ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย VILLAIN ..นายตัวร้าย!

VILLAIN ..นายตัวร้าย!

โชคชะตาเล่นตลกให้ฉันต้องเข้าไปพัวพันกับทายาทผู้ทรงอิทธิพลจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Destinesia และ Vania ท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงที่อาจถึงขั้นนองเลือด แต่ความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือตัวฉันและบุคคลลึกลับในความทรงจำที่ฉันเฝ้าตามหา กลับกลายเป็นต้นเหตุสำคัญของศึกครั้งนี้ ปมปัญหาที่เดิมพันด้วยชีวิตและความสูญเสียที่ฉันไม่เคยระแคะระคายมาก่อนว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้อง กำลังจะย้อนกลับมาทวงถามความรับผิดชอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ในพ้นในวังวนแห่งความแค้นนี้
ตอน
แชร์

ตอน 2

เช้าวันต่อมา..

ฉันนั่งมองตู้เสื้อผ้าอย่างคิดไม่ตก ทั้งที่ตั้งใจว่าจะเรียนที่ Vania แล้วแท้ๆ แต่ทำไมอยู่ๆถึงรู้สึกแปลกๆไม่รู้แฮะ

แฟร์รี่ : ไปเถอะน่า ถ้ารุ่นพี่ไลลาสั่งรื้อสวนสาธารณะ K ขึ้นมาจริงๆ เธอจะไปดูพระอาทิตย์ตกดินในมุมสวยๆแบบนั้นได้จากที่ไหนกันล่ะ?

นั่นสินะ

เดวิล : เลอะเทอะละ! แค่ที่ดูวิวที่ไหนก็ดูได้ จะหลงไปอยู่ในสังคมจอมปลอมนั่นทำไม พวกคนรวยน่าเบื่อจะตายป้ะ

ใช่เลย! ก็จริง

แฟร์รี่ : ก็ถือเป็นปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ๆสิ ไม่เห็นจะเป็นไรเลย แต่ไปหาเพื่อนคนรวยใหม่ๆ...

เดวิล : ไปให้เขาดูถูกมากกว่าน่ะสิ!

แฟร์รี่ : เดวิลใจร้ายเกินไปแล้วนะ หัดมองโลกในแง่ดีบ้างสิ

เดวิล : คนอ่อนแอก็ชอบมองโลกสวยเว่อร์แบบนี้

แฟร์รี่ : แฟร์รี่ก็แค่...

“พอ! พอทั้งคู่นั่นแหละน่า”

ฉันหลุดพูดคนเดียวเพราะโหมดแฟร์รี่กับเดวิลเริ่มตั้งท่าจะตีกันมั่วในหัวแล้วสิ เฮ่อ.. เอาไงดีเนี่ย เริ่มสายแล้วด้วย ไอ้โอห์มแต่งตัวเสร็จแล้วมั้งป่านนี้

ก๊อกๆๆ~

นั่นไง

“พี่แอลเสร็จยัง ช้าอะ ไปก่อนนะ”

“เค โชคดี”

ฉันตะโกนบอกโอห์มที่เดาว่ามันคงเดินไปตั้งแต่ตัวเองพูดจบแล้วแหละ เดี๋ยวนี้น้องชายฉันไปเรียนแต่เช้าเพราะติดสาว ต้องคอยไปประคบประหงมกันตลอดเวลา แต่ก็นะ ดีกว่าไม่ไปเรียนนี่

กลับมาที่ชุดนักศึกษาเจ้าปัญหาที่ถึงเวลาต้องเลือกสักที เอาวะ! Vania นี่แหละเป็นตัวของตัวเองที่สุดแล้ว!!

คิดได้แบบนั้นฉันก็คว้าผ้าเช็ดตัวเดินเข้าห้องน้ำอย่างไม่รีรอ อาบน้ำอาบท่าแล้วเดินออกมาเปิดตู้เสื้อผ้าอย่างมั่นใจ แต่ก็ต้อง...

อ๊ากกกกกกก!

“แม่คะ ชุดนักศึกษาของหนูอยู่ไหน!!!!!!”

ฉันตะโกนลั่นบ้านทันทีที่เห็นแค่ชุดนักศึกษาของ Destinesia แขวนอยู่ และต้องใช่แน่! ถ้าไม่ใช่แม่ไม่มีใครกล้ามายุ่งกับตู้เสื้อผ้าของฉันหรอก!

“ก็อยู่ในตู้ไงจ๊ะ แม่รีดให้เนี๊ยบสุดๆเลยนะ จับดีๆระวังกลีบกระโปรงบาดมือนะลูก อิอิ”

“หนูหมายถึงอีกชุดนึง ชุดของ Vania ค่ะ!”

ฉันเริ่มชักสีหน้าอย่างรู้ชะตากรรมว่าแม่ต้องเล่นอะไรแผลงๆอีกแน่ และเชื่อเขาเลย

“อ้อ เมื่อวานแม่จะเผาขยะแล้วไม่มีเชื้อเพลิงก็เลยโยนมันลงไปแทน โทษทีจ้ะ แม่ไม่รู้ว่าลูกต้องใช้น่ะ ตายแล้ววว แบบนี้ลูกคงต้องใส่ชุดของ Destinesia ไปก่อนแล้วล่ะ”

นั่นไง! นั่นนนนไง!!! จะบังคับให้ไปให้ได้เลยสินะไอ้มหาลัยไฮโซเฮงซวยนั่นน่ะ ตั้งแต่รู้จักที่นี่ทำไมชีวิตฉันไม่ค่อยมีความสุขอีกเลยเนี่ย

“สาบานสิคะว่าแม่ไม่รู้จริงๆ!”

“ม่ายยยนะ แม่ไม่รู้อะไรเลยจ้ะ”

เห๊อะ!

Rrrrrrrrrrr

แล้วไม่ทันที่ฉันจะต่อปากต่อคำอะไรกับแม่มากนัก น้องชายตัวแสบก็โทรเข้ามาขัดจังหวะ

“ว่าไงโอห์ม” ฉันกดรับสายอย่างอารมณ์เสีย โอห์มมันก็กรอกเสียงตื่นเต้นสุดๆกลับมา

[พี่แอล มาแล้วพี่!!!]

“อะไร?”

[ป้ายสั่งรื้อสวนสาธารณะ K ตั้งเด่นเป็นสง่าหน้าทางเข้า คนฮือฮากันใหญ่เลยพี่!!!]

“ให้ตายสิ เอาจริงหรอเนี่ย!”

ก็พอรู้นะว่าถ้าฉันไม่ไปจะทำงี้ แต่ไม่คิดจะรอเช็คหลังเลิกเรียนเลยหรอ บ้ากันไปใหญ่แล้ว มาติดป้ายตั้งแต่ 7 โมงเช้า คนรวยนี่ทำไรก็ได้จริงๆ

[พี่ไม่มีทางเลือกแล้วแหละ แต่งตัวซะ เพื่ออิสรภาพของสวนสาธารณะ K ของพวกเรานะ!!!]

เฮ่ออออ

ติ๊ด~

มาขนาดนั้นนี้ฉันก็ทำไรไม่ได้แล้วป่ะ รีบวิ่งขึ้นมาใส่ชุดนักศึกษาของ Destinesia อย่างไม่มีทางเลือกก่อนจะพุ่งตัวออกจากบ้านด้วยความเร็วแสง แล้วไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ฉันก็ลงรถเมล์มายืนอยู่หน้ามหาลัยไฮโซที่ตอนนี้วุ่นวายไปด้วยรถหรูนับสิบ หันไปอีกทางก็มีบอดี้การ์ดของลูกหลานคนรวยวิ่งวุ่นกันไปช่วยเปิดประตู นี่คนพวกนี้ลงรถกันเองไม่เป็นรึไงเนี่ย แล้วนั่นอะไร มีแม่นมถือกระเป๋าพาไปส่งขึ้นห้องเรียนรึไง

'นี่ ดูยัยนั่นสิ นางนั่งรถเมล์มาเรียนอ่ะแก'

'เห๊อะ เสียชื่อชะมัด เรียนที่ไฮโซแต่ยังติดนิสัยบ้านๆ'

'ฮ่ะๆ เด็กทุนล่ะมั้ง หน้าตาไม่คุ้นในวงไฮโซเลยอ่ะ'

ฉันเดินผ่านแก๊งค์สาวไฮโซที่จีบปากจีบคอนินทากันซึ่งๆหน้า แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นที่น่าสนใจสักนิด เพราะสิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งใดในตอนนี้ คือต้องตามหารุ่นพี่ไลลาให้เจอก่อน!

แต่เดินวนไปวนมาจนขาแทบลากก็ยังไม่เจอรุ่นพี่หรือแม้แต่ใครที่มีลักษณะคล้ายกับเธอเลยสักคน ให้ตายสิ! ที่นี่ใหญ่โตเกินกว่าจะตามหาคนๆนึงให้เจอได้ในวันเดียวล่ะมั้งเนี่ย เชื่อแล้วล่ะว่ามันโอเว่อร์อย่างที่ใครๆว่าจริงๆ แถมไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันต้องรีบมาตั้งแต่ 8-9 โมงด้วย เพราะที่นี่เริ่มเรียนเที่ยง เลิกช้าสุดก็ 5 โมงเย็น เป็นตารางเรียนที่ชิลมากจนรู้สึกว่าไม่น่าจบออกไปพร้อมความรู้ที่เพียงพอต่อการทำงานเลยนะเอาจริง

แต่เดี๋ยวนะ..ดาดฟ้าไงล่ะ! ถ้ายืนบนดาดฟ้าก็น่าจะมองเห็นทุกคนได้ง่ายกว่ามองจากพื้นที่ในระดับเดียวกัน โป๊ะเชะ! คิดได้แบบนั้นฉันเดินลิ่วๆ ตรงมาที่ลิฟท์ของมหาลัยแล้วกดไปที่ชั้นบนสุดทันที

ติ๊งงง~

พอลิฟท์เปิดออก สิ่งแรกทึ่ทำคือฉันเดินตรงไปที่ดาดฟ้าแล้วมองลงไปข้างล่างอย่างใจจดใจจ่อ ทั้งที่ตามหารุ่นพี่ไลลา แต่ฉันกลับไม่ได้สนใจคนที่เดินผ่านไปผ่านมาข้างล่างสักนิด เพราะวิวที่นี่มันสวยชะมัด สวยสมคำร่ำลือ สวยจริงๆอย่างที่รุ่นพี่พูดไว้ ดาดฟ้าที่นี่มันเห็นวิวรอบเมืองในละแวกนี้เลยอะ

“สุดยอด”

“แจ๋วใช่ไหมล่ะ”

กว่าจะรู้ตัวว่าเผลอตะลึงกับความสวยของวิวตรงหน้าจนหลุดปากชมออกมา ก็มีคนมายืนอยู่ข้างๆแล้วล่ะ

และนี่ไง คนที่ฉันตามหา!

“รุ่นพี่ไลลา มาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ”

ไม่รู้ทำไมเวลาอยู่กับผู้หญิงคนนี้ฉันถึงรู้สึกว่าตัวเองเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ พูดจาคะขาตลอดเลยนะ แต่รุ่นพี่ก็ไม่ตอบอะไร เธอหันหลังเดินกลับเข้าไปในตึก

“เอ่อ รุ่นพี่คะ เรื่องสวนสาธารณะ K ...”

“ตามมาสิ”

พูดแค่นั้นเธอก็เดินนำฉันลงมาจนถึงหน้าประตูห้องที่หรูหราและใหญ่โตกว่าห้องอื่นๆภายในชั้นนี้ และทันทีที่เธอเปิดประตูเข้าไป ก็พบกับโซฟาชุดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่ากลางห้อง รอบข้างรายล้อมด้วยถ้วยรางวัลมากมายในตู้โชว์ ถัดไปมีโต๊ะสนุ๊ก โต๊ะปิงปอง ครัวขนาดย่อม และอุปกรณ์สันทนาการมากมาย ก่อนรุ่นพี่จะเดินนำฉันมาที่โต๊ะตัวใหญ่ที่ถัดจากโซฟา บนโต๊ะนี้มีโมเดลจำลองของสถานที่หนึ่งวางอยู่

“นี่มัน..”

ฉันมองโครงสร้างก็รู้ทันทีว่าโมเดลนี้คือสวนสาธารณะ K ที่คุ้นเคย แต่ทำไมถึงมีโมเดลนี้อยู่ในที่แบบนี้กัน

“ไลลา!”

เสียงเรียกของใครบางคนขึ้นทำให้ฉันเบนความสนใจจากโมเดลบนโต๊ะไปหาผู้มาเยือนทันที และ

เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!

“คิดว่าตัวเองพูดกับใครอยู่ฮะ! พี่ไลลา เรียกซิ พี่-ไล-ลา ไอ้เด็กปีนเกลียวหัวดื้อตัวดี!”

รุ่นพี่ไลลาเดินเข้าไปรัวมือใส่คนที่เดินเข้ามาสองสามทีแล้วบ่นอุบอิบด้วยท่าทางหมันเขี้ยว

เอ๊ะหรือว่าหมอนี่จะเป็นน้องชาย? ถ้างั้นนี่ก็เป็นทายาทมหาเศรษฐีพันล้านอีกคนสินะ ตายๆ ตัวฉันจะขึ้นขี้กลากไหม มาหายใจร่วมกับทายาทเศรษฐีทั้งสองคนแบบนี้

“โอเคๆขอโทษ แล้วยัยหน้าจืดนี่ใคร? จะเป็นลมรึไงหน้าซีดเชียว”

เอิ่ม สำหรับฉันหมอนี่สอบผ่านหมดทุกข้อ ทั้งบุคลิก หน้าตา และฐานะ คือเกือบจะดีอยู่ละถ้าไม่ซนเอามือใหญ่ๆนั่นมาจับหน้าฉันพลิกไปพลิกมาแล้วพ่นคำพูดคำจากวนๆแบบนั้นอ่ะนะ

“เรย์จินี่แอล.. แอลนี่เรย์จิ”

“หวัดดี”

ฟุ้บ!

ฉันทักทายร่างสูงที่ทิ้งตัวลงบนโซฟาหน้าตาเฉย แต่หลังพลิกหน้าฉันเล่นจนสนุก หมอนี่ก็แทบไม่ปรายตามองฉันละ

“กองไว้ตรงนั้นแหละ แล้วจะไปไหนก็ไป”

เอิ่ม..ดี ฉันพยักหน้ารับแบบไม่โต้กลับเลย งั้นไปละนะ ตั้งแต่เห็นหน้าหมอนี่ก็มีลางสังหรณ์ประหลาดเกิดขึ้นทันที การเผ่นตอนนี้ย่อมดีกว่าอยู่ใกล้รังสีอำมหิต

“ไม่ต้องแอล เรย์! แกต้องรับผิดชอบโปรเจครีโนเวทสวนสาธารณะ K”

หืม...รีโนเวทสวนสาธารณะ K งั้นหรอ?

“เออรู้ละไง พูดมาร้อยรอบได้แล้วเนี่ย”

“ก็นี่ไง แอลเป็นคนพื้นที่ เธอรู้ทุกซอกทุกซุมของที่นั่นดี ต่อไปนี้เด็กนี่คือผู้ช่วยของแก”

ผู้ช่วย? นั่นไงแม่นอย่างกับตาเห็น ลางสังหรณ์ของฉันตอนเห็นหน้าหมอนี่กำลังนำพาเรื่องวุ่นวายมาเป๊ะๆ

“เดี๋ยวสิคะรุ่นพี่ทำไมถึง..”

“ช่วยหน่อยสิแอล ฉันช่วยชีวิตเธอนะ ความจำสั้นรึไงฮะ”

รุ่นพี่ไลลาลากฉันมากระซิบกับฉันด้วยแววตามีความหวังว่าฉันจะยอมช่วยเธอ ก็นะ.. เพื่ออิสรภาพของสวนสาธารณะ K ถึงจะไม่เต็มใจเท่าไหร่ก็เถอะ -_-

“ฉันไม่ต้องการผู้ช่วย”

โป๊ะเชะ! นายเรย์จิอะไรนั่นตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หมอนี่ตอบได้ตรงใจฉันมาก นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะแค่เอาตัวรอดในมหาลัยนี้ชีวิตฉันก็ยากพออยู่แล้ว

“อื้ม ดีเลย งั้นไปนะ”

“หยุดนะแอล!”

“พวกเธอจะออกไปได้ยังวะ เสียงดังหนวกหู”

“แกกล้าไล่ฉันหรอฮะไอ้เรย์จิ!”

ตอนนี้ไม่รู้ใครจะคุยกับใครก่อนเลย รู้แค่รุ่นพี่ไลลามือไวคว้าหมอนบนโซฟาเขวี้ยงอัดหน้าเรย์จิอย่างแรง

ตุ้บ!!!

ให้ตายเหอะ ดั้งหักมั้ยนั่น!

“ยัย-ปี-ศาจ”

แล้วแค่นั้นเองที่เรย์จิส่งเสียงขู่ก่อนจะคว้าหมอนเขวี้ยงกลับมาด้วยท่าทางอารมณ์เสียจนฉันเกือบกระโดดหลบแทบไม่ทัน ก่อนทั้งสองคนจะหยิบหมอนใกล้ตัวมาเขวี้ยงใส่กันไปมา ปากก็ตะโกนบ่นกันอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย

ตุ้บ! ตั๊บ!

“แกมันงี่เง่าไอ้เด็กอวดดี”

“หืม! แก่กว่าแค่ปีสองปีบ่นเป็นมนุษย์ป้าไปได้”

เพี๊ยะ!!!

“แกว่าใครแก่ฮะ ไอ้...."

“โอ๊ย ยัยโรคจิต!!!”

ฉันยืนมองภาพสองคนพี่น้องปาหมอนและวิ่งไล่ตีกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ไม่มีใครยอมใคร แม้แต่หมอนั่น..เอ่อ เรย์จิที่ล็อคตัวรุ่นพี่ไลลาแล้วเอาหมอนอุดจมูกเธอไว้ก็ไม่มีทีท่าจะยอมปล่อยสักนิด

เดี๋ยวนะ หมอนปิดหน้าก็หายใจไม่ออกตายดิ นี่ต้องห้ามไหมหรือยังไง? เออห้ามก็ได้!!

“หยุดดดดดด!!!”

ในที่สุดฉันก็ตัดสินใจยุติสงครามที่แสนจะวุ่นวายของสองพี่น้องด้วยเสียงอันทรงพลังจนทั้งสองคนต้องหันขวับมามอง

“.....”

“เอ่อ..แหะๆ ค่อยพูดค่อยจากันดีกว่านะคะ”

ฉันพยายามไกล่เกลี่ยพอเพิ่งนึกออกว่าแก๊งค์เด็กปาหมอนสองคนนี้เป็นทายาท Destinesia นี่หว่า

“วันนี้เด็กปีหนึ่งไม่มีเรียน แอล! นี่เป็นโอกาสของเธอ ถ้าไม่อยากให้ทุบสวนสาธารณะ K ทิ้งถาวร ก็อยู่ที่นี่ให้คำปรึกษาเรย์จิซะ”

รุ่นพี่ไลลาพูดไปก็ปัดเนื้อปัดตัวก่อนจะเดินมายืนข้างฉันเพื่อบอกความต้องการที่แสนจะมัดมือชกของเธอ

“ฉะ..ฉันหรอ”

“ใช่! ส่วนแกไอ้น้องบ้า ไอ้เด็กประหลาด ถ้าวันนี้ไม่ได้สาระอะไร แกตายแน่!!!”

“กลัวจะแย่”

ทั้งรุ่นพี่ไลลาและเรย์จิก็ยังคงเขม่นกันไปตามเรื่องตามราวเพื่อจะยั่วโมโหอีกฝ่าย แต่เอ๊ะฉันมีบทอะไรในเรื่องนี้บ้างเนี่ยรู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกิน

“แล้วห้ามรังแกยัยนี่เด็ดขาด! ห้ามแตะต้องเธอไม่ว่าจะรูปแบบไหนก็ตาม”

“เฮ่อ...”

แล้วอยู่ๆเหตุการณ์มันก็สงบลงแบบง่ายๆงงๆอะ พอฟังรุ่นพี่พูด เรย์จิก็ถอนหายใจเหมือนยอมแพ้แล้วลุกจากโซฟามากอดคอรุ่นพี่ไลลาเดินไปที่ประตู

ก็คง..ดีกันแล้วแหละ แต่มาถึงจุดนี้ร่างสูงๆทำให้เรย์จิดูเป็นพี่มากกว่าอีกนะ เพราะรุ่นพี่ไลลาตัวเล็กนิดเดีย...

“พูดมาก! ไปให้พ้นๆสักทียัยปีศาจ! น่ารำคาญ!”

ปังงงง!!!

แล้วพูดแค่นั้นเรย์จิก็ดันร่างรุ่นพี่ไลลาออกไปแถมปิดประตูใส่หน้าเธอเสียงดังลั่น

ดะ...เดี๋ยวนะ เดี๋ยวนะเมื่อกี๊ไม่ได้...ดีกันแล้วหรอกหรอนั่น

“ส่วนเธอ..” พอปิดประตูนั่นแล้วเรย์จิก็หันมองฉันด้วยหน้าตาเบื่อหน่ายก่อนจะเดินตรงเข้ามา

“เอ่อ ถ้านายไม่ต้องการผู้ช่วย ฉันขอตัว”

ฉันชิงพูดก่อนจะเดินสวนออกมาที่ประตูบานเดิมที่หมอนี่เพิ่งปิดทันทีแต่ก็...

หมับ!

“นี่ยัยจืด”

เรย์จิคว้าแขนฉันเอาไว้ขณะกำลังเดินสวนกัน ก่อนจะพูดมาโดยไม่หันกลับมามองฉันสักนิด แต่ยัยจืดเนี่ยนะ? นั่นไม่ใช่ชื่อฉันป่ะ - -*

“ไหนลองเล่าประวัติคร่าวๆของเธอมาดิ๊”

...หืม?

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สวาทรักชาติเสือ
8.6
เมื่อลูกหนี้สาวผู้ไร้หัวนอนปลายเท้าต้องเข้าพิธีวิวาห์กับชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์เพื่อเป็นเครื่องมือประชดประชันมารดาของเขา ภายใต้เงื่อนไขที่บีบบังคับให้เธอต้องตกเป็นทาสกามารมณ์และเครื่องระบายอารมณ์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เธอต้องอดทนใช้ชีวิตในฐานะภรรยาที่ไร้ค่าและไม่มีสิทธิ์ในตัวสามีแม้แต่น้อย ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดนี้จะสิ้นสุดลงที่ใด และหัวใจที่บอบช้ำของเธอจะทนรับการเหยียดหยามได้อีกนานแค่ไหนในกรงขังแห่งสวาทที่เขาเป็นเจ้าชีวิตแต่เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย ออฟฟิศร้อน ฝึกบทรัก
8.3
สัมผัสความเร่าร้อนในที่ทำงานเมื่อพนักงานสาวอย่างหญิงต้องตกอยู่ในสถานการณ์ชวนใจสั่นบนตักของบอสหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ท่ามกลางบรรยากาศออฟฟิศที่ดูเงียบสงบ แผ่นหลังของเธอแนบชิดไปกับแผงอกแกร่งจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจและสัมผัสจากมือหนาที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ความใกล้ชิดที่เกินเลยขอบเขตงานทำให้ความซ่านสยิวพลุ่งพล่านจนยากจะต้านทาน แม้จะตกใจแต่หัวใจกลับเต้นรัวแรงไปกับคำยืนยันอันหนักแน่นของเขาว่านี่ไม่ใช่แค่การล้อเล่นแต่คือความปรารถนาที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย อัคคีธารา
8.8
มินรญาสาวสวยทรงเสน่ห์เอ่ยปากท้าทายภูวนนท์ด้วยความมั่นใจว่าเขากำลังหลงรักเธอ แต่ชายหนุ่มกลับตอบโต้ด้วยถ้อยคำดูถูกทว่าปฏิกิริยาทางกายกลับสวนทางกับคำพูด เมื่อความเสียใจจากการสูญเสียคนรักผสมโรงกับฤทธิ์สุรา เปลี่ยนภูวนนท์ที่เคยเย็นชาราวสายน้ำให้กลายเป็นเปลวเพลิงที่พร้อมแผดเผา มินรญาที่เล่นกับไฟจึงถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดแข็งแกร่ง เขาตัดสินใจระบายความแค้นและควาเจ็บปวดทั้งหมดลงที่ริมฝีปากของเธอเพื่อเป็นตัวแทนของใครอีกคนที่ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้อีก
หน้าปกนวนิยาย เมื่อฉันเกิดใหม่ ได้ซุกซนอยู่ในอ้อมแขนของชายผู้คลั่งรัก
8.7
[การแก้แค้น + ซ่อนตัวตน + เนื้อเรื่องสะใจ + หวานละมุนเอาใจซึ่งกันและกัน] หลังจากได้เกิดใหม่อีกครั้ง ชิจิวเหนียน มองดูสามีสุดหล่อที่อยู่ตรงหน้า หล่อจนแทบทำให้เธอหน้ามืดไป กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก... ชาติที่แล้วเธอตาบอดไปหรืออย่างไร ถึงไม่เห็นค่าของสามีที่ดีขนาดนี้ กลับไปเชื่อคำของชายชั่วหญิงเลว สุดท้ายครอบครัวพังพินาศ ชีวิตพังไม่เหลือชิ้นดี! ชาตินี้เธอจะกลับมาทั้งความงามและสติปัญญา เริ่มต้นเส้นทางการเหยียบย่ำคนเลวและเกาะขาคนมีอำนาจ! แต่พลาดไปแค่นิดเดียว ดันกลายเป็นคนใหญ่คนโตเสียเอง! ปลอกบังหน้าเยอะสุดๆ! เบื้องหลังหนาแน่นเป็นกอง!องค์กรนักฆ่าที่ใครได้ยินชื่อก็ต้องสะดุ้ง: ใครกล้าท้าทายเจ้านายเรา ฉันจะยิงให้เป็นรูเลย! เหล่าตระกูลใหญ่ว่ากันว่าขัดแย้งกันหนัก: ใครกล้าแกล้งคนโปรดของเรา จะให้ปืนใหญ่ถล่มเขา! ตระกูลชั้นสูงลึกลับ: ยินดีต้อนรับคุณหนูผู้ยิ่งใหญ่กลับบ้าน!ชายผู้มีเสน่ห์ร้ายกาจยิ้มนิด ๆ โอบเอวสาวน้อยไว้ แล้วพูดว่า “ขอแนะนำ นี่คือภรรยาของผม!”
หน้าปกนวนิยาย ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก
8.7
ในเมื่อความปรารถนาสูงสุดของอีกฝ่ายไม่ใช่ครอบครัว เธอจึงกลายเป็นคนที่เขาอยากเขี่ยทิ้งไปให้พ้นตัว เหตุผลที่เขาก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ ใช้ถ้อยคำหวานหลอกล่อจนหญิงสาวตายใจ ในที่สุดเธอก็ได้ตัดสินใจแต่งานกับเขาอย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ ท้ายที่สุดแล้วความจริงก็ปรากฏขึ้น เพราะปรเมศเข้าใจผิด คิดว่าเขมิกาคือสาเหตุที่ทำให้ผู้เป็นมารดาของเขาต้องจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้เอ่ยคำบอกลา “เขมท้อง!” หญิงสาวตัดสินใจพูดเรื่องทารกน้อยในครรภ์ เพราะลึก ๆ แล้วยังแอบหวังที่จะได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา อารมณ์ของเขมมิกาแปรปรวน เธอเองไม่อาจควบคุมได้ บางทีก็คิดอยากอยู่ประเดี๋ยวก็อยากไป “กี่เดือน” “หกสัปดาห์แล้วค่ะ” “เด็กคนนี้เป็นลูกของใคร” “คุณปรเมศ!” เขมมิการู้สึกผิดหวังในตัวชายหนุ่ม เขาไม่ควรตั้งคำถามนี้กับเธอ “เอาเด็กนั่นออกซะ! นี่คือเงินที่ผมจะจ่ายให้กับคุณ นับจากนี้ไปเราสองคนเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าสำหรับกัน” “คุณคิดดีแล้วใช่ไหมคะ” “ผมไม่เคยลังเลที่อยากเก็บเด็กคนนี้เอาไว้เลยสักนิด” คำตอบที่ได้ทำเอาหญิงสาวพูดไม่ออก มันจุกในอกเสียจนเธอแทบเสียสติ แต่ก็กลับมาได้เพราะทารกน้อย เธอต้องปกป้องเด็กคนนี้ให้ถึงที่สุด ปรเมศจะต้องเสียใจกับถ้อยคำที่เขาพูดกับเธอในวันนี้
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์เสน่หาพญามาร
8.7
โมกข์พยายามสื่อความปรารถนาอันเร่าร้อนที่อยากจะครอบครองร่างนุ่มนวลของหญิงสาว เขาต้องการเห็นเธอแสดงความต้องการและอ้อนวอนให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หา สายตาที่จ้องมองทำให้เธอเขินอายจนหน้าแดงก่ำดั่งผลทับทิม ขณะที่สัมผัสจากมือหนาปลุกเร้าความปั่นป่วนและสั่นสะท้านไปทั่วทั้งกาย ความสัมพันธ์ที่แสนหวานนี้เปลี่ยนค่ำคืนอันเงียบเหงาให้กลายเป็นกองเพลิงที่แผดเผาอยู่บนเตียงนอนด้วยความเสน่หาที่มากล้นจนยากจะหยุดยั้ง