
ใยรักจอมวายร้าย
ตอน 2
“อย่าให้กี๋รู้นะว่าอุ๋มกลับไปดีกับนายนาวินนั่นอีกน่ะ”
พิชชาอรบ่นหญิงสาวอีกคนที่หน้าตาละม้ายคล้ายกับเธอ แต่อีกฝ่ายดูอ่อนหวานนุ่มนวลมากกว่าทั้งภายในและภายนอก ต่างจากเธอที่เป็นน้องแต่ตัวโตกว่าพี่สาว
ขณะปิดกระจกหลังจ่ายค่าน้ำมันเรียบร้อยแล้วเร่งเครื่องขับเคลื่อนออกจากมหานครมุ่งหน้าสู่เมืองพัทยาในทันที
“ไม่หรอกกี๋ เราแค่จะไปถามเรื่องเงิน กี๋ก็รู้นี่ว่าตอนนี้เราตกงาน แล้วกี๋ทำงานคนเดียวจะเลี้ยงเราไหวหรือไง ไหนจะค่าเช่าห้อง ค่ากินคูณสองหมดเลยนะ”
อมิตาร่ายยาวรู้ว่าถ้าพูดเรื่องเงิน พิชชาอรต้องยอมอย่างแน่นอน
“ก็บอกให้ย้ายมาอยู่ห้องเดียวกัน กินด้วยกัน ตัวก็ไม่มา แล้วถ้าไม่ไหวจริงๆงั้นกลับไปของานอาตรีทำ” คนน้องว่าอย่างหน้าตาย อ้างถึงญาติเพียงคนเดียวของทั้งคู่ ที่เหลืออยู่
“อาตรีเหรอ ไม่เอาหรอก ไม่อยากไปเฝ้าสวนกับคอยเก็บค่าเช่าแผงให้แก” อมิตาว่าก่อนจะมุ่ยหน้าเมื่อนึกถึงบ้านต่างจังหวัด
“ไม่แน่นะ บางทีกี๋ก็คิดว่าถ้าทำงานเก็บเงินได้สักก้อนแล้วจะกลับไปอยู่กับอาตรี ปลูกผักเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ สบายจะตายไป”
“กี๋เนี่ยนะจะไปปลูกผักเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่” อมิตาถามยิ้มๆ หน้าตาบอกว่าไม่เชื่ออย่างปากพูด
“ทำไม” เจ้าตัวย้อนถามยวนๆ
“เรานึกภาพกี๋ทำแบบนั้นไม่ออกเลย”
“เรื่องนั้นยังอีกนาน เราว่าอุ๋มจัดการเรื่องของตัวเองก่อนเถอะ” ว่าจบตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อสู่จุดหมายปลายทางที่อมิตาขอร้องให้พาไปพบกับอดีตคนรักเก่าที่ผับของเขา เพื่อจัดการกับทรัพย์สินที่เคยซื้อให้เมื่อตอนยังคบหากันดีอยู่
นาวินคือผู้ชายคนแรกที่ได้ทั้งตัวและหัวใจของอมิตาไปเต็มๆ พิชชาอรรู้ดีว่าพี่สาวของเธอยังรักหมอนั่นอยู่ไม่เสื่อมคลาย ทั้งๆที่ผู้ชายคนนั้นไม่ได้คิดจริงจังกับพี่สาวของเธอเลยแม้แต่นิดเดียว
จะอะไรนักหนา
หมอนั่นรวย หน้าตาดีระดับชาติ และยังมีสาวๆสวยๆรุมล้อมหน้าล้อมหลังออกแยะ เป็นไปได้น้อยเต็มทีที่จะมาลงเอยกับพี่สาวของเธอ ฝั่งนั้นคงแค่อยากลิ้มลองอมิตาเล่นๆเพียงเท่านั้นล่ะมากกว่า
แม้อมิตาจะเกิดก่อนเธอแต่อมิตานั้นเป็นคนหัวอ่อน ใบหน้าน่ารักอ่อนหวานราวกับตุ๊กตา ไหนจะรูปร่างที่ดูเล็กกะทัดรัดจึงดูราวกับว่ายังเป็นเด็กสาวเสมอ แต่เธอนั้นสูงโปร่งกว่าคนเป็นพี่โขอยู่ ใบหน้าของเธอแม้ใครๆจะบอกว่าสวยเฉี่ยว แต่หากไม่ยิ้มจะดูบึ้งดุอยู่ทุกเวลา
“กี๋ไปที่ร้านของวินเลยแล้วกัน อุ๋มถามเด็กในร้านแล้ว วันนี้เขาเข้าไปทำงานที่นั่น” อมิตาบอกเมื่อเห็นว่าอีกไม่กี่มากน้อยจะเข้าในเขตของเมืองพัทยาแล้ว
“หน้าแบบนั้นไปทำงานด้วยหรือไง น่าจะไปนั่งกินเหล้ามากกว่า พอเมาก็หิ้วสาวกลับห้อง” พิชชาอรพูดเพราะรู้นิสัยของฝ่ายนั้นดี
เกือบเที่ยงคืนกว่าที่พิชชาอรจะจอดรถลงได้ที่หน้าผับเปิดใหม่ ตรงใจกลางพัทยา
“มีเงินอย่างเดียวไม่พอนะเนี่ย ถึงจะเปิดร้านเหล้าสิ้นคิดแบบนี้ได้”
พิชชาอรบอกหมิ่นๆ ขณะลงจากรถ มองไปทั่วบริเวณอย่างไม่ใคร่จะพอใจเท่าไรนัก แล้วเดินตามแรงจูงของพี่สาวเข้าไปด้านในด้วยกัน
“เด็กเก่าผมว่าจะมาคุยเรื่องขายคอนโด ป่านนี้แล้วยังไม่เห็น สงสัยไม่มาแล้วมังฮะ” ญาติผู้น้องของปุญญ์บอกเล่าให้ฟัง ทั้งยังยิ้มส่งให้สาวสวยวัยแรกรุ่นอยู่ถัดไปอีกโต๊ะ ที่อีกฝ่ายโปรยยิ้มให้อย่างเชื้อเชิญ
ปุญญ์ถามขณะเอนหลังปิดตาลง ไม่ได้ใส่ใจกับคำตอบเท่าใดนัก“คนไหนอีก นี่เยอะจนพี่จำหน้าไม่ได้แล้วนะวิน”
“อย่าว่าแต่พี่เลยฮะ ผมเองก็ยังแทบจะจำไม่ได้” เจ้าตัวพูดอย่างติดตลก แล้วว่าต่อคล้ายคาดเดาเมื่อเลยเวลานัดไปแล้วยังไม่เห็นว่าจะมาตามนัด “สงสัยจะรอน้องสาวเขาเลิกงานก่อน ถึงมาได้”
“อ้าว มีน้องสาวด้วย งี้ก็เข้าทำนองน้องเมียก็เหมือนน้องเราน่ะสิ” ปุญญ์ว่ายิ้มๆ นาวินแค่นเสียงเยาะก่อนว่า “สวยก็จริงอยู่หรอกฮะ แต่ดุยังกับร็อตไวเลอร์”
“ขนาดนั้นเลย” คนถามพูดคล้ายไม่เชื่อ เขาไม่ค่อยเคยเจอผู้หญิงดุเท่าไรนัก
นาวินผงะ แล้วดึงแก้วออกจากปาก บอกอย่างนึกอะไรขึ้นมาได้ “หรือพี่จะลองจีบดู ได้แล้วยังไง ถ่ายคลิปมาเผื่อผมด้วยนะฮะ”
ปุญญ์ผุดรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “เดี๋ยวขอดูหน้าดูหุ่นก่อนสิ รับปากซี้ซั้วได้ไง”
นาวินยิ้มกว้างขึ้นมาทันที แล้วคุยต่อ คราวนี้ถามอย่างอยากรู้คำตอบ เพราะจะเอาไปใช้กับงานในเครือของตนเองบ้าง “อ้อ แล้วงาน Jazz on the beach เที่ยวนี้พี่ให้ใครจัดฮะ คนชมกันเกรียวว่ามันเวิร์คมากเลย”
“คุณต้าไง”
ปุญญ์และนาวินเอ่ยถึงงานมหกรรมดนตรีที่จัดเสร็จไปเมื่ออาทิตย์ก่อนที่นอกจากจะประสบความสำเร็จในการจัดแสดงแล้วยังส่งผลดีต่อภาพรวมของราคาหุ้นอีกด้วย ปุญญ์เป็นคนต้นคิดเรื่องนี้ เขาบอกกับคณะกรรมการผู้บริหารว่าทั้งหมดนี้จัดเพื่อโปรโมตการท่องเที่ยวและกิจการในเครือของปุญญกาญจนรัตต์ หรือ PKR Group ซึ่งมันได้ผลดีเกินกว่าที่ได้คาดเอาไว้เสียอีก จนนาวินถึงกับต้องออกปากถาม ทั้งยังชื่นชมญาติผู้พี่คนนี้ อดอิจฉาในความสามารถของอีกฝ่ายไม่ได้แม้แต่เรื่องเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวก็ตามที
“แล้วที่ผับนี่พี่จะหุ้นด้วยไหมฮะ หกสิบสี่สิบก็ได้ฮะพี่ปุญญ์ ผมเดือดร้อนจริงๆนะพี่”
“อือม์” ปุญญ์รับปากอย่างเนือยๆ
“แล้วบ่อนละฮะพี่สนด้วยไหม”
“วิน นายนี่นะจับแต่ของแบบนี้ระวังไว้บ้างเถอะ”
“ช่วยผมหน่อยเถอะฮะพี่ปุญญ์ ถือว่าช่วยน้องชายตัวเล็กๆคนนี้สักคนนะพี่นะ”
“อือ อือ” ไม่วายที่ปุญญ์จะรับปากส่งๆอีกครั้งก่อนตักเตือน “พี่บอกไว้ก่อนนะว่าอย่าไปลงกับธุรกิจสีเทาๆแบบนั้นนัก เงินได้มานายก็หมดไปกับอะไรบ้าง คิดดูเอาเถอะ แล้วก็วนลูปแบบเดิมๆ พี่บอกรอบสุดท้ายแล้วนะ ขี้เกียจบ่นเป็นตาแก่”
คุณอาจจะชอบ





