ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย สหายรักของกุนซือน้อย

สหายรักของกุนซือน้อย

ท่ามกลางการผจญภัยในโลกกว้าง มีมิตรภาพต่างเพศแสนพิเศษที่ก่อตัวขึ้นโดยไร้ความจำเป็นต้องเอ่ยถึงอดีตหรือพื้นเพของกันและกัน ความสัมพันธ์นี้ขับเคลื่อนด้วยความเรียบง่ายเพียงแค่การได้ร่วมวงร่ำสุราและประลองหมากล้อมอย่างสนุกสนานในทุกค่ำคืน แม้จะไม่รู้ความลับในใจของอีกฝ่าย แต่ความผูกพันกลับแน่นแฟ้นจนไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่าย เป็นความสุขที่เกิดจากความเข้าใจผ่านกระดานหมากล้อมและรสสุราที่เชื่อมโยงหัวใจของทั้งสองไว้ท่ามกลางโชคชะตาที่กำลังดำเนินไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

วันนี้…เป็นวันที่ขบวนสมรสพระราชทาน จะต้องออกเดินทาง หลังพักผ่อนทั้งคนและม้าเต็มที่ 3 คืน ในส่วนของหนุ่มน้อยหรือเจ้าตัวซุกซน…ก็ถูกกักบริเวณตามระเบียบ เหตุเพื่อความปลอดภัย โดยผสมคำขู่ไว้ด้วย….

“ ถ้าเจ้าดื้อ พี่อาจต้องส่งเจ้ากลับ ”

“………" ทำเป็นนิ่งแต่หูผึ่งมาก

“ กลับไปไหนดีนะ ระหว่างจวนของเจ้าสาวเจ้า กับสำนักเสี้ยวเทียน ” ในความรู้สึกของเด็กหนุ่ม ย่อมไม่ดีทั้ง 2 แห่ง เนื่องจากแห่งแรก เขาแอบออกหนีมาสุดชีวิต แถมยังจับเจ้าสาวในนาม….เปลื้องผ้าลักษณะเกือบเปลือยและมัดไว้ที่เสาปลายเตียง…มัดรวมๆกับบ่าวไพร่ และญาติของเขา…มัดทุกเสาของเตียง

แบบนี้เขาจะกลับไปได้เช่นไร!!!

ส่วนสำนักเสี้ยวเทียนเป็นสำนักของนักพรตที่ฝึกวรยุทธ์ เขาร่ำเรียนวรยุทธ์จากที่นี่ ….หากกลับไปคราวนี้ เขาอาจจะถูกจับให้บวชตลอดชีวิต เนื่องจากเจ้าอาวาสซึ่งเป็นท่านตาของเขา…เอ็นดูเขาเป็นพิเศษ ไม่อยากให้ไปแย่งชิงอำนาจในวังหลวง ยิ่งถ้ารู้ว่าเขาหลบหนีการแต่งงาน ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี การจับโกนผมบวชจะทำให้เขาปลอดภัยจากทุกเรื่อง…ท่านเชื่ออย่างนั้น

แต่สำหรับเขาแล้วไม่….เขาคิดว่า การใช้ชีวิตในใต้หล้า ท่องไปในโลกกว้าง เป็นสิ่งที่ปุถุชนและชาวยุทธ์ควรกระทำ แม้ว่าเขาจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบในที่สิ่งเขาทำก็เถอะ ….

ขอแค่ช่วงเวลาหนึ่งก่อนเขาเข้ารับภารกิจอันยิ่งใหญ่ เขา….มีความฝัน ฝันจะท่องโลกกว้างและรู้จักผู้คนให้มากกว่าเดิม

“ ข้าจะเป็นเด็กดีของท่านพี่ขอรับ ” …..รอยยิ้มที่ดูน่าเอ็นดู ถ้าเป็นคนอื่นคงหลงกล นี่…พี่สาวแท้ๆคนนี้ ไม่นับรวม

“ คุณชายน้อยซุนไห่หลง ” นางเรียกขานแซ่ทางมารดา เนื่องจากยามนี้ ควรปกปิดฐานะที่แท้จริงของน้องชายตนเองไว้เป็นการดี

“ ขอรับพี่หญิง ”

“ ไม่ต้องมาทำหน้าเป็น ข้าขอย้ำอีกครั้งว่า ฐานะเราเมื่อย่างเข้าแคว้นไท่เหยี่ยน เป็นเพียงลูกพี่ลูกน้องกัน เจ้าเป็นหลานชายของท่านน้าซุนอันป๋อ แม้ว่าจะไม่ต้องสนิทสนมกันมาก แต่อย่าลืมว่า…ข้าส่งเจ้ากลับที่ทุก ที่เจ้าไม่อยากไปได้เสมอ ” น้ำเสียงเย็น ใบหน้ายิ้มๆของนางทำเอาเจ้าด้วยซุกซนถึงกับเสียวสันหลัง

ต่อให้เขาสวมกวานแล้ว แต่อายุแค่เพียง 16 หนาวเท่านั้น จะเทียบกับนางที่อายุ 19 หนาวได้อย่างไร องค์หญิงลี่เหลียนถูกปลูกฝัง และได้รับการอบรมสั่งสอนจากซุนฟู่เหรินมาอย่างดี ตระกูลซุนเป็นเสนาธิการบดีที่ยิ่งใหญ่มาหลายสมัย แม้ในยามเปลี่ยนแผ่นดิน คนในตระกูลก็สร้างผลงานจะสามารถส่งลูกหลานเข้ามาเชื่อมสัมพันธไมตรีกับราชวงศ์ได้ทุกครั้ง

ในยามนี้…ทุกคนในขบวนล้วนแต่งกายด้วยชุดทะมัดทะแมง เนื่องจากเตรียมการมาอย่างดี ทหารองครักษ์กว่า 30 นาย ทั้งติดตามและองครักษ์ต่างเดินทางไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย นางกำนัล และสาวใช้ก็จัดเตรียมมาเพียง 20 คน ทำให้ขบวนนี้มีคนที่ออกเดินเท้าให้ผู้คนพบเห็นกว่า 50 คน

พวกเขาต้องใช้เวลา 3 - 4 วันจึงจะออกจากเขตป่าใหญ่ ที่มีภูเขากั้นแห่งนี้ไปได้ กลางคืนตั้งกระโจมที่พักชั่วคราวเป็นวงกลมเพื่อง่ายต่อการคุ้มกันความปลอดภัย เพราะจากบันทึกพบว่าการบุกช่วงกลางคืนประสบความสำเร็จมากกว่าเวลากลางวัน

การเดินทางของราชวงศ์ไปต่างแดน เป็นเรื่องที่ไม่มีใครพึงปรารถนา เพราะเป็นเป้าหมายแสนหวานของหมู่กองโจรและผู้ไม่หวังดี แม้จะกระทำเป็นความลับ มันก็ไม่เคยเป็นความลับได้จริงๆสักที

ยามจื่อ (23.00-00.59 น.) เป็นช่วงเวลาที่คนเดินทางส่วนใหญ่หลับเอาแรงกันหมดแล้ว มีคนหนึ่งที่เพิ่งออกจากณาณ หลังจากที่เดินลมปราณมาพักใหญ่ ตาใสแจ๋วเลย เขาคำนวณเวลาแล้วว่าควรนอนเวลาไหน และตื่นเวลาไหน

“ คารวะ เอ่อ …..คุณชายน้อย ” เสียงทหารยามอึกอัก เมื่อร่างเพรียวบางกะทัดรัดของเด็กที่เพิ่งเข้าสู่วัยหนุ่มเดินผ่าน ซุนไห่หลงเพียงพยักหน้าเล็กน้อย เขาออกมาดูลาดเลาตามวิสัยของคนที่ทำอะไรรอบคอบแม้จะอายุน้อยก็เถอะ

หทารยามเวลานี้มี 5 คน แน่นอนว่ามีองครักษ์เงาจำนวนไม่ต่างกันแฝงตัวอยู่….

เสียงสัตว์จำพวกหรีดหริ่งเรไรเงียบหายไป มันเงียบจนเขารู้สึกได้ ว่าน่าจะมีสิ่งผิดปกติ นี่เป็นอีกเหตุผลหลักที่ทำให้เขาลุกออกจากที่พัก

ร่างเพรียวบางของหนุ่มน้อยกระโดดแหวกอากาศไปยืนบนต้นไม้ใหญ่ที่ใกล้ที่สุด เสียงขลุ่ยใบไม้ที่เขาเด็ดมาเป่า น้ำเสียงที่แฝงพลังแต่เบาสะท้อนความรู้สึกเป็นอิสระ แม้ไม่ได้รบกวนผู้ที่กำลังหลับใหล แต่ก็สามารถเชื่อมต่อจิตของผู้ที่กำลังหลับลึกให้คล้อยตามได้

สายตาดุดนกเค้าแมวสอดส่ายหาความผิดปกติจากด้านบน แน่นอนว่าคนของเขาที่ซ่อนตัวอยู่ ย่อมตื่นไปกับสัญญาณที่เขาพยายามสื่อสาร และสานต่อคำสั่งค้นหาของซุนไห่หลงได้สำเร็จ

หิ่งห้อยที่ถูกปลดปล่อยออกจากขวดหยกสี่เหลี่ยมเล็กทึบแสง 4-5 ตัวนั้น บ่งบอกว่าคนของเขาพบสิ่งผิดปกติแล้ว ซึ่งมาจากทุกที่รอบทิศ

ซุนไห่หลงเห็นดังนั้น ควบคุมสติให้มั่นคงแล้วเป่าขลุ่ยใบไม้แจ้งสาส์นถึงพี่สาวของตนในทันที…

ไม่ทันถึง 1 เค่อหลังจากนั้น ลูกธนูนับ 100 ดอก พุ่งเป้าไปที่กระโจมที่ตั้งไว้ด้านล่าง …ฉึก ฉึก ฉึก !!!!! ฉึก ฉึก…

ไร้เสียงร้องโหยหวน หรือเสียงที่แสดงความเจ็บปวดแต่อย่างใด ทหารยามที่เดินลาดตะเวณ 5 คนนั้นหายไปตั้งแต่เสียงเป่าขลุ่ยใบไม้แล้ว

1 เค่อต่อมา ปรากฎคนในชุดดำ…พรางตัวประมาณ 10 กว่าคน ค่อยๆกระโดดลงมาจากอากาศ ครึ่งหนึ่งเดินไปตามกระโจมที่ถูกพายุลูกธนูซัดใส่ ครึ่งหนึ่งเหมือนค้นหารอบๆ

เจ้าถิ่นที่ลอบมองอยู่บนต้นไม้ มองด้วยสายตาระแวดระวัง รอเพียงสัญญาณจากนายที่จะเข้าไปจัดการ…

เมื่อแน่ใจว่าไม่ใช่คนของตน หรือคนที่แคว้นไท่เหยี่ยนส่งมา คุณชายน้อยซุนไห่หลง ที่วันนี้เป็นคนบัญชาการตั้งรับอย่างชาญฉลาด ก็ส่งสัญญาณโจมตี โดยที่ตนเองคุมสถานการณ์อยู่ด้านบน

แล้วก็ไม่ยากเลยที่องครักษ์เงาจะจัดการได้อย่างรวดเร็ว และเร้นกายหายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน มีเพียงทหารลาดตระเวณเข้ามาทำการเก็บกวาดสิ่งที่เกิดขึ้นให้เรียบร้อย เสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น…

เหตุการณ์แบบนี้ พวกเขาพบเจอเกือบจะตลอดทางที่เดินทางมาที่นี่ การตั้งรับดัดแปลงตั้งแต่ไม่รู้ตัว จนปัจจุบัน …มองสถานการณ์ขาด

“ เป็นพวกไหนกันนะ ” หนุ่มน้อยพึมพำ เพราะพอออกนอกเมือง การเดากลุ่มคนร้ายก็เริ่มยากขึ้น เนื่องจากมากมายไปหมด

“ คนจากในวังขอรับ ” เสียงขององครักษ์ประจำตัวบอกเบาๆจากด้านข้าง

“ จึงไม่ชำนาญพื้นที่…. ก็จัดว่าดีกับเรา ” เขาพึมพำ…

เลยยามจื่อไปไม่นาน ….. ยังเป็นช่วงเวลาของการนอนหลับใหลของคนเดินทางอีกครั้ง ขบวนสมรสพระราชทาน ที่ยังไม่หลับเนื่องจากส่วนใหญ่ตื่นตระหนก จึงจับกลุ่มอยู่ในกระโจมที่ซึ่งด้านใน มีคันดินเหนียวสูง ⅓ จั้ง พอที่จะเป็นฐานกันธนูที่ยิงโจมตีได้

ทำไมมีกองดิน ?!!! เพราะเป็นกุศโลบายในการขุดโพลงดินเพื่อซ่อนตัว เวลาถูกข้าศึกโจมตี แล้วไม่สามารถออกมานอกกระโจมเพื่อหนีได้ ทำให้เกิดดินจำนวนมาก ดินนี้ เอามาผสมขี้เถ้าและเศษใบหญ้าแล้วก่อเป็นกำแพง กันลม กันหนาวยามค่ำคืน รวมทั้งกันอาวุธได้ประมาณหนึ่ง

ทุกคนในกระโจมจึงรอดพ้นจากการลอบโจมตีได้ กลศึกนี้ ต้องมีคนที่ตื่นอยู่ มิฉะนั้น จะป้องกันโจรที่เข้ามาประชิดตัวได้ไม่นาน

“ เฮ้!!!!!! พวกเราบุก ” นี่คือ…ของจริงสินะ เสียงร้องของโจรป่าของจริงตัวจริง….ที่ชำนาญพื้นที่ ดังมาจากทุกทิศทาง ซุนไห่หลงที่ยังอยู่บนต้นไม้สูงขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อย ในขณะที่องครักษ์เงาที่ประจำอยู่บนต้นไม้สูงทุกต้นจับอาวุธคู่กายมั่น

เสียงวีดร้อง กรี๊ดกร๊าดของเหล่าสาวใช้ และนางกำนัลดังระงม ….ของจริงก็แบบนี้แหละ

เหล่าทหารที่คุ้มกัน ต่อสู้กันอย่างดุเดือด โดยองครักษ์เงาที่อยู่บนต้นไม้ เล็งธนูอย่างแม่นยำ ทำให้ผู้บุกรุกตายเกลื่อน เสียงสาวๆเงียบไปแล้ว ไม่มีใครออกมาจากกระโจมสักคน

การต่อสู้ใช้เวลานาน เกือบครึ่งชั่วยาม ทหารได้รับบาดเจ็บ มีล้มตาย แต่โจรป่าก็ตายไปเกือบครึ่ง พวกมันมาประมาณ ไม่ถึง 100 คน จนทำให้ทหารเงา ครึ่งหนึ่งแบ่งลงไปช่วย เพราะพวกเขาต้องเหลือไว้คุ้มกันเจ้านายทั้ง 2 คนคนแรกตอนนี้หนีเข้าไปหลบในโพลงดิน อีกคนยิงธนูอย่างแข็งขันอยู่ด้านบน

การที่คนน้อยกว่า ไม่เป็นการฉลาดเลยที่เขาจะลงมา เพราะมีโอกาสพลาดพลั้งสูง

ระหว่างที่องครักษ์เงา และทหารที่คุ้มกันกำลังจะพลาดท่าทั้งหมด มีกลุ่มคนที่สวมอาภรณ์สีดำแดง มีพลังแกร่งกล้าควบม้า พร้อมกับยิงธนูพุ่งใส่กลุ่มโจรป่าอย่างแม่นยำ รวดเร็ว บ้างก็ประชิดตัวจ้วงแทงด้วยดาบและทวน ลงมาช่วยต่อสู้อย่างอาจหาญ ราวกับเป็นกลุ่มคนที่เชี่ยวชาญการรบแบบกองทัพอยู่แล้ว

ไม่ถึง 1 เค่อ กลุ่มโจรที่มาโจมตีก่อนหน้านั้น ….ล้มตายทั้งหมด !!!!!

สร้างความประหลาดใจให้กับซุนไห่หลง เพราะเดาไม่ออกว่าอาภรณ์สีดำแดงนี้ เป็นของผู้ใด แต่มีตราสัญลักษณ์ของแคว้นจิ้น ซึ่งเป็นแคว้นทางตะวันออก….ผูกอยู่ที่ต้นแขนข้างขวา เห็นได้เมื่อมี 1 คนเดินเข้ามาตรงบริเวณด้านหน้ากระโจม ที่เหลือกระโดดกลับขึ้นม้าไปหมดแล้ว

“ ข้าน้อยหลี่หนิงซา หัวหน้าหน่วยรบพิเศษจากแคว้นจิ้น คารวะองค์หญิงลี่เหลียน ” อ่า ….เป็นคนของแคว้นจิ้น จริงๆ…..คนที่ยังอยู่ด้านบน ถอนหายใจอย่างโล่งอก

--------

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เว่ยซือหง สตรีเหนือชะตา เล่ม 2
8.9
เมื่อภารกิจชำระล้างไอมารสิ้นสุดลงจนผืนดินกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เว่ยซือหงจึงพร้อมเริ่มต้นการออกเดินทางผจญภัยที่แท้จริงเสียที เป้าหมายของนางคือการมุ่งหน้าสู่ดินแดนลับที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อเสาะแสวงหาทรัพยากรล้ำค่า ไม่ว่าจะเป็นสมบัติวิเศษระดับตำนานหรือสมุนไพรหายากที่ไม่มีใครเคยพบเห็น นางตั้งใจที่จะครอบครองและกวาดทุกสรรพสิ่งมาเป็นของตนเองให้ได้ เพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งในฐานะสตรีผู้กำหนดชะตาชีวิตของตนเองอย่างแท้จริงในโลกกว้าง
หน้าปกนวนิยาย ถ้าจะรัก ภพชาติก็แค่ปากซอย
8.0
หญิงสาวผู้จบชีวิตด้วยความแค้น กลับต้องข้ามภพมาอย่างไม่ตั้งใจจนพบกับชายผู้เฝ้ารอเธอมาเนิ่นนาน ท่ามกลางความสับสนในยุคสมัยที่ไม่คุ้นเคย เธอถูกเขาตั้งคำถามว่าเป็นปีศาจหรือไม่ ทว่าภายใต้ท่าทีเหล่านั้นกลับแฝงไปด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่ยากจะหักห้ามใจ แม้คนหนึ่งอยากลืมแต่อีกคนกลับจำฝังใจ สายตาและสัมผัสที่รุกเร้าบีบให้ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป ในการเดินทางข้ามกาลเวลาที่เต็มไปด้วยเสน่หาและบททดสอบของหัวใจครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย พายุรักทรายสีเลือด
8.7
ท่ามกลางผืนทรายที่นองไปด้วยเลือดและการล้างแค้น เมื่อหญิงสาวผู้เป็นดั่งดวงใจถูกพรากไป ความเจ็บปวดจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการไล่ล่าครั้งใหญ่ พบกับการเผชิญหน้าของสองชายหนุ่มต่างเชื้อชาติ ระหว่างชีคหนุ่มผู้สูงศักดิ์แห่งราสอัลไคมาห์และชายหนุ่มสายเลือดไทยผู้เด็ดเดี่ยว ทั้งคู่ต้องบุกตะลุยทะเลทรายที่เต็มไปด้วยอันตรายเพื่อตามหาคนรักและพิฆาตเหล่าคนชั่ว บทสรุปของความรักบนรอยแค้นท่ามกลางสมรภูมิเม็ดทรายที่มีทั้งหยดเลือดและน้ำตาจะลงเอยอย่างไร
หน้าปกนวนิยาย Deva Or Devil เทวามาร
8.5
เมื่อศิลากาฬหวนคืนพลังหลังถูกแยกส่วนนานห้าศตวรรษ คุณชายรองแห่งคานวาเรสจึงต้องมุ่งหน้าสู่เมืองซีซานเพื่อทำลายวัตถุอาถรรพ์นี้ ทว่าซาเรย์ โทจิน กลับทำลายข่ายเวทจนดวงจิตแม่มดร้ายหลบหนีไปพร้อมศิลา สร้างความหวาดกลัวแก่ชาวไซโดเวียตามคำทำนายโบราณว่าหากศิลามีอำนาจสมบูรณ์ จอมปีศาจจะฟื้นคืนเพื่อรับใช้เทวามารผู้ทรงฤทธิ์ที่ทวยเทพยังครั่นคร้าม เขาจะทำลายศิลาก่อนจอมมารทวงคืนแผ่นดินได้หรือไม่ และใครคือเทวามารที่ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางการไล่ล่าครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ฟาร์มสุข
8.1
เว่ยเว่ย นักศึกษาฝึกงานสาวประสบอุบัติเหตุขับรถเวสป้าตกเหว แต่เธอกลับรอดชีวิตอย่างปาฏิหาริย์ด้วยการทะลุมิติมาตกกลางบึงน้ำต่อหน้า ลู่เหวินเยียน ชายหนุ่มผู้กำพร้าบิดาจากสงครามซึ่งกำลังหาปลาเลี้ยงชีพเพื่อดูแลมารดาในกระท่อมเชิงเขา เหตุการณ์ประหลาดที่เว่ยเว่ยร่วงหล่นจากท้องฟ้ากลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนต่างโลก ท่ามกลางวิถีชีวิตเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่คาดไม่ถึงระหว่างหญิงสาวจากโลกปัจจุบันและพรานป่าหนุ่มผู้เงียบขรึม
หน้าปกนวนิยาย วิญญาณพาวุ่น
8.6
เจียอีคือหญิงสาวชาวไร่ผู้โด่งดังในโลกโซเชียลจากการนำเสนอวิถีชีวิตชนบทที่แสนสงบผ่านการทำเกษตรและปรุงอาหารพื้นบ้านจนมีผู้ติดตามนับล้าน ทว่าโชคชะตากลับพลิกผันเมื่อเธอประสบอุบัติเหตุพลัดตกเขาขณะกำลังถ่ายทำคอนเทนต์หาของป่าในพื้นที่ห่างไกล เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลให้ดวงวิญญาณของเธอหลุดลอยข้ามมิติย้อนเวลากลับไปสู่ยุคโบราณอย่างไม่คาดฝัน กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการผจญภัยครั้งใหม่ในดินแดนที่เธอไม่คุ้นเคยพร้อมกับความวุ่นวายที่กำลังจะตามมา