
ไม่จํานนใจ
ตอน 2
สุดท้ายเซิ่งหนิงก็ไปโรงพยาบาล พอเห็นผลทดสอบการตั้งครรภ์ที่แพทย์ส่งมา รูม่านตาของเธอก็หดตัวลงทันที
เธอไม่คิดว่าเธอจะท้องจริง ๆ แต่ทุกครั้งที่พวกเขามีอะไรกันนั้นก็มักจะป้องกันตลอด เธอเองก็ไม่รู้ว่าเธอไปท้องตอนไหน
พอนึกถึงฮั่วหลิน เธอก็หลุบตาลงก่อนจะกำหมัดแน่น
นี่คือลูกของเธอ เกี่ยวอะไรกับฮั่วหลินด้วย ไม่ว่ายังไงเธอก็จะคลอดเด็กคนนี้ออกมา
เซิ่งหนิงขยำผลทดสอบการตั้งครรภ์เป็นก้อนกลม ๆ จากนั้นก็ยัดใส่กระเป๋าตัวเอง
ตอนที่เธอหันหลัง และกำลังจะลงบันไดไปนั้น เธอก็อึ้งไปทันที
ฮั่วหลินลงจากรถแล้วเดินไปที่เบาะหลัง เขาเปิดประตูรถอย่างสุภาพ พยุงผู้หญิงคนหนึ่งลงมาจากรถ ท่าทางนั้นดูอ่อนโยนแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
เซิ่งหนิงรู้สึกแสบจมูกขึ้นมาทันที เธออยู่กับฮั่วหลินมานานขนาดนี้ ยังไม่เคยได้รับความอบอุ่นจากเขาเลย
ก่อนหน้านี้เธอบ่นว่าฮั่วหลินดูไม่เหมือนแฟน ไม่เอาใจใส่ และไม่อ่อนโยน
ที่แท้ไม่ใช่ว่าเขาทำไม่เป็น แต่เป็นเพราะเธอ เซิ่งหนิงไม่ควรค่าให้เขามาเอาอกเอาใจมากกว่า
ในเมื่อเป็นแบบนี้ งั้นทำไมเขาถึงมาอยู่กับเธอ
เธอเงยหน้าขึ้น แต่ครั้งนี้เธอไม่สามารถกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้
ใช่สิ คุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋สูงส่งซะขนาดนั้น เธอจะไปเทียบกับครอบครัวที่ร่ำรวยอันดับท็อปของเมืองออร์ลีนส์ได้ยังไงกัน !
เซิ่งหนิงเช็ดน้ำตาของเธอ ก่อนจะหันหลังกลับแล้วเดินลงไปชั้นล่าง
ฮั่วหลินรู้สึกว่ามีคนกำลังมองเขาอยู่ แต่พอเขาหันไปมองทางนั้น ที่นั่นกลับไม่มีใครอยู่
“ฮั่วหลิน เป็นอะไรไปคะ?” ไป๋ยวี่มองฮั่วหลินอย่างสงสัย
“ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ”
...
เซิ่งหนิงกลับไปที่ลาร์ค วิลล่าเพื่อเก็บข้าวของของเธอ เธอมองดูห้องที่เธอตกแต่งอย่างประณีต เมื่อก่อนนั้นรู้สึกว่ามันอบอุ่นมากแค่ไหน ตอนนี้กลับรู้สึกว่ามันน่าตลกมากเท่านั้น
น่าตลกที่ความจริงใจของเธอนั้นไม่มีค่าในสายตาของฮั่วหลิ่นเลย
และในเวลาเดียวกันก็มีข้อความเด้งขึ้นมา แจ้งว่างานแต่งของตระกูลฮั่วกับตระกูลไป๋ใกล้เข้ามาแล้ว
เธอนั้นพอจะจินตนาการได้ว่าเธอกจะโดนเยาะเย้ยยังไง เมื่อก่อนนั้นก็ไม่ได้มองเธอดีอยู่แล้ว เพราะมีฮั่วหลินคอยหนุนหลัง คนพวกนั้นเลยได้แต่เยาะเย้ยเธอลับหลัง
แต่ตอนนี้มันแตกต่างออกไป ฮั่วหลินพูดเองว่าเขาจะแต่งงานแล้ว
เธอเองก็อยากจะแต่งงานเหมือนกัน แต่ทุกอย่างนั้นเป็นแค่ความรักข้างเดียวของเธอ เพราะฮั่วหลินไม่เคยยอมรับว่าเธอเป็นแฟนของเขามาก่อน
เซิ่งหนิงกลืนความอึดอัดลงไปในลำคอ สุดท้ายก็หยิบเสื้อผ้าบาง ๆ ของตัวเองไปสองสามตัว ก่อนจะโทรเรียกบริษัททำความสะอาดมาจัดการให้วิลล่ากลับไปเป็นเหมือนเมื่อสามปีก่อน
เธอมองบ้านของพวกเขาสองคนเป็นครั้งสุดท้าย สุดท้ายก็ตัดสินใจจากไป และไม่หันกลับไปมองอีก
เธอไม่ใช่พวกที่ชอบเกาะแกะไม่เลิก เธอเองก็รู้ตัวดี เธอจะไปเทียบกับคุณหนูใหญ่ตระกูลไป๋ได้ยังไงกัน
เซิ่งหนิงถือกระเป๋าเดินทางของเธอกลับมาที่บ้านตระกูลเซิ่ง
เพราะสามปีนี้เธอคอยวิ่งไล่ตามฮั่วหลินมาตลอด ทำเรื่องอับอายไว้ไม่น้อย ทั้งยังทะเลาะกับพ่อแม่ด้วย นอกจากวันหยุดจะกลับไป เธอก็ไม่ค่อยได้ติดต่อกับพวกเขานัก
เธอมองไปยังบ้านหลังเล็ก ๆ ตรงหน้า และรู้สึกแสบที่นัยน์ตาขึ้นมา
เซิ่งหนิงกำลังจะเข้าไป แต่จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงทะเลาะดังขึ้นมาจากข้างใน เลยไม่ได้เดินเข้าไป
มือของเซิ่งหนิงกำแน่นขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว สามปีมานี้เธอทำเรื่องโง่ ๆ ไว้มากมาย เพราะฮั่วหลินเพียงคนเดียว ทำเอาบ้านไม่สงบสุข
เธอคุกเข่าลงแต่ยังคงรู้สึกเสียใจ
เธอทุ่มเทให้เขาตั้งมากมาย แต่สุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมาคือการที่เขาบอกว่าจะแต่งงานกับคนอื่น
คำพูดที่เขาพูดออกมา ไม่ได้แย่ไปกว่าการเอามีดแหลม ๆ มาแทงเธอครั้งแล้วครั้งเล่าเลย มันทำให้รู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะขาดใจ
เซิ่งหนิงสงบสติอารมณ์ก่อนจะเดินเข้าไปข้างในแล้วเอ่ยขึ้นมาเสียงดัง
“พ่อคะ แม่คะ ฉันกลับมาแล้วค่ะ”
สองคนที่กำลังทะเลาะกันนั้นหยุดทะเลาะกันทันที และต่างก็พากันมองมาที่เซิ่งหนิง
คุณอาจจะชอบ





