิ้มอย่างชอบใจ
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ฟ้าแลบ
9.7
หลู่ชิงชิงตัดสินใจแต่งงานทันทีกับคนแปลกหน้าหลังถูกแฟนที่คบมานานหักหลังไปหาเพื่อนสนิท ทว่าชีวิตหลังวิวาห์ฟ้าแลบกลับผิดคาด เมื่อสามีใหม่คอยดูแลเธออย่างดี ทั้งสนับสนุนงานและช่วยงานบ้านจนเธอมีความสุข แม้เขาจะชอบเลี่ยงตอบคำถามเวลาช่วยแก้ปัญหาใหญ่ๆ ให้เธอเสมอ จนกระทั่งชิงชิงประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เธอจึงได้เห็นชายหน้าเหมือนสามีตัวเองปรากฏตัวบนนิตยสารการเงินระดับโลก ในฐานะมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่ซ่อนตัวตนอยู่ข้างกายเธอมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักซาตานร้าย
8.9
หลังสูญเสียครอบครัว หญิงสาวสุดเฉิ่มที่เพิ่งกลายเป็นเศรษฐีนีจากการถูกหวยรางวัลใหญ่ตัดสินใจทำตามความฝันพิสดารคือการมีลูกโดยไม่ต้องการสามี เพราะบาดแผลใจจากความล้มเหลวของแม่ทำให้เธอเชื่อว่าเงินที่มีสามารถเลี้ยงลูกเพียงลำพังได้ เป้าหมายของเธอคือมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อโปรไฟล์เพอร์เฟกต์ที่มีความฉลาดเหนือกว่าเธอหลายเท่าตัว เธอจึงเริ่มแผนการคว้าตัวเขามาเป็นพ่อพันธุ์เพื่อให้ลูกได้รับพันธุกรรมที่ดีที่สุด ท่ามกลางความวุ่นวายที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในชีวิตของเธอ