ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สหายรักของกุนซือน้อย

สหายรักของกุนซือน้อย

ท่ามกลางการผจญภัยในโลกกว้าง มีมิตรภาพต่างเพศแสนพิเศษที่ก่อตัวขึ้นโดยไร้ความจำเป็นต้องเอ่ยถึงอดีตหรือพื้นเพของกันและกัน ความสัมพันธ์นี้ขับเคลื่อนด้วยความเรียบง่ายเพียงแค่การได้ร่วมวงร่ำสุราและประลองหมากล้อมอย่างสนุกสนานในทุกค่ำคืน แม้จะไม่รู้ความลับในใจของอีกฝ่าย แต่ความผูกพันกลับแน่นแฟ้นจนไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่าย เป็นความสุขที่เกิดจากความเข้าใจผ่านกระดานหมากล้อมและรสสุราที่เชื่อมโยงหัวใจของทั้งสองไว้ท่ามกลางโชคชะตาที่กำลังดำเนินไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ เช่นนั้นก็ปล่อยไปเถิด เจ้าตัวซุกซนนี่ ท่าทางจะยังไม่อยากโต” ใบหน้างดงามจากการแต่งแต้มสีสันที่วิจิตรนั้นยกยิ้มน้อยๆ ราวกับเป็นเรื่องสนุก

“ พ่ะย่ะค่ะ ”

“ แต่ …ส่งสาส์นจากข้าไปแจ้งท่านน้าสักหน่อย จะได้เตรียมการรับมือ ว่าเราจะส่งลูกศิษย์ไปฝึกปรือฝีมือก่อนรับตำแหน่ง” นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่องค์หญิงลี่เหลียนเพิ่งพบเจอ การรับมือเจ้าตัวซุกซนตั้งแต่เกิด เป็นความเคยชินต่างหาก และต้องใช้ความเมตตาที่สูงมากกว่าคนทั่วไป

อุตส่าห์หนีมาชายแดนแสนไกล เจ้าตัวซุกซน!!! ก็ไม่วายที่จะตามมา แล้วทางนู้นล่ะ…จะเป็นเช่นไรบ้างหนอ คงครึกครื้นพิลึก

“ นี่สำหรับเจ้า และนี่สำหรับท่านน้า ” นางส่งสาส์นให้หัวหน้าองครักษ์ และซุนอันป๋อ น้าชายของนางที่เป็นกุนซือให้กองทัพแคว้นไท่เหยี่ยนเกือบ 10 ปีแล้ว …

ใช่แล้ว ก่อนหน้านี้องค์จักรพรรดิวางแผนแทรกซึมพระญาติฝั่งพระชายาและนางสนมไปทุกแคว้น เป็นแผนหว่านเมล็ดพืช ที่ในคราแรก สร้างความตระหนกให้กับทุกแคว้น แต่พอนานวันเข้ากลับพบว่า กุนซือที่ส่งมาจากวังหลวง เป็นนักปราชญ์ที่เชี่ยวชาญกลศึก และตำราพิชัยสงครามเป็นอย่างดี ทำให้คลายความระแวงไปได้ จนเกิดการยอมรับในที่สุด

แผนที่ 2 คือปล่อยข่าวเรื่องอาจมีการใส่ร้าย …ว่าสมคบคิดกับพวกกบฎ เพื่อจะได้ถูกโค่นล้มอย่างไม่มีข้อสงสัย เป้าหมายเพื่อให้ผู้ครองแคว้นเกรงกลัว และไม่กล้าตั้งตนเป็นใหญ่

แผนที่ 3 คือการส่งพระราชธิดามาสมรส เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีเป็นเครือญาติ

แผนที่ 4 คือการส่งพระราชโอรสเข้ามาปกครอง …..ถึงเพลานั้น คนในจวนก็ตกอยู่ในอาณัติของวังหลวงไปแล้ว นับว่าแยบยล กำจัดไม่ได้ ก็ดึงเป็นพวกไปเสียเลย

สำหรับสาส์นถึงหัวหน้าองครักษ์ เพียงแค่ให้เขาทำเป็น ‘ ไม่รู้ไม่ชี้ ’กับเรื่องที่เจ้าตัวซุกซนทำก็เท่านั้น เป็นเรื่องดีที่ผู้ติดตามขบวนสมรสพระราชทานนี้ ล้วนเป็นคนของตำหนักซุนฟู่เหรินทั้งสิ้น พวกเขารู้ว่าต้องทำเช่นไร

ก่อนจะหมดยามห้าย (21.00-22.59 น.) ….ในขณะที่นักเดินทางต่างพากับหลับใหล ปรากฎมีคนผู้หนึ่งนั่งร่ำสุราท่ามกลางแสงดาวระยิบระยับบนฟากฟ้าเพียงลำพัง บนหลังคาที่สูงที่สุดของโรงเตี๊ยม

ฟิ้ววว!!! ร่างหนึ่งเหาะตัวลอยด้วยพลังตัวเบาที่จัดอยู่ในระดับดี…ไปทรุดตัวนั่งลงข้างๆ เขาลอบมองอยู่นาน 2 นาน จึงได้รู้ว่า จอมยุทธ์น้อยท่านนี้ร่ำสุราเพียงลำพัง ความเหงาทำให้เขาพาตัวเองขึ้นไป หมายจะหาเพื่อนนั่งชมดาวด้วยกัน

“ ดึกแล้วไยท่านไม่พักผ่อน ” เสียงนุ่มทุ้มนั้นทักทายก่อน พร้อมยกขวดสุราที่ถือติดมาชนกับขวดสุราของคนที่นั่งอยู่ก่อน ลักษณะเหมือนคนที่ชื่นชอบการจิบสุราเช่นกัน

“ …….. ” เจ้าของขวดสุราที่ถูกทักทาย เพียงแค่ยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย แต่ใจกลับคิดว่าหมดเวลาสงบของตนเสียแล้ว นางขยับตัวลุกขึ้นหมายจะจากไป

“ เดี๋ยวสิท่าน อยู่เป็นเพื่อนข้าก่อน” แต่ช้ากว่าผู้มาใหม่ เจ้าหนุ่มน้อยคว้ามือหมับ กระตุกมือเล็กๆนั้นเบา แต่รวดเร็ว เร็วจนเจ้าของมือแปลกใจ

‘ น่าสนใจดีนี่ ’ เป็นสาเหตุให้นางนั่งลงที่เดิม และยกขวดสุราชนกันอีกครั้งเบาๆแล้วยกดื่ม ด้วยความที่ดื่มมาตั้งแต่เริ่มออกรบร่วมกับบิดาและพี่ๆตั้งแต่อายุ 10 หนาว เพราะอากาศช่วงหน้าหนาวนั้นไม่ปรานีใคร นางจึงจัดเป็นคนคอทองแดงคนหนึ่ง จากแค่ดื่มเป็น จนปัจจุบันหมักเหล้าชั้นเลิศดื่มกินเองได้

“ ดาวสวยเหลือใจ นั่งมองข้างล่างไม่เห็นชัด นั่งมองคนเดียวเปลี่ยวใจยิ่งนัก กำลังหาเพื่อนร่วมชมดาวด้วยกัน ข้าเห็นท่านนั่งร่ำสุราอยู่ลำพังนานแล้ว ให้เกียรตินั่งเป็นเพื่อนข้าสัก 1 เค่อเถิด ” เสียงที่ฟังดูเหมือนจะออดอ้อนขอความเห็นใจ ทำให้คนฟังเผลอยกยิ้ม เพราะภาพที่เห็น เจ้าหนุ่มน้อยนี่ น่าจะเพื่มเริ่มสวมกวานได้ไม่นาน

ปีที่นางเติบโต ผู้ชายสวมกวานเริ่มที่อายุ 16 หนาว แสดงถึงการบรรลุนิติภาวะ โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

แต่ดูท่าเจ้าหนุ่มนี่ …จะเป็นเด็กที่อยากโต เอาล่ะนางจะเป็นพี่สาวให้ ‘พี่สาวที่อายุน้อยกว่าสัก 1-2 ปี’ …..แต่ไม่นานก็ฉุกคิดว่า เป็นพี่สาวคงจะไม่เหมาะ เพราะพี่สาวต้องสั่งสอนน้องให้เป็นคนดี ไม่ใช่ร่วมร่ำสุราเยี่ยงนี้

‘ดูไปเรื่อยๆดีกว่า’ แม้ว่านางจะอายุน้อยกว่า แต่ประสบการณ์ที่ร่วมออกรบตั้งแต่ 10 หนาวพร้อมท่านพ่อและพี่ชาย สอนอะไรนางไว้มากมาย นางน่าจะมีประสบการณ์ชีวิตมากกว่านั่นแหละ

สำหรับหนุ่มน้อยผู้มาใหม่ …นอกเหนือจากอาการดีใจที่สหายคนใหม่ไม่ต่อต้าน เขายังรู้สึกแปลกใจจนลอบยกยิ้มกับการพรางใบหน้าด้วยหน้ากากหนัง จนบดบังโฉมหน้าที่แท้จริงเสียอย่างนั้น

แต่ช่างเถิดเขาไม่ได้คิดคบหาคนด้วยหน้าตาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะปิดบังหรือเอาอะไรมาคลุมทั้งตัว เขาก็หาได้ใส่ใจ มีเพียงมิตรภาพในเพลา 1 เค่อที่เขาร้องขอ ….ก็เท่านั้น

เด็กน้อยอายุราว 15-16 หนาว 2 คนนั่งชมดาวที่งดงาม ไม่พ้นสายตาขององครักษ์หนุ่มจากกองคาราวานใหญ่ไปได้ เขาอมยิ้มกับความซุกซนที่แสนจะเป็นมิตรของผู้เป็นนาย เพราะคนที่ชวนคุยมีเพียงนายของเขา อีกคนเพียงแค่นั่งกระดกขวดสุราเข้าปากทีละน้อย อย่างจะดื่มด่ำกับบรรยากาศจริงๆ

วิ้ววว!!!! เสียงอาวุธขนาดเล็กแทรกอากาศหมายจะสอยคนที่ดูดาวให้ร่วง แต่ไม่สามารถทำอะไรคนทั้ง 2 ได้ ทั้งคู่กระโดดหลบ และโต้ตอบคนที่พุ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

เสียงนั้นเบา….เปรียบดั่งขวดสุรากระทบกันดังกิ๊ก กิ๊ก!!! ไม่ได้ทำให้องครักษ์ที่เคลิ้มหลับไปแล้วตกใจแต่อย่างใด สิ่งที่ทำให้เขาตกใจคือเมื่อลืมตาขึ้นมา ภาพสหายน้อย 2 คนที่ชมจันทร์บนหลังคานั้น…..หายไป!!! ต่างหาก…

เขาตกใจจนใบหน้าที่ซ่อนในหน้ากากผ้าแพรสีดำขาวนั้นซีดเผือด ในกายหนาวเย็น แต่ทันใดนั้นหูก็ได้ยินเสียงการต่อสู้ที่ชายป่าไม่ห่างนัก เขาจึงรีบรุดไปดู พร้อมกับโดยส่งสัญญาณเรียกคนที่เสริมอีก 3 คน ที่เหลือคุ้มครองเจ้านายที่นอนพักอยู่ด้านบน

ทั้ง 4 คนวิ่งตามเสียงต่อสู้ปริศนาไปที่ป่าโปร่งติดโรงเตี๊ยม ..

สิ่งที่ทุกสายตาเห็นคือ หนุ่มน้อยหน้าแฉล้ม ยืนอยู่ด้านหลังสหายใหม่ของเขา แต่กำลังตกอยู่ในวงล้อมของกลุ่มคนชุดดำ ราว 7-8 คน

ถัดตรงบริเวณนั้นไม่ไกล ยังพบคนชุดดำนอนตายเกลื่อน…..จากรอยเลือดที่ดาบเงาวับ น่าจะเป็นฝีมือของสหายตัวน้อยนั่น และมีความเป็นไปได้สูงว่า…น่าจะใกล้หมดแรงแล้ว

องครักษ์และผู้ที่ติดตามจึงพุ่งตัวเข้าไปที่กลุ่มดังกล่าว เพื่อปิดจบฉากระทึกใจก่อนนอนวันนี้…อย่างง่ายดาย

“ นายท่าน ข้าน้อยผิดไปแล้วที่มาช้า ” เป็นเขาและผู้ติดตามที่ทรุดตัวลงไปทำความเคารพผู้เป็นนาย อย่างรู้สึกดังเช่นคำพูด

“ ไม่เป็นไร ข้าไม่ได้เป็นอะไรนี่ ต้องขอบใจสหายของข้า……อ่าาา ” หนุ่มน้อยบอก แต่เมื่อหันไปอีกที สหายนิรนามของเขาได้กระโดดตัวปลิว…หายตัวไปเป็นที่เรียบร้อย

“ ดูท่าฝีมือจะไม่เบา ” องครักษ์ที่ลุกขึ้นเปรยเบาๆ

“ นึกไม่ถึงเหมือนกัน ….แต่ว่าพวกนี้ เป็นใครที่ไหนกัน กล้าลอบทำร้ายข้าได้ ช่างอุกอาจนัก ” หนุ่มน้อยพึมพำ อย่างไม่สบอารมณ์

“ ยิ่งออกนอกวังหลวง ศัตรูยิ่งชัดเจน ข้าน้อยว่านายท่านควรระวังตัวให้มากขึ้น ”…คนฟังพยักหน้าน้อยๆอย่างครุ่นคิด เพราะเขายังไม่ได้ทำความรู้จักกับสหายเมื่อสักครู่เลย พอดีมาเกิดเหตุการณ์ร้ายเสียก่อน

ที่รู้สึกชอบเพราะ ถูกชะตา และดูท่าทางจะอายุอานามรุ่นราวคราวเดียวกัน สัก 15-16 หนาวนี่แหละ

“ ไปซุกซนที่ไหนมาน้องรัก ” เสียงทักของพี่สาว ทำเอาเจ้าของห้องถึงกับชะงัก ไม่ใช่เพราะเขานอนห้องเดียวกับพี่สาว แต่เป็นเพราะนางมานั่งรอเขาที่ห้องต่างหาก

“ ข้าพักผ่อนเพียงพอแล้วขอรับ…ท่านพี่ ท้องฟ้าวันนี้แม้ไร้ซึ่งดวงจันทร์ แต่ดวงดาวนั้น…งดงามเกินที่ที่ข้าจะอดใจ” น้องชายตอบแล้วเดินมาสวมกอดพี่สาวของตน เขาเป็นน้องชายคนเล็กร่วมอุทร จึงเป็นพี่รักและห่วงใยของทั้งมารดาและพี่สาวนักหนา

“ ระวังตัวไว้บ้าง อย่าชะล่าใจนัก โชคดีที่เจ้าเจอคนมีฝีมือ ” อ่อ…..พี่สาวรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว หนุ่มน้อยได้แต่ยกยิ้ม

“ กว่าจะมาถึงแคว้นชายแดนได้ ข้าเบื่อแล้ว อยากหาคนคุยด้วยที่ไม่ใช่ท่านพี่ คนที่จะแลกเปลี่ยนความรู้และแนวคิดได้ ” หนุ่มน้อยยังคงเอ่ยเสมือนแก้ตัว แต่ผู้เป็นพี่รู้ว่า ..ความจริงก็แค่ครึ่งเดียว

“ หลังจากนี้เราจะผ่านป่าใหญ่ และภูเขา ที่พักที่ดีแบบนี้จะเป็นแห่งสุดท้าย จงดื่มด่ำความสุขเถิดน้องรัก ใช้เวลาอีก หลายวันกว่าจะเข้าเขตแคว้นไท่เหยี่ยน ” สิ่งที่องค์หญิงลี่เหลียนกล่าวไม่ได้เกินจริงนัก เพราะแคว้นไท่เหยี่ยนที่กว้างใหญ่ และห่างไกล ยากแก่การรุกรานของวังหลวงและแคว้นใกล้เคียงก็จริง….

แต่ก็มีพวกชนเผ่า และพวกโจรป่าอาศัยอยู่รอบกำแพงเมือง พวกนั้นก่อความไม่สงบเล็กๆน้อยๆไม่หยุดหย่อน แต่ไม่กล้าฮึกเหิมก่อการจลาจลในแคว้นได้ เพราะเกรงบารมีแม่ทัพหลิวที่รักษาการณ์เมืองนั่นเอง

“เจ้ารู้ไหม ทำไมท่านแม่ทัพถึงไม่ปราบปรามกองโจรแนวชายแดนนี้ให้สิ้นซาก ” น้ำเสียงนั้นหยั่งเชิงมากกว่าจะอยากได้คำตอบ

“ ข้าเชื่อว่า หัวหน้ากองโจรคืออดีตทหารของท่านแม่ทัพหลิว พวกชนเผ่านั่นก็เป็นหนึ่งในพันธมิตร ” เป็นคำตอบที่คนฟังยกยิ้มอย่างชอบใจ กลยุทธ์เล็กๆน้อยๆแบบนี้ นางอยากให้เจ้าน้องชายของนางวิเคราะห์ได้ และมองเล่ห์กลเป็นเพราะในภายหน้าเขาต้องทำงานใหญ่ นี่เป็นเหตุผลหลักที่นางยอมให้เจ้าตัวซุกซนติดตามมาด้วย

ในเมืองหลวง แม้มีอาจารย์ทางบุ๋นและบู๊ที่เก่งกาจ แต่มีหรือจะสู้มาเห็นด้วยตาตัวเอง แก้ไขสถานการณ์เอง น้องชายคนเล็กของนางเพิ่งอายุ 16 หนาวได้ไม่นาน จะว่าไปการนั่งเรียนในตำราเพียงพอแล้ว นับจากนี้…นี่คือสิ่งที่เขาต้องเรียนรู้ด้วยตนเองจากอาจารย์ที่มีประสบการณ์ และจากสิ่งแวดล้อมจริง

-------

คุยกัน!!!

บ้านเมืองนี้มีองค์จักรพรรดิที่ชำนาญด้านการกลยุทธ์ สู้กันที่กุนซือจริงๆ วางรากฐานกันเป็น 10 ปี …

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2
8.9
เมื่อภารกิจชำระล้างไอมารสิ้นสุดลงจนผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เว่ยซือหงจึงพร้อมเริ่มต้นการออกเดินทางผจญภัยที่แท้จริงเสียที เป้าหมายของนางคือการมุ่งหน้าสู่ดินแดนลับที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อเสาะแสวงหาทรัพยากรล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิเศษระดับตำนานหรือสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเห็น นางตั้งใจที่จะครอบครองและกวาดทุกสรรพสิ่งมาเป็นของตนเองให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งในฐานะสตรีผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริงในโลกกว้าง
หน้าปกนวนิยาย ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
8.0
หญิงสาวผู้จบชีวิตด้วยความแค้น กลับต้องข้ามภพมาอย่างไม่ตั้งใจจนพบกับชายผู้เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความสับสนในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย เธอถูกเขาตั้งคำถามว่าเป็นปีศาจหรือไม่ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะหักห้ามใจ แม้คนหนึ่งอยากลืมแต่อีกคนกลับจำฝังใจ สายตาและสัมผัสที่รุกเร้าบีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ในการเดินทางข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่หาและบททดสอบของหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย พายุรักทรายสีเลือด
8.7
ท่ามกลางผืนทรายที่นองไปด้วยเลือดและการล้างแค้น เมื่อหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจถูกพรากไป ความเจ็บปวดจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าครั้งใหญ่ พบกับการเผชิญหน้าของสองชายหนุ่มต่างเชื้อชาติ ระหว่างชีคหนุ่มผู้สูงศักดิ์แห่งราสอัลไคมาห์และชายหนุ่มสายเลือดไทยผู้เด็ดเดี่ยว ทั้งคู่ต้องบุกตะลุยทะเลทรายที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อตามหาคนรักและพิฆาตเหล่าคนชั่ว บทสรุปของความรักบนรอยแค้นท่ามกลางสมรภูมิเม็ดทรายที่มีทั้งหยดเลือดและน้ำตาจะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย Deva Or Devil เทวามาร
8.5
เมื่อศิลากาฬหวนคืนพลังหลังถูกแยกส่วนนานห้าศตวรรษ คุณชายรองแห่งคานวาเรสจึงต้องมุ่งหน้าสู่เมืองซีซานเพื่อทำลายวัตถุอาถรรพ์นี้ ทว่าซาเรย์ โทจิน กลับทำลายข่ายเวทจนดวงจิตแม่มดร้ายหลบหนีไปพร้อมศิลา สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวไซโดเวียตามคำทำนายโบราณว่าหากศิลามีอำนาจสมบูรณ์ จอมปีศาจจะฟื้นคืนเพื่อรับใช้เทวามารผู้ทรงฤทธิ์ที่ทวยเทพยังครั่นคร้าม เขาจะทำลายศิลาก่อนจอมมารทวงคืนแผ่นดินได้หรือไม่ และใครคือเทวามารที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการไล่ล่าครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ฟาร์มสุข
8.1
เว่ยเว่ย นักศึกษาฝึกงานสาวประสบอุบัติเหตุขับรถเวสป้าตกเหว แต่เธอกลับรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ด้วยการทะลุมิติมาตกกลางบึงน้ำต่อหน้า ลู่เหวินเยียน ชายหนุ่มผู้กำพร้าบิดาจากสงครามซึ่งกำลังหาปลาเลี้ยงชีพเพื่อดูแลมารดาในกระท่อมเชิงเขา เหตุการณ์ประหลาดที่เว่ยเว่ยร่วงหล่นจากท้องฟ้ากลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนต่างโลก ท่ามกลางวิถีชีวิตเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่คาดไม่ถึงระหว่างหญิงสาวจากโลกปัจจุบันและพรานป่าหนุ่มผู้เงียบขรึม
หน้าปกนวนิยาย วิญญาณพาวุ่น
8.6
เจียอีคือหญิงสาวชาวไร่ผู้โด่งดังในโลกโซเชียลจากการนำเสนอวิถีชีวิตชนบทที่แสนสงบผ่านการทำเกษตรและปรุงอาหารพื้นบ้านจนมีผู้ติดตามนับล้าน ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุพลัดตกเขาขณะกำลังถ่ายทำคอนเทนต์หาของป่าในพื้นที่ห่างไกล เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ดวงวิญญาณของเธอหลุดลอยข้ามมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโบราณอย่างไม่คาดฝัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนที่เธอไม่คุ้นเคยพร้อมกับความวุ่นวายที่กำลังจะตามมา