
หัวใจร่วงโรย
ตอน 3
ลู่หลียิ้มเยาะเย้ยออกมาอย่างไม่เกรงใจเลยสักนิด
“แต่ฉันได้ยินมาว่า ตอนนั้นคุณนอกใจ คุณไม่ได้แค่โดนคุณย่าตีขาซ้ายจนหักเท่านั้น แต่ยังต้องคุกเข่าสามวันสามคืน ถึงกับต้องมาขอโทษขอโพยแม่ของฉันเลยหนิ”
ทั้ง ๆ ที่เธอกำลังยิ้มอยู่ แต่แววตาของเธอกลับเย็นชามาก
เจียงเหว่ยหัว “นี่แก!”
เจียงเหว่ยหัวรู้สึกเหมือนเพิ่งเคยได้รู้จักกับลูกสาวคนนี้เป็นครั้งแรกอย่างไรอย่างนั้น
ตอนแรกเขาคิดว่าเธอมาจากชนบท น่าจะจัดการเธอได้ง่าย ผลปรากฏว่าลู่หลีเป็นเหมือนแม่ของเธอเป๊ะเลย น่าขยะแขยงสิ้นดี!
“คุกเข่าลงเดี๋ยวนี้” เจียงเหว่ยหัวโมโหเดือดดาลมาก เขาง้างไม้ค้ำยันขึ้นและพูดว่า “เห็นทีฉันคงต้องสั่งสอนเรื่องมารยาทให้แกบ้างแล้ว”
ทว่าลู่หลีกลับจับไม้ค้ำยันไว้ได้อย่างง่ายดาย
“พ่อ ขาของพ่อไม่ดีอยู่ ต้องระวังหน่อยนะคะ”
เจียงเหว่ยหัวถึงกับอึ้งไปเลย
แล้วเขาก็พบว่าตัวเองไม่สามารถดึงไม้ค้ำยันกลับมาได้!
เขาจึงพูดด้วยความโมโหเดือดดาลว่า “ปล่อย!”
ลู่หลีพูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณพ่อบอกเองนะคะ”
จากนั้นก็มีเสียง “ปัง” ดังขึ้นมา
ไม้ค้ำยันถูกปล่อยออกอย่างแรง ทำให้เจียงเหว่ยหัวล้มลงไปกับพื้น!
ลู่หลียิ้มหวานพลางพูดว่า “เมื่อกี้ฉันก็บอกแล้วไงคะว่าต้องระวังหน่อย”
เจียงเหว่ยหัวเจ็บจนเหงื่อแตกพลั่กไปหมด
“ใครก็ได้มานี่ที! วันนี้ฉันต้องสั่งสอนบทเรียนให้แกให้ได้!”
เขาโกรธมากจนนิ้วสั่นไปหมด เขาจะต้องจับลู่หลีเอาไว้ให้ได้
แต่ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่เดินมาอย่างเร่งรีบก็ดังมาจากข้างนอก
“คุณท่าน ทางตระกูลฟู่บอกว่าเดี๋ยวจะมีคนมา มาเพื่อส่งการ์ดเชิญงานเลี้ยงคืนวันพรุ่งนี้ให้กับคุณหนูโดยเฉพาะ สถานที่คือคฤหาสน์ตระกูลฟู่ครับ!”
เมื่อเจียงเหว่ยหัวได้ยินเช่นนี้ก็ถึงกับอึ้งไปเลย
ตระกูลฟู่จากเมืองอูซานงั้นเหรอ?
เขาได้ยินมาว่าผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของแดนมืดจากตระกูลฟู่กลับเข้าประเทศมาแล้วและจะจัดงานเลี้ยงขึ้น แต่เขาไม่คาดคิดว่าพวกเขาจะได้รับเชิญด้วย!
ตระกูลฟู่เป็นตระกูลไฮโซระดับสูง ห้องจัดเลี้ยงตั้งอยู่ในคฤหาสน์ตระกูลฟู่ ซึ่งที่นั่นมีความงดงามอลังการถึงขนาดที่แม้แต่ผนังก็ยังประดับประดาไปด้วยหยก
“เดี๋ยว ฉันจะไปต้อนรับเขาเอง”
เขาถึงขนาดลืมสนใจลู่หลีไปเลย เขารีบยืนขึ้นและสั่งการว่า “รีบไปแจ้งลั่วลั่ว บอกให้เธอกลับตระกูลเจียงมาเจอเขาด้วย!”
เจียงเหว่ยหัวมีลูกสาวสองคน
คนหนึ่งคือลู่หลี ลูกที่เกิดจากภรรยาที่เสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งเธอถูกส่งไปเลี้ยงที่ชนบทตั้งแต่เกิด ส่วนอีกคนหนึ่งก็คือเจียงลั่วลั่ว ลูกที่เกิดจากภรรยาคนที่สองของเขาและเป็นลูกที่เขารักมาก
เห็นได้ชัดเลยว่า คุณหนูที่ตระกูลฟู่ต้องการเชิญไม่มีทางที่จะเป็นสาวบ้านนอกอย่างลู่หลีได้ ยังไงก็ต้องเป็นลูกสาวคนเล็กที่เขาพยายามสั่งสอนมาอย่าดีแน่นอน!
หลังจากที่เจียงเหว่ยหัวออกไปแล้ว ลู่หลีก็ไปเอาของของแม่เธอ
จากคำสั่งเสียของยาย เธอจึงไปขุดรากไม้ในสนาม แล้วก็เจอกล่องสีดำเข้าจริง ๆ
“ทว่ากุญแจหายไป” ลู่หลีกำลังใช้ความคิด
กล่องสีดำตรงหน้ามีขนาดเท่าฝ่ามือเท่านั้น แต่ทำมาจากวัสดุพิเศษและมีความแข็งแรงมาก ต่อให้จะพยายามออกแรงเปิดมากแค่ไหนก็ไม่สามารถเปิดได้
เธอจึงนำของเก็บใส่กระเป๋าและออกไป ซึ่งเธอก็บังเอิญไปเจอเข้ากับน้องสาวคนละแม่และพ่อของเธอที่กำลังพูดคุยกันอย่างยิ้มแย้มมีความสุขเข้าพอดี
ท่าทางพวกเขาดูมีความสุขกันมาก
เจียงลั่วลั่วสวมชุดเดรสแบบเจ้าหญิงสีชมพู ดูหรูหราตั้งแต่หัวจรดเท้าเลยทีเดียว “ลู่หลี เธอยังไม่ไปอีกเหรอเนี่ย”
เธอเงยหน้าขึ้นมาทำเสียงจิ๊ครั้งหนึ่ง แล้วก็เชิดหน้าขึ้นอย่างทะนงตัว
“สาวบ้านนอกอย่างเธอ น่าจะไม่เคยพบเจอโลกภายนอกล่ะสิท่า เดี๋ยวตระกูลฟู่ก็จะมาส่งการ์ดเชิญให้ฉันแล้ว เธอจะได้เปิดโลกไปด้วยเลย”
ลู่หลีเชิดหน้าขึ้นมองพิจารณาเธอก่อนจะพูดขึ้นว่า “บางครั้งการได้มองคนขี้เหร่อย่างใกล้ชิดก็ถือเป็นเรื่องโหดร้ายอย่างหนึ่งเหมือนกันนะ”
เจียงลั่วลั่วโกรธมากจนด่าทออกมาอย่างสาดเสียเทเสียว่า “แกนังสารเลว......”
“พอได้แล้ว!”
เจียงเหว่ยหัวพูดขัดจังหวะขึ้นมา “คนตระกูลฟู่กำลังจะมาแล้วนะ เธอช่วยสำรวมท่าทีให้ดูเป็นกุลสตรีหน่อยเถอะ”
หลังจากเขาพูดจบ ชายคนหนึ่งก็โผล่มา
เจียงลั่วลั่วจำเขาได้ตั้งแต่แรกเห็น เขาคือเลขาอาวุโสของตระกูลฟู่นั่นเอง!
“ไม่ทราบว่าท่านไหนคือคุณหนูเจียงเหรอครับ?”
“ฉันค่ะ!” เจียงลั่วลั่วยืนบังหน้าลู่หลีเอาไว้ทันที ท่าทางเธอเหมือนนกยูงที่ดูทะนงตัวไม่มีผิด
“ได้ยินมาว่าผู้คุมแดนมืดของตระกูลฟู่กลับมาแล้ว รบกวนฝากคุณไปบอกเขาให้หน่อยนะคะ ว่าฉันรู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้รับเชิญ”
เจียงลั่วลั่วมองไปที่ลู่หลีอย่างดูถูกเหยียดหยาม
เธอถูกเลี้ยงดูเอาใจประหนึ่งเป็นเจ้าหญิงมาตั้งแต่เด็ก ไม่มีทางที่เด็กบ้านนอกอย่างลู่หลีจะมาเทียบได้อยู่แล้ว
เจียงเหว่ยหัวก็เดินไปข้างหน้าด้วยหน้าตายิ้มแย้มเช่นกัน
“ผมจะให้ลั่วลั่วนำของขวัญไปเยี่ยม......”
ด้วยความที่ตระกูลฟู่มีอิทธิพลครอบคลุมทั้งธุระกิจสีดำ และธุระกิจถูกกฎหมาย ห่วงโซ่อุตสาหกรรมของพวกเขาจึงใหญ่โตมาก หากสามารถแต่งงานสานสัมพันธ์กับพวกเขาได้ ต่อให้จะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเพ่ยซือหาน เขาก็สามารถเจริญรุ่งเรืองได้เหมือนกัน!
ผลปรากฏว่าเลขาท่านนี้กลับเดินอ้อมพวกเขาสองคนไป
“สวัสดีครับ คุณลู่” ชายคนนั้นโค้งคำนับให้เธอเก้าสิบองศา จากนั้นก็ใช้สองมือยื่นการ์ดเชิญออกไป
“คุณฟู่บอกว่า ในอนาคตเขาจะหารือเรื่องธุรกิจกับคุณครับ”
ลู่หลีถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ จากนั้นก็ค่อย ๆ รับการ์ดมา
เธอเคยได้ยินชื่อผู้คุมแดนมืดท่านนี้มาก่อนแล้ว เขาชื่อว่าฟู่เป่ยเซียว แต่เขาไม่เคยปรากฏตัวต่อสาธารณะชนเลย แถมยังเพิ่งจะกลับมาถึงเมืองอูซานเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้เอง
แต่ทำไมเขาถึงรู้จักเธอได้ล่ะ?
แต่ไม่ว่าชายคนนั้นจะมีเจตนาอะไร เธอซึ่งกำลังเป็นกังวลว่าจะไม่มีโอกาสเข้าไปในตระกูลฟู่ ตอนนี้สบโอกาสแล้ว!
ส่วนเจียงเหว่ยหัวตอนนี้งุนงงไปหมดแล้ว เขาตกใจและเกิดความสงสัยเต็มไปหมด
“พวกคุณเชิญผิดคนรึเปล่าครับ?”
แล้วเขาก็เห็นว่า บนการ์ดเชิญเขียนชื่อของลู่หลีเอาไว้จริง ๆ
เจียงลั่วลั่วโกรธมากจนพูดออกมาโดยไม่ทันได้คิดว่า
“นั่นสิ บุคคลที่ตระกูลฟู่เชิญจะเป็นผู้หญิงที่ถูกทอดทิ้งซึ่งกำลังจะหย่าร้างไปได้ยังไงกัน!”
คุณอาจจะชอบ





