ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อย่าคุกเข่าอ้อนวอน ในวันที่ฉันหมดใจแล้ว

อย่าคุกเข่าอ้อนวอน ในวันที่ฉันหมดใจแล้ว

เมื่อเอเลน่าติดอยู่ในห้องนิรภัยที่ไร้อากาศ เธอขอความช่วยเหลือจากดันเต้ผู้เป็นสามี แต่เขากลับทิ้งเธอเพื่อไปช่วยชู้รัก วินาทีที่เกือบตายทำให้เธอรู้ว่าตนเองไร้ค่าสำหรับเขา หลังรอดชีวิตมาได้พร้อมความสูญเสียลูกในท้องที่เขาไม่เคยรู้ เธอจึงทิ้งใบหย่าแล้วหนีไป เมื่อดันเต้รู้ความจริงว่าเขาเป็นต้นเหตุให้เสียลูกไป เขาจึงตามง้อเธอที่นิวยอร์กอย่างหมดสภาพและคุกเข่าขอโอกาส ทว่าเอเลน่ามองเขาด้วยความว่างเปล่าและรู้ดีว่าเขาแค่เสียดายอำนาจที่เคยควบคุมเธอได้เท่านั้น
ตอน
แชร์

ตอน 1

ในขณะที่ออกซิเจนในห้องนิรภัยกำลังจะหมดลง ฉันรวบรวมลมหายใจเฮือกสุดท้ายวิทยุไปหาสามี

"ดันเต้... ช่วยด้วย ฉันหายใจไม่ออก"

แต่เสียงที่ตอบกลับมานั้นเย็นชายิ่งกว่าความตาย

"จัดการตัวเองไปก่อน เอเลน่า ผมกำลังพาโซเฟียออกจากเขตอันตราย"

วินาทีน้น ฉันรู้ทันทีว่าสำหรับมาเฟียผู้ยิ่งใหญ่อย่าง 'ดันเต้ วิทิเอลโล' ฉันเป็นเพียงภรรยาในนามที่ไร้ค่า

เขาเลือกช่วยชู้รัก และทิ้งให้ฉันกับลูกในท้องที่เขาไม่เคยรู้ว่ามีตัวตน ต้องเผชิญความตายเพียงลำพัง

ฉันรอดมาได้ แต่หัวใจของฉันตายไปแล้ว

ฉันทิ้งใบหย่าไว้บนกองเอกสารธุรกิจพันล้านของเขา แล้วหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมความลับเรื่องลูกที่จากไป

หนึ่งเดือนต่อมา ดันเต้แทบพลิกแผ่นดินหา เมื่อเขารู้ความจริงจากคลินิกว่าคืนนั้นฉันสูญเสียอะไรไปบ้าง และเขาเป็นต้นเหตุ

เขาบุกมาหาฉันถึงนิวยอร์ก สภาพดูไม่ได้ คุกเข่าลงท่ามกลางสายฝนและโคลนตม อ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัว

"ผมอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ กลับบ้านเถอะนะ"

ฉันมองผู้ชายที่เคยรักสุดหัวใจด้วยแววตาว่างเปล่า ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายปิดตายความสัมพันธ์

"คุณไม่ได้เสียใจที่ทำร้ายฉันหรอก ดันเต้... คุณแค่เสียใจที่ฉันไม่อยู่ให้คุณควบคุมแล้วต่างหาก"

บทที่ 1

Elena POV

อากาศภายในห้องนิรภัยกำลังเจือจางลงทุกวินาที

แต่นั่นยังไม่ทรมานเท่ากับเสียงของสามีที่ดังแทรกผ่านความเงียบงันมาจากวิทยุสื่อสาร

"จัดการตัวเองไปก่อน เอเลน่า ผมกำลังพาโซเฟียออกจากเขตอันตราย"

ประโยคนั้นไม่ได้เพียงแค่ตัดขาดความช่วยเหลือ แต่มันกระชากลมหายใจเฮือกสุดท้ายของฉันออกไป

มันโหดร้ายยิ่งกว่าระบบระบายอากาศที่กำลังพังเสียหายเสียอีก

ในความมืดมิดที่ค่อยๆ กัดกินสติสัมปชัญญะ ฉันกำหมัดแน่น

ถ้าฉันรอดออกไปจากกล่องเหล็กนรกนี้ได้... ฉันสาบาน

ฉันจะทำลายเกียรติยศของ 'ดันเต้ วิทิเอลโล' ให้ย่อยยับ ด้วยการพรากสิ่งเดียวที่เขาคิดว่าเป็นของตายและไม่มีวันหนีไปไหน...

นั่นคือตัวฉันเอง

...

ย้อนกลับไปเมื่อเช้านี้

แสงแดดอ่อนๆ ที่สาดส่องเข้ามาในวิลล่าหรูหราแถบชานเมืองชิคาโก ดูเหมือนจะเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นวันใหม่ที่งดงาม

แต่สำหรับฉัน... มันเป็นเพียงแสงสปอตไลท์ที่ส่องให้เห็นกรงทองที่ขังฉันเอาไว้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ฉันลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงขนาดคิงไซส์ที่ว่างเปล่า

พื้นที่อีกฝั่งหนึ่งของเตียงเย็นชืดไร้ร่องรอยความอบอุ่น ดันเต้ไม่ได้กลับบ้านเมื่อคืน

ฉันลุกขึ้นทำหน้าที่ประจำวัน แต่งหน้าอย่างประณีตบรรจง เก็บทุกเส้นผมให้เรียบกริบ เพื่อให้สมกับตำแหน่ง 'ภรรยา' ของ คาโป แห่งแก๊งมาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเมือง

เปลือกนอกฉันดูสมบูรณ์แบบ แต่ลึกๆ แล้ว ฉันรู้ดีว่าตัวเองเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่โหยหาคำว่า "ครอบครัว" มากกว่าใคร

หลังจากเตรียมตัวเสร็จ ฉันขับรถมุ่งหน้าไปที่แกลเลอรีศิลปะที่ฉันดูแลอยู่ มันเป็นธุรกิจถูกกฎหมายของตระกูลวิทิเอลโล ฉากหน้าสวยหรูที่ฉันใช้พิสูจน์คุณค่าของตัวเอง

แต่เมื่อฉันเดินผ่านรถกันกระสุนของดันเต้ที่จอดเทียบอยู่หน้าตึก หัวใจของฉันก็กระตุกวูบ

บนกระจกติดฟิล์มดำสนิท... มีรอยลิปสติกสีแดงสดประทับตราอยู่อย่างจงใจ

และมันไม่ใช่เฉดสีที่ฉันใช้

มือของฉันสั่นเทาเล็กน้อยขณะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูโซเชียลมีเดีย

นั่นไง... โซเฟีย

อดีตคนรักของดันเต้ เพิ่งโพสต์รูปคู่กับเขาเมื่อหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว

แคปชั่นสั้นๆ แต่บาดลึกเขียนว่า "ปลอดภัยเสมอเมื่ออยู่กับคุณ"

ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วอกเหมือนถูกน้ำกรดราด แต่ฉันสั่งให้ตัวเองนิ่ง

ฉันเรียกคนขับรถมาทันที

"เช็ดกระจกให้สะอาด อย่าให้เหลือรอยแม้แต่นิดเดียว"

เสียงของฉันราบเรียบ เย็นชา แต่ภายในใจเหมือนถูกกรีดด้วยมีดทื่อๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

นี่ไม่ใช่แค่การนอกใจ แต่มันคือการประกาศสงคราม โซเฟียกำลังบอกให้โลกและฉันรู้ว่า... ใครคือตัวจริง

จังหวะนั้นเอง โทรศัพท์ของฉันก็ดังขึ้น

หน้าจอโชว์ชื่อ 'Dante'

"รายได้ไตรมาสนี้เป็นยังไง"

เสียงทุ้มต่ำของเขาถามขึ้นทันทีที่ฉันกดรับสาย ไม่มีคำทักทาย ไม่มีการถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ

"ตัวเลขเพิ่มขึ้นสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ ดันเต้ ทางบัญชี..."

"โซเฟีย ระวังบันไดหน่อย"

เสียงของเขาเปลี่ยนไปทันที...

มันอ่อนโยน นุ่มนวล และเต็มไปด้วยความห่วงใยในแบบที่ฉันไม่เคยได้รับมานานแสนนาน

เขาคงลืมไปว่ายังถือสายฉันอยู่ หรือไม่... เขาก็แค่ไม่แคร์

ฉันกำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว ความน้อยเนื้อต่ำใจจุกอยู่ที่คอหอย

"ฉันจะส่งรายงานให้ทางเมลนะคะ"

ฉันพูดแทรกขึ้นไป แล้วกดวางสายทันที

ความรู้สึกกดดันถาโถมเข้ามาที่หน้าอก ลมหายใจเริ่มติดขัด ภาพความทรงจำอันเลวร้ายในวัยเด็กตอนที่ถูกลักพาตัวและยัดใส่ท้ายรถเก๋งผุดขึ้นมาหลอกหลอน

โรคกลัวที่แคบของฉันกำลังกำเริบ

แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ควานหายายาดม เสียงไซเรนเตือนภัยก็ดังก้องไปทั่วแกลเลอรี

"คุณนายครับ! มีผู้บุกรุก เราต้องพาคุณไปที่ห้องนิรภัยเดี๋ยวนี้!"

หัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยพุ่งเข้ามา

ฉันถูกลากตัวไปตามทางเดินอย่างรวดเร็ว ลิฟต์ลับเปิดออก และฉันถูกผลักเข้าไปในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่ผนังทำจากเหล็กกล้าหนาทึบ

ปัง!

ประตูหนักอึ้งปิดลงพร้อมเสียงล็อคที่ดังสนั่นราวกับเสียงปิดตายโลงศพ

ความมืดเข้าปกคลุมทันที ไฟฉุกเฉินไม่ทำงาน

"ไม่... ไม่..."

ฉันพยายามควบคุมลมหายใจ แต่ความกลัวมันกัดกินสติสัมปชัญญะจนแทบคลั่ง

อากาศเริ่มน้อยลง... ฉันรู้สึกเหมือนกำลังจะจมน้ำทั้งที่อยู่บนบก

มือที่สั่นเทาควานหาปุ่มวิทยุสื่อสารบนผนังอย่างบ้าคลั่ง มันเป็นสายตรงถึงดันเต้

"ดันเต้... ช่วยด้วย ไฟดับ... ฉันหายใจไม่ออก"

เสียงของฉันสั่นเครือ เจือไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด

มีความเงียบชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงของเขาจะตอบกลับมา

"คุณต้องรอ เอเลน่า ระบบคงรวน"

"แต่ฉันกลัว... ได้โปรด..."

"จัดการตัวเองไปก่อน ผมกำลังพาโซเฟียออกจากเขตอันตราย เธอตกใจมาก"

สัญญาณตัดไป

ติ๊ด...

ความเงียบที่ตามมานั้นดังยิ่งกว่าเสียงระเบิด

น้ำตาที่กำลังจะไหลแห้งเหือดไปทันที ความกลัวหายไป แทนที่ด้วยความเย็นชาที่กัดกินลึกไปถึงกระดูกดำ

เขาเลือกแล้ว

ในวินาทีเฉียดตายนั้น ภาพความทรงจำตอนที่เขาสาบานหน้าหลุมศพพ่อแม่ฉันว่าจะปกป้องฉันด้วยชีวิต... มันกลายเป็นเรื่องตลกที่ขมขื่นที่สุด

นี่ไม่ใช่ความรัก และไม่ใช่แม้กระทั่งหน้าที่

มันคือการทรยศ

ฉันทรุดตัวลงนั่งพิงผนังเย็นเฉียบ ในความมืดมิดนั้น ฉันไม่ได้มองเห็นความตายอีกต่อไป

แต่มองเห็นอิสรภาพ

ฉันจะไม่รอให้ใครมาช่วยอีกแล้ว... โดยเฉพาะผู้ชายที่ชื่อ ดันเต้ วิทิเอลโล

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หาบัญชาหัวใจ
8.5
ชีวิตของรินรุ้งพลิกผันจากพนักงานขายสู่พี่เลี้ยงเด็กที่สเปนตามคำสั่งแม่เลี้ยง เธอต้องรับมือกับลูกสาวจอมแสบของเซคิโอ มหาเศรษฐีหนุ่มผู้ซ่อนความแค้นไว้ภายใต้หน้ากากเทพบุตร หลังสูญเสียคู่หมั้นไปนานแปดปี เขาจำได้ว่าเธอคือหญิงสาวที่เขาเคยจูบในคืนฝนตก และหวังจะใช้เธอเป็นเครื่องมือล้างแค้น แต่ความไร้เดียงสากลับสั่นคลอนหัวใจที่เคยปิดตาย ท่ามกลางอุปสรรคจากลูกสาวตัวน้อยที่หวงพ่อสุดชีวิต รินรุ้งต้องหาทางกำราบสองพ่อลูกก่อนที่กับดักเสน่หาครั้งนี้จะแผดเผาชีวิตเธอจนหมดสิ้น
หน้าปกนวนิยาย จ้างรักเมียพาร์ทไทม์
8.3
วันวาดจำต้องรับหน้าที่ดูแลโจนาธาน มหาเศรษฐีหนุ่มผู้กลายเป็นคนพิการและอารมณ์ร้ายจากอุบัติเหตุ เพื่อชดใช้หนี้พนันมหาศาลของบิดา แม้เขาจะคอยอาละวาดขับไล่พยาบาลทุกคนที่จ้องหวังสมบัติ แต่ความนิ่งเฉยและจริงใจของเธอกลับยิ่งกระตุ้นความปรารถนาในใจเขาอย่างประหลาด ภายใต้ข้อตกลงที่ว่าหากเขากลับมาเดินได้อีกครั้ง เธอจึงจะได้รับอิสระ ท่ามกลางพายุอารมณ์และการปะทะกัน วันวาดต้องอดทนต่อจอมโวยวายเพื่อรักษาพันธสัญญาที่แลกมาด้วยชีวิตและหัวใจของเธอเอง
หน้าปกนวนิยาย  แต่งงานกับเศรษฐี
8.4
ซู่ หยูชิง หญิงสาวผู้มุ่งมั่นกับการสร้างฐานะและรักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจ กำลังเผชิญกับมรสุมความกดดันจากครอบครัวที่เคี่ยวเข็ญให้เธอรีบแต่งงานออกเรือนไปเสียที เพื่อตัดปัญหาและหาทางออกให้ตัวเองได้มุ่งเน้นกับอาชีพที่รักได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีใครมารบกวน เธอจึงตัดสินใจทำข้อตกลงแต่งงานกำมะลอกับชายหนุ่มนักเสี่ยงโชคจากการนัดบอด ซึ่งเขามีอาชีพเป็นเพียงช่างก่ออิฐธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น เพื่อใช้ชีวิตบังหน้าไปก่อน
หน้าปกนวนิยาย ทูนหัวของพ่อ
8.8
เมื่อความรักไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ อายุก็เช่นกัน เขาที่อายุมากกว่าเธอขนาดจะเป็นพ่อเธอได้ตกหลุมรักสาวน้อยรุ่นลูกเข้าอย่างจัง รักครั้งนี้จึงมีทั้งเสียงหัวเราะและเสียงครางกระเส่าในทุกค่ำคืนอันเร่าร้อน ******** พ่อเพื่อนบำเรอรัก เดโชกระตุกเท้าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกว่ากำลังเหยียบผ้าชิ้นเล็กๆ พอก้มมองก็พบว่าเป็นกางเกงชั้นในสีชมพูลายคิตตี้ เขาเกี่ยวมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องนอนของตนอย่างสำรวจ แต่เมื่อไม่เห็นใคร จึงชูกางเกงชั้นในนั้นขึ้นสูง “คุณพ่อจะทำอะไรคะ” เดโชหันขวับพอเห็นมายาวดีก็รีบซ่อนกางเกงชั้นในไว้ข้างหลัง “เปล่า” เดโชปฏิเสธ “ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณพ่อกำลังจะดมกางเกงในหยา” เพราะเธอกำลังเห็นด้านมืดของเขา ความกลัวจึงทำให้พลั้งปากออกไปกล่าวหาว่าเขาเป็นโรคจิต “นี่กางเกงในของเธอเองรึ” นายหัวหนุ่มเลิกคิ้ว พร้อมกับคีบซับในตัวน้อยขึ้นสูงระดับสายตา “ใช่ค่ะ ของหยาเอง” “แล้วทำไมมาอยู่ในห้องฉันได้ล่ะ” “ก็...” มายาวดีไม่รู้จะบอกยังไง เพราะความจริงมันเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่พอลองเปิดดูแล้วเธอกลับมีอารมณ์จึงลองช่วยตัวเองเป็นครั้งแรก แน่นอนมันตื่นเต้นมากๆ “ถ้าตอบไม่ได้ งั้นพ่อยึด” ******* พ่อเลี้ยงบำเรอกาม ‘พ่อ’ แสงดาวเรียกเขาด้วยคำๆ นี้มาหลายปี แต่ความรู้สึกที่มีต่อเขาหาได้ให้ความเคารพ มันเต็มไปด้วยความรักที่ซ่อนเร้นอยู่ในอก กระทั่งเธอโตเป็นสาววัย 18 ปี แสงดาวก็อยากทำตามใจตัวเองบ้าง นั่นคือยั่วตัณหาพ่อเลี้ยงหนุ่มจนทั้งคู่ได้เสียกัน และซ้ำร้ายมารดาของเธอต้องมารู้เห็นและเสียใจจนตัวตาย บาปที่เธอทำไว้สร้างความทุกข์ระทมหัวใจยิ่งนัก ทว่า...ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย มารดาผู้เป็นที่รักได้ฝากเธอไว้กับพ่อเลี้ยงรูปงาม มันคือตราบาปที่เธอจะต้องตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหยุดเพื่อจบทุกอย่าง หรือจะเดินหน้าเพื่อรักษาสิ่งที่เป็นของมารดาเอาไว้ให้ได้ งานนี้ผีดาวยั่วก็ต้องเข้าสิงตัวเธอ เพื่อครอบครัวร่างกายและหัวใจของเขา “อาห์...แสงดาว ให้ตายสิเด็กบ้า เธอนี่มันโสเภณีชัดๆ” ปรมัยอุทาน เมื่อท่อนเอ็นของเขาจมจ่อมอยู่ในอุ้งปากและเรียวลิ้นเล็กสวาปามอย่างหิวโหย เขามองริมฝีปากชุ่มฉ่ำของเธอกำลังดูดกลืนท่อนเนื้อฉ่ำเยิ้มอย่างชอบใจ
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ฟ้าแลบ
9.7
หลู่ชิงชิงตัดสินใจแต่งงานทันทีกับคนแปลกหน้าหลังถูกแฟนที่คบมานานหักหลังไปหาเพื่อนสนิท ทว่าชีวิตหลังวิวาห์ฟ้าแลบกลับผิดคาด เมื่อสามีใหม่คอยดูแลเธออย่างดี ทั้งสนับสนุนงานและช่วยงานบ้านจนเธอมีความสุข แม้เขาจะชอบเลี่ยงตอบคำถามเวลาช่วยแก้ปัญหาใหญ่ๆ ให้เธอเสมอ จนกระทั่งชิงชิงประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน เธอจึงได้เห็นชายหน้าเหมือนสามีตัวเองปรากฏตัวบนนิตยสารการเงินระดับโลก ในฐานะมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่ซ่อนตัวตนอยู่ข้างกายเธอมาตลอด
หน้าปกนวนิยาย อุ้มรักซาตานร้าย
8.9
หลังสูญเสียครอบครัว หญิงสาวสุดเฉิ่มที่เพิ่งกลายเป็นเศรษฐีนีจากการถูกหวยรางวัลใหญ่ตัดสินใจทำตามความฝันพิสดารคือการมีลูกโดยไม่ต้องการสามี เพราะบาดแผลใจจากความล้มเหลวของแม่ทำให้เธอเชื่อว่าเงินที่มีสามารถเลี้ยงลูกเพียงลำพังได้ เป้าหมายของเธอคือมหาเศรษฐีหนุ่มหล่อโปรไฟล์เพอร์เฟกต์ที่มีความฉลาดเหนือกว่าเธอหลายเท่าตัว เธอจึงเริ่มแผนการคว้าตัวเขามาเป็นพ่อพันธุ์เพื่อให้ลูกได้รับพันธุกรรมที่ดีที่สุด ท่ามกลางความวุ่นวายที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นในชีวิตของเธอ