ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ภรรยานิรันดร์

ภรรยานิรันดร์

นิรันดร์ พ่อม่ายที่ครองตัวเป็นโสดมานานกว่าสิบสามปีต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจครั้งใหม่ เมื่อลูกสาววัยรุ่นเริ่มมีความรักกับเพื่อนชาย แต่เขากลับเผลอใจไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับขิมแข แม่ของเด็กชายคนนั้น ท่ามกลางความรู้สึกผิดที่ถาโถม ขิมแขพยายามตัดความสัมพันธ์และขอให้เขาลืมค่ำคืนที่ผ่านมาเพื่อรักษาความถูกต้องในฐานะผู้หญิงที่มีพันธะ แต่นิรันดร์กลับปฏิเสธที่จะปล่อยเธอไป กลายเป็นความขัดแย้งที่บีบคั้นหัวใจระหว่างความต้องการส่วนตัวและศีลธรรมที่ต้องเผชิญ
ตอน
แชร์

ตอน 3

ในเสี้ยววินาทีที่ทั้งคู่ได้บังเอิญสบตากัน นิรันดร์ก็ต้องขมวดคิ้วนิดหนึ่ง ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติโดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น

“เคยพบกันมาก่อนหรือเปล่าน่ะเหรอ ชาติก่อนหรือเปล่าคุณ...” เขาตอกหน้าเธอกลับด้วยท่าทีไม่แยแส ไม่ใส่ใจ

ได้ยินคำตอบ พร้อมสีหน้าแววตาของอีกฝ่าย ขิมแขหน้าเปลี่ยนสีในทันที ฉุกคิดขึ้นได้ เขาอาจเข้าใจผิด ว่าที่เธอถามไปเมื่อครู่นี้ คือการหยอดมุกจีบเขาอยู่ แล้วถอนใจเบา ๆ ไม่คิดแก้ไขเรื่องพวกนั้น

“สรุปเรื่องที่ผมถามเมื่อครู่ คุณจะเอาอย่างไร ให้โทรตามตำรวจเลยไหม เพราะเข้าข่ายล่วงละเมิดทางเพศอยู่นะ”

แม้จะถูกข่มขู่ซ้ำ แต่หญิงสาวก็ไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวแต่ประการใด ขิมแขมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉยครู่เดียว ค่อยเลื่อนสายตาเลยไปทางบุตรชายของตัวเอง ว่าขึ้นด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งดุจแววตาของเธอในตอนนั้น

“ฉันขอฟังเรื่องราวทั้งหมดก่อน ถึงจะสรุปสิ่งที่ต้องทำต่อไปได้”

ชายผู้เป็นใหญ่ไม่ใช่แค่เรือนกาย แต่รวมไปถึงอำนาจจากการวางตัว แววตาและวาจา มองเธอราวกับมองผู้ร้ายต้องโทษประหารชีวิตอย่างไรอย่างนั้น

ขิมแขเลิกสนใจเขาแล้วหันไปทางบุตรชาย มองตาลูกแล้วถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง

“ภูผา เกิดอะไรขึ้น เล่าให้แม่ฟังหน่อยได้ไหม”

เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อนิ่งไปเพราะไม่รู้จะเริ่มเล่าจากตรงไหนดี “…”

นิรันดร์มองสองแม่ลูกคู่กรณีของเขาแล้วเปลี่ยนมากอดอก ใบหน้ายังคงเรียบเฉยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเนือยๆ ติดรำคาญใจ “เราพบลูกชายของคุณอยู่ในห้องกับลูกสาวของผมตามลำพัง”

“คุณชื่อภูผาหรือ”

เสียงถามสวนกลับแบบเรียบนิ่ง ทำเอาคนทั้งห้องเงียบกริบจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ

ชายฉกรรจ์บางคนในห้องโถงถึงกับหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นแววตาของผู้เป็นนาย แต่แล้วขิมแขกลับไม่นึกสน เธอมองที่บุตรชายของตัวเอง เห็นว่ายังเงียบไม่พูดจาแก้ต่างให้ตัวเอง เลยหันไปถามทางชายร่างสูงใหญ่ด้วยท่าทีกดดันเขากลับบ้าง

“พอเห็นว่าอยู่ตามลำพังในห้องของลูกสาวตัวเอง คุณก็สั่งให้คนของคุณทำร้ายเด็กอย่างนั้นใช่ไหม”

เจ้าของบ้านหรี่ตามองเธอนิ่งสายตาครุ่นคิดเล็กน้อย นิ่งไม่ตอบ จังหวะถัดมานั่นเอง ภูผาถึงได้มีท่าทีอึกอักเอ่ยขึ้นบ้าง

“ผมถูกทำร้ายมาจากที่อื่นครับแม่ขิม”

ขิมแขหันขวับไปมองที่ภูผา รู้ได้ในตอนนั้นว่าบุตรชายของเธอกำลังประหม่าและต้องการกำลังใจ หากเรียกเธอว่า ‘แม่ขิม’ แสดงว่าใจคอเริ่มไม่ดีแล้ว และเธอต้องหาทางพาเขาออกจากสถานการณ์น่าอึดอัดแบบนี้ให้เร็วที่สุด มั่นใจว่าอบรมลูกมาดีพอ และลูกของเธอไม่มีทางทำอะไรร้ายกาจ อย่างที่ชายร่างยักษ์ตรงหน้ากำลังใส่ความอยู่เป็นแน่

‘ชื่อขิม’

พ่อเลี้ยงเดี่ยวนิ่ง คิดทบทวนอะไรอยู่ในใจเงียบๆ ละสายตาจากคู่กรณีมองไปที่บุตรสาวของตนเอง เมื่อได้ยินเสียงใสเอ่ยขึ้นหลังยืนเงียบมานาน

“ภูถูกทำร้ายมาค่ะ ลูกเลยพาภูมาทำแผลที่บ้านของเรา”

คนเป็นพ่อเอ่ยขึ้นด้วยถ้อยคำเข้มงวด

“พ่อยังไม่อนุญาตให้ลูกพูด”

“คุณพ่อฟังลูกก่อนสิคะ ลูกกำลังจะอธิบายให้ฟังอยู่นี่ไงว่าเรื่องราวมันเป็นยังไง”

คนพ่อหรี่ตามองบุตรสาวของตัวเอง บอกกลับด้วยน้ำเสียงขึงขัง “ลูกพูดได้ก็ต่อเมื่อพ่ออนุญาตแล้วเท่านั้น” แล้วหันไปทางผู้ปกครองของเด็กหนุ่ม กล่าวหาทางนั้น

“ลูกชายคุณคร่อมทับอยู่บนตัวของลูกสาวผม มีพยานเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดสี่คน”

เด็กสาวรีบร้องแย้งขึ้นอีกที “ไม่ใช่อย่างที่คุณพ่อเห็นนะคะ”

นิรันดร์ปิดตาลง ท่าทางของเขาคล้ายกับพยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองอยู่อย่างไรอย่างนั้น เน้นเสียงกับบุตรสาวของเขา

“อย่า พูด อะไร จนกว่าพ่อจะอนุญาต”

ขิมแขมองสองพ่อลูกตรงหน้าด้วยสายตาเอือมระอา อดติงไม่ได้

“เผด็จการแบบนี้เอง ถึงเอาลูกไม่อยู่”

หนังตาของนิรันดร์กระตุกยิบๆ เมื่อถูกแย้งจากหญิงสาวแปลกหน้า เขามองเธอนิ่ง อย่างที่บรรดาลูกน้องรู้กันดี ว่าโทสะของนายกำลังพุ่งพล่านอยู่ ไม่เคยมีใครทำให้อารมณ์ของผู้เป็นนายขึ้นได้ง่ายราวกับเอาปรอทไปจุ่มในน้ำเดือดแบบนี้มาก่อน

เด็กสาวปลายฝนเห็นแบบนั้น รีบออกปากแย้ง

“คุณพ่อตัดสินจากภาพที่เห็นไม่ได้นะคะ”

สองพ่อลูกยืนประจันหน้ากัน แล้วเด็กสาวก็รีบพูดระรัวออกไปเร็วๆ “ลูกเป็นตะคริว แล้วภูก็ช่วยยืดกล้ามเนื้อให้ลูกค่ะ ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่านั้นเลยนะคะ”

“อ้อ ที่แท้ความจริงก็ไม่ใช่อย่างที่เห็น”

เธอเสริมคำพูดปลายฝน ตามองไปยังพ่อเผด็จการที่ไม่ยอมรับฟังความเห็นของใครทั้งนั้นด้วยสายตาติดจะหมิ่นเขาอยู่เล็กน้อย

นิรันดร์เห็นท่าทีของเธอแล้ว สูดลมหายใจเข้าลึกจนเสียดปอดอีกครั้ง นานแค่ไหนแล้วที่เขาร้างลาการต่อปากต่อวาจาแบบนี้ หันไปทางบุตรสาวแทน แล้วว่า

“แต่ที่พ่อเห็นนั่น ลูกกำลัง...”

เด็กสาวเห็นแววตาของบิดา ก็หน้าบึ้ง ขัดท่านเสียก่อนที่บิดาจะกล่าวหาตนผิดเพี้ยนไป

“คุณพ่อเห็นอะไรคะ”

“ลูกกับมะ…” นิรันดร์บุ้ยปากไปทางภูผา ใช้สรรพนามเรียกทางนั้นราวกับเอ็นดูเสียเต็มประดา “มันกำลังคร่อมหนูอยู่นะปลายฝน ไม่เห็นจะเหมือนท่ายืดกล้ามเนื้ออะไรเลย”

พร้อมกันนั้นมีเสียงแทรกแย้งขึ้น

“คุณเรียกลูกชายของฉันว่า ‘มัน’ ”

“ก็ใช่ไง” นิรันดร์หลุดมาดในที่สุด เมื่อถูกยั่วยุจากอีกฝ่ายไม่เลิก แล้วย้ำคำเรียกอีกที อย่างต้องการยั่วโทสะเธอกลับบ้าง “ผมเรียกลูกชายของคุณว่า ‘มัน’ ”

ขิมแขยืนนิ่งไม่โต้กลับ เพราะเธอเองก็รู้ตัวว่ากำลังจะหลุดโทสะเช่นกัน แต่พอเห็นเขาระเบิดอารมณ์ออกมาก็ทำให้ฉุกคิดได้ว่าไม่ควรเติมเชื้อเพลิงลงไปในตอนนี้ คุยกันด้วยอารมณ์เรื่องไม่มีทางจบลงแน่วันนี้ อีกข้อคือเธอกำลังเสียเปรียบเขาอยู่ ทั้งคน ทั้งสถานที่ล้วนเป็นเขาที่ได้เปรียบ ในใจชักหวาดหวั่นว่าเธอกับภูผาจะออกจากบ้านหลังนี้ได้อย่างปลอดภัย ร่างกายครบสามสิบสองหรือไม่

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KGA” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KGA
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หมอสูติฯเย็นชา
8.5
ติณณภพสูตินรีแพทย์หนุ่มตัดสินใจทิ้งภาพลักษณ์เพลย์บอยในอดีตเพื่อมุ่งมั่นกับการทำงานด้วยท่าทีที่เย็นชา ทว่าความสงบในใจกลับต้องสั่นคลอนเมื่อเดซี่สาวน้อยเพื่อนบ้านก้าวเข้ามาปลุกความรู้สึกที่เขาพยายามปิดตายให้กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง ท่ามกลางแรงดึงดูดที่ยากจะต้านทานระหว่างคนทั้งคู่ สัมผัสเพียงแผ่วเบากลับจุดชนวนความปรารถนาให้ลุกโชนดั่งไฟลามทุ่ง จนความสัมพันธ์ครั้งนี้เริ่มทวีความเร่าร้อนเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด
หน้าปกนวนิยาย ปราบพยศคุณหนูขาวีน
9.4
เมื่อคุณหนูเอลินอร์จอมดื้อรั้นและเอาแต่ใจต้องมาเจอกับปฐพี ชายหนุ่มผู้ได้รับมอบหมายให้มากำราบความพยศของเธอ แต่แทนที่จะขัดแย้งกัน ทั้งคู่กลับมีความสัมพันธ์ที่แนบแน่นจนแทบไม่แยกจากกัน แม้ในเวลาทำงานปฐพีก็ยังหาโอกาสใกล้ชิดและหยอกเย้าจนหญิงสาวทำตัวไม่ถูก ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความเสน่หา ปฐพีใช้เล่ห์กลอันเร่าร้อนเพื่อมัดใจคุณหนูขาวีนให้ยอมสยบอยู่ภายใต้อ้อมกอดของเขาแต่เพียงผู้เดียวในทุกสถานการณ์
หน้าปกนวนิยาย ปราณปริยา
9.4
ปราณปริยาจำใจตกเป็นผู้หญิงของปรานต์ นักธุรกิจหนุ่มผู้มั่งคั่งที่เลี้ยงดูเธอไว้เพื่อความใคร่ แต่เมื่อตั้งท้องเขากลับไม่ใยดีจนเธอต้องหนีไปพร้อมลูกในครรภ์ หลายปีผ่านไปปรานต์กลับพบเธออีกครั้งในฐานะว่าที่เจ้าสาวของรุ่นพี่ที่เขาเคารพรัก ความโกรธแค้นและหวงก้างปะทุขึ้นทันที เมื่ออดีตผู้หญิงของเขาที่เคยอุ้มท้องลูกเขาคิดจะชุบตัวเริ่มต้นใหม่กับคนอื่น เขาจึงทำทุกทางเพื่อทวงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของในตัวเธอคืนมาแม้ว่าเรื่องราวจะเต็มไปด้วยความขัดแย้งก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย Flowers Of Love ศิลากานต์
9.6
ทิวลิป นักการตลาดสาวเปรี้ยวผู้เข็ดขยาดความรักและเชื่อว่าการโสดคือลาภอันประเสริฐ กลับต้องใจสั่นเมื่อพบกับ ศิลากานต์ เจ้าของร้านดอกไม้หน้าหวานที่ถูกตราหน้าว่าเป็นเกย์เพราะพฤติกรรมดูแลพี่สาวและแม่แบบใกล้ชิด ทิวลิปจึงเริ่มแผนลับเพื่อพิสูจน์รสนิยมทางเพศของเขาว่าจะเป็นชายในฝันหรือแค่เพื่อนสาวกันแน่ ทางด้านศิลากานต์ที่ถูกสบประมาทก็พร้อมโต้กลับด้วยแผนที่หวานยิ่งกว่า เขาตั้งใจจะอ่อยและยั่วทุกทางเพื่อให้เธอรู้ซึ้งว่าชายแท้ที่คลั่งรักนั้นร้ายกาจเพียงใด
หน้าปกนวนิยาย อ้อนรักเจ้านาย
8.0
นิยายเรื่องนี้เคยตีพิมพ์ภายใต้ชื่อ พ่ายเล่ห์ซาตานจอมหึงหวง โดยสำนักพิมพ์อินเลิฟ นำเสนอเรื่องราวความรักในแวดวงนักธุรกิจมหาเศรษฐีที่เต็มไปด้วยความเสน่หาและการชิงไหวชิงพริบ เมื่อเจ้านายหนุ่มทรงเสน่ห์ต้องเผชิญหน้ากับความรู้สึกที่ยากจะควบคุม นำไปสู่เหตุการณ์ที่ทั้งเร่าร้อนและบีบคั้นหัวใจ ผู้อ่านจะได้สัมผัสกับความโรแมนติกที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ท่าทีเผด็จการและการปกป้องคนที่ตนรักในแบบฉบับชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่พร้อมจะทำทุกทางเพื่อให้ได้ครอบครองหัวใจเธอ
หน้าปกนวนิยาย  เสน่หาคู่นอน
9.7
เมื่อความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณกลายเป็นพันธนาการที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง หญิงสาวจึงถูกบีบบังคับให้เข้าสู่ประตูวิวาห์ที่เธอไม่ได้ปรารถนา การแต่งงานในครั้งนี้แลกมาด้วยความเจ็บปวด เพราะเธอต้องยอมสละความฝันที่วาดไว้ทั้งหมดเพื่อทำตามความต้องการของชายผู้มีอำนาจเหนือกว่า ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากข้อตกลงและหน้าที่ เธอต้องเผชิญกับบททดสอบหัวใจครั้งสำคัญในโลกของความจริงที่แสนเย็นชาและไร้ซึ่งอิสระอย่างที่เคยเป็น