หน้าปกนวนิยาย หญิงอ้วนเริงร่ากับท่านอ๋องเฉยชาน่าดู

หญิงอ้วนเริงร่ากับท่านอ๋องเฉยชาน่าดู

8.8 / 10.0
เมื่อสตรีที่มีรูปร่างอวบอัดต้องเผชิญกับความเย็นชาจากท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์ ความสงสัยจึงก่อตัวขึ้นในใจว่ารูปลักษณ์ภายนอกของเธอคือสาเหตุหลักที่ทำให้เขาปฏิเสธการวิวาห์และไม่อยากครองคู่ด้วยใช่หรือไม่ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมนตราและความรักที่แสนซับซ้อน เธอต้องพิสูจน์คุณค่าของตนเองในสายตาของชายหนุ่มผู้ไร้ความรู้สึกคนนี้ เพื่อหาคำตอบว่าหัวใจของเขาจะเปิดรับเธอที่แตกต่างจากสตรีในอุดมคติได้หรือไม่ในที่สุดหรือเปล่า

หญิงอ้วนเริงร่ากับท่านอ๋องเฉยชาน่าดู ตอนที่ 1

"อ๋องฟู่ฉวีช่าย ก็มาร่วมงานวันเกิดหรือ"

ฉินจิงเชียวยกมือขึ้นบิดไปมาตรงหน้าท่าทีเคลิ้มฝัน อาการบิดตัวไปมาทำเอาไขมันที่หน้าท้องแขนขากระเพื่อมเป็นลูกคลื่น ใบหน้าอ้วนที่คางหย่อนลงมาถึงสามชั้นไม่ได้สองขั้นอย่างคนอ้วนทั่วไปอมยิ้มอย่างคนอารมณ์ดีที่มีมากพอๆ กับไขมัน

"เจ้าค่ะคุณหนู ฮูหยินใหญ่ให้ท่านสวมอาภรณ์ให้รัดรูปหน่อย ทนอึดอัดเอานิดเผื่อว่าจะดูดีขึ้นมาบ้าง"

จิงเชียวยิ้มแก้มพอง

อี้เหลียวพูดแบบไม่ถนอมน้ำใจก็จิงเชียวไม่เคยโกรธอยู่แล้วนี่

นางยอมรับสภาพอ้วนราวกับแม่หมูของนางได้ แล้วยังกินเพิ่มไปอีกในทุกวัน ตอนเป็นเด็กก็น่ารักน่าเอ็นดู แต่พอโตมาน้ำหนักตัวของนางยิ่งเพิ่มขึ้นจนฉุดไปอยู่ท่านราชครูฉินเกอกับฮูหยินใหญ่จิงหรานก็ตามใจ ไม่เคยดุด่ามีแต่สรรหาของดีๆ มาให้นางกิน เพราะเป็นลูกคนเดียวของท่านฉินที่อายุปาเข้าไป45ปีในปีที่จิงเชียวถือกำเนิดและฮูหยินจึงตามใจ จิงเชียวเลยกลายเป็นคนอ้วนที่อารมณ์ดีที่สุดในแคว้น มองโลกในด้านดี ยิ้มหัวพูดคุยไม่มีทางที่จะแค้นเคืองใคร

แต่เรื่องมาสะดุดหยุดลงตรงที่ ฝ่าบาทดันประทานงานแต่งงานให้อ๋องฟู่ฉวีช่ายกับบุตรีบ้านฉิน นายท่านกับฮูหยินเลยให้คุณหนูใหญ่จิงเชียวกินน้อยลง แต่ก็แค่ไม่กี่วัน งานดูตัวก็เริ่มขึ้นในวันคล้ายวันเกิดของท่านราชครู แต่จะว่าไปใครเขาจะเอาหญิงอ้วนกินจุมองหาความงดงามไม่มี มาทำซากอะไรเล่า

อ๋องฟู่ฉวีช่าย อ๋องผู้หล่อเหลาเกินใครในเจ็ดคาบสมุทรหญิงใดบ้างไม่หมายปองรวมทั้ง…..จิงเชียวที่แอบฝันใฝ่ถึงพี่อ๋องฟู่ตั้งแต่ยังไม่ผ่านวัยเด็กด้วยซ้ำไป รักแรก รักเดียวของจิงเชียวหญิงอ้วนแห่ง แคว้นหนี่ลัว…

"พี่อ๋องฟู่จะใจดีเหมือนเมื่อก่อนไหมนะ ดีใจจังจะได้พบท่านพี่อ๋องฟู่ กี่ปีแล้วนะตั้งแต่พี่อ๋องฟู่จากหนี่ลัวไปศึกษาเล่าเรียนพี่อ๋องฟู่จะจำข้าได้ไหมหนอ คิคิ"

หมุนตัวไปมาหน้ากระจก พุงใหญ่กระเพื่อมช่างน่าชังสิ้นดีแต่นางก็ยังยิ้ม

"อี้เหลียวได้ยินมาว่าท่านอ๋องเป็นบุรุษหนุ่มองอาจยากจะคาดเดา"

มืออ้วนๆประสานบิดม้วนตรงหน้าอีกครั้ง

"ท่านอ๋องเฉยชาใช่ไหม อือ ข้าละอยากจะพบพี่อ๋องฟู่เร็วๆเสียจริง ว่าแต่ว่าจิงชิน นางสวมอาภรณ์สีอะไร"

อี้เหลียวถอนหายใจ

โธ่ยังกล้าเอาตัวเองไปเปรียบกับเขา สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมมีจิงเชียวก็ดันมีฉินจิงชินที่บังเอิญเกิดหากกันเพียงปีเดียวจากนางในหอนางโลม จิงชินนางงดงามราวกับธิดาสวรรค์อรชรอ้อนแอ้น อีกทั้งกิริยาอ่อนหวานราวกับผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ทั้งที่เป็นลูกที่ท่านฉินไม่อยากจะรับ รับเพียงแต่ลูกมารดานางที่เป้นนางโลมไม่เคยให้เฉียดเข้าใกล้บ้านฉิน จิงชินถูกนำมาเลี้ยงในบ้านฉินตั้งแต่ห้าขวบ

นางไร้การอบรมจากมารดา แต่ด้วยนางเจียมเนื้อเจียมตัวจึงทีท่าที่เรียบร้อยอ่อนหวาน ทำให้ผู้ที่พบเห็นล้วนอดเอ็นดูเสียไม่ได้ ฮูหยินฉินแม้ไม่รักแต่ไม่รังแก จัดหาเสื้อผ้าอาภรณ์ ห้องหับและุหญิงรับใช้ให้ทัดเทียมฉินจิงเชียว จะน้อยกว่าคุณหนูใหญ่ก็ตรงเรื่องอาหารการกินที่ จิงเชียวมักจะได้กินแต่ของดีๆ และในปริมาณที่เท่ากับสามคนกิน

"อาภรณ์สีขาวเจ้าค่ะ คุณหนูรองนางยังบรรเลงเพลงกู่เจิ้งอวยพรวันเกิดให้นายท่านด้วย"

"แล้วข้าเล่าอี้เหลียว เจ้าว่าข้าควรอวยพรวันเกิดท่านพ่อด้วยสิ่งใดจึงดี"

อี้เหลียวยิ้มเจื่อนๆ แค่จะเดินยังไม่ไหว ต้องแบกร่างมหึมาไปบรรเลงเพลงกู่เจิ้งหรือร่ายรำคงไม่ได้แน่

"ข้าจะร่ายรำ"อี้เหลียวอ้าปากค้าง

"ตะตะแต่คุณหนูพรุ่งนี้งานก็เริ่มแล้ว ท่านยังไม่ทันได้ฝึกฝนการร่ายรำ"

จิงเชียวยิ้ม เข้าใจดีว่าอี้เหลียวห่วงใย

"ท่านพ่อมักจะปลีกตัวไปดูการร่ายรำที่หอนางโลม ให้ท่านแม่ขุ่นเคือง เอาแบบนี้ข้าแค่ร่ายรำจำท่ารำสักสองสามท่า ท่านพ่อคงพอได้ยิ้มได้ เจ้าไปเรียกนางรำในหอนางโลมเข้ามาฝึกข้า"อี้เหลียวยิ้มเจื่อนๆ

"เจ้าค่ะคุณหนู"

รับคำอดเวทนาเสียไม่ได้ จะว่าไปจิงเชียวน่าสงสารไม่น้อยจะเดินจะนอนก็ยังลำบากแต่นี่นางถึงขั้นจะร่ายรำ นับว่ามีความตั้งใจจริง

จวนอ๋อง

"จะต้องวุ่นวายไปทำไมกันข้าสวมอาภรณ์แบบไหนก็ได้ไม่สำคัญ”

ใบหน้าหล่อเหลาสีหน้าเรียบเฉยแต่น้ำเสียงบ่งบอกว่าอย่างนั้นจริงๆ

“แต่ท่านอ๋องการไปร่วมแสดงความยินดีในงานแซยิดของท่านราชครูฉินในครั้งนี้เท่ากับเปิดตัวท่านอ๋องไปด้วยเสียพร้อมกัน อีกอย่างท่านอ๋องขึ้นชื่อว่าหล่อเหลาหญิงใดก็หมายปองแต่งองค์อีกนิดก็ดูดีเกินใครแล้ว”

เสี่ยวฝานยืนเลือกอาภรณ์หลากหลายบนราวแขวน

“ข้าก็เคยไปที่บ้านท่านลุงฉินบ่อยไป เมื่อก่อนก็ไม่เห็นต้องมากเรื่อง”

เสี่ยวฝานก้มหน้าไม่กล้าต่อปากต่อคำเพราะรู้ดีฟู่อ๋องเป็นคนที่ ค่อนข้างเฉยชาพูดน้อยและไม่ชอบการโต้เถียง

วันต่อมาจวนราชครูที่พลั้งพร้อมไปด้วยโคมหลากสีสำหรับงานมงคลยังไม่ทันจะยามเซินด้วยซ้ำผู้คนต่างทยอยลงจากเกี้ยวหน้าจวน พร้อมของฝากและของขวัญสำหรับงานแซยิดของราชครูฉินผู้ซึ่งฮ่องเต้ให้การนับถือ

สุราอาหารถูกยกมาวางตรงหน้าแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน อย่างเนืองแน่น

จิงเชียวนั่งหน้ากระจกบานใหญ่อี้เหลียวและสาวใช้ช่วยกันจัด เครื่องประดับและผมเผ้าให้ดูดี ใบหน้าอวบในกระจกยิ้มบางๆ คางสามชั้นยังอยู่ตรงนั้น แต่สิ่งที่สะดุดตาคือดวงตากลมโตสดใสไร้ความทุกข์ ผิวขาวอมชมพูราวกับลูกท้อสุก

“เร็วๆ เข้าอี้เหลียว ข้าหิวแล้วไม่สิข้าอยากออกไปข้างนอกแล้ว”

“ใกล้เสร็จแล้วค่ะคุณหนู แค่ใช้ปิ่นเกล้าผมเสียนิดหน่อยก็ได้แล้ว”

“เร็วเข้า ข้าอึดอัดกับอาภรณ์ชุดนี้”

“ชุดนี้ คุณหนูรองตัดเย็บให้เองกับมือเพื่อคุณหนูนะเจ้าค่ะ”

ก็รู้อยู่แล้วอาภรณ์ทั่วไปไม่อาจสวมใส่จำต้องตัดเย็บแบบพิเศษ

ลุกขึ้นยืนอาภรณ์สีชมพูที่ไม่อาจดึงสายรัดเอวได้เหมือนคนอื่นด้วยสายรัดเอวกลายเป็นสั้นไปในทันทีเมื่อจิงเชียวสวมมัน ต้องปล่อยสายรัดเอวให้ห้อยร่องแร่งลงข้างลำตัว ส่วนพุงที่ยื่นออกมาส่งผลให้หน้าอกอวบอูมเล็กกว่าพุงที่ยื่นนำหน้า ชายกระโปรงที่เป็นผ้าบางเบาทำให้มองไม่เห็นขาอวบใหญ่ ราวกับท่อนซุง

“คุณหนูเจ้าขา เบาหน่อยเจ้าค่ะ พื้นห้องจะทะลุลงไปด้วยแรงของคุณหนูที่เอาแต่ย้ำโครมๆ”

จิงเชียวนั่งลงกับเก้าอี้ ที่ทำเป็นพิเศษมองตัวเองในกระจก

“ข้าอ้วนมากใช่ไหมอี้เหลียว”

อี้เหลียวยิ้มเจื่อนๆ โกหกสีขาวเพื่อให้อีกคนสบายใจก็จะโกหกได้อย่างไรในเมื่อความจริงก็เห็นๆ กันอยู่ว่าจิงเชียวอ้วนไม่ต้องให้ใครบอกนางตัวนางเองก็เห็นอยู่

“อยู่ๆ ทำไมถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาเจ้าคะ”

“ข้ากลัวว่าพี่อ๋องฟู่จะ จะไม่อยากมองข้ารังเกียจข้าที่อ้วนแบบนี้”

อี้เหลียวเสียบปิ่นปักผมบนเรือนผมนุ่ม

“คุณหนูเจ้าขาท่านอ๋องไม่กล้าปฏิเสธบัญชาฝ่าบาทได้หรอกไม่ต้องกังวลแล้วที่สำคัญคุณหนูก็อ้วนมานานแล้ว จะมาแก้ไขอะไรตอนนี้ก็คงไม่ทันแล้วควรจะยืดอกออกไปร่วมงานให้แล้วเสร็จเสีย”

จริงเชียวยิ้ม จะว่าไปอี้เหลียวก็พูดถูกนางมักจะพูดตรงๆ แบบนี้เสมอ“แต่ตามบัญชาบอกแค่ว่าบุตรีบ้านฉินไม่ได้บอกว่าข้าหรือว่า จิงชิน”

“ก็หากว่าท่านอ๋องฟู่เลือกคุณหนูรองนั่นก็เป็นเรื่องปกติ แต่หากเลือกคุณหนูนี่สิเท่ากับแปลกใครบ้างไม่ชอบหญิงงามที่อรชรอ้อนแอ้นและอ่อนหวานเช่นคุณหนูรอง”

ร่างอ้วนหัวเราะเบาๆ แต่ก็ไม่วายพุงกระเพื่อม

“จริงด้วย เช่นนั้นก็แค่ได้พบพี่อ๋องฟูก็ดีแล้วใช่ไหม อี้เหลียวแค่ได้พบแค่ได้พูดคุยทักทายสมกับที่ไม่ได้พบเจอกันมานานก็พอแล้วจริงไหม”

อี้เหลียวพยักหน้าขึ้นลงรัวเร็ว

“คุณหนูของอี้เหลียวเก่งอยู่แล้วเจ้าค่ะ”

จิงเชียวยิ้มหวาน

“ไปกันเถอะของกินรออยู่”อี้เหลียวถอนหายใจส่ายหน้า

“ข้าแค่พูดผิดไป ท่านพี่อ๋องฟู่รอยู่”

อ่านต่อ

สารบัญ หญิงอ้วนเริงร่ากับท่านอ๋องเฉยชาน่าดู

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย ขอโทษ และขอบคุณนะ
9.3
ชีวิตที่เคยสว่างไสวและเป็นที่อิจฉาของผู้คนกลับพลิกผัน เมื่อเธอต้องอยู่ในสถานะภรรยาที่สามีมองไม่เห็นคุณค่า ในมุมมองของเขา เธอคือสตรีจอมมารยาที่เก่งกาจเรื่องการหลอกลวงและซ่อนเร้นตัวตนที่แท้จริงเอาไว้เบื้องหลังหน้ากากอันสวยงาม ความชิงชังนี้ทำให้เขาไม่เคยปรานีต่อเธอเลย เขาสาดซัดทั้งคำพูดที่กรีดลึกถึงหัวใจและการแสดงออกที่จงใจเหยียบย่ำศักดิ์ศรีอย่างเลือดเย็น แต่สิ่งที่ทำให้เขายิ่งขัดใจคือปฏิกิริยาของเธอ ไม่ว่าจะถูกทำร้ายจิตใจอย่างหนักหน่วงเพียงใด เธอยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉยและท่าทีสงบนิ่งเอาไว้ได้เสมอ ราวกับความเจ็บปวดเหล่านั้นไม่อาจทะลวงผ่านกำแพงหัวใจของเธอได้เลย
หน้าปกนวนิยาย โซ่รัก ใยพิศวาส
8.6
เพชรหอมยอมมอบทุกอย่างให้ราซิเอลโล่ด้วยความรัก แต่เมื่อเธอแจ้งข่าวเรื่องตั้งครรภ์ เขากลับปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย ชายหนุ่มมั่นใจว่าตนเองป้องกันอย่างดีทุกครั้งแม้ในคืนที่มึนเมา จึงตราหน้าว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของเขา คำสบประมาทนั้นสร้างความเจ็บปวดให้หญิงสาวอย่างแสนสาหัส เธอตัดสินใจหอบหัวใจที่แตกสลายพร้อมลูกในท้องกลับเมืองไทย โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ และความมั่นใจนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ไปตลอดกาล
หน้าปกนวนิยาย น้องเมีย
9.3
ชติรสพยายามปกปิดร่างกายที่เปลือยเปล่าจากสายตาคมกริบของชายหนุ่มหลังบทรักจบลง เขาจำใจต้องผละจากเธอเพื่อรักษาคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ แม้จะเสน่หาในตัวเธอเพียงใดก็ตาม ข้อตกลงลับระหว่างกันระบุชัดเจนว่าเธอต้องเป็นตัวแทนของลิก้า พี่สาวของเธอ โดยแลกกับการที่เขาต้องเลิกยุ่งเกี่ยวกับพี่สาวอย่างเด็ดขาด ชติรสใช้ตัวเองเข้าแลกเพื่อปกป้องพี่สาว พร้อมคำข่มขู่ว่าหากเขาผิดสัญญาเธอจะไม่ยอมอยู่เฉยแน่ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดและความโกรธแค้นที่คละคลุ้งในใจ
หน้าปกนวนิยาย ข้ามมิติมาสอนอัลฟ่าร้องเพลง (Knotted Omega) (Omegaverse) (Mpreg)
8.7
เมื่อฮันเตอร์ ทายาทราชาหมาป่าหิมะแห่งเผ่าอาร์กติกมีเวลาเหลือเพียงห้าปีในการสร้างทายาทเพื่อรักษาอำนาจในเมืองไลแคนโทรป เขาจึงจ้างปริ๊น มนุษย์โลกข้ามมิติมาสอนร้องเพลงเพราะความหลงใหลในเสียงดนตรี ทว่าความสัมพันธ์นี้กลับสั่นคลอนตำแหน่งผู้นำ เมื่อปริ๊นไม่สามารถให้กำเนิดบุตรตามกฎเกณฑ์ได้ ขณะที่ศัตรูต่างเผ่ากำลังจ้องทำลาย ท่ามกลางความรักที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางสัญชาตญาณดิบและการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์ที่กำลังจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย ลูน่าที่ทอดทิ้งอัลฟ่า
9.0
เมื่ออัลฟ่านิคล้มป่วยด้วยพิษเงิน ติลลี่ผู้เป็นลูน่ากลับเลือกทำลายแหวนแต่งงานและยื่นเอกสารยกเลิกพันธะคู่ครองใส่หน้าเขาอย่างเย็นชา แม้หมาป่าในตัวเธอจะพึงพอใจ แต่ผู้เป็นสามีกลับคุกเข่าอ้อนวอนอย่างน่าเวทนา นิคทอดทิ้งเกียรติยศของจ่าฝูงเพื่อขอร้องไม่ให้เธอทิ้งไป ทว่าติลลี่ไม่สนคำวิงวอนและลากเขาไปต่อหน้าเทพธิดาจันทรา พร้อมขู่ว่าจะถอนคำอธิษฐานทั้งหมดของเขาหากไม่ยอมปล่อยมือจากความสัมพันธ์นี้เสียที
ตอน
อ่านเลย
แชร์