ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หวางเสี่ยวเหยา นางร้ายปลูกผัก

หวางเสี่ยวเหยา นางร้ายปลูกผัก

ในขณะที่เหล่านางร้ายผู้ข้ามมิติคนอื่นมักมุ่งมั่นที่จะพิชิตใจพระเอกหรือเปลี่ยนแปลงโชคชะตาเพื่อความยิ่งใหญ่ ทว่า หวางเสี่ยวเหยา กลับเลือกเดินบนเส้นทางที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อเธอตัดสินใจละทิ้งบทบาทเดิมเพื่อออกตามหาตัวประกอบชายผู้แสนธรรมดาและจืดจางที่สุดในเรื่องเพียงเพื่อจุดประสงค์เดียวคือการพาเขาไปใช้ชีวิตสงบสุขและเริ่มต้นลงมือปลูกผักในชนบทด้วยกันอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางความวุ่นวายของโลกแฟนตาซีที่เธอเพิ่งเข้ามาอาศัยอยู่
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตอนที่ 1 เข้าร่างดีๆ โลกไม่จำ

กุบกับ กุบกับ กุบกับ

เสียงฝีเท้าม้าที่ดังใกล้เข้ามาท่ามกลางเสียงเม็ดฝนตกกระทบพื้นทำให้สตรีที่นอนสะลึมสะลืออยู่กลางทางผู้หนึ่งปรือตาขึ้นมอง

ภาพตรงหน้าที่ปรากฏขึ้นแม้นจะยังเลือนลาง แต่เมื่อเพ่งมองก็มั่นใจได้ว่าสิ่งที่กำลังมุ่งตรงเข้ามาคือรถม้าคันหนึ่ง พาหนะนั้นกำลังแล่นมาตามทางอย่างเร็วรี่ และหากนางยังอยู่ตรงนี้จะต้องเกิดเหตุสลดขึ้นแน่นอน หญิงสาวจึงพยายามขยับกายหมายจะออกไปให้พ้นทาง แต่แล้วก็กลับพบว่าตนเองไร้เรี่ยวแรงสิ้นดี แค่เพียงจะหยัดกายลุกขึ้นนั่งยังไม่อาจทำได้ สุดท้ายจึงได้แต่นอนมองเหตุการณ์ด้วยความหวาดเสียวใจ พลันนั้นเสียงตะโกนของสารถีก็ดังขึ้น

“ไอ้หยา!”

ทันทีที่ผู้ควบคุมรถม้ามองมาเห็นร่างสั่นเทิ้มของสตรีที่นอนขดตัวอยู่กลางถนน รถม้าก็ถูกบังคับให้ช้าลงอย่างเฉียบพลัน ผู้โดยสารที่นั่งมาในรถต่างร้องอุทานขึ้นด้วยความตกใจที่อยู่ๆ รถม้าของตนก็ส่ายสะบัดคล้ายเสียการควบคุม

“ว๊าย!!”

เสียงร้องอุทานนั้นพาให้สตรีกลางถนนปิดเปลือกตาลงทันควัน แต่เมื่อผ่านไปครู่หนึ่งกลับไม่พบความเจ็บปวด มีเพียงอาการหนาวสั่นเท่านั้นที่ยังจู่โจมนางตลอดเวลา สตรีผู้เดียวดายกลางถนนจึงลืมตาขึ้นอีกครั้ง คราวนี้นางเห็นสารถีผู้นั้นทิ้งบังเหียนแล้ววิ่งตรงเข้ามาหานาง ร่างท้วมย่อตัวลงแล้วพยายามจะช้อนตัวนางขึ้นจากพื้นในขณะที่เอ่ยถาม

“แม่นาง เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า เหตุใดจึงไม่หลบไปให้พ้นทาง!”

“หนาว… ข้าหนาวเหลือเกิน… ช่วยข้าด้วย”

ใบหน้าเปื้อนโคลนที่แหงนมองสารถีหนุ่มช่างดูน่าสงสาร นัยน์ตาของนางหม่นแสงฉายแววทุกทรมาน น้ำเสียงที่เปล่งออกมาก็สั่นสะท้านสิ้นดี

สารถีหนุ่มรู้สึกหวั่นไหวกับสีหน้าเช่นนี้ แต่เหตุใดเล่าเขาจึงรู้สึกคุ้นตากับดวงหน้าสะคราญนี้นัก เมื่อคิดใคร่ครวญถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาจึงพบว่าสตรีนางนี้คือ เหอรั่วเหวิน คุณหนูจากสำนักเย่วเหมิน ผู้โด่งดัง พลันนั้นคำถามมากมายก็ผุดขึ้นในใจชายหนุ่ม ‘เหตุใดนางจึงถูกทอดทิ้งอย่างเดียวดายกลางป่าเช่นนี้ หนำซ้ำสตรีผู้มีวรยุทธ์กลับนอนขดตัวอย่างหมดเรี่ยวแรง หรือว่านางจะถูกทำร้าย!’

แต่เมื่อเลื่อนสายตาลงมองสำรวจเรือนร่างอรชรที่สั่นเทิ้มภายใต้อาภรณ์สีแดงฉานก็กลับไม่พบบาดแผล ผิวขาวราวไข่มุกบัดนี้เปรอะเปื้อนไปด้วยคลาบโคลน กายนางเย็นเยียบดูแล้วรู้สึกเวทนายิ่งนัก นึกอยากจะช่วยให้ความอบอุ่นแก่นางเสียเหลือเกิน แต่แล้วเสียงของสตรีที่ดังขึ้นจากด้านหลังก็ทำให้ความคิดนั้นต้องลบเลือนไป

“เกิดอะไรขึ้นงั้นหรือ เหตุใดจึงไม่ไปต่อ!”

สตรีผู้มีวงหน้าจิ้มลิ้มน่ารักแง้มหน้าต่างรถม้าเยี่ยมหน้าออกมามอง สารถีหนุ่มจึงเหลียวกลับไปตอบนางด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

“แย่แล้ว แม่นางเหอรั่วเหวินกำลังต้องการความช่วยเหลือขอรับ คุณหนูจะให้บ่าวทำอย่างไรดีขอรับ”

“ปล่อยนางเอาไว้ตรงนั้นแหละ!”

ผู้ตอบคือสตรีสูงศักดิ์ที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับสตรีที่เอ่ยถาม นางไม่ได้เยี่ยมหน้าออกมามองแม้เพียงนิดแต่กลับตะโกนตอบด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว คนฟังทั้งสองคนที่ตากฝนอยู่ด้านนอกฟังแล้วสะท้านใจยิ่งนัก

หยาดฝนที่เยียบเย็นยังไม่ส่งให้เหน็บหนาวได้เท่ากับคำพูดแล้งน้ำใจ

“ขอรับ”

สารถีหนุ่มเอ่ยตอบอย่างจำใจ ในเมื่อเจ้านายของเขาไม่อนุญาตผู้เป็นบ่าวรับใช้ก็ไม่อาจขัดขืนคำสั่งได้ ชายหนุ่มจึงค่อยๆ อุ้มร่างไร้เรี่ยวแรงและเปียกปอนขึ้นจากพื้น เขาพานางไปหลบไว้ที่ข้างทางแล้วรีบรุดกลับไปที่รถม้า เมื่อปีนขึ้นมานั่งประจำตำแหน่งได้แล้วรถม้าคันงามก็เล่นผ่านหน้าสตรีผู้เปียกโชกไป

ทว่าก่อนจะจากไปสตรีผู้มีใบหน้าจิ้มลิ้มก็ชะโงกหน้าออกมาจากหน้าต่าง นางตะโกนบอกผู้ที่นอนขดตัวอยู่ข้างทางด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเหยียดหยัน

“เหอรั่วเหวิน สตรีเพศยาอย่างเจ้าควรจะรีบตายๆ ไปได้แล้ว สมน้ำหน้านัก!”

แววตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความไม่พอใจ แล้วสตรีผู้นั้นก็สะบัดหน้าหนีไปก่อนที่บานหน้าต่างจะถูกปิด ไม่มีโอกาสให้ผู้ที่ถูกต่อว่าตอบโต้แม้เพียงนิด รถม้าคันใหญ่ได้เคลื่อนตัวจากไปเสียแล้ว

หญิงสาวนอนมองถนนดินเฉอะแฉะที่ว่างเปล่าด้วยความรู้สึกงงงัน พอเริ่มประติดประต่อเหตุการณ์ได้นางก็ร้องตะโกน

“เหอรั่วเหวินที่ไหนกันเล่า ข้าคือหวางเสี่ยวเหยาต่างหาก!”

ทั้งสามที่มาพร้อมรถม้ามิได้จดจำผิดพลาดแต่อย่างใด ทว่ากลับเป็นนางต่างหากที่มีความเป็นมาที่ยากยิ่งจะอธิบาย เรื่องนี้คงต้องเล่าย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

เหอรั่วเหวินคือตัวละครนางร้ายในนิยายที่ถูกเขียนขึ้นโดยนักเขียนสาวผู้มีนามว่า หวางเสี่ยวเหยา นิยายเรื่องนี้จัดอยู่ในหมวดนิยายอีโรติกและเต็มไปด้วยฉากเลิฟซีนอันร้อนแรง หวางเสี่ยวเหยาได้บรรยายเอาไว้ว่านางร้ายผู้นี้มีหน้าตางดงามอีกทั้งยังมีวรยุทธ์เก่งกาจ นางเป็นถึงเจ้าสำนักน้อยแห่งหมู่ตึกเย่วเหมินซึ่งเป็นสำนักฝึกยุทธ์อันเลื่องชื่อ ทว่าเหอรั่วเหวินกลับมีจุดจบแบบที่ไม่น่าเป็นไปได้

ตัวละครเหอรั่วเหวินแม้จะร้ายกาจและมีความสามารถรอบด้าน แต่นางกลับเป็นโรคประหลาดที่ไม่อาจรักษาให้หายขาดได้ โรคนี้จะกำเริบขึ้นทุกครั้งเมื่อกายนางต้องสายฝน หรือหากฝนตกเมื่อใดนางจะหนาวสะท้านและพาลหมดเรี่ยวหมดแรง นางประคองชีวิตตนเองมาได้ด้วยการเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับและพึ่งยาจากสำนักปรุงยาของเทพโอสถ แต่แล้วในวันหนึ่งความลับก็รั่วไหลออกไปถึงหูศัตรูของนางเข้า

หวางเสี่ยวเหยาได้เขียนจุดจบของเหอรั่วเหวินรอเอาไว้ในขณะที่เนื้อเรื่องยังดำเนินไปได้เพียงครึ่งเท่านั้น เหอรั่วเหวินจะถูกใครบางคนสลับยาพิษแทนยาบำรุงและแก้อาการหนาวสั่นที่นางต้องกินเป็นประจำ เมื่อพลาดพลั้งดื่มยาพิษเข้าไปนางร้ายตัวนี้จึงถูกกำจัดไปจากเส้นทางรักของพระเอกและนางเอกในเรื่อง

เหตุที่ต้องเป็นเช่นนั้นเพราะนิยายของหวางเสี่ยวเหยาเต็มไปด้วยฉากเลิฟซีน นางไม่มีพื้นที่ให้กับการดำเนินเรื่องในด้านอื่นๆ มากนัก ตัวละครที่คิดขึ้นจึงเต็มไปด้วยความไม่สมเหตุสมผล บางตัวละครก็ใช้ตรรกะประหลาด พล็อตเรื่องบิดเบี้ยวเสียจนคนอ่านถอนหายใจแรง

ทว่านิยายของหวางเสี่ยงเหยากลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แม้บางคนจะอ่านไปด่าไปก็ตามที นักเขียนสาวจึงรีบเร่งปั่นต้นฉบับเพื่อจะวางขายจนกระทั่งลืมเลือนเรื่องการพักผ่อนของตนเอง เมื่อสภาพร่างกายทรุดโทรมหนักเข้าจึงไร้ภูมิคุ้มกัน เมื่อออกไปนอกห้องพักเพื่อไปซื้ออาหารจึงติดโรคระบาดร้ายแรงโควิดไนน์ทีนอย่างไม่รู้ตัว หวางเสี่ยวเหยาจึงต้องจากโลกมนุษย์ไปตลอดกาล

หากแต่หลังจากนั้นนางมิได้ไปเยือนสวรรค์อย่างที่คิด และนางก็ไม่ได้เหยียบย่างไปยังปรโลกอีกด้วย

ดวงจิตของนางกลับมาอยู่ในร่างของนางร้ายนามเหอรั่วเหวิน ตัวละครตัวหนึ่งที่นางไม่เคยใส่ใจ

พอคิดขึ้นได้นักเขียนในร่างนางร้ายก็ตะโกนก้อง

“ไม่… เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ ไม่นะ ไม่จริง!… ฮือ ฮือ ฮือ”

เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังแข่งกับเสียงเม็ดฝนที่หล่นลงมากระหน่ำพื้น ใครบางคนที่เบื้องบนคงเทน้ำลงมากลั่นแกล้งนักเขียนสายหื่นกระมัง

ฮือ ฮือ ฮือ…

“ข้ามมิติทั้งทีแทนที่จะเป็นนางเอก นี่ก็นิยายของตัวเองแท้ๆ ไยสวรรค์ไม่เมตตา ไยส่งข้ามาเข้าร่างนางร้าย ฮือ ฮือ”

เมื่อหันซ้ายก็ไม่พบเจอผู้ใด หันขวาก็เห็นเพียงถนนดินและป่าเปลี่ยวกว้างใหญ่ นักเขียนสาวจึงเริ่มพูดคุยโต้ตอบกับตัวเองจนดูคล้ายคนบ้า!

“แต่ที่จริงแล้วนางร้ายก็อาจไม่ได้ย่ำแย่อย่างที่คิดนะ ก็แค่ไม่ได้กับพระเอกเท่านั้น อย่างน้อยๆ นางก็ยังหน้าตาดีล่ะ!”

“ไม่หรอก ถึงจะสวยพริ้งแต่นางก็ต้องตายในเร็วๆ นี้นะ อยากตายอีกเป็นครั้งที่สองงั้นหรือ…”

“ไม่!… ไม่สิ ข้ายังไม่อยากตาย จะบอกความจริงให้นะ ฉากเลิฟซีนที่เขียนขึ้นมาน่ะ มโนทั้งนั้น ข้ายังไม่เคยร่วมรักกับชายใดทั้งสิ้น ใช้ชีวิตยังไม่คุ้มเลยจะตายได้อย่างไรกัน!”

“ถ้างั้นก็ใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่าเสียสิ ลุกขึ้นมาต่อสู้กับโชคชะตา ครั้งหนึ่งเจ้าเคยกำหนดมันขึ้นมาด้วยมือของเจ้าเองมิใช่รึ!”

“นั่นสิ ทำไมข้าเพิ่งคิดได้ จริงด้วย!”

แล้วหวางเสี่ยวเหยาก็พยายามหยัดกายลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง หลังจากที่ออกมาจากภวังค์แล้วกลับมาสู่ความเป็นจริง ทว่าอาการหนาวสั่นและไร้เรี่ยวแรงก็ยังคงตามติดตลอดเวลา

“หนาว หนาวเหลือเกิน…”

ร่างอรชรสั่นเทิ้มไม่สามารถลุกขึ้นจากพื้นได้ พลันนั้นนางจึงหวนคิดทบทวนความจำ ‘เหตุใดเหอรั่วเหวินจึงมานอนอยู่กลางถนนเช่นนี้…’

คำตอบก็คือตัวละครตัวนี้กำลังออกเดินทางไปดักรอเพื่อขัดขวางฉากเลิฟซีนของพระเอกและนางเอก แต่แล้วกลางทางก็เกิดมีฝนฟ้าคะนองราวกับมีพายุ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าฟ้ากว้างยังสดใสและเป็นสีคราม ฝนตกอย่างหนักทั้งๆ ที่ไม่น่าเป็นไปได้ และนี่คือตัวอย่างของเหตุการณ์บิดเบี้ยวที่เกิดขึ้นในเนื้อเรื่อง

ที่จริงแล้วสิ่งต่างๆ ก็บิดเบี้ยวจากความเป็นจริงเหมือนกับตัวละครนางร้ายผู้นี้ นักเขียนสาวในร่างนางร้ายคลี่ยิ้มขึ้นทันควันเมื่อรู้สึกตัว

ใช่แล้ว นางมาเข้าร่างของตัวละครที่ดีเลิศยิ่งกว่านางเอกในเรื่องเสียอีก!

“ขอบคุณสวรรค์ที่ส่งข้ามาเข้าร่างตัวละครแมรี่ซู! ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

พอคิดขึ้นได้ก็กลับคำ ไม่ทราบเคยทำความดีไว้อย่างไรจึงได้โอกาสมีชีวิตใหม่อีกครั้ง เวลานี้รู้เพียงแต่ดีใจมากๆ รู้สึกราวกับบรรยากาศหมองมัวรอบตัวเปลี่ยนเป็นสดใสในทันที แม้นว่าฝนจะยังคงตกอย่างหนัก หวางเสี่ยวเหยาตะโกนขึ้นบอกท้องฟ้า ยิ้มให้กับนกกาที่บินผ่านมาแม้ว่าจะมีสายฟ้าฟาดลงมาอย่างรุนแรง

เปรี้ยง!

“ข้าอยู่ในร่างโฉมสะคราญผู้เทพทรู ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

เปรี้ยง!

แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าก็เลือนหายเมื่อสกุณาตัวนั้นถูกสายฟ้าฟาดร่วงหล่นลงมาตายต่อหน้า ขนดำมะเมี่ยมของมันมีควันลอยคลุ้ง ร่างกายไหม้เกรียมกรุ่นกลิ่นเหม็นไหม้ ความสมจริงกลับมาเยี่ยมเยือนจนนักเขียนสาวเริ่มตื่นกลัวในสถานการณ์

นางไม่รู้เลยว่าจุดจบของตัวละครนางร้ายนี้จะมาถึงเมื่อใด นางเว้นว่างเอาไว้เพราะมุ่งมั่นตั้งใจเขียนแต่ฉากเลิฟซีน

“แย่แล้ว!…”

เมื่อคิดเช่นนั้นหวางเสี่ยวเหยาก็ลนลานหายาแก้อาการทันที นางร้ายนี้จะต้องพกยาติดกาย ทว่าลูบคลำไปตามอาภรณ์สักเท่าใดก็ไม่พบขวดยา

‘เป็นไปไม่ได้! นางจะต้องมียาสิ!’

พลันนั้นนัยน์ตาสีดำขลับก็กวาดมองไปยังถนนดินเฉอะแฉะ และแล้วนางก็ได้พบกับขวดยา เจ้าขวดกระเบื้องเคลือบเล็กๆ นั้นตกอยู่ที่กลางทาง และนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวละครนี้นอนแอ้งแม้งอยู่ก่อนที่นางจะมาเข้าร่าง

คาดว่าเหอรั่วเหวินที่กำลังควบม้ามากำลังจะหยิบยาขึ้นมาดื่มเมื่อได้กลิ่นไอฝน ทว่าตัวละครนี้มักจะโชคร้ายเสมอๆ จึงทำให้พลาดพลั้งทำขวดยาหล่นจากมือ และเมื่อนางลงจากหลังอาชาเพื่อมาหยิบขวดยาฝนก็เทกระหน่ำลงมาเสียแล้ว เหอรั่วเหวินจึงไม่อาจไปขัดขวางฉากการร่วมรักท่ามกลางสายฝนของพระเอกและนางเอกที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปได้

“บ้าจริง! นี่ข้าต้องกระเสือกกระสนคลานไปกับพื้นเพื่อเอื้อมหยิบขวดยาหรือนี่ รันทดยิ่งนัก!”

นักเขียนสาวสายหื่นบ่นกระปอดกระแปดกับฝนฟ้า ช่างเป็นจังหวะการเข้าร่างที่สั่นสะเทือนวงการเสียจริง

“ปัง ปุ ริ…เย่ มาก แม่…”

เสียงบ่นยังสั่นเครือสิ้นดี พูดจบนางก็ค่อยๆ เอื้อมมือออกไป ในใจคิดว่าจะคลานไปกับพื้น ระยะห่างระหว่างตัวนางกับขวดยาไม่น่าเกินสองจั้ง ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปสองเค่อนางก็ยังคงนอนแหมบอยู่ที่เดิม สองจั้งกลายเป็นสองลี้ขึ้นมาทันควันเมื่อการขยับกายของนางเปรียบดั่งสล็อตตัวหนึ่ง

“เฮ้อ!…”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ย้อนเวลามายุค80พร้อมระบบทำฟาร์มแสนห่วย เล่ม 1
9.8
อลิส เจนี่ ร็อกส์ ได้มาเกิดใหม่ในร่างของหลิวตาน เด็กสาวสู้ชีวิตยุค 80 ท่ามกลางครอบครัวปู่ย่าที่กดขี่บ้านรองราวกับข้ารับใช้ เมื่อได้รับโอกาสใหม่เธอจึงมุ่งมั่นพาแม่และพี่น้องก้าวสู่ความมั่งคั่งด้วยพลังธาตุเร่งโตและระบบทำฟาร์มสุดประหลาดที่มักมอบรางวัลชวนกุมขมับอย่างเมล็ดผักกาดหลังทำงานหนัก แม้ระบบจะดูพึ่งพาไม่ค่อยได้และเต็มไปด้วยความห่วยแตก แต่หลิวตานก็ไม่ย่อท้อที่จะใช้ทุกวิถีทางเพื่อเปลี่ยนโชคชะตาและสร้างความร่ำรวยให้ครอบครัวที่เธอรักให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย ธิดาแค้นต้องเอาคืน
9.2
ตระกูลซูถูกกวาดล้างจนสิ้นซากในคืนเดียว ซูเฉิงอิ้งต้องทนทุกข์จากการถูกน้องสาวทรยศและชายคนรักหลอกใช้จนถูกตราหน้าว่าเป็นคนขายชาติก่อนจะถูกประหารอย่างอนาถ เมื่อได้รับโอกาสกลับมาเกิดใหม่พร้อมความแค้น นางจึงถือดาบกลับมาเพื่อทวงคืนความยุติธรรม เริ่มจากการกำจัดน้องสาวชั่วและคนรักหน้าเนื้อใจเสือ พร้อมสยบคำนินทาที่บิดเบือนความจริงทั้งหมด ทว่าในเส้นทางแห่งการล้างแค้นนี้ ตงฟางไป๋เยว่กลับก้าวเข้ามาป่วนหัวใจจนนางแทบจะวางดาบไม่ลง
หน้าปกนวนิยาย เพลิงหัวใจไฟเสน่หา
8.1
สีหราชระเบิดอารมณ์คลุ้มคลั่งใส่บุษย์น้ำเพชรอย่างรุนแรงจนเธอเปรียบเขาเป็นดั่งคนบ้าที่ไร้สติ แม้หญิงสาวจะพยายามประชดประชันเพื่อปกปิดความกลัว แต่ทว่าโทสะของชายหนุ่มกลับทวีความรุนแรงขึ้นอย่างไม่อาจต้านทานได้ เขาประกาศกร้าวแสดงความเป็นเจ้าของเหนือตัวเธอเพียงผู้เดียวพร้อมพันธนาการร่างบางไว้ด้วยกำลังมหาศาล ท่ามกลางเสื้อผ้าที่ถูกฉีกขาดและคราบน้ำตาแห่งความหวาดหวั่นที่รินไหล บุษย์น้ำเพชรจำต้องเผชิญกับเพลิงเสน่หาอันดุดันที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้ไปกับความโกรธแค้นของเขา
หน้าปกนวนิยาย เกิดใหม่ในฐานะคุณหนูตระกูลพาน
7.9
หลังสูญเสียมารดา หลี่อันหนิงในวัยห้าขวบต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อน้องชายฝาแฝดถูกพรากไป ส่วนเธอต้องกระเสือกกระสนปกป้องน้องสาวท่ามกลางความเย็นชาของครอบครัวและบิดาแท้ๆ จนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตที่เต็มไปด้วยความคับแค้นใจ ทว่าสวรรค์กลับให้โอกาสเธอเกิดใหม่อีกครั้งในช่วงเวลาสำคัญ พร้อมพลังพิเศษที่เหนือล้ำกว่ามนุษย์ทั่วไป อันหนิงจึงเริ่มต้นแผนการทวงแค้นและแก้ไขโชคชะตาเพื่อปกป้องน้องทั้งสองไม่ให้ต้องพบจุดจบอันแสนเศร้าเหมือนในอดีตที่เธอเคยผ่านมา
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมรวยด้วยระบบปลูกผัก
7.9
มังกรได้รับโอกาสครั้งที่สองในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ หลังถูกคนรักเก่าลงมือสังหารอย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิต การหวนคืนสู่อดีตในครั้งนี้เขาไม่ได้กลับมาเพียงตัวเปล่า แต่มาพร้อมกับระบบปลูกผักสุดมหัศจรรย์ที่จะเปลี่ยนโชคชะตาของเขาไปตลอดกาล จากความแค้นในชาติก่อนสู่เส้นทางการสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยพลังพิเศษ มังกรต้องใช้ระบบนี้เพื่อก้าวขึ้นเป็นผู้ที่มั่งคั่งและแข็งแกร่งที่สุด พร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรคในโลกปัจจุบันที่เต็มไปด้วยการต่อสู้และโอกาส
หน้าปกนวนิยาย ชายาอ๋องตัวร้าย
8.2
ไม่ว่านี่จะเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่งหรือโอกาสในการย้อนเวลากลับมาเริ่มต้นใหม่ แต่สิ่งที่นางได้เรียนรู้อย่างถ่องแท้คือความทรมานจากการทุ่มเทความรักให้แก่คนที่ไม่เคยเห็นค่า การพยายามดิ้นรนเพื่อคว้าหัวใจของเขานั้นช่างเป็นเรื่องที่น่าเวทนาและไร้ความหมายเหลือเกิน เมื่อความรักข้างเดียวที่เคยมอบให้ถูกละเลยอย่างไม่ใยดี นางจึงตัดสินใจที่จะยุติความรู้สึกทุกอย่างลงเพียงเท่านี้ และจะไม่กลับไปเดินบนเส้นทางที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดซ้ำสองอีกต่อไป