ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย คืนดีกันเถอะ ผมขอร้อง

คืนดีกันเถอะ ผมขอร้อง

หลังสิ้นสุดพันธะการหย่าร้าง ซูเชียนชือหวังเพียงเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สงบสุขและแยกทางกับอดีตสามีอย่างเด็ดขาด ทว่าชายผู้เคยทรยศหักหลังกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เขายอมทิ้งศักดิ์ศรีที่เคยมีเพื่อคุกเข่าอ้อนวอนขอโอกาสแก้ตัวใหม่ พร้อมคำขอร้องให้เธอกลับมาเคียงข้างกันอีกครั้ง แต่ความเจ็บปวดในอดีตทำให้เธอตัดสินใจผลักไสช่อดอกไม้และคำสารภาพรักนั้นทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ก่อนจะยืนยันด้วยความเย็นชาว่าทุกอย่างมันสายเกินไปเสียแล้วสำหรับความสัมพันธ์ที่พังทลายลง
ตอน
แชร์

ตอน 3

ซูเชียนฉือที่นอนฟุบอยู่บนพื้นกลืนเลือดคาว ๆ ในลำคอลงไป เธอฝืนตัวเองให้ยืนขึ้นมา

“คุณกลับมาทำไม?”

เวลานี้ เขาควรจะต้องอยู่ดูแลเวินอวี่โหรวยอดดวงใจของเขาอยู่ที่โรงพยาบาลไม่ใช่เหรอ?

เมื่อเห็นว่าใบหน้าของเธอดูซีดเซียวและเย็นชา หลิงเป่ยเชียนก็หันหลังนั่งพิงโซฟาอย่างสง่างาม เขาเอนหลังมองซูเชียนฉือและพูดขึ้นว่า “หน้าที่การงานในประเทศของอวี่โหรวเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น เรื่องที่ไปแผนกสูติศาสตร์และนรีเวชวิทยาในวันนี้ หากรั่วไหลออกไป..…”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะ?”

ซูเชียนฉือหรี่ตาลงและยิ้มอย่างเย้ยหยัน เธอพูดด้วยรอยยิ้มเยาะเย้ยว่า “ฉันคือเมียหลวงที่เพิ่งจะแท้งมา ฉันยังต้องมารักษาภาพลักษณ์ของมือที่สามที่คุณเลี้ยงดูไว้ข้างนอกอีกเหรอ?”

ไม่แปลกใจเลยที่หลิงเป่ยเชียนยอมทิ้งคนรักของเขาและกลับมาที่นี่ ที่แท้ก็เพราะเขากลัวว่าเธอจะเอาเรื่องวันนี้ไปพูด แล้วก็จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของคนรักของเขานี่เอง!

คำว่า ‘มือที่สาม’ ที่เธอผู้พูดออกมา ทำให้เสียงของหลิงเป่ยเชียนเย็นชาขึ้นมาทันที “นี่คุณกำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่เนี่ยฮะ?”

ซูเชียนฉือจ้องมองไปที่ใบหน้าของหลิงเป่ยเชียน แล้วก็พูดขึ้นมาทีละคำว่า “ฉันบอกว่า ถ้าเวินอวี่โหรวสนใจเรื่องภาพลักษณ์ของเธอจริง ๆ เธอก็อย่ามาเป็นมือที่สาม อย่าป่วยโรคทางนรีเวช แล้วก็อย่าไปหาหมอที่โรงพยาบาลรัฐสิ!”

หลิงเป่ยเชียนหรี่ตาลง ความโกรธที่แผ่ออกมาจากร่างกายของเขาทำให้ความกดอากาศในห้องนั่งเล่นลดลงไปหลายองศาเลยทีเดียว “ตอนที่คุณแต่งงานกับผม คุณก็น่าจะรู้นะว่า ในใจของผมมีอวี่โหรวหยูมาโดยตลอด แต่ก็เพราะคุณฉวยโอกาสตอนที่ผมกำลังสลบ ให้คุณปู่จับผมแต่งงานกับคุณไม่ใช่หรอกเหรอ?”

“แล้วคุณมีสิทธิ์อะไรมาบอกว่าอวี่โหรวเป็นมือที่สามกัน?”

รอยยิ้มที่มุมปากของซูเชียนฉือดูขมขื่นขึ้นมาทันที “ใช่ ตอนนั้นมันเป็นความผิดของฉันเอง”

เมื่อสามปีที่แล้ว หลิงเป่ยเชียนประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ทำให้เขาสลบไปนาน

เวินอวี่โหรวจึงแอบออกจากประเทศไปในช่วงนั้น

ซึ่งตอนนั้นเธอคิดว่าเวินอวี่โหรวจะทิ้งเขาไปแล้วจริง ๆ แล้วก็จะไม่กลับมาอีกเลย เธอจึงขอร้องคุณปู่หลิงว่าอยากแต่งงานกับเขา อยากจะดูแลเขาไปตลอดชีวิต

เธอดูแลเขาอย่างเต็มที่มาเป็นเวลาเกือบครึ่งปี หลิงเป่ยเชียนถึงได้ค่อย ๆ ฟื้นคืนสติ

ซึ่งมะเร็งกระเพาะอาหารระยะลุกลามในปัจจุบันของเธอ มีความเกี่ยวข้องกับการพักผ่อนที่ไม่สม่ำเสมอเพราะต้องดูแลเขาในตอนแรกอย่างมาก

ในตอนนั้นเธอคิดอย่างโง่เขลาว่าความจริงใจของเธอ จะสามารถทำให้เขาหวั่นไหวได้อย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ ร่างกายของเธอได้รับผลการะทบอย่างรุนแรง จนเธอต้องจำใจทำแท้งลูกไป

ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขา แม้แต่ประโยคที่เธอบอกว่าเวินอวี่โหรวเป็นมือที่สาม ยังโดนเขาต่อว่ามาขนาดนี้เลย

ที่แท้คนที่ใจแข็งเป็นหินคงไม่มีทางที่จะทำให้หวั่นไหวเลย

เมื่อคิดได้แบบนี้แล้ว ซูเชียนฉือก็ยกมุมปากขึ้น เธอยิ้มให้หลิงเป่ยเชียนอย่างขมขื่นและพูดขึ้นว่า “ฉันจะทำให้พวกคุณได้สมหวังเอง”

แล้วก็จะเป็นการได้ปลดปล่อยตัวเองไปด้วย

ชีวิตการแต่งงานครั้งนี้ควรจะต้องจบลงไปตั้งนานแล้ว แต่เธอก็พยายามที่จะคอยยื้อมันอย่างขมขื่นมาโดยตลอด

ความสิ้นหวังและความปลงในส่วนลึกของแววตาเธอ ทำให้หลิงเป่ยเชียนรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยอย่างอธิบายไม่ถูก “คุณหมายความว่ายังไง?”

“หลิงเป่ยเชียน”

การไร้ซึ่งความรู้สึกคือสิ่งที่น่าเศร้าที่สุดแล้ว

ซูเชียนฉือไม่คาดคิดเลยว่า ความสัมพันธ์ห้าปีที่ผ่านมาจะถึงเวลาสิ้นสุดลงแล้ว เธอสามารถนิ่งได้ถึงขนาดที่ไม่มีน้ำตาไหลลงมาแม้แต่หยดเดียว “เราหย่ากันเถอะ”

“หย่างั้นเหรอ?”

หลิงเป่ยเชียนเงียบไปสักพัก แล้วก็ยิ้มออกมาอย่างเย็นชา “ซูเชียนฉือ คุณจะเล่นลูกไม้อะไรอีกเนี่ย?”

“ก่อนหน้านี้ก็ทำแท้งลูก แล้วก็มาขอหย่าอีก ถ้าผมตอบตกลง คุณก็จะไปฟ้องคุณปู่อีกใช่ไหมล่ะ?”

“แต่ไหนแต่ไรมาฉันไม่เคยไปฟ้องอะไรคุณปู่เลยนะ เมื่อก่อนฉันไม่เคยทำ ต่อไปฉันก็จะไม่ทำด้วยเช่นกัน”

ซูเชียนฉือเผยรอยยิ้มออกมา เธอนั่งยอง ๆ ลง แล้วก็หยิบข้อตกลงการหย่าออกมาจากลิ้นชักโต๊ะกาแฟ

เวลานี้ โทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นมาพอดี

“อวี่โหรว”

หลิงเป่ยเชียนรีบลุกขึ้นยืนอย่างกังวลทันที “เป็นยังไงบ้าง?”

“โอเค ผมจะรีบกลับเดี๋ยวนี้แหละ!”

หลังจากพูดจบ เขาก็วางสายและหยิบเสื้อคลุมบนโซฟาขึ้นมา จากนั้นก็เดินไปที่ประตูใหญ่

หลังจากมองข้อตกลงการหย่าร้างในมือแล้ว เธอก็ขมวดคิ้วและตะโกนพูดกับเขาว่า “เซ็นข้อตกลงให้เสร็จก่อนแล้วค่อยไปก็ได้หนิ ใช้เวลาแค่ไม่กี่วินาทีหรอก”

แต่เขากลับทำเหมือนไม่ได้ยินที่เธอพูดอย่างไรอย่างนั้น เขาถือเสื้อคลุมและปิดประตูเสียงดัง “ปัง” แล้วก็ออกไปเลย

ซูเชียนฉือหลับตาลงและเงียบไปนาน ในที่สุดเธอก็หยิบปากกาขึ้นมาและเซ็นชื่อตัวเองในหน้าสุดท้ายของข้อตกลงการหย่าลงไป

หลังจากโยนข้อตกลงการหย่าลงบนโต๊ะกาแฟแล้ว เธอก็อุ้มหรงหรงขึ้นไปชั้นบนเพื่อจัดกระเป๋าเดินทาง แล้วก็โทรหาเหยี้ยนอวิ๋นซูเพื่อนสนิทของเธอที่อาศัยอยู่ในเมืองไห่ให้มารับเธอ

ในที่สุดเธอก็มองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนสักที

ในสายตาของหลิงเป่ยเชียน เธอเทียบไม่ได้แม้แต่กับขนสักเส้นของเวินอวี่โหรวเลยด้วยซ้ำ

แค่เวินอวี่โหรวร้องว่าเจ็บ แค่โทรมาสายเดียว หลิงเป่ยเชียนก็จะเป็นกังวลมากจนเมินเฉยเธอไปเลยอย่างสิ้นเชิง

เธอสะบักสะบอมเพราะผู้ชายคนนี้มานับครั้งไม่ถ้วน เธอเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารระยะสุดท้าย ตอนนี้เหลือเวลามีชีวิตอยู่ได้เพียงแค่สามเดือนเท่านั้นแล้ว

ดังนั้นในช่วงสามเดือนสุดท้ายนี้ เธอไม่อยากจะอยู่กับชีวิตการแต่งงานที่น่าสิ้นหวังนี้ต่ออีกแล้ว

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ซาตานเถื่อนทมิฬ
8.0
ชีคชามิลตกหลุมรักอญู่ร่า หญิงสาวชาวไทยผู้เป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตนเองอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ขณะที่อญู่ร่าเองก็แอบมีใจให้พี่ชายของเพื่อนมาโดยตลอด ทว่าการพบกันอีกครั้งกลับเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เมื่อชีคหนุ่มยื่นข้อเสนออันน่าตกใจเพื่อแลกกับการชดใช้หนี้สินทั้งหมดให้บิดาของเธอ โดยให้หญิงสาวมาเป็นนางบำเรอรับใช้เขาเป็นเวลาสามเดือน ข้อเสนอที่ดูถูกศักดิ์ศรีนี้ทำให้อญู่ร่าโกรธจัดและเต็มไปด้วยความหวาดระแวงจนไม่อาจยอมรับความสัมพันธ์ที่มีเบื้องหลังแอบแฝงเช่นนี้ได้
หน้าปกนวนิยาย เมีย(ชัง)รักของพี่มาร์ค
7.8
วรนิษฐ์ข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาพี่มาร์คเพื่อแจ้งข่าวว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกของเขา ทว่าเขากลับตอบแทนด้วยความเย็นชาและยืนยันว่ารักเพียงแพร แฟนสาวของตนเท่านั้น แม้จะยอมรับลูกแต่เขาก็ปฏิเสธที่จะรับผิดชอบในตัวเธอ พร้อมทั้งดูแคลนพรหมจรรย์ที่เสียไปว่าไร้ความหมายในยุคสมัยนี้ เมื่อความพยายามเรียกร้องความยุติธรรมผ่านผู้ใหญ่กลายเป็นเพียงการขู่เข็ญในสายตาเขา ความเจ็บช้ำจึงเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว วรนิษฐ์ตัดสินใจฟ้องหย่าเพื่อจบความสัมพันธ์ที่ไร้รัก แต่สามีใจร้ายกลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ
หน้าปกนวนิยาย ข้อผูกมัดซาตาน Tycoon
8.0
ลูคัส จิอันลูกา โคลอซชินี่ มหาเศรษฐีเจ้าของธนาคารระดับโลกผู้ทรงอิทธิพล ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันหลังค่ำคืนอันเร่าร้อนในอิตาลีกับกานต์รวี นางแบบสาวทายาทธุรกิจอาหาร เมื่อเธอทิ้งแท่งตรวจครรภ์พร้อมข้อความเย้ยหยันไว้ให้ดูต่างหน้า กานต์รวีที่หวังจะหลบไปสร้างครอบครัวเงียบๆ กลับถูกล่อลวงให้มาติดกับดักในงานจ้างครั้งสุดท้าย ซึ่งแผนการทั้งหมดถูกบงการโดยลูคัสผู้ต้องการแสดงสิทธิ์เหนือตัวเธอ เขาพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อกักขังเธอไว้ภายใต้พันธนาการที่แสนอันตรายและเร่าร้อนเกินกว่าที่เธอจะหนีพ้น
หน้าปกนวนิยาย พลาดรักร้ายนายวิศวะ
8.1
อรัณ วิศวกรหนุ่มสุดร้ายกาจตราหน้าพี่สาวของมิริณว่าเป็นเพียงผู้หญิงขายตัว ความดูถูกเหยียดหยามนี้นำไปสู่การปะทะอารมณ์อย่างรุนแรง เมื่อมิริณพยายามปกป้องศักดิ์ศรีของครอบครัว กลับยิ่งกระตุ้นโทสะของอรัณให้ทวีคูณ เขาตัดสินใจใช้กำลังและความป่าเถื่อนเข้าคุกคามเธอเพื่อระบายความแค้น โดยไม่สนว่าสิ่งที่ทำจะสร้างรอยแผลลึกเพียงใด ท่ามกลางความขัดแย้งที่ไร้ความอ่อนโยน มิริณต้องเผชิญกับด้านมืดของชายที่เธอเคยรู้จักในเกมรักที่เต็มไปด้วยแรงกระแทกกระทั้นและคำดูหมิ่น
หน้าปกนวนิยาย สามีในมุมมืด
9.2
หลังหายหน้าไปสามปี หนานจืออินกลับมาพร้อมลูกชายเพื่อรับมรดกและเข้าพิธีวิวาห์กับโปรแกรมเมอร์หนุ่ม ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยพิรุธ เมื่อสามีมักอ้างเรื่องเวลาทำงานที่ไม่แน่นอนและบอกว่าของหรูที่ซื้อให้เป็นเพียงของเลียนแบบราคาถูก จนกระทั่งเธอพบความจริงกลางห้างสรรพสินค้าว่าเขาคือนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล กู้จิ่งเฉินอ้อนวอนขอโทษพร้อมเปิดเผยความลับสุดช็อกว่าพวกเขามีลูกด้วยกันถึงสองคน ซึ่งสร้างความมึนงงให้เธออย่างมากว่าเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย กลับมาเพื่อรัก
9.2
โชคชะตาเล่นตลกกับชีวิตอย่างโหดร้าย เมื่อฉันตัดสินใจรับจ้างอุ้มบุญเพื่อหาทางรอด แต่กลับต้องมาพบความจริงที่แสนเจ็บปวดในภายหลังว่า เด็กทารกในครรภ์คือเลือดเนื้อเชื้อไขของแฟนเก่าผู้เป็นรักข้างเดียวของฉันเอง เขาคือผู้ชายที่เคยทิ้งกันไปเมื่อสองปีก่อนและไม่เคยมีเยื่อใยรักให้กันเลยแม้แต่น้อย การกลับมาพบกันในสถานะแม่เล้าโลมและจ้างวานครั้งนี้ จึงเต็มไปด้วยความขมขื่นที่ฉันต้องเผชิญอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในฐานะผู้รับจ้าง