
อย่าคุกเข่าอ้อนวอน ในวันที่ฉันหมดใจแล้ว
ตอน 2
Elena POV:
กลิ่นน้ำหอมราคาแพงแต่ฉุนจัดของโซเฟียลอยอบอวลไปทั่วห้องนั่งเล่น มันแทรกซึมไปในอากาศทุกอณู ราวกับเธอกำลังประกาศศักดาและตีตราจองอาณาเขตอย่างเงียบเชียบ
ผ้าพันคอไหมสีสดพาดอยู่บนพนักเก้าอี้ตัวโปรดของดันเต้ แก้วไวน์ที่มีรอยลิปสติกสีแดงก่ำวางทิ้งไว้บนโต๊ะกาแฟ
ของใช้ส่วนตัวของเธอเริ่มปรากฏขึ้นในบ้านของเรามากขึ้นทุกวัน เหมือนเชื้อราที่ค่อยๆ กัดกินและลุกลามไปทั่วทุกมุมบ้าน
ดันเต้เดินลงมาจากชั้นบน เขาหยุดสายตาที่ผ้าพันคอผืนนั้น แทนที่จะโกรธ หรือสั่งให้แม่บ้านเอาไปทิ้ง เขากลับหยิบมันขึ้นมา นิ้วมือหนาบรรจงพับวางไว้ด้านข้างอย่างเบามือ
ความทะนุถนอมที่เขามอบให้สิ่งของของเธอ... การกระทำเล็กๆ นั้นกรีดลึกลงกลางใจฉันยิ่งกว่าคำด่าทอ
มันคือการยอมรับโดยดุษณี
"คืนนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับหุ้นส่วนจากอิตาลี" ดันเต้พูดโดยไม่มองหน้าฉัน เขากระชับเนกไทหน้ากระจก "คุณต้องไป"
"ค่ะ" ฉันตอบรับสั้นๆ เก็บซ่อนความขมขื่นไว้ในลำคอ
ที่งานเลี้ยง ฉันยืนคุยกับนักลงทุนรายใหญ่เรื่องคอลเลกชันใหม่ พยายามทำหน้าที่ภรรยาที่ดี แต่แล้วเสียงหัวเราะแหลมสูงก็ดังแทรกเข้ามา
"โอ้ งานศิลปะพวกนั้นน่าเบื่อจะตายไปค่ะ ว่าไหมคะดันเต้?"
โซเฟียเดินควงแขนสามีของฉันเข้ามา เธอสวมชุดสีแดงเพลิงที่ตัดกับชุดสีดำเรียบหรูของฉันอย่างจงใจ ราวกับต้องการประกาศให้โลกรู้ว่าใครคือตัวจริงที่ส่องสว่างกว่า
นักลงทุนมองหน้าฉันอย่างกระอักกระอ่วน
"ขอตัวนะคะ" ฉันยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา แล้วเดินเลี่ยงออกมา
ที่โต๊ะอาหารค่ำ ดันเต้นั่งหัวโต๊ะ ฉันนั่งขวามือ และโซเฟียนั่งซ้ายมือ
มันเป็นสามเหลี่ยมแห่งอำนาจที่บิดเบี้ยว บรรยากาศบนโต๊ะอาหารอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ดันเต้แทบไม่แตะต้องอาหาร สายตาของเขาจับจ้องไปที่โซเฟียขณะที่เธอเล่าเรื่องตลกฝืดๆ เกี่ยวกับทริปที่พวกเขาไปยุโรปด้วยกัน ทริปที่เขาบอกฉันว่าไปดูงาน
"จำได้ไหมคะตอนที่เราหลงทางที่ปารีส? คุณหัวเสียแทบแย่" โซเฟียหัวเราะคิกคัก วางมือบนท่อนแขนของดันเต้อย่างถือสิทธิ์
"จำได้" ดันเต้ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แววตาของเขาอ่อนลงเมื่อมองเธอ
พวกเขาขังฉันไว้ในกำแพงแห่งความทรงจำที่ฉันไม่มีส่วนร่วม
ความโดดเดี่ยวกลางผู้คนมันหนาวเหน็บแบบนี้นี่เอง
"ฉันขอตัวนะคะ ยังมีเอกสารที่แกลเลอรีต้องจัดการ" ฉันลุกขึ้นยืน ตัดบทสนทนาที่น่าสะอิดสะเอียนนั้น ก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาประจานความอ่อนแอ
ดันเต้หันมามองฉันแวบหนึ่ง สายตาของเขาเหมือนจะค้นหาอะไรบางอย่าง แต่ฉันปิดกั้นความรู้สึกทั้งหมดไว้ภายใต้หน้ากากที่เรียบเฉย
ดึกคืนนั้น ประตูห้องนอนของฉันถูกเปิดออก
ดันเต้เดินเข้ามา กลิ่นเหล้าจางๆ ผสมกับกลิ่นน้ำหอมของโซเฟียโชยมาแตะจมูก กลิ่นที่ทำให้กระเพาะของฉันปั่นป่วน
เขาเข้ามาประชิดตัวฉัน ตรึงร่างฉันติดกับกำแพง มือหนาเริ่มลูบไล้ไปตามเอว สัมผัสที่เคยคุ้นเคยกลับกลายเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ
"คุณเป็นภรรยาผม เอเลน่า" เขาพึมพำเสียงแหบพร่า เหมือนจะย้ำเตือนสิทธิ์ที่เขาคิดว่าเขามี สิทธิ์ในเรือนร่างที่เขาไม่เคยทะนุถนอม
ร่างกายของฉันสั่นสะท้าน ไม่ใช่เพราะความต้องการ แต่เป็นความรังเกียจที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง
ทันใดนั้น ความคลื่นไส้อย่างรุนแรงก็ตีตื้นขึ้นมาที่คอหอย
ฉันผลักเขาออกอย่างแรง แล้ววิ่งไปที่ห้องน้ำ อาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง ขับไล่สัมผัสของเขาออกจากร่างกาย
เสียงโทรศัพท์ของดันเต้ดังขึ้น เป็นเสียงเรียกเข้าเฉพาะสำหรับเรื่องด่วน
เขาจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย สีหน้าเปลี่ยนกลับเป็นคาโปผู้เลือดเย็นทันที ความต้องการเมื่อครู่มลายหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
"ผมต้องไป"
เขาไม่ถามสักคำว่าฉันเป็นอะไร ไม่แม้แต่จะมองมาที่ฉันที่กำลังนั่งหมดแรงอยู่บนพื้นห้องน้ำ
เขาเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ฉันอยู่กับความเงียบและความสงสัยที่เริ่มก่อตัวขึ้นในท้อง
เช้าวันต่อมา ดันเต้นั่งจิบกาแฟอ่านหนังสือพิมพ์ ทำตัวราวกับเหตุการณ์เมื่อคืนเป็นเพียงความฝัน
"คุณวางแผนอนาคตไว้ยังไง เอเลน่า?" เขาถามขึ้นมาลอยๆ สายตายังคงจับจ้องที่ตัวหนังสือ "คุณไม่มีใครหนุนหลัง ถ้าไม่มีนามสกุลวิทิเอลโล คุณก็ไม่มีอะไรเลย"
เขาพยายามจะขู่ พยายามจะย้ำให้ฉันรู้ว่าฉันต้องพึ่งพาเขา เหมือนนกที่ถูกตัดปีก
"อนาคตย่อมมีทางของมันค่ะ" ฉันตอบเสียงเรียบ ซ่อนความนัยไว้ในน้ำเสียง
ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อ โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"โซเฟีย? เป็นอะไร... ได้ ผมจะไปเดี๋ยวนี้"
เขาลุกขึ้นคว้ากุญแจรถ เดินออกจากบ้านไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งภรรยาไว้เบื้องหลังเพื่อไปหาผู้หญิงอีกคน... เป็นครั้งสุดท้าย
ฉันมองจานอาหารเช้าที่เย็นชืด แล้วลุกขึ้นเดินกลับขึ้นห้อง
บนโต๊ะเครื่องแป้ง มีเอกสารฉบับหนึ่งวางซ่อนอยู่ใต้กองนิตยสาร
'ร่างสัญญาขอยุติความสัมพันธ์'
ฉันหยิบปากกาขึ้นมา ปลายปากกาจรดลงบนกระดาษอย่างมั่นคง ขีดฆ่าคำว่า 'ภรรยา' ที่อยู่ในช่องสถานะ
แล้วเขียนคำว่า 'อิสระ' ลงไปแทน
ฉันเปิดแล็ปท็อป เข้าเว็บไซต์ค้นหาข้อมูลที่พักในนิวยอร์ก
การเตรียมการสิ้นสุดลงแล้ว ถึงเวลาที่ต้องลงมือทำ
คุณอาจจะชอบ





