ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 1

หมาป่าในกำมือนายแสนดี ภาค 1

ชีวิตของผมเปลี่ยนไปเมื่อได้ยื่นมือเข้าช่วยชายแปลกหน้าคนหนึ่งที่กำลังบาดเจ็บ แต่เขากลับหายตัวไปพร้อมกับหม้อข้าวต้มที่ผมเตรียมไว้ให้ ทว่าความสงสัยกลับทวีคูณขึ้นเมื่อผมได้พบเขาอีกครั้งในรั้วมหาวิทยาลัยด้วยร่างกายที่ไร้ร่องรอยแผลราวกับไม่เคยเจ็บหนักมาก่อน ความพิศวงนี้ทำให้ผมอดตั้งคำถามไม่ได้ว่าเขาหายดีอย่างรวดเร็วขนาดนั้นได้อย่างไร หรือชายที่อยู่ตรงหน้าในตอนนี้จะเป็นคนละคนกับที่ผมเคยช่วยไว้กันแน่
ตอน
แชร์

ตอน 1

คริสต์ศักราช 1973 ประเทศนอร์เวย์

สวัสดีครับ ผมชื่อ เรย์ ซิลวาเพิร์ต เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยเอ็กซ์ ปัจจุบันผมอายุสิบแปดปี วันนี้เป็นวันปฐมนิเทศนักศึกษาใหม่ หลังจากที่ได้เดินดูรอบมหาวิทยาลัย ก็ไม่ได้รู้สึกว่าที่นี่จะมีความพิเศษอะไร พื้นที่เขรอะไปด้วยคราบสีดำ บอกให้รู้ว่าไม่ได้มีการขัดทำความสะอาดมานาน โรงยิมนี้มืดมิดไร้แสงไฟเข้าถึง ห้องน้ำก็เขรอะไปด้วยรอยวาดขีดเขียนจากพวกมือบอน แต่เพราะพ่อตัดสินใจพาผมย้ายจากประเทศจีนมาที่นอร์เวย์ ผมก็คงต้องพยายามอย่างมากกับการปรับตัวให้ชินกับชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย มันคงเป็นอะไรที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิงกับชีวิตวัยเด็ก โลกของผู้ใหญ่กำลังรอผมอยู่ ผมยังรู้สึก ...ไม่อยากโตเลยแฮะ

ตกเย็นหลังจากที่ปฐมนิเทศเสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน บ้านของผมอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยสักเท่าไร แต่คุณเมสันพ่อของผมก็ยังขับรถมารับ

“วันแรกเป็นยังไงบ้าง” พ่อเอ่ยถามหลังจากที่ผมขึ้นมานั่งบนรถ ผมพยายามทำตัวเหมือนว่าตื่นเต้นกับมัน เพราะถ้าจะบอกว่าไม่ชอบที่นี่เลย พ่อคงจะรู้สึกอึดอัด

“มันรู้สึกสุดยอดมากเลยครับ แว็บแรกที่เห็นนึกว่ามหาฯ ลัยร้างซะอีก” ถึงแม้จะบอกว่าสุดยอด แต่ก็ยังติดตลกว่าเหมือนมหาวิทยาลัยร้าง ทำเอาผู้เป็นพ่อถึงกับหัวเราะลั่น

“ฮ่าฮ่าฮ่า เอาน่า... มหาฯ ลัยนี้มันมีมาตั้งแต่รุ่นปู่เราแล้วอะเนอะ”

“เอาจริง ๆ พ่อไม่จำเป็นต้องมารับผมก็ได้ บ้านเราก็อยู่ใกล้แค่นี้เอง”

“พอดีวันนี้พ่อว่างน่ะ”

เมสันกำลังขับรถกลับบ้าน สองข้างทางนั้นเต็มไปด้วยป่าที่หนาทึบ วันนี้หมอกค่อนข้างหนา บรรยากาศน่านอนสุด ๆ แต่แล้วก็มีชายคนหนึ่งเดินพุ่งพรวดออกมาจากป่า เรย์มองจ้องไปที่ชายคนนั้น ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือด เสื้อผ้าก็ขาดหลุดลุ่ย และได้เห็นเขาทรุดตัวลงนอนกองอยู่ข้างถนน

“พ่อ! จอดรถก่อนครับ ตรงนั้นมีคนได้รับบาดเจ็บ” เรย์ตกใจพูดบอกพ่อเสียงดังลั่น ทำให้พ่อหันไปมองที่คนเจ็บ ก่อนจะเหยียบเบรกเพื่อจอดรถอย่างกะทันหัน

ผมกับพ่อรีบลงไปดูชายคนนั้น แต่สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจ คือพ่อโยนเครื่องเงินบางอย่างไปบนตัวเขา

“นี่พ่อทำอะไรน่ะ พวกเราต้องรีบช่วยเขานะ!” พ่อไม่ตอบรับ เขายังคงมองไปที่ชายคนนั้นก่อนจะหยิบมีดพกประจำตัวที่ผมเห็นอยู่บ่อยครั้งออกมา จากนั้นก็วิ่งเข้าป่าไป ทิ้งให้ผมอยู่กับชายแปลกหน้าที่นอนจมกองเลือดเพียงลำพัง

‘แล้วผมต้องทำไงดีล่ะ สถานการณ์แบบนี้มันทำให้ผมทำตัวไม่ถูก’

...เรย์ได้แต่มองตามเมสันที่วิ่งเข้าป่าไปเพื่อสำรวจโดยรอบ...

“นี่นาย อย่าเป็นอะไรไปนะ ตั้งสติเข้าไว้”

ผมค่อย ๆ นั่งลงข้างคนเจ็บ มือข้างหนึ่งจับประคองคนร่างหนาอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ตอนนี้ผมทำได้แค่เพียงเรียกสติของชายแปลกหน้าที่ดวงตาริบหรี่ใกล้ปิดสนิทไม่ให้หลับไป และในขณะนั้นพ่อก็วิ่งออกมาจากป่าข้างทางด้วยท่าทีที่รีบร้อน

“เราต้องรีบพาเขาออกไปจากที่นี่” ผมเห็นด้วยกับคำพูดนั้น พวกเราจึงช่วยกันพยุงเขาขึ้นรถ และกลับบ้านในทันที

บ้านของเรย์

เรย์มองดูชายตรงหน้าที่หลับสนิท นิ้วมือยาวเริ่มถอดเสื้อผ้าที่ขาดหลุดลุ่ยไม่เป็นชิ้นของเขาออกทั้งหมดก็อดสงสัยไม่ได้เมื่อเห็นบาดแผลบนกายใหญ่นั้น

‘นี่เขาไปถูกใครทำร้ายมากันนะ? อาการของชายคนนี้แย่มาก สภาพมอมแมมคล้ายไปฟัดกับหมาที่ไหนมา แต่บาดแผลนั้นลึกและเป็นรอยยาว ทั้งบนแผ่นหลัง หน้าอก แขนและขา’ เรย์เริ่มปฐมพยาบาลโดยการใช้แอลกอฮอล์เช็ดแผลให้เขา

จนทั่วทั้งตัว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วห้องของชายหนุ่มผู้ให้การช่วยเหลือ หลังจากที่ใช้แอลกอฮอล์เช็ดแผลเสร็จจึงเริ่มทายาแดง เสร็จสรรพก็นำผ้าก๊อซมาพันแผลเอาไว้ แต่แผลบนร่างกายของชายแปลกหน้ามีเยอะมาก ทำให้ผ้าก็อซที่มีอยู่นั้นไม่พอ เมสันจึงอาสาออกไปซื้อให้

‘ไม่รู้ว่าเขาจะฟื้นตอนไหน หากฟื้นแล้วผมถึงจะนำตัวเขาส่งรักษาได้ แต่ตอนนี้ผมยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร เห็นเป็นเพียงวัยรุ่นผู้ชายที่อายุน่าจะไล่เลี่ยกันกับผม’

ชายร่างหนาตรงหน้ายังไม่ลืมตา เขามีอาการหนาวสั่น นอนขดตัวอยู่บนเตียงนอน เรย์จึงเดินไปหยิบผ้าห่มหนาอีกผืนจากตู้มาห่มให้เขาอีกชั้น แต่ทว่า...

“กูจะฆ่าพวกมึง!?”

พึ่บ!!! ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงที่เกรี้ยวกราดของชายคนนั้นทำให้เรย์ตกใจมาก เพียงแค่ปลายนิ้วของเรย์สัมผัสโดนตัวเขา ก็โดน

ล็อกคอให้ลงไปนอนราบบนเตียง โดยที่คนตัวใหญ่กว่าขึ้นมาทับอยู่บนตัว ใบหน้าหล่อคมนั้นซุกอยู่ที่ซอกคอของคนตัวเล็กกว่า ลมหายใจร้อนของคนบนร่างกระทบต้นคอจนเรย์รู้สึกจั๊กจี้

‘นี่เขานอนละเมอออกมาอย่างไม่รู้ตัวเลยสักนิดงั้นสินะ’

“ตัวหนักชะมัดเลย” เรย์ค่อย ๆ ผลักตัวเขาออก ดวงตาสีน้ำเงินครามพลางมองดูผู้ชายร่างสูงใหญ่ตรงหน้า เปลือกตาของเขาปิดสนิท แพรขนตาดำยาว เส้นผมสีดำเทารับกับจมูกโด่งใบหน้าคมคายได้รูปทำให้เรย์ตกอยู่ในภวังค์ไปชั่วขณะ

‘ทั้งที่เสียเลือดเยอะขนาดนี้ เขายังดูดีอยู่เลย’

เรย์เบนสายตาจากชายตรงหน้าแล้วเริ่มเก็บทำความสะอาดห้องนอนของตนเอง นำสิ่งของเปื้อนเลือดใส่ถุงแล้วเดินลงมาทิ้งขยะด้านล่าง

ผมไม่รู้ว่าพ่อจะกลับมาเมื่อไหร่ และคนเจ็บจะตื่นขึ้นมาตอนไหน เลยทำเมนูง่าย ๆ เป็นข้าวต้มหมูหม้อใหญ่ตั้งไว้กลางโต๊ะอาหาร ก่อนจะนอนดูทีวีอย่างสบายใจที่โซฟานิ่มด้านล่าง เพราะผมไม่อยากไปนอนเบียดกับคนแปลกหน้าข้างบนห้อง

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป [Talk …]

“ปวดตัวชะมัด” กลิ่นหอมของอาหารทำให้ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ผมลืมตาขึ้นช้า ๆ พลางมองสำรวจไปรอบ ๆ ห้องสี่เหลี่ยมนี้ ทุกอย่างที่เห็นมันดูแปลกตาไปหมด แถมยังมีกลิ่นของคนที่ไม่คุ้นเคย พอมองดูดี ๆ ถึงได้สติว่านี่มันไม่ใช่ห้องของผม

จ๊อก...

เมื่อท้องร้องโครกครากเสียงดัง ผมเริ่มรู้สึกหิวทันทีจึงค่อย ๆ พยุงตัวเองเดินตามกลิ่นของอาหารไปที่ชั้นล่างแต่ไม่พบใคร มีเพียงเมนูแปลกตาเป็นข้าวใส่ผัก และมีชิ้นหมูเล็กผสมอยู่ในหม้อใหญ่ที่ถูกวางอยู่ตรงกลางโต๊ะ ผมสูดดมกลิ่นอาหารไปหนึ่งฟอดใหญ่ ก่อนจะจัดการข้าวต้มหมูตรงหน้าอย่างเอร็ดอร่อยในห้องครัวที่มืดมิด

ง่ำ ๆ แกรก ๆ

เรย์เผลอนอนหลับไป แต่เริ่มรู้สึกตัวเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างตรงบริเวณโต๊ะอาหาร จึงค่อย ๆ หยัดตัวลุกขึ้นยืน ก่อนจะหาอาวุธที่อยู่ใกล้มือมากที่สุด และเดินย่องเข้าไปในห้องครัว ดวงตาสีน้ำเงินเห็นเงาตะคุ่ม ๆ อยู่ด้านใน แผ่นหลังกว้างที่ไม่คุ้นตาทำให้เรย์แน่ใจว่าเป็นคนร้ายแน่ ๆ ที่มานั่งทำท่าลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่ในความมืดแบบนี้

ผมที่หิวโซกินข้าวต้มหมูจนเกือบจะหมดหม้อแล้ว แต่ด้วยสัญชาตญาณบางอย่าง ทำให้รู้สึกถึงจิตสังหารที่คืบคลานเข้ามา

‘จะฟาดให้ตายเลย’ เรย์คิดในใจก่อนจะง้างมือขึ้นสูง

“นี่แน่ะ ไอ้โจรตายซะ!!!” เสียงตวาดดังมาจากด้านหลัง พร้อมอาวุธบางอย่างที่พุ่งมาทางผม

ดีที่ผมยังไหวตัวทัน แต่ยังคงโดนไม้กวาดฟาดเข้าให้สองสามที เด็กหนุ่มที่ถือไม้กวาดเป็นอาวุธไม่มีทีท่าว่าจะถอยและวางไม้นั่นลง ผมคงต้องเผ่นก่อน แต่ก็ไม่ลืมที่จะหยิบหม้อข้าวต้มมาด้วย

..เมนูนี่ผมไม่เคยกินมาก่อน แล้วมันยังอร่อยมากด้วย..

คนบาดเจ็บใช้มือข้างหนึ่งเปิดหน้าต่าง และกระโดดออกมาจากตัวบ้านอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย เจ้าหัวขโมย เอาหม้อคืนมา!” เรย์ตามไปไม่ทัน เขากระโดดออกหน้าต่างหายไปพร้อมกับหม้อข้าวต้มหมูแล้ว

“นี่มันอะไรกัน? แล้วชายคนนั้นล่ะ!” เรย์ตั้งสติได้ก็รีบวิ่งขึ้นไปบนห้อง จึงพบว่าชายคนนั้นหายไป

“ทั้งที่บาดเจ็บหนักขนาดนั้น แล้วตอนนี้ก็ปลอดภัยแล้วแท้ ๆ ทำไมยังต้องหนีอีก” เสียงแห่งความสงสัยถูกเปล่งออกมา หัวคิ้วทั้งสองของเรย์ชนเข้าหากัน

เมสันเพิ่งกลับมา เขาถือถุงยาและผ้าก็อซเดินมาถึงตรงทางขึ้นบันได แต่สังเกตเห็นหน้าต่างถูกเปิดออกทั้งได้ยินเสียงเรย์ดังมาจากข้างบนพอดี

“เกิดอะไรขึ้น” เมสันรีบวิ่งขึ้นไปที่ชั้นบน เมื่อมาถึงห้องของเรย์ก็มองเตียงที่ว่างเปล่า และเข้าใจได้ในทันทีว่าชายคนนั้นหนีไปแล้ว

"เดี๋ยวพ่อกลับมา" เมสันโยนถุงยาในมือทิ้งไว้บนเตียงของเรย์ ก่อนจะออกไปสำรวจรอบ ๆ บ้าน

มหาวิทยาลัยเอ็กซ์ [Talk Ray]

“สวัสดีนักศึกษาทุกคน ตามธรรมเนียมของเรา ทุกคนจะต้องมีคู่บัดดี้ เพื่อสนับสนุนและช่วยเหลือกัน อาจารย์จะเรียกให้มาจับฉลาก แล้วให้นั่งโต๊ะคู่กันกับบัดดี้ของตัวเอง ส่วนเรื่องสายรหัสก็รับคำใบ้จากพี่รหัสของตัวเอง แล้วไปตามหากันเอาเองนะจ๊ะ” อาจารย์เอ่ยเสียงดังฉะฉานอยู่ที่หน้าห้อง และเมื่อจบคำก็หันมาเรียกผมเป็นคนแรก

“มาจ้ะ เรย์” ผมเดินออกไปหน้าชั้นเรียน ส่งมือลงไปในกล่องกระดาษสีดำ และควานหาชื่อคู่บัดดี้ของผม แต่ก็หวังว่าผมจะไม่โชคร้ายนะ

“เวเฟียสครับ” อาจารย์ชี้นิ้วไปทางเจ้าของชื่อ สายตาของผมเลื่อนไปจับจ้องผู้ชายคนนั้น เขามีเส้นผมสีแดงสด ผิวขาวซีด ริมฝีปากอมชมพูจนเกือบแดง

‘ดูโดดเด่นมากจริง ๆ เขาดูมีอะไรบางอย่างที่แตกต่าง ทำให้ผมจ้องเขาอยู่สักพักเลยล่ะ’

“นายคือเวเฟียสสินะ ยินดีที่ได้รู้จัก” ผมหอบข้าวของไปนั่งข้างชายผมแดง แต่เขากลับไม่มีท่าทีใส่ใจอะไรผมเลย

“อืม” มีเพียงการตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาของเขา มันทำให้ผมรู้สึกว่าเขาอาจจะไม่อยากมีบัดดี้เป็นผม

วิชาพละ

โรงยิมเก่า ๆ แบบนี้จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อถูกซ่อมแซมทำความสะอาดเท่านั้นแหละ ไม่พ้นจะต้องเป็นหน้าที่ของนักศึกษา ผมสงสัยว่ามหาวิทยาลัยไม่มีเงินจ้างภารโรงหรือแม่บ้านเลยหรือไง แล้ววิชาพละของผมก็กลายเป็นวิชาทำความสะอาดไปซะงั้น

“ช่วยด้วย! เพื่อนโดนสังกะสีบาด” เสียงตะโกนร้องจากทางหลังโรงยิมดังขึ้น ผมที่กำลังถูพื้นอยู่ด้านในโรงยิมกับเวเฟียส โยนไม้ถูพื้นในมือทิ้งไป ทุกคนพากันวิ่งกรูไปดูยังจุดเกิดเหตุ เพื่อนคนหนึ่งในห้องโดนสังกะสีหล่นใส่ที่ขา จนเกิดแผลลึกเหวอะหวะน่ากลัว เลือดไหลอาบท่วมขาและเปื้อนพื้นไปหมด

‘นี่มัน… ทำไมต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้วเนี่ย เฮ้อ’

ผมก้าวไปนั่งลงข้าง ๆ คนเจ็บ

“ขอผ้าสะอาดและเปลผู้ป่วย ด่วนครับ!” ผมพูดคล้ายออกคำสั่ง ให้เพื่อนที่เหลือช่วยกันจัดแจง เพื่อน ๆ ต่างช่วยกันตามที่ผมบอก และไม่นานก็มีเพื่อคนหนึ่งเอาผ้าสะอาดมาให้ผม

“มาแล้ว ๆ” ผมรับผ้าขาวสะอาดนั้นมาประคบลงบนขาของคนเจ็บ และกดเพื่อห้ามเลือดเอาไว้ เลือดจำนวนมากซึมผ่านผ้ามาที่มือของผม

“พาเพื่อนส่งห้องพยาบาลได้เลยครับ” ผมบอกเพื่อนคนอื่น ๆ ทุกคนช่วยกันพยุงร่างของเขาขึ้นบนเปลคนเจ็บ

เรย์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง และหันหลังกลับไปมองทางด้านในโรงยิม เวเฟียสยังยืนถูพื้นอยู่ตรงนั้นอยู่เลย 'นี่เขาไม่เห็นหรือไงว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมถึงยังถูพื้นอยู่ได้หน้าตาเฉยโดยไม่สนใจอะไรเลย'

ห้องเรียนนักศึกษาปีที่หนึ่ง

“อาจารย์นำตัวเพื่อนส่งรักษาที่โรงพยาบาลแล้วนะครับ เขาบาดเจ็บหนักคงต้องลาหยุดยาว ทุกคนไปเยี่ยมเพื่อนได้นะ และต้องขอโทษด้วยที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น” อาจารย์กล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้า

‘ผมเข้าใจ ไม่มีใครอยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นหรอก’

ในขณะที่อาจารย์พูดอยู่ เรย์ก็หันมองเวเฟียสไปด้วย

“เวเฟียส ทำไมนายไม่มาดูเพื่อนเลย” เรย์ถามคนข้างกายด้วยความสงสัย

“ไม่ใช่ธุระของฉัน" เขาตอบด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเฉย

‘หมอนี่มันเป็นคนยังไงถึงได้เย็นชาขนาดนี้’

“แต่ว่าเพื่อนเจ็บหนักเลยนะ”

“ฉันไม่สน”

‘สีหน้าของเขานิ่งเฉยและคำพูดดูไม่สนโลก แต่ว่าพวกเราก็เพิ่งจะรู้จักกัน ผมเลยไม่อยากจะเซ้าซี้ แต่อยากจะเรียนรู้ตัวตนของเขาให้มากขึ้น ก่อนที่จะตัดสินว่าเวเฟียสเป็นคนนิสัยยังไง’ เรย์เลิกต่อล้อต่อเถียงกับชายหนุ่มเส้นผมสีแดง เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ สายตามองกลับไปที่อาจารย์อีกครั้ง

หลังเลิกเรียน เรย์เห็นว่าทุกคนเริ่มตามหาพี่สายรหัสของตัวเองกันแล้ว คำใบ้ในใบกระดาษที่ทุกคนได้นั้นมันดูคล้ายเกมซ่อนแอบ เพราะไม่มีใครรู้ว่าพี่รหัสคือใคร ตัวตนของพี่รหัสเป็นอย่างไร

“รุ่นพี่ก็มีเยอะมากด้วย อย่างน้อยถ้าบอกเพศมาหน่อยอาจจะช่วยให้ง่ายขึ้น เฮ้อ” เรย์กางกระดาษใบน้อยในมือออกมาแล้วได้แต่ถอนหายใจ

‘นี่มันคำใบ้อะไรกันเนี่ย!’

หิวตลอดเวลา

‘แสดงว่าเขาต้องมีรูปร่างใหญ่ และกินตลอดเวลาแน่ ๆ นอกจากนี้เขาต้องมีความสุขในการกินมาก ๆ ด้วยล่ะสิ แต่ใครใช้ให้เขียนคำใบ้ที่มันไม่ได้เรื่องแบบนี้มากันน่ะ ถ้าผมเจอพี่รหัส เขาจะต้องปล้นของกินผมไปหมดแน่เลย หรือไม่ก็ใช้ให้ผมทำอาหารที่เขาอยากกิน แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว’ เรย์ได้แต่กุมขมับตัวเอง มองดูนักศึกษาคนอื่น ๆ วิ่งพล่านไปมา ขณะที่เขานั่งรอพ่อมารับ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ภรรยาไม่รับจ้าง
8.2
ภูริดล นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จแต่ปฏิเสธการมีครอบครัวตามความต้องการของบิดา ได้พบกับพิรฎา หญิงสาวที่ยอมเซ็นสัญญาเป็นภรรยาจ้างวานเพื่ออิสรภาพจากครอบครัวที่ไร้ความสุข ทว่าเธอกลับพลาดพลั้งเสียทีให้เขาและพบความลับในสัญญาว่าภารกิจนี้จะจบลงก็ต่อเมื่อเธอให้กำเนิดทายาทโดยไม่มีสิทธิ์ในตัวลูก เมื่อความผูกพันเริ่มก่อตัวท่ามกลางคำลวงและความจริงที่ถูกปิดบัง ทั้งคู่จึงต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจว่าความรักครั้งนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือแค่ข้อตกลงทางธุรกิจ
หน้าปกนวนิยาย มนตร์พิศวาสอสูร
9.3
บัณฑิตาหนีการแต่งงานที่ถูกบังคับมายังลอนดอนเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่โชคชะตาทำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้เคยพรากพรหมจรรย์ของเธอไปในอดีต แม้เธอจะพยายามปฏิเสธว่าไม่รู้จักเขา แต่ฝ่ายชายกลับจำเหตุการณ์คืนนั้นได้อย่างฝังใจและไม่มีวันลืมเลือน เมื่อเหยื่อสาวเดินเข้ามาติดกับด้วยความบังเอิญ ราชสีห์หนุ่มจึงเริ่มพันธนาการเธอไว้ด้วยความเสน่หาอันเร่าร้อนและยากจะถอนตัว เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะครอบครองเธอและไม่มีวันปล่อยให้หลุดมือไปได้อีกเป็นอันขาด
หน้าปกนวนิยาย เมียเด็ก Honey (I hate you)
9.4
เมื่อความเข้าใจผิดนำไปสู่รอยร้าวที่ยากจะประสาน ชายหนุ่มผู้เต็มไปด้วยทิฐิกลับเลือกที่จะเมินเฉยต่อคำวิงวอนและข้อเท็จจริงของหญิงสาวผู้บริสุทธิ์ เขาตราหน้าว่าสิ่งที่เธอพยายามอธิบายเป็นเพียงบทละครตบตาเพื่อโก่งราคาค่าตัว ทว่าความจริงที่ปรากฏเบื้องหน้าหลังความสัมพันธ์ทางกายเริ่มต้นขึ้น กลับกลายเป็นหยดเลือดและความเงียบงันที่ตอกย้ำความผิดพลาดครั้งใหญ่ เขาจึงยื่นข้อเสนอเป็นจำนวนเงินเพื่อชดใช้ให้แก่พรหมจรรย์ที่เขาพรากมาด้วยความใจร้อน ท่ามกลางความเจ็บปวดและคราบน้ำตาที่ไม่มีวันย้อนคืน
หน้าปกนวนิยาย พิชิตใจ..นายอบอุ่น i's you
8.3
สัมผัสอันแสนหวานจากการจูบกันเพียงแค่ครั้งเดียวในคราวนั้น กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรู้สึกที่ไม่อาจลืมเลือนได้เลย เพราะตั้งแต่วินาทีที่ริมฝีปากของเราทั้งคู่ได้สัมผัสกัน หัวใจของผมก็ถูกคุณครอบครองไปเสียแล้ว มันเป็นความรักที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและฝังรากลึกลงในใจของผมตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้พบสบตาและใกล้ชิดกับคุณอย่างลึกซึ้งแบบนั้น เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากจูบแรกจะนำพาหัวใจของผมให้ไปหยุดอยู่ที่คุณเพียงคนเดียวเท่านั้น
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย บาปผัว แค้นหัวใจ
8.0
ชีวิตสมรสที่แสนสุขพังทลายลงเมื่ออาร์ม สามีผู้อ่อนโยนละเมอชื่อเคท พนักงานสาวที่ฉันคอยดูแล การหักหลังทวีความรุนแรงจนเขาวางยาและขังฉันไว้ กระทั่งเคทจัดฉากอุบัติเหตุโยนความผิดให้ฉัน อาร์มทำร้ายร่างกายและบังคับเจาะเลือดฉันไปให้เมียน้อยขณะที่ฉันกำลังแท้งลูก จนทำให้ลูกในครรภ์พิการถาวร เมื่อเขาทิ้งให้ฉันตายอย่างเลือดเย็น ความรักจึงกลายเป็นความแค้น ฉันติดต่อทนายเพื่อฟ้องให้เขาสิ้นเนื้อประดาตัว และขอความช่วยเหลือจากเจตน์ ชายที่แอบรักฉันมาสิบปี เพื่อร่วมกันทำลายปีศาจในคราบสามีคนนี้ให้ย่อยยับ