ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย VILLAIN ..นายตัวร้าย!

VILLAIN ..นายตัวร้าย!

โชคชะตาเล่นตลกให้ฉันต้องเข้าไปพัวพันกับทายาทผู้ทรงอิทธิพลจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Destinesia และ Vania ท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงที่อาจถึงขั้นนองเลือด แต่ความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือตัวฉันและบุคคลลึกลับในความทรงจำที่ฉันเฝ้าตามหา กลับกลายเป็นต้นเหตุสำคัญของศึกครั้งนี้ ปมปัญหาที่เดิมพันด้วยชีวิตและความสูญเสียที่ฉันไม่เคยระแคะระคายมาก่อนว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้อง กำลังจะย้อนกลับมาทวงถามความรับผิดชอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ในพ้นในวังวนแห่งความแค้นนี้
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ไหนลองเล่าประวัติคร่าวๆของเธอมาดิ๊”

“ประวัติ?”

ฉันออกจะงงอยู่นะพอได้ฟังหมอนี่พูดงั้น แค่มาให้ข้อมูลสวนสาธารณะ K ฉันต้องโดนซักประวัติด้วยหรอ คล้ายๆตอนสัมภาษณ์งานรึเปล่า แบบชื่ออะไร เรียนจบที่ไหนไรทำนองนี้ แต่เพราะคงรอฟังอยู่นาน เรย์จิเลยตั้งคำถามมาซะเอง

“ไปเจอกันยังไงยัยปีศาจถึงผูกจิตกับเธอซะเหนียวแน่นขนาดนี้ฮะ”

“เอ่อ อะไรคือ.. ผูกจิต?”

“ผูกจิตไงยัยโง่ แบบ...”

“แบบ?”

ยิ่งพูดยิ่งงงนะหมอนี่ สรุปอะไรคือผูกจิต? อันนี้สงสัยจริงที่บ้านไม่เคยใช้คำนี้

“ช่างเหอะ”

พอเห็นสีหน้าฉันเรย์จิก็ทำหน้าเอือมหนักมากก่อนจะเดินตรงไปนั่งที่โซฟา

“เออแล้วเมื่อกี๊ นายเรียกฉันว่าไรนะ”

“ก็ยัยจืด”

“หือ” ...จืด?

“เออไงยัยจืด ก็เธอโคตรจืดชืด หน้าซีดเป็นไก่ต้ม”

“นี่นาย”

ตอนแรกก็ไม่เข้าใจ แต่พอหมอนี่ลงรายละเอียดเท่านั้นแหละ มันว่าฉันใช่มั้ย ถึงบ้านไม่ได้อยู่ในเมืองก็พอรู้นะเฟ้ย

“มองไม มีไร”

“ก็สนิทกันรึไงถึงเรียกฉันแบบนี้น่ะฮะ! ไอ้บ้าเรย์จิ คิดว่ารวยแล้วจะว่าใครก็ได้หรอ”

“หึ ไอ้หรอ” หมอนี่ยิ้มมุมปากก่อนจะจ้องหน้าฉันนิ่งๆ

“ใช่ ไอ้! ไอ้อุนจิ! ไอ้คนบ้าปากหมะ.. อุ๊บ!”

เหอะ อย่าพึ่งคิดว่าหมอนี่จะจูบฉันตามแบบฉบับนิยายรักทั่วไป เพราะตอนนี้มือใหญ่ของเรย์จิกำลังปิดปากฉันไม่ให้ด่าตัวเองอยู่ต่างหากเล่า!

“นี่หน้าคนหรอเนี่ย คือโตสุดได้แค่นี้?”

หนอยไอ้บ้าเรย์จิ! นายต่างหากเล่าที่กลายพันธ์เกิดมาสูงกว่าชาวบ้านชาวช่องเขา แถมมือก็ใหญ่โตมโหฬารเต็มหน้าฉันพอดีเลยด้วย จะว่าไปถ้าเทียบความสูงแล้วหมอนี่น่าจะประมาณ 180 กว่าๆ ส่วนฉัน 165 ต่างกันแค่สิบยี่สิบเซ็นจะแอ๊คทำไมเนี่ย เชอะ!

“อี้! อ่อยอั๊นเอี๋ยวอี๊อ๊ะไอ้อ้า (นี่! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะไอ้บ้า)”

“พี่เรย์จิ เรียกสิเดี๋ยวปล่อย”

เหอะ! เรื่องไรกันเล่า! ทำตัวไม่เห็นน่าเคารพตรงไหนเลยนะนายน่ะ ไอ้อุนจิเอ้ย คิดไปฉันก็ส่ายหัวไป หมอนี่ก็ลอยหน้าลอยตาอยู่ได้

“นี่ยัยจืด เธออยู่ปีหนึ่งใช่มะ”

“อื้อ”

ทั้งที่โมโหอยู่ฉันก็ยังอุตส่าห์พยักหน้านะ แหม..เด็กใหม่อยู่ปีแปดมั้ง ถามทำซากอะไร

“นั่นไงยอมซะ! เรียกสิ โอ๊ย!”

เพราะรำคาญไอ้หมอนี่เต็มทีฉันเลยกัดฝ่ามือที่อุดปากตัวเองอยู่เต็มแรง เหอะ! รู้จักแอลน้อยไปไอ้ขี้เก๊ก!

“ไม่มีทาง! สมน้ำหน้า นายมันกระจอก”

จากสารคดีที่เคยดูมา การแลบลิ้นปลิ้นตาจะเพิ่มความหน้าหมั่นไส้แก่ผู้แพ้มากขึ้น 70% เอาซะหน่อย แบร่ๆ ฮ่าๆๆ

“จิ๊! จะเอาใช่มะยัยแคระ”

ไอ้อุนจิเริ่มโกรธหน้ามุ่ยแล้วล่ะ แต่แล้วยังไง ไม่เห็นน่ากลัวตรงไหน

“เห๊อะ! เข้ามาเซ่! หมดความอดทนแล้วนะเฟ้ย รู้จักก็ไม่รู้จักมาแกล้งกันเฉย!”

“เออ! เอาสิพองตัวเหมือนอึ่งอ่างเร็วเข้า พองเลยๆๆ”

แปะ แปะ แปะ

อะ..ไอ้หมอนี่ ให้ตายสิ มีใครที่ไหนนั่งตบมือบนโซฟาเชียร์ให้คนอื่นพองตัวเป็นอึ่งอ่างกันบ้าง

“หืมมม ไอ้อุนจินายตาย!!!”

ตุ้บ~

ตอนนี้กลายเป็นฉันที่คว้าหมอนแล้วกระโดดเข้าไปหาเรย์จิ ก่อนจะเอาหมอนอุดจมูกหมอนั่นเหมือนที่รุ่นพี่ไลลาโดนกระทำ คิกๆ แก้แค้นให้แล้วค่ะรุ่นพี่ เรย์จิดิ้นไปมาดันตัวฉันออก แต่ฉันล็อคหมอนี่ไว้แน่นจนขยับตัวไม่ได้

“อัยอ้าอ่อยอ้ะเอ้ยยย (ยัยบ้าปล่อยนะเฟ้ย)”

“ไม่ปล่อย ไอ้คนนิสัยเสีย นายมันห่วยแตก ผู้ชายที่ไหนเขาไล่ผู้หญิงวันละสองสามรอบแถมยังป่วนอีกสารพัดฮะ! แล้วพูดกับพี่สาวก็ไม่เพราะ นายมันเป็นคนประเภทไหนกัน ตายไปซะไอ้บ้า หมั่นไส้!”

ฉันทิ้งน้ำหนักลงไปกับหมอนที่ปิดหน้าเรย์จิเต็มแรง หมอนี่ก็ดิ้นไปดิ้นมาหลายทีจนนิ่งไป

“.....”

“เหอะ! ทำเป็นเงียบ หายใจไม่ออกตายละหรอ ไม่ต้องมาเนียนเลย ลูกไม้ตื้นๆใครเชื่อก็บ้าละ”

“.....”

“นี่ ลุกขึ้นมาทำงานของนายเซ่! ฉันจะได้กลับบ้านสักที”

เฮ่อ..อยากกลับบ้านจะแย่ละเนี่ย ไม่มีเรียนทำไมไม่บอกตั้งแต่หน้าประตูมหาลัยกันเล่า ฉันเขย่าแขนเรย์จิรัวๆแต่หมอนี่ก็ยังเงียบ

“.....”

“นี่ เรย์....จิ!”

พรึ่บ!

ขะ..แขน อยู่ๆแขนหมอนั่นก็ห้อยลงมาจากโซฟาเหมือนคนไม่มีแรง ร่างกายนิ่งไป ดวงตาปิดสนิทแบบนั้นหรือว่า...

หมอนี่...หมอนี่จะตาย!!

“เรย์จิ!!! นี่! เอาจริงหรอเนี่ย เรย์จิอย่าเป็นไรนะ ระ..รถพยาบาล ต้องเรียกรถพยาบะ...”

หมับ!

“ว๊าย!”

จังหวะที่ฉันตาลีตาเหลือกจะวิ่งไปที่โทรศัพท์บ้านที่อยู่ภายในห้องเพราะไม่มีมือถือเหมือนคนอื่น หมอนี่ที่คิดว่าตายไปแล้วก็กระชากแขนจนล้มลงไปนั่งบนตักเขา ก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง

“คิกๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ”

หืมมม แกล้งกันอีกแล้วสินะ!

“ไอ้ประสาท! นี่นายแกล้งตายหรอฮะ ไอ้บ้าเอ๊ยนายนี่มัน..อื้อ!”

ไม่ทันที่ฉันจะพูดอะไรไปมากกว่านี้ คำพูดของฉันก็ถูกกลืนหายลงคอไปกับเรย์จิที่อยู่ๆก็กดจูบลงมาทันที

ไม่ผิดหรอกค่ะ เรย์จิจูบฉัน แต่แค่ปากแตะปากเท่านั้นจนฉันนั่งนิ่งตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก

นี่มัน..

จะ..จูบแรก

จูบแรกของฉัน..ดันมาเสียให้กับไอ้หมอนี่งั้นหรอ?!

ก๊อกๆๆ

พรึ่บ

ฉันผละออกจากเรย์จิทันทีที่มีเสียงคนเคาะประตู ก่อนจะก้มหน้าก้มตาเช็ดปากตัวเองลวกๆ อย่างรังเกียจ ส่วนหมอนั่นนั่งยิ้มมุมปากเล็กๆ แบบโคตรน่าหมั่นไส้!

แอ๊ดดด

ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับร่างบางของหญิงสาวที่ฉันคุ้นเคย คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหน.. รุ่นพี่ไลลา

“เป็นไงกันบ้าง อ้าว สนิทกันเร็วดีจังละ..เลย”

เพี๊ยะ!

ไม่ทันที่รุ่นพี่ไลลาจะพูดจบฉันก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าเรย์จิอย่างแรงด้วยความโกรธ ทำเอาผู้ถูกกระทำอย่างหมอนี่ถึงกับหน้าสะบัด ก่อนจะหันกลับมามองฉันด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาออกแนวหัวเราะเยาะเย้ยด้วยซ้ำ

“หึ...”

ท่าทางโอหังแบบนั้น ยังไม่สำนึกสินะ นายมันเป็นคนประเภทไหนกัน คิดว่าผู้หญิงเป็นของเล่นรึไง!

“ขอโทษนะคะ แอลคงช่วยพี่เรื่องรีโนเวทสวนสาธารณะ K ไม่ได้หรอกค่ะ เอาไว้แอลจะชดใช้เป็นอย่างอื่นให้ ขอตัวค่ะ”

ฉันหันไปบอกรุ่นพี่ไลลาแล้วคว้ากระเป๋าเดินออกจากห้องทันทีโดยมีสายตาของเรย์จิจ้องฉันอยู่อย่างไม่วางตา

[RAYJI TALK]

ปังงงง!!!

ผมนั่งมองคนตัวเล็กที่กระชากประตูบานใหญ่ให้เปิดออกก่อนจะเดินออกไป แล้วกระแทกประตูปิดเสียงดังสนั่น เสียงประตูที่ดังก้องแสดงถึงความไม่พอใจของยัยหน้าจืดที่โดนผมแกล้งจนโมโห สลับกับมองคนตรงหน้าที่พึ่งเดินเข้ามาแล้วทำหน้างงๆ อย่างต้องการคำอธิบาย

“เล่นพิเรนทร์อะไรอีกล่ะ”

“ป่าวซะหน่อย”

ไลลายืนกอดอกมองผมด้วยสายตาไม่พอใจ อ๋อไม่สิ ต้องเรียกเธอว่า 'พี่ไลลา' ไม่งั้นยัยนี่จะโมโหเหมือนหมาบ้า

ไลลา..เธอเป็นพี่สาวแท้ๆของผมครับ จริงๆอายุเราห่างกันสองปี แต่ผมชินกับการเรียกชื่อเธอเฉยๆมากกว่า ถึงจะโตมาด้วยกัน แต่ส่วนใหญ่ผมจะเป็นฝ่ายดูแลและปกป้องเธอ ก็เลยไม่ค่อยอินกับการเรียกไลลาว่าพี่เท่าไหร่

ช่วงนี้ผมเจองานยากตามประสาลูกหลานนักธุรกิจ และทายาทเจ้าของ Destinesia คือต้องศึกษาให้เยอะกว่าคนอื่น เพื่อนำไปปรับใช้กับธุรกิจที่บ้าน พ่อเลยโยนงานรีโนเวทสวนสาธารณะ K เป็นงานที่ทำเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและคืนความสุขให้คนในสังคมมาให้ผมลองทำ เพราะไลลาเคยผ่านจุดเริ่มต้นแบบนี้ไปแล้ว ก็เลยแสดงสปิริตพี่สาวที่แสนดีอยากช่วยผม ด้วยการลากยัยหน้าจืดที่เดินหน้าบูดออกไปเมื่อกี๊มาเกี่ยวข้องด้วย

แต่จะว่าไปยัยนั่นก็แปลกดีเหมือนกัน…

เชื่อเขาเลยสมัยนี้ยังมีผู้หญิงที่ไม่แต่งหน้าแถมยังปล่อยตัวเองหน้าตาจืดชืดออกจากบ้านอยู่จริงๆ แต่ถึงจะไม่แต่งเติมสีสันอะไรลงไปแต่ใบหน้าของเธอกลับดูดียิ่งกว่าคนแต่งหน้าบางคนซะอีก แต่แก่นไปหน่อยนะยัยนี่ ไม่มีความเรียบร้อยเอาซะเลย ออกจะห้าวเกินไปด้วยซ้ำเลยโดนผมปราบพยศเข้าให้ แค่ปากแตะปากนิดหน่อยก็อึ้งซะละ หึหึ…

“นี่ คิดไรอยู่หรอ”

“ก็คิดถึงยัย...”

ผมเหลือบมองไลลาที่นั่งทำหน้าอยากรู้อยากเห็นแล้วชะงักไป ว่าแต่ยัยปีศาจหอบร่างตัวเองมานั่งข้างผมตอนไหนกันเนี่ย

“ยุ่ง! กลับมาทำไม”

เกือบไปละ เกือบจะหลุดตอบยัยปีศาจแล้วเชียวว่าคิดถึงยัยหน้าจืดนั่นอยู่ แล้วจะไปคิดถึงยัยนี่ทำไมวะ

“อ๋อ ลืมมือถือน่ะ”

ไลลาชูมือถือในมือขึ้นมาก่อนจะลุกขึ้นยืน แล้วหันกลับมาหาผมอีกที

“นี่ ไปง้อด้วยนะ”

“อะไร?”

“แอลไง”

เหอะ! ให้ตาย ยัยจืดแอลต้องเล่นของใส่ไลลาแน่นอน

“ไม่มีทาง ไม่ไป”

“กล้าขัดคำสั่งรึไง”

ถ้าบอกว่าเกลียดรอยยิ้มพี่สาวตัวเองนี่ผิดรึเปล่า เพราะยัยนี่น่ะยิ้มทีนึงแปลได้ร้อยความหมาย บทจะดีก็ดีใจหาย แต่ถ้าร้ายก็ยิ่งกว่านรกแตกซะอีก

หมับ!

บ้าเอ๊ย! แล้วไม่ทันไรยัยปีศาจก็ดึงหูผมแทบขาด ไม่รู้ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนนักหนา

“โอ๊ย เออๆ”

ถ้าไม่เล่นทีเผลอก็ไม่ยอมหรอกเว้ย ยัยนี่ขึ้นคานแน่นอน เถื่อนขนาดนี้น่ะ แต่จะว่าไปมันมีเหตุผลมากมายที่ผมต้องยอมยัยปีศาจทุกครั้งไป หลักๆก็คือ..เวลายัยนี่เกิดไปผูกจิตกับใครขึ้นมาก็มักจะมีเรื่องแปลกๆเกิดขึ้นกับผมเสมอ ยิ่งช่วงนี้กำลังเซ็งๆพอดี ยอมๆไปก่อนละกัน เผื่อยัยหน้าจืดนั่นจะทำให้ชีวิตผมหายเซ็งได้บ้าง

[END TALK : RAYJI]

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96KWK” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96KWK
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บ่วงแค้นหัวใจปีศาจ
9.8
อุบัติเหตุสยองคร่าชีวิตกุลธิดาน้องสาวสุดที่รักของหัสดินไปอย่างไม่มีวันกลับ ทิ้งให้เขาจมอยู่กับความกามแค้นต่อต้นเหตุที่ทำลายดวงใจดวงเดียวของเขา ในขณะที่ดารินผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกันต้องสูญเสียพี่ชายและตื่นมาพบกับพายุแห่งการจองเวร หัสดินปักใจเชื่อว่าเธอคือคนผิดที่ต้องชดใช้อย่างสาสม เขาเฝ้ารอเวลาที่เธอออกจากโรงพยาบาลเพื่อเริ่มต้นการล้างแค้นที่แสนทรมาน บ่วงกรรมที่ผูกพันด้วยความเกลียดชังและรอยเลือดจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางปริศนาที่รอวันเปิดเผย
หน้าปกนวนิยาย ไฟวิวาห์พญามาร
8.6
เมื่อลีลวัตรถูกบีบให้เข้าพิธีวิวาห์อย่างไม่เต็มใจด้วยเล่ห์เหลี่ยมแบล็คเมล์ ชายหนุ่มผู้ดิบเถื่อนจึงเปลี่ยนกรงทองให้กลายเป็นนรกบนดินเพื่อแก้แค้น ปลายฟ้าหญิงสาวผู้ถือทะเบียนสมรสต้องเผชิญกับพายุอารมณ์และความโหดร้ายของสามีที่มองว่าเธอเป็นเพียงสินค้ามูลค่าสองล้านบาทที่เขาต้องลิ้มลองให้คุ้มค่าก่อนจะสลัดทิ้ง ท่ามกลางความเกลียดชังและสัมผัสที่ป่าเถื่อนเพื่อเอาชนะ เธอจะรอดพ้นจากวิวาห์ไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจลครั้งนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。
หน้าปกนวนิยาย การหวนกลับมาของราชัน
9.6
หลินเฟิงถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงเขยแต่งเข้าบ้านที่ไร้ค่าและถูกครอบครัวฝั่งภรรยาดูถูกเหยียดหยามยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน จนกระทั่งเขาตกเป็นเหยื่อของแผนการร้ายและถูกขับไล่ออกจากตระกูลซูอย่างน่าอับอาย ทว่าท่ามกลางความตกต่ำนั้นไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการกำเนิดราชันผู้ยิ่งใหญ่ที่จะสั่นสะเทือนไปทั้งปฐพี ในฐานะผู้พิชิตเหนือโลกที่ทุกคนต้องหวั่นเกรงต่ออำนาจของเขา
หน้าปกนวนิยาย เพลิงร้ายพ่ายรัก
9.6
ความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนเมื่อหนึ่งพยายามติดต่อเพลิงแต่กลับถูกเมินเฉยอย่างเย็นชา เมื่อเธอเดินทางไปหาเขาที่ห้องก็พบว่ารหัสผ่านถูกเปลี่ยนไปโดยไม่บอกกล่าว เพลิงตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใยพร้อมไล่ให้เธอกลับบ้านไปเสียดื้อๆ ทิ้งให้หนึ่งต้องยืนเคว้งอยู่หน้าห้องด้วยความสับสนและเสียใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนรัก บทสนทนาที่แสนสั้นและห่างเหินนี้กลายเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าความรักของทั้งคู่กำลังเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่ที่ยากจะประสานให้เหมือนเดิมได้อีกครั้ง