ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อีกด้านของนางร้าย

อีกด้านของนางร้าย

ซูมี่ถูกตราหน้าว่าเป็นสตรีร้ายกาจหลังถูกชิงฉาง บัณฑิตหนุ่มคู่หมั้นทิ้งไปหาสาวคนใหม่ เมื่อเธอไปเกิดใหม่และได้อ่านนิยายจึงพบว่าตนเองเป็นเพียงตัวร้ายที่ต้องตายอย่างอนาถ เธอแค้นใจที่ถูกใส่ร้ายทั้งที่ต้นเหตุคือความเจ้าชู้ของฝ่ายชาย ซูมี่ลั่นวาจาว่าหากย้อนเวลาได้จะไม่ชายตามองเขาอีกเลย แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้นเมื่อเธอได้รับโอกาสกลับไปแก้ไขอดีตอีกครั้ง ทว่าเป้าหมายครั้งนี้ไม่ใช่การแก้แค้น แต่คือการใช้ชีวิตใหม่ให้งดงามจนเขาต้องเสียดายที่ทิ้งเธอไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

เพราะแสงที่สว่างที่มากเกินไปทำให้สายตาของเธอลืมมองสู้แสงไม่ไหว เมื่อซูมี่หลับตาลง เมื่อเธอก็ตื่นขึ้นอีกครั้งก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ภายในห้องที่เรือนหลังน้อยในยุคโบราณ

ซูมี่ลืมตานอนนิ่งๆ เพื่อปรับความรู้สึก ก่อนที่จะมองฝ่าความมืดมองไปทั่วห้อง ยังเป็นเช่นเดิมที่ไม่มีสิ่งใดมีเพียงเตียงไม้ ตู้เก็บเสื้อผ้าที่ปลายเตียง ซูมี่เดินออกไปด้านนอกห้องเพื่อสำรวจบ้านที่นางเคยอยู่

ทุกอย่างยังเป็นเช่นที่เคยเป็น หากจะนึกเสียดายสิ่งที่อยู่ในภพนี้คงวเป็นบิดามารดาที่รักนางที่สุด นอกนั้นก็ไม่มีสิ่งใดให้จดจำ ในตอนนี้ที่นางย้อนกลับมาเป็นช่วงก่อนที่นางจะรับรู้เรื่องของถิงถิง

ในเมื่อเป็นเช่นนี้ซูมี่ก็คิดที่จะทำให้ครอบครัวของนางเห็นธาตุแท้ของชิงฉาง เพื่อจะได้หยุดให้การช่วยเหลือเรื่องต่างๆ กับเขา ในเมื่อกล้าทรยศต่อความหวังดีที่ท่านพ่อท่านแม่นางมอบให้ เขาก็ควรจะได้รับผลที่เขาได้กระทำไว้

เช้าวันรุ่งขึ้น นางจางกุ้ย มารดาของซูมี่ก็เดินมาดูบุตรสาวที่ล้มป่วยลงเมื่อสองวันก่อนที่นอนพักอยู่ในห้อง

"มี่เออร์เจ้าหายดีแล้วหรือ" นางจางกุ้ยเดินเข้ามาจับหน้าผากของบุตรสาวที่นั่งอยู่ที่เตียง

ซูมี่ที่เห็นหน้ามารดาก็โผล่เข้าหาด้วยความคิดถึง จางกุ้ยที่เห็นบุตรสาวร้องไห้โฮออกมาก็ตกใจจนต้องลูบหลังปลอบประโลมนาง ซูต้าหลางที่ได้ยินบุตรสาวร้องไห้เสียงดังก็รีบเดินเข้ามาดู

"มี่เออร์เป็นอันใด" นางจางกุ้ยส่ายหัวให้ซูต้าหลางเพราะนางก็ไม่รู้เช่นกัน

เมื่อซูมี่สงบสติได้นางก็มองบิดามารดาด้วยแววตาที่คะนึงหา นางได้กลับมาอยู่กับมารดาบิดาอีกครั้งแล้ว นางต้องสลัดชิงฉางให้หลุดเสียก่อนนางถึงจะตั้งตัวอีกครั้งเพื่อให้ความเป็นอยู่ของบิดามารดาดีขึ้น

ซูมี่ในวัยสิบสามหนาว นางบอกบิดามารดาว่านางฝันร้าย ฝันว่ามิได้อยู่กับบิดามารดาทำให้นางร้องไห้ออกมา จางกุ้ยและต้าหลางลูบหัวปลอบบุตรสาว ก่อนที่จะแยกย้ายออกไปทำงานของตน

ซูมี่นางก็ออกไปช่วยมารดาในครัว เมื่อเห็นมารดาทำอาหารเผื่อชิงฉางนางก็เบะปากอย่างดูแคลน แม้แต่อาหารที่กินยังต้องให้มารดากับนางเป็นคนนำไปส่ง

"ท่านแม่ ท่านไม่ต้องทำเผื่อเขาแล้วเจ้าค่ะ" แม้แต่ชื่อเรียกนางก็ไม่อยากเรียกให้เสียปาก

"มีอันใดหรือ มิใช่เจ้าหรือที่ก่อนหน้านี้อยากทำไปส่งให้อาฉางทุกวัน" ซูมี่เบ้ปากเมื่อนึกถึงความคลั่งรักของนางเมื่อก่อน

"ข้าไม่อยากทำแล้วเจ้าค่ะ ข้าเพิ่งหายดีควรเก็บไว้กินเอง" ของดีๆ ทั้งนั้น เนื้อในบ้านของนางส่วนมากก็อยู่ในท้องของชิงฉาง ในเมื่อคนเนรคุณเช่นนั้นจะให้เขาได้กินทำไม

นางจางกุ้ยเมื่อคิดถึงบุตรสาวที่นอนป่วยอยู่หลายวันก็เห็นเช่นเดียวกับนางที่จะเก็บของดีดีไว้ให้บุตรสาวได้กิน

ซูมี่ยิ้มหวานให้มารดาก่อนที่ทั้งคู่จะยกอาหารไปขึ้นโต๊ะแล้วเรียกบิดาที่ทำงานอยู่มาทานอาหาร

"เหตุใดวันนี้ถึงมีเนื้อมากนัก" ต้าหลางมองอาหารบนโต๊ะอย่างแปลกใจ เพราะบุตรสาวมักจะนำอาหารที่มีเนื้อสัตว์เกือบทั้งหมดไปให้ชิงฉางที่เรือนของเขา

ซูมี่คล้องแขนบิดา ก่อนที่นางจะเอ่ยว่าต่อไปนี้นางจะไม่ทำอาหารไปส่งที่เรือนของชิงฉางอีกแล้ว

"เพราะเหตุใด" ต้าหลางเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ แม้เขาจะไม่เห็นด้วยที่ซูมี่นำของที่ดีภายในเรือนไปให้ชิงฉางแต่ก็ไม่อยากเอ่ยขัดให้บุตรสาวเสียใจ

"หากข้าพูดไปพวกท่านจะเชื่อหรือไม่เจ้าคะ" ซูมี่วางตะเกียบลงแล้วมองสบตาบิดามารดาอย่างจริงจัง

"เจ้าพูดมาเถิดมีเรื่องใดที่พ่อจะไม่เชื่อเจ้า" ต้าหลางตบศีรษะของซูมี่เบาๆ

"ข้ารู้ว่าเรื่องที่ข้าพูดมันออกจะเหลือเชื่อ" ซูมี่จับมือมารดาไว้แน่นเพื่อเรียกความมั่นใจก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้บิดามารดาฟัง

ซูมี่เล่าเรื่องที่นางฝันถึงเหตุการณ์ล่วงหน้าทั้งหมดที่เกิดขึ้น และวันที่ชิงฉางพาหญิงสาวที่ชื่อถิงถิงมาที่เรือนตระกูลซูจนมีปากเสียงและนางได้ตกลงไปในบ่อน้ำจนเสียชีวิต

"พวกท่านคงคิดว่าข้านอนมากไปจึงฝัน เช่นนั้นท่านพ่อ ท่านลองไปสืบหาหญิงสาวที่อยู่ในเมือง นางเป็นบุตรของลูกอนุอยู่ที่เรือนของท่านคหบดีเฉียว" ซูมี่บอกให้บิดาที่ยังมองนางอย่างสงสัยไปจับตาดูทั้งคู่ด้วยตนเอง

ต้าหลางรับฟังสิ่งที่บุตรสาวพูดแต่เขาไม่ได้เอ่ยว่านาง แต่เรื่องทั้งหมดเขาย่อมต้องไปสืบหาเสียก่อนถึงจะปักใจเชื่อได้

"เช่นนั้นพรุ่งนี้พ่อต้องนำของปาไปขายในเมือง พ่อจะลองไปสืบดู" พอจบคำพูดของต้าหลาง ทั้งหมดก็เริ่มทานอาหารและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

ชิงฉางเมื่อเห็นว่าเลยว่าเลยเวลาที่ซูมี่หรือนางจางกุ้ยนำอาหารมาส่งที่เรือนของเขา เขาจึงเดินมาดูที่เรือนตระกูลซูอย่างสงสัย เมื่อมาเห็นจึงได้พบว่าทั้งสามทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว

"ส่วนของข้าเล่าขอรับ" เขาเอ่ยถามอย่างแปลกใจ ซูมี่ที่เมื่อก่อนพบเขาจะรีบเดินเข้ามาหา แต่ครั้งนี้นางไม่แม้แต่จะมองเขาเลยด้วยซ้ำ หรือนางจะรู้เรื่องของถิงถิงเสียแล้ว

"ป้ากำลังจะไปหาเจ้าที่เรือน เพื่อบอกว่าต่อไปคงไม่ส่งอาหารให้เจ้าแล้ว"

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เหมันต์ไม่ช่วยอะไร วันนี้จะกินอะไรดีเพคะฝ่าบาท
9.1
เมื่อผู้ช่วยแม่ครัวสาวต้องใช้เสน่ห์ปลายจวักมัดใจฮ่องเต้หนุ่มรูปงามในวังหลวงที่เต็มไปด้วยเมนูอาหารแสนอร่อย แต่ภารกิจนี้กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเธอต้องเผชิญหน้ากับจักรพรรดิผู้เย็นชาและปากไม่ตรงกับใจ จนนำไปสู่เรื่องราวความเข้าใจผิดสุดชุลมุนที่ชวนให้ลุ้นระทึก ท่ามกลางบรรยากาศแสนอบอุ่นของการทำอาหาร ความสัมพันธ์ระหว่างสาวใช้ผู้มุ่งมั่นกับเจ้าเหนือหัวสายซึนจะลงเอยอย่างไร ติดตามการเดินทางของรสชาติและความรักที่ผสานกันอย่างลงตัวในรั้ววังเหมันต์
หน้าปกนวนิยาย สามีข้าเป็นหมีแพนด้าผู้คลั่งรัก
9.3
หลิวชิวเยว่ อดีตซีอีโอสาวสวยรวยเก่งต้องมาเข้าร่างหญิงอ้วนหนักร้อยกิโลกรัมผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นตัวกาลกิณี เธอตื่นขึ้นมาในเกี้ยวเจ้าสาวขณะถูกส่งไปแต่งงานกับเสิ่นมู่ฉือ แม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นชิงเป่ยผู้มีข่าวลือหนาหูว่านิยมตัดแขนเสื้อตนเอง หญิงสาวจึงต้องหาทางพิสูจน์ความจริง แต่แล้วในคืนพระจันทร์เต็มดวง เธอกลับพบความลับสุดช็อกว่าสามีของเธอกลายร่างเป็นหมีแพนด้าได้ ชีวิตใหม่ในยุคโบราณกับสามีแพนด้าผู้คลั่งรักจึงเริ่มต้นขึ้นอย่างเหนือความคาดหมาย
หน้าปกนวนิยาย หลิวลี่หลินสาวน้อยร้อยพิษ
8.7
ท่ามกลางความมืดมิดและสัมผัสที่บีบคั้น วิญญาณดวงหนึ่งตื่นขึ้นพร้อมความงุนงงก่อนจะถูกแรงลึกลับผลักดันออกมาสู่โลกภายนอก เสียงตะโกนให้กำลังใจฮูหยินในการทำคลอดดังระงมไปทั่วห้อง ทันทีที่ทารกเพศชายลืมตาดูโลก ปาฏิหาริย์แห่งการเกิดยังไม่จบสิ้นลง เมื่อทารกอีกคนกำลังตามมาติดๆ ท่ามกลางเสียงเชียร์ให้เบ่งอีกครั้ง ในที่สุดเสียงร้องไห้จ้าของทารกหญิงตัวน้อยก็ดังขึ้น พร้อมการต้อนรับคุณหนูผู้มาเกิดใหม่ในครอบครัวที่แสนอบอุ่นและเต็มไปด้วยความหวังครั้งใหม่
หน้าปกนวนิยาย ค่ำคืนชวนรัญจวน
8.1
คนางค์บังเอิญพบหนังสือเก่าสภาพทรุดโทรมที่ถูกลืมไว้ในร้านย่านจัตุจักร แต่ลวดลายบนปกที่วิจิตรบรรจงกลับดึงดูดใจเธออย่างประหลาด เมื่อเปิดอ่านเธอก็ต้องตะลึงกับภาพวาดชายหนุ่มในชุดนักรบผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มราวกับดาราดัง ความหลงใหลทำให้เธอตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้กลับบ้าน โดยไม่รู้เลยว่ามันเต็มไปด้วยอาถรรพ์ลี้ลับที่ซุกซ่อนอยู่มาอย่างยาวนาน และกำลังจะนำพาเธอไปพบกับดวงวิญญาณที่เฝ้ารอการปลดปล่อยจากพันธนาการแห่งศตวรรษด้วยความรัญจวนใจ
หน้าปกนวนิยาย ชิงเหมย บุปผาซ่อนคม
9.7
จากอดีตยอดวีรสตรีผู้สละชีพเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินสยามอย่างห้าวหาญ นางได้กลับมาเกิดใหม่ในดินแดนจีนโบราณท่ามกลางโชคชะตาที่ผันผวน แม้ปัจจุบันนางจะเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาวที่มีสิริโฉมงดงามจนยากจะหาใครเทียบเคียงได้ แต่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูอ่อนหวานและไร้เดียงสานั้น กลับซุกซ่อนความลับอันยิ่งใหญ่และคมดาบที่แหลมคมเอาไว้ไม่ให้ใครล่วงรู้ การเดินทางครั้งใหม่ในฐานะบุปผาซ่อนคมจึงเริ่มต้นขึ้นเพื่อพิสูจน์คุณค่าที่แท้จริงของนางอีกครั้งหนึ่งครั้งในต่างโลกใบภาคหนึ่ง
หน้าปกนวนิยาย หญิงอ้วนเริงร่ากับท่านอ๋องเฉยชาน่าดู
8.8
เมื่อสตรีที่มีรูปร่างอวบอัดต้องเผชิญกับความเย็นชาจากท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ ความสงสัยจึงก่อตัวขึ้นในใจว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเธอคือสาเหตุหลักที่ทำให้เขาปฏิเสธการวิวาห์และไม่อยากครองคู่ด้วยใช่หรือไม่ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมนตราและความรักที่แสนซับซ้อน เธอต้องพิสูจน์คุณค่าของตนเองในสายตาของชายหนุ่มผู้ไร้ความรู้สึกคนนี้ เพื่อหาคำตอบว่าหัวใจของเขาจะเปิดรับเธอที่แตกต่างจากสตรีในอุดมคติได้หรือไม่ในที่สุดหรือเปล่า