
คืนดีกันเถอะ ผมขอร้อง
ตอน 2
“ซูเชียนฉือ!”
หลิงเป่ยเชียนจ้องเธอเขม็ง ดวงตาที่เย็นชามาตลอดของเขาเวลานี้กลับแสดงออกถึงความรู้สึกโมโหเดือดดาลขึ้นมา “ที่บอกว่าการทำแท้งถูกต้องแล้วมันหมายความว่ายังไง! ?”
“เด็กคนนี้เป็นลูกของเราสองคนนะ!”
“ผมไม่ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของเขาเลยด้วยซ้ำ คุณก็ตัดสินใจเอาเขาออกโดยพลการแบบนี้แล้วเนี่ยนะ!”
“คุณสนใจด้วยเหรอ?”
ซูเฉียนฉือขัดจังหวะเขาขึ้นมา เธอเงยหน้าขึ้นมองเข้าไปในดวงตาที่แดงก่ำด้วยความโกรธของเขาอย่างเฉยชาและพูดขึ้นว่า “ไม่ใช่ว่าฉันไม่ได้บอกคุณสักหน่อย”
“เมื่อสองชั่วโมงที่แล้วฉันโทรไปหาคุณ ตอนนั้นคุณทำอะไรอยู่เหรอ?”
“ก่อนการผ่าตัดฉันส่งข้อความไปให้คุณตั้งเยอะ คุณได้อ่านมันบ้างรึเปล่า?”
ใบหน้าที่กำลังโกรธแค้นของหลิงเป่ยเชียนค่อย ๆ ตึงเครียดมากขึ้น
สองชั่วโมงที่แล้ว….. อวี่โหรวเพิ่งมาถึงสนามบิน
เขาขมวดคิ้วและหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา อยากจะเช็คดูว่าเขาไม่ได้รับสายของซูเชียนฉือไปจริงรึเปล่า
ซึ่งภาพที่เห็นตรงหน้า มันได้ทำให้ซูเชียนฉือรู้สึกว่า หัวใจของเธอมันเย็นชาไปหมดแล้ว
หลิงเป่ยเชียนที่กำลังขมวดคิ้วได้ทำการเช็คบันทึกการโทรเสร็จแล้ว จากนั้นเขาก็คลิกไปที่แอปข้อความและวีแชท แต่ทั้งหมดกลับว่างเปล่า
เขาจึงขมวดคิ้วแน่น แล้วก็มองไปที่ซูเชียนฉืออย่างเย็นชา “ผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะสนามบินเสียงดังเกินไป ผมก็เลยไม่ได้รับสายคุณ แต่จริง ๆ แล้วคุณก็ไม่เคยโทรหาผมเลยนี่!”
เขาเอาหน้าจอโทรศัพท์มือถือมาโชว์ให้ดู แล้วก็พูดด้วยสีหน้าเหยียดหยามว่า “โทรมาสิบกว่าสาย แล้วก็ส่งข้อความมาด้วยเหรอ?”
“ซูเชียนฉือ ตอนนี้วิธีการโกหกของคุณมันเริ่มจะแย่ลงเรื่อย ๆ แล้วนะ!”
ซูเชียนฉือยกมุมปากขึ้น แล้วก็พูดด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันว่า “ฉันโกหก หรือว่าคุณกันแน่ที่โกหก?”
“คุณลบข้อความและประวัติการโทรออกไป แล้วก็จะมาโทษฉันแบบนี้มันได้ด้วยเหรอ?”
ขณะที่กำลังพูด เธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและพูดต่อว่า “หลิงเป่ยเชียน คุณไม่รู้เหรอว่า ที่ฉันก็มีประวัติการทำรายการอยู่ด้วยเหมือนกันน่ะ?”
“โอ๊ย——!”
เวลานี้ เสียงร้องจากอาการเจ็บปวดที่อ่อนหวานของผู้หญิงคนหนึ่งได้ดังมาจากที่ที่ไม่ไกลนัก “ฉันปวดท้อง......”
“อวี่โหรว!”
เกือบจะในทันทีที่เสียงของเวินอวี่โหรวดังขึ้น หลิงเป่ยเชียนก็หันกลับไป แล้วก็รีบสาวเท้าเดินไปหาเธอ “เป็นอะไรเหรอ? ปวดท้องอีกแล้วใช่ไหม?”
เวินอวี่โหรวพยักหน้าทั้งน้ำตา “พี่เป่ยเชียน ฉันปวดมากเลย.....”
“ไป เดี๋ยวผมจะพาคุณไปหาหมอก่อน เอาแบบฟอร์มที่ลงทะเบียนเมื่อกี้นี้มาให้ผมสิ”
เวินอวี่โหรวพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง แล้วก็ยื่นของในมือไปให้เขา จากนั้นทั้งสองคนก็หันหลังและเดินจากไปอย่างสนิทสนมกันมาก
ซูเชียนฉือที่เพิ่งจะทำแท้งไปเมื่อกี้นี้ยังคงยืนถือโทรศัพท์มือถืออยู่ที่เดิม เธอได้แต่มองดูสามีของเธอพาผู้หญิงคนอื่นเดินเข้าไปในแผนกสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาอย่างทำอะไรไม่ได้เลย
เธอลดสายตาลง แล้วก็มองไปที่บันทึกการโทรออกสิบกว่าสายในโทรศัพท์ของเธอ ทันใดนั้นที่มุมปากก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยันตัวเองขึ้นมา
แม้จะหาบันทึกการโทรที่พิสูจน์ได้ว่าหลิงเป่ยเชียนกำลังโกหกอยู่ได้แล้ว แต่มันยังจะไปมีประโยชน์อะไรอีกเหรอ?
มีแต่จะทำให้เธอยิ่งเห็นได้ชัดเจนมากกว่าเดิมว่า ผู้ชายคนนี้ไม่ได้สนใจเธอเลยก็เท่านั้น
เธอคิดว่าที่หลิงเป่ยเชียนมาที่นี่ เพราะเขาเห็นข้อความที่เธอส่งไปให้แล้วก็เลยตั้งใจที่จะมาเป็นพิเศษ
ที่แท้ เขาแค่มาแผนกสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาเป็นเพื่อนเวินอวี่โหรว และถือโอกาสแวะมาดูเธอด้วยก็เท่านั้น
ช่างน่าตลกจริง ๆ เลย
หลังจากรับยาและออกจากโรงพยาบาลมาแล้ว ตอนที่ซูเชียนฉือเพิ่งจะถึงบ้าน เธอก็รู้สึกปวดแบบบิด ๆ ในท้อง แล้วก็รู้สึกว่ามีคลื่นความร้อนปั่นป่วนอยู่ในท้อง
ซูเชียนฉือจึงดึงทิชชู่มาปิดปากเอาไว้ แล้วก็รีบพุ่งไปเข้าห้องน้ำทันที
ทันใดนั้นชักโครกก็เปื้อนเลือดเต็มไปหมด
เธออาเจียนเป็นเลือดอีกแล้ว
ไม่รู้เลยว่าซูเชียนฉือกอดชักโครกอาเจียนอยู่นานแค่ไหน แล้วสุดท้ายเธอก็เป็นลมหมดสติไป
ประมาณหนึ่งชั่วโมงต่อมา เธอก็ถูกปลุกโดยเจ้าหรงหรงแมวซึ่งเป็นแมวแร็กดอลล์ที่เธอเลี้ยงเอาไว้
เธอลูบหัวแมวไปมา แล้วก็ฝืนเดินออกมาจากห้องน้ำ
เนื่องจากร่างกายของเธออ่อนแอเกินไป หลังจากที่เพิ่งเดินไปได้เพียงสองก้าว เธอก็ล้มลงไปกับพื้นเสียงดัง “ตึง”
ในขณะที่กำลังอยู่ในอาการมึนงง เธอก็เห็นรองเท้าหนังระดับไฮเอนด์แบบแฮนด์เมดคู่หนึ่งอยู่ตรงประตู แล้วมันก็ค่อย ๆ เดินมาหาเธอเรื่อย ๆ แล้วก็หยุดอยู่ตรงหน้าเธอในที่สุด
จากนั้น เสียงอันเยือกเย็นที่มีความเสียดสีของชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นมาอยู่บนหัวเธอ “ซูเชียนฉือ คุณเป็นคนตัดสินใจทำแท้งเด็กเอง แล้วตอนนี้คุณจะมาแกล้งทำตัวน่าสงสารให้ใครดูเหรอ?”
คุณอาจจะชอบ





