ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย VILLAIN ..นายตัวร้าย!

VILLAIN ..นายตัวร้าย!

โชคชะตาเล่นตลกให้ฉันต้องเข้าไปพัวพันกับทายาทผู้ทรงอิทธิพลจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Destinesia และ Vania ท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงที่อาจถึงขั้นนองเลือด แต่ความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือตัวฉันและบุคคลลึกลับในความทรงจำที่ฉันเฝ้าตามหา กลับกลายเป็นต้นเหตุสำคัญของศึกครั้งนี้ ปมปัญหาที่เดิมพันด้วยชีวิตและความสูญเสียที่ฉันไม่เคยระแคะระคายมาก่อนว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้อง กำลังจะย้อนกลับมาทวงถามความรับผิดชอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ในพ้นในวังวนแห่งความแค้นนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

เช้าวันต่อมา..

ฉันนั่งมองตู้เสื้อผ้าอย่างคิดไม่ตก ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเรียนที่ Vania แล้วแท้ๆ แต่ทำไมอยู่ๆถึงรู้สึกแปลกๆไม่รู้แฮะ

แฟร์รี่ : ไปเถอะน่า ถ้ารุ่นพี่ไลลาสั่งรื้อสวนสาธารณะ K ขึ้นมาจริงๆ เธอจะไปดูพระอาทิตย์ตกดินในมุมสวยๆแบบนั้นได้จากที่ไหนกันล่ะ?

นั่นสินะ

เดวิล : เลอะเทอะละ! แค่ที่ดูวิวที่ไหนก็ดูได้ จะหลงไปอยู่ในสังคมจอมปลอมนั่นทำไม พวกคนรวยน่าเบื่อจะตายป้ะ

ใช่เลย! ก็จริง

แฟร์รี่ : ก็ถือเป็นปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ๆสิ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย แต่ไปหาเพื่อนคนรวยใหม่ๆ...

เดวิล : ไปให้เขาดูถูกมากกว่าน่ะสิ!

แฟร์รี่ : เดวิลใจร้ายเกินไปแล้วนะ หัดมองโลกในแง่ดีบ้างสิ

เดวิล : คนอ่อนแอก็ชอบมองโลกสวยเว่อร์แบบนี้

แฟร์รี่ : แฟร์รี่ก็แค่...

“พอ! พอทั้งคู่นั่นแหละน่า”

ฉันหลุดพูดคนเดียวเพราะโหมดแฟร์รี่กับเดวิลเริ่มตั้งท่าจะตีกันมั่วในหัวแล้วสิ เฮ่อ.. เอาไงดีเนี่ย เริ่มสายแล้วด้วย ไอ้โอห์มแต่งตัวเสร็จแล้วมั้งป่านนี้

ก๊อกๆๆ~

นั่นไง

“พี่แอลเสร็จยัง ช้าอะ ไปก่อนนะ”

“เค โชคดี”

ฉันตะโกนบอกโอห์มที่เดาว่ามันคงเดินไปตั้งแต่ตัวเองพูดจบแล้วแหละ เดี๋ยวนี้น้องชายฉันไปเรียนแต่เช้าเพราะติดสาว ต้องคอยไปประคบประหงมกันตลอดเวลา แต่ก็นะ ดีกว่าไม่ไปเรียนนี่

กลับมาที่ชุดนักศึกษาเจ้าปัญหาที่ถึงเวลาต้องเลือกสักที เอาวะ! Vania นี่แหละเป็นตัวของตัวเองที่สุดแล้ว!!

คิดได้แบบนั้นฉันก็คว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำอย่างไม่รีรอ อาบน้ำอาบท่าแล้วเดินออกมาเปิดตู้เสื้อผ้าอย่างมั่นใจ แต่ก็ต้อง...

อ๊ากกกกกกก!

“แม่คะ ชุดนักศึกษาของหนูอยู่ไหน!!!!!!”

ฉันตะโกนลั่นบ้านทันทีที่เห็นแค่ชุดนักศึกษาของ Destinesia แขวนอยู่ และต้องใช่แน่! ถ้าไม่ใช่แม่ไม่มีใครกล้ามายุ่งกับตู้เสื้อผ้าของฉันหรอก!

“ก็อยู่ในตู้ไงจ๊ะ แม่รีดให้เนี๊ยบสุดๆเลยนะ จับดีๆระวังกลีบกระโปรงบาดมือนะลูก อิอิ”

“หนูหมายถึงอีกชุดนึง ชุดของ Vania ค่ะ!”

ฉันเริ่มชักสีหน้าอย่างรู้ชะตากรรมว่าแม่ต้องเล่นอะไรแผลงๆอีกแน่ และเชื่อเขาเลย

“อ้อ เมื่อวานแม่จะเผาขยะแล้วไม่มีเชื้อเพลิงก็เลยโยนมันลงไปแทน โทษทีจ้ะ แม่ไม่รู้ว่าลูกต้องใช้น่ะ ตายแล้ววว แบบนี้ลูกคงต้องใส่ชุดของ Destinesia ไปก่อนแล้วล่ะ”

นั่นไง! นั่นนนนไง!!! จะบังคับให้ไปให้ได้เลยสินะไอ้มหาลัยไฮโซเฮงซวยนั่นน่ะ ตั้งแต่รู้จักที่นี่ทำไมชีวิตฉันไม่ค่อยมีความสุขอีกเลยเนี่ย

“สาบานสิคะว่าแม่ไม่รู้จริงๆ!”

“ม่ายยยนะ แม่ไม่รู้อะไรเลยจ้ะ”

เห๊อะ!

Rrrrrrrrrrr

แล้วไม่ทันที่ฉันจะต่อปากต่อคำอะไรกับแม่มากนัก น้องชายตัวแสบก็โทรเข้ามาขัดจังหวะ

“ว่าไงโอห์ม” ฉันกดรับสายอย่างอารมณ์เสีย โอห์มมันก็กรอกเสียงตื่นเต้นสุดๆกลับมา

[พี่แอล มาแล้วพี่!!!]

“อะไร?”

[ป้ายสั่งรื้อสวนสาธารณะ K ตั้งเด่นเป็นสง่าหน้าทางเข้า คนฮือฮากันใหญ่เลยพี่!!!]

“ให้ตายสิ เอาจริงหรอเนี่ย!”

ก็พอรู้นะว่าถ้าฉันไม่ไปจะทำงี้ แต่ไม่คิดจะรอเช็คหลังเลิกเรียนเลยหรอ บ้ากันไปใหญ่แล้ว มาติดป้ายตั้งแต่ 7 โมงเช้า คนรวยนี่ทำไรก็ได้จริงๆ

[พี่ไม่มีทางเลือกแล้วแหละ แต่งตัวซะ เพื่ออิสรภาพของสวนสาธารณะ K ของพวกเรานะ!!!]

เฮ่ออออ

ติ๊ด~

มาขนาดนั้นนี้ฉันก็ทำไรไม่ได้แล้วป่ะ รีบวิ่งขึ้นมาใส่ชุดนักศึกษาของ Destinesia อย่างไม่มีทางเลือกก่อนจะพุ่งตัวออกจากบ้านด้วยความเร็วแสง แล้วไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ฉันก็ลงรถเมล์มายืนอยู่หน้ามหาลัยไฮโซที่ตอนนี้วุ่นวายไปด้วยรถหรูนับสิบ หันไปอีกทางก็มีบอดี้การ์ดของลูกหลานคนรวยวิ่งวุ่นกันไปช่วยเปิดประตู นี่คนพวกนี้ลงรถกันเองไม่เป็นรึไงเนี่ย แล้วนั่นอะไร มีแม่นมถือกระเป๋าพาไปส่งขึ้นห้องเรียนรึไง

'นี่ ดูยัยนั่นสิ นางนั่งรถเมล์มาเรียนอ่ะแก'

'เห๊อะ เสียชื่อชะมัด เรียนที่ไฮโซแต่ยังติดนิสัยบ้านๆ'

'ฮ่ะๆ เด็กทุนล่ะมั้ง หน้าตาไม่คุ้นในวงไฮโซเลยอ่ะ'

ฉันเดินผ่านแก๊งค์สาวไฮโซที่จีบปากจีบคอนินทากันซึ่งๆหน้า แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่น่าสนใจสักนิด เพราะสิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งใดในตอนนี้ คือต้องตามหารุ่นพี่ไลลาให้เจอก่อน!

แต่เดินวนไปวนมาจนขาแทบลากก็ยังไม่เจอรุ่นพี่หรือแม้แต่ใครที่มีลักษณะคล้ายกับเธอเลยสักคน ให้ตายสิ! ที่นี่ใหญ่โตเกินกว่าจะตามหาคนๆนึงให้เจอได้ในวันเดียวล่ะมั้งเนี่ย เชื่อแล้วล่ะว่ามันโอเว่อร์อย่างที่ใครๆว่าจริงๆ แถมไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันต้องรีบมาตั้งแต่ 8-9 โมงด้วย เพราะที่นี่เริ่มเรียนเที่ยง เลิกช้าสุดก็ 5 โมงเย็น เป็นตารางเรียนที่ชิลมากจนรู้สึกว่าไม่น่าจบออกไปพร้อมความรู้ที่เพียงพอต่อการทำงานเลยนะเอาจริง

แต่เดี๋ยวนะ..ดาดฟ้าไงล่ะ! ถ้ายืนบนดาดฟ้าก็น่าจะมองเห็นทุกคนได้ง่ายกว่ามองจากพื้นที่ในระดับเดียวกัน โป๊ะเชะ! คิดได้แบบนั้นฉันเดินลิ่วๆ ตรงมาที่ลิฟท์ของมหาลัยแล้วกดไปที่ชั้นบนสุดทันที

ติ๊งงง~

พอลิฟท์เปิดออก สิ่งแรกทึ่ทำคือฉันเดินตรงไปที่ดาดฟ้าแล้วมองลงไปข้างล่างอย่างใจจดใจจ่อ ทั้งที่ตามหารุ่นพี่ไลลา แต่ฉันกลับไม่ได้สนใจคนที่เดินผ่านไปผ่านมาข้างล่างสักนิด เพราะวิวที่นี่มันสวยชะมัด สวยสมคำร่ำลือ สวยจริงๆอย่างที่รุ่นพี่พูดไว้ ดาดฟ้าที่นี่มันเห็นวิวรอบเมืองในละแวกนี้เลยอะ

“สุดยอด”

“แจ๋วใช่ไหมล่ะ”

กว่าจะรู้ตัวว่าเผลอตะลึงกับความสวยของวิวตรงหน้าจนหลุดปากชมออกมา ก็มีคนมายืนอยู่ข้างๆแล้วล่ะ

และนี่ไง คนที่ฉันตามหา!

“รุ่นพี่ไลลา มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

ไม่รู้ทำไมเวลาอยู่กับผู้หญิงคนนี้ฉันถึงรู้สึกว่าตัวเองเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ พูดจาคะขาตลอดเลยนะ แต่รุ่นพี่ก็ไม่ตอบอะไร เธอหันหลังเดินกลับเข้าไปในตึก

“เอ่อ รุ่นพี่คะ เรื่องสวนสาธารณะ K ...”

“ตามมาสิ”

พูดแค่นั้นเธอก็เดินนำฉันลงมาจนถึงหน้าประตูห้องที่หรูหราและใหญ่โตกว่าห้องอื่นๆภายในชั้นนี้ และทันทีที่เธอเปิดประตูเข้าไป ก็พบกับโซฟาชุดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่ากลางห้อง รอบข้างรายล้อมด้วยถ้วยรางวัลมากมายในตู้โชว์ ถัดไปมีโต๊ะสนุ๊ก โต๊ะปิงปอง ครัวขนาดย่อม และอุปกรณ์สันทนาการมากมาย ก่อนรุ่นพี่จะเดินนำฉันมาที่โต๊ะตัวใหญ่ที่ถัดจากโซฟา บนโต๊ะนี้มีโมเดลจำลองของสถานที่หนึ่งวางอยู่

“นี่มัน..”

ฉันมองโครงสร้างก็รู้ทันทีว่าโมเดลนี้คือสวนสาธารณะ K ที่คุ้นเคย แต่ทำไมถึงมีโมเดลนี้อยู่ในที่แบบนี้กัน

“ไลลา!”

เสียงเรียกของใครบางคนขึ้นทำให้ฉันเบนความสนใจจากโมเดลบนโต๊ะไปหาผู้มาเยือนทันที และ

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

“คิดว่าตัวเองพูดกับใครอยู่ฮะ! พี่ไลลา เรียกซิ พี่-ไล-ลา ไอ้เด็กปีนเกลียวหัวดื้อตัวดี!”

รุ่นพี่ไลลาเดินเข้าไปรัวมือใส่คนที่เดินเข้ามาสองสามทีแล้วบ่นอุบอิบด้วยท่าทางหมันเขี้ยว

เอ๊ะหรือว่าหมอนี่จะเป็นน้องชาย? ถ้างั้นนี่ก็เป็นทายาทมหาเศรษฐีพันล้านอีกคนสินะ ตายๆ ตัวฉันจะขึ้นขี้กลากไหม มาหายใจร่วมกับทายาทเศรษฐีทั้งสองคนแบบนี้

“โอเคๆขอโทษ แล้วยัยหน้าจืดนี่ใคร? จะเป็นลมรึไงหน้าซีดเชียว”

เอิ่ม สำหรับฉันหมอนี่สอบผ่านหมดทุกข้อ ทั้งบุคลิก หน้าตา และฐานะ คือเกือบจะดีอยู่ละถ้าไม่ซนเอามือใหญ่ๆนั่นมาจับหน้าฉันพลิกไปพลิกมาแล้วพ่นคำพูดคำจากวนๆแบบนั้นอ่ะนะ

“เรย์จินี่แอล.. แอลนี่เรย์จิ”

“หวัดดี”

ฟุ้บ!

ฉันทักทายร่างสูงที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาหน้าตาเฉย แต่หลังพลิกหน้าฉันเล่นจนสนุก หมอนี่ก็แทบไม่ปรายตามองฉันละ

“กองไว้ตรงนั้นแหละ แล้วจะไปไหนก็ไป”

เอิ่ม..ดี ฉันพยักหน้ารับแบบไม่โต้กลับเลย งั้นไปละนะ ตั้งแต่เห็นหน้าหมอนี่ก็มีลางสังหรณ์ประหลาดเกิดขึ้นทันที การเผ่นตอนนี้ย่อมดีกว่าอยู่ใกล้รังสีอำมหิต

“ไม่ต้องแอล เรย์! แกต้องรับผิดชอบโปรเจครีโนเวทสวนสาธารณะ K”

หืม...รีโนเวทสวนสาธารณะ K งั้นหรอ?

“เออรู้ละไง พูดมาร้อยรอบได้แล้วเนี่ย”

“ก็นี่ไง แอลเป็นคนพื้นที่ เธอรู้ทุกซอกทุกซุมของที่นั่นดี ต่อไปนี้เด็กนี่คือผู้ช่วยของแก”

ผู้ช่วย? นั่นไงแม่นอย่างกับตาเห็น ลางสังหรณ์ของฉันตอนเห็นหน้าหมอนี่กำลังนำพาเรื่องวุ่นวายมาเป๊ะๆ

“เดี๋ยวสิคะรุ่นพี่ทำไมถึง..”

“ช่วยหน่อยสิแอล ฉันช่วยชีวิตเธอนะ ความจำสั้นรึไงฮะ”

รุ่นพี่ไลลาลากฉันมากระซิบกับฉันด้วยแววตามีความหวังว่าฉันจะยอมช่วยเธอ ก็นะ.. เพื่ออิสรภาพของสวนสาธารณะ K ถึงจะไม่เต็มใจเท่าไหร่ก็เถอะ -_-

“ฉันไม่ต้องการผู้ช่วย”

โป๊ะเชะ! นายเรย์จิอะไรนั่นตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หมอนี่ตอบได้ตรงใจฉันมาก นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะแค่เอาตัวรอดในมหาลัยนี้ชีวิตฉันก็ยากพออยู่แล้ว

“อื้ม ดีเลย งั้นไปนะ”

“หยุดนะแอล!”

“พวกเธอจะออกไปได้ยังวะ เสียงดังหนวกหู”

“แกกล้าไล่ฉันหรอฮะไอ้เรย์จิ!”

ตอนนี้ไม่รู้ใครจะคุยกับใครก่อนเลย รู้แค่รุ่นพี่ไลลามือไวคว้าหมอนบนโซฟาเขวี้ยงอัดหน้าเรย์จิอย่างแรง

ตุ้บ!!!

ให้ตายเหอะ ดั้งหักมั้ยนั่น!

“ยัย-ปี-ศาจ”

แล้วแค่นั้นเองที่เรย์จิส่งเสียงขู่ก่อนจะคว้าหมอนเขวี้ยงกลับมาด้วยท่าทางอารมณ์เสียจนฉันเกือบกระโดดหลบแทบไม่ทัน ก่อนทั้งสองคนจะหยิบหมอนใกล้ตัวมาเขวี้ยงใส่กันไปมา ปากก็ตะโกนบ่นกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ตุ้บ! ตั๊บ!

“แกมันงี่เง่าไอ้เด็กอวดดี”

“หืม! แก่กว่าแค่ปีสองปีบ่นเป็นมนุษย์ป้าไปได้”

เพี๊ยะ!!!

“แกว่าใครแก่ฮะ ไอ้...."

“โอ๊ย ยัยโรคจิต!!!”

ฉันยืนมองภาพสองคนพี่น้องปาหมอนและวิ่งไล่ตีกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่มีใครยอมใคร แม้แต่หมอนั่น..เอ่อ เรย์จิที่ล็อคตัวรุ่นพี่ไลลาแล้วเอาหมอนอุดจมูกเธอไว้ก็ไม่มีทีท่าจะยอมปล่อยสักนิด

เดี๋ยวนะ หมอนปิดหน้าก็หายใจไม่ออกตายดิ นี่ต้องห้ามไหมหรือยังไง? เออห้ามก็ได้!!

“หยุดดดดดด!!!”

ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจยุติสงครามที่แสนจะวุ่นวายของสองพี่น้องด้วยเสียงอันทรงพลังจนทั้งสองคนต้องหันขวับมามอง

“.....”

“เอ่อ..แหะๆ ค่อยพูดค่อยจากันดีกว่านะคะ”

ฉันพยายามไกล่เกลี่ยพอเพิ่งนึกออกว่าแก๊งค์เด็กปาหมอนสองคนนี้เป็นทายาท Destinesia นี่หว่า

“วันนี้เด็กปีหนึ่งไม่มีเรียน แอล! นี่เป็นโอกาสของเธอ ถ้าไม่อยากให้ทุบสวนสาธารณะ K ทิ้งถาวร ก็อยู่ที่นี่ให้คำปรึกษาเรย์จิซะ”

รุ่นพี่ไลลาพูดไปก็ปัดเนื้อปัดตัวก่อนจะเดินมายืนข้างฉันเพื่อบอกความต้องการที่แสนจะมัดมือชกของเธอ

“ฉะ..ฉันหรอ”

“ใช่! ส่วนแกไอ้น้องบ้า ไอ้เด็กประหลาด ถ้าวันนี้ไม่ได้สาระอะไร แกตายแน่!!!”

“กลัวจะแย่”

ทั้งรุ่นพี่ไลลาและเรย์จิก็ยังคงเขม่นกันไปตามเรื่องตามราวเพื่อจะยั่วโมโหอีกฝ่าย แต่เอ๊ะฉันมีบทอะไรในเรื่องนี้บ้างเนี่ยรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกิน

“แล้วห้ามรังแกยัยนี่เด็ดขาด! ห้ามแตะต้องเธอไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตาม”

“เฮ่อ...”

แล้วอยู่ๆเหตุการณ์มันก็สงบลงแบบง่ายๆงงๆอะ พอฟังรุ่นพี่พูด เรย์จิก็ถอนหายใจเหมือนยอมแพ้แล้วลุกจากโซฟามากอดคอรุ่นพี่ไลลาเดินไปที่ประตู

ก็คง..ดีกันแล้วแหละ แต่มาถึงจุดนี้ร่างสูงๆทำให้เรย์จิดูเป็นพี่มากกว่าอีกนะ เพราะรุ่นพี่ไลลาตัวเล็กนิดเดีย...

“พูดมาก! ไปให้พ้นๆสักทียัยปีศาจ! น่ารำคาญ!”

ปังงงง!!!

แล้วพูดแค่นั้นเรย์จิก็ดันร่างรุ่นพี่ไลลาออกไปแถมปิดประตูใส่หน้าเธอเสียงดังลั่น

ดะ...เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะเมื่อกี๊ไม่ได้...ดีกันแล้วหรอกหรอนั่น

“ส่วนเธอ..” พอปิดประตูนั่นแล้วเรย์จิก็หันมองฉันด้วยหน้าตาเบื่อหน่ายก่อนจะเดินตรงเข้ามา

“เอ่อ ถ้านายไม่ต้องการผู้ช่วย ฉันขอตัว”

ฉันชิงพูดก่อนจะเดินสวนออกมาที่ประตูบานเดิมที่หมอนี่เพิ่งปิดทันทีแต่ก็...

หมับ!

“นี่ยัยจืด”

เรย์จิคว้าแขนฉันเอาไว้ขณะกำลังเดินสวนกัน ก่อนจะพูดมาโดยไม่หันกลับมามองฉันสักนิด แต่ยัยจืดเนี่ยนะ? นั่นไม่ใช่ชื่อฉันป่ะ - -*

“ไหนลองเล่าประวัติคร่าวๆของเธอมาดิ๊”

...หืม?

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย พรางรักผลาญหัวใจ
8.8
Rachen is furious when forced to marry Khemjira, an orphan his parents adopted. Despite having a girlfriend, Kesarin, he is coerced into this union. Khemjira accepts the marriage only to repay her benefactors' kindness, knowing she is just a shadow bride. On their wedding night, a drunken Rachen cruelly calls out his lover's name, leaving Khemjira heartbroken. Even after offering her five million to flee, he finds her bound by duty to the family that raised her.
หน้าปกนวนิยาย แม่เลี้ยงจอมร่านในบ้านหลังใหญ่
9.6
นิยายรักแนวอีโรติกที่พาไปพบกับเรื่องราวต้องห้ามของแม่เลี้ยงสาวพราวเสน่ห์ ผู้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความปรารถนาอันรุ่มร้อนภายในคฤหาสน์หลังใหญ่ เธอไม่ได้เพียงแค่ลุ่มหลงในความสัมพันธ์ลับกับลูกเลี้ยงชายทั้งสามคนของตนเองเท่านั้น แต่เธอยังแอบสร้างพันธนาการสวาทกับชายชู้อีกมากหน้าหลายตาอยู่นอกบ้านด้วยเช่นกัน เส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยกามารมณ์และความลุ่มหลงครั้งนี้จะดำเนินไปอย่างไร เมื่อความลับสุดอื้อฉาวถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากของครอบครัวที่ดูสมบูรณ์แบบ
หน้าปกนวนิยาย คัพ A ที่รัก
8.6
Wanmesa is a young woman struggling with her small chest size, feeling defeated by the beauty standards that favor a curvaceous figure. Her insecurity leads her to a plastic surgeon, Dr. Thawin, to discuss silicone implants. However, the consultation becomes an unexpectedly intimate experience as the doctor performs a physical examination. Torn between surgical enhancement and a more natural touch, she finds herself blushing and breathless under his gaze, questioning her path to confidence.
หน้าปกนวนิยาย เมื่อผมตาย... แล้วกลายเป็นยมทูต
8.2
อดีตหนุ่มออฟฟิศในกรุงเทพฯ ผู้เคยใช้ชีวิตธรรมดาได้หวนคืนสู่เมืองไทยอีกครั้งในฐานะยมทูตมือใหม่ แต่การทำงานวันแรกกลับไม่ง่าย เมื่อดาวเหนือต้องเผชิญกับเหตุระเบิดเพลิงครั้งใหญ่ที่สั่นประสาทจนเขาเผลอวิ่งหนีตายสุดชีวิตราวกับลืมไปว่าตนเองสิ้นอายุขัยไปแล้ว ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาถูกรุ่นพี่ตะโกนสั่งให้ตั้งสติและเร่งนำวิญญาณเหยื่อไปส่งมอบแก่เจ้าหน้าที่สูทแดงตามหน้าที่ของผู้นำทางวิญญาณในโลกหลังความตายที่เต็มไปด้วยอันตรายและภารกิจสุดระทึก
หน้าปกนวนิยาย เลิฟแห่งตระกูลใหญ่
8.1
ชะตากรรมโหดร้ายเริ่มต้นเมื่อหญิงสาวถูกขายให้มหาเศรษฐีจอมหยิ่งถึงเจ็ดราตรี หลังถูกทอดทิ้งเธอพบว่าตนอุ้มท้องจึงตัดสินใจหนีไปสร้างชีวิตใหม่ สี่ปีผ่านไปเธอคือแม่ผู้อุทิศตนเลี้ยงดูเด็กชายสุดเฉลียวฉลาดเพียงลำพัง ทว่าโลกที่เงียบสงบกลับพังทลายเมื่อกลุ่มบุรุษผู้มั่งคั่งสืบพบตัวเธอและต่างพากันอ้างสิทธิ์ความเป็นพ่อ วิกฤตถึงขีดสุดเมื่อมหาเศรษฐีผู้เป็นบิดาตัวจริงปรากฏตัวเพื่อทวงทายาทของเขาคืน สงครามแย่งชิงสิทธิ์ดูแลเด็กจึงเปิดฉากขึ้น นำมาซึ่งความขัดแย้งและบททดสอบทางอารมณ์อันหนักหน่วงที่เธอต้องเผชิญ
หน้าปกนวนิยาย รักคุณร้อยเปอร์เซ็นต์
8.9
บุรุษผู้ทรงอำนาจสามารถเนรมิตทุกสิ่งได้ดั่งใจนึก แต่กลับมีสตรีเพียงคนเดียวที่เป็นข้อยกเว้น เธอหลบเร้นจากการควบคุมของเขาได้เสมอ แม้ชีวิตจะถูกร้อยรัดด้วยความสัมพันธ์ที่ดิ้นไม่หลุด และต้องตกอยู่ภายใต้สายตาที่คอยจับจ้องของเขาอย่างใกล้ชิดก็ตาม ยิ่งเธอพยายามผลักไส เขาก็ยิ่งต้องการยึดครองทั้งหัวใจและจิตวิญญาณของเธอให้จงได้ การไขว่คว้าตัวตนของเธอจึงกลายเป็นบททดสอบที่เขาไม่มีวันยอมแพ้ เรื่องราวความรักอันเข้มข้นที่สอดแทรกการแย่งชิงความได้เปรียบทางอารมณ์ และการดิ้นรนเพื่อคว้าอิสรภาพจากพันธนาการที่ไร้รูปธรรมจึงได้เปิดฉากขึ้นอย่างเต็มรูปแบบ