ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย VILLAIN ..นายตัวร้าย!

VILLAIN ..นายตัวร้าย!

โชคชะตาเล่นตลกให้ฉันต้องเข้าไปพัวพันกับทายาทผู้ทรงอิทธิพลจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Destinesia และ Vania ท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงที่อาจถึงขั้นนองเลือด แต่ความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือตัวฉันและบุคคลลึกลับในความทรงจำที่ฉันเฝ้าตามหา กลับกลายเป็นต้นเหตุสำคัญของศึกครั้งนี้ ปมปัญหาที่เดิมพันด้วยชีวิตและความสูญเสียที่ฉันไม่เคยระแคะระคายมาก่อนว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้อง กำลังจะย้อนกลับมาทวงถามความรับผิดชอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ในพ้นในวังวนแห่งความแค้นนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ไชโย~!!! ในที่สุดลูกแม่ก็ได้ทุนเรียนมหาลัยแล้ววว... แถมยังเป็นมหาลัยไฮโซชื่อดังอย่าง Destinesia ซะด้วย แม่เห็นเขาเล่าต่อๆกันมาว่าข้างในเริ่ดมากกก ห้องอาหารสุดหรู ห้องเรียนแอร์แปดตัว ห้องสมุดกว้างสุดลูกหูลูกตา สระว่ายน้ำก็ใหญ่เบ้อเร่อ แล้วก็อะไรอีกน้าาา....”

“เก่งจริงๆลูกพ่อ ประกาศให้โลกรู้ไปเลยว่าครอบครัวเราก็ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่นะจะบอกให้ ฮ่าๆๆ”

“พี่นี่สุดยอดไปเลยแฮะ เป็นหน้าเป็นตาให้ครอบครัว ผมดีใจที่เกิดเป็นน้องพี่ แค่นี้ก็ไม่อายเพื่อนละดิ!!”

เฮ่อ...

เชื่อเหอะตอนนี้ฉันกำลังนั่งทำหน้าเหมือนหมาป่วยฟังทุกคนพรรณนาถึงความเลอค่าของ Destinesia มหาวิทยาลัยที่หรูที่สุดในย่านนี้ที่ตัวเองตกกระไดพลอยโจรไปได้ทุนเรียนฟรีตลอดหลักสูตรแบบงงๆ

ส่วนสตอรี่การได้ทุนเรียนฟรีที่แสนวุ่นวายนี้ มันเกิดจากความบังเอิญที่มีรถยนต์สุดหรูคันหนึ่งขับหลงมาในละแวกบ้านแล้วเกิดน้ำมันหมดกลางทางพอดี เด็กสาว ม.ปลายจบใหม่สวยใสบริสุทธิ์อย่างฉัน ระหว่างปั่นจักรยานกลับจากโรงเรียนมาเห็นเข้าก็เลยให้ความช่วยเหลือพี่สาวคนนั้นด้วยการไปตามคนมาช่วยก็แค่นั้น

ย้ำอีกทีนะ เหตุเกิดจากน้ำมัน ที่มาที่ไปของเรื่องทั้งหมดเนี่ย มันมีแค่นี้เลยจริงๆ

แต่ก็นะ เพราะดันมารู้ทีหลังว่าพี่สาวที่ฉันช่วยไว้คือ 'คุณไลลา' ทายาทนักธุรกิจพันล้าน เจ้าของกิจการหลากหลายสายงานทั้งในและต่างประเทศเนี่ยสิ แถมมหาลัย Destinesia ที่เป็นประเด็นอยู่ตอนนี้ก็เป็นธุรกิจในเครือของครอบครัวเธอด้วย เพราะงั้นฉันเลยได้รับจดหมายเชิญไปเรียนต่อเพื่อทดแทนบุญคุณแบบเล่นใหญ่ได้อีก และไม่ต้องพูดถึงเรื่องจดหมายส่งผิดบ้านเลย เพราะสิ่งที่มันเอ็กซ์คลูซีฟกว่านั้นอีกคือจดหมายเชิญดันจ่าหน้าซองถึง 'สาวน้อยผู้ใจดี' พร้อมกับแนบรูปที่แอบถ่ายฉันตอนปั่นจักรยานมาแบบเจาะจงสุดฤทธิ์ว่าต้องเป็นคนนี้!!

เหอะๆ อันที่จริงแอบคิดว่าส่งน้ำมันพืชหรือน้ำมันเบนซินมาที่บ้านสัก 30 ลิตรก็น่าจะเป็นการตอบแทนที่เพียงพอแล้วนะ แต่ชนชั้นอีลิทคงเสพติดความอลังการ ซึ่งมันแสนเว่อร์วังซะไม่มี

อ้อ...แล้วนอกจากจะได้เรียนฟรี ที่นี่ยังมีค่าครองชีพให้ด้วย หรือพูดง่ายๆก็คือมีเงินค่าใช้จ่ายให้ฟรีทุกเดือน เรียกว่าเหลือกินเหลือใช้เลยแหละถ้าเทียบกับชีวิตปกติของฉันที่เป็นอยู่

และที่พีคไปกว่านั้นอีก ฉันได้สิทธิ์นั่งรออยู่ที่บ้านเฉยๆ ก็มีชุดนักศึกษาและอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นมากมายส่งมาให้ถึงที่บ้านเลย อดคิดไม่ได้ว่าขนาดจะรับนักศึกษาใหม่ที่นี่ก็ยังคงความไฮโซอวดรวยอีกหรอเนี่ย ทำไมใครต่อใครถึงชอบความฟู่ฟ่าของที่นี่นักนะ นี่ฉันผิดปกติหรือว่าชินกับการอยู่แบบจนๆไปแล้ว วุ่นวายจริงๆ

“ทุกคนคะ!!!”

สุดท้ายฉันก็ต้องโพล่งออกมาด้วยความเบื่อหน่ายกับท่าทางดีอกดีใจจนเกินเหตุของพ่อแม่และน้องชาย ทำเอาทุกคนเงียบกริบแล้วหันมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“แอลไม่ได้อยากเรียนที่นี่สักหน่อย พรุ่งนี้ก็จะไปถอนตัวและคืนของพวกนี้ให้เขาแล้วล่ะ”

“ไม่ได้! / ไม่ได้!! / ไม่ได้!!!”

ให้ตายสิ นี่คงเป็นครั้งแรกที่ทุกคนในบ้านมีความเห็นตรงกันยกเว้นฉัน

“พี่ถอนตัวไม่ได้เด็ดขาด! ผมบอกเพื่อนไปหมดแล้วว่าพี่ได้เรียนมหาลัยไฮโซ แถมเด็กห้องสี่ก็ยังรับรักผมเพราะเหตุผลนี้ด้วยอ่ะ”

โอ้...เหตุผลช่างเลอะเทอะและบ้าบอมบ์ากโขว่ามะ

“ใช่ๆ แม่ก็เล่าให้คนในตลาดฟังแล้ว ทุกคนพร้อมใจกันลดค่ากับข้าวให้เราด้วย”

เยี่ยมยอด มหัศจรรย์ มิน่าทำไมวันนี้ได้กินแต่อะไรดีๆอ่ะ

“ส่วนพ่อก็..”

พรึ่บ!

“พอแล้วค่ะ หยุดเลยนะ!”

ฉันอาศัยจังหวะนี้ยกมือห้ามเพราะเดาได้เลยว่ามันคงเป็นอะไรที่ง้องแง้งไม่ต่างกันแหงๆ

“พ่อ! แม่! ไอ้โอห์มแกด้วย! หนูจะใช้ชีวิตที่นั่นยังไง ลองคิดดูสิคะ บ้านเราก็ใช่ว่าจะรวยล้นฟ้า การอยู่ในสังคมแบบนั้นหนูไม่ชินหรอกนะ”

นี่พูดจริงไม่ได้พูดเล่น สังคมจอมปลอมของพวกคนรวยน่ะ น่ากลัวจะตายชัก

“โธ่เอ๊ยเรื่องแค่นี้เอง ก็ปรับตัวสิลูก ใช้ชีวิตไฮโซซะบ้างโก้จะตาย ค่าครองชีพก็มีเยอะแยะ แม่ไม่ขอแบ่งมาใช้หรอกโอเคนะ ลัลล้าลัลลาาา~”

เหอะๆ แล้วไหงภาพตัดไปที่แม่ยืนตั้งหน้าตั้งตาฮัมเพลงรดน้ำต้นไม้ได้ล่ะนั่นน่ะ

“ไม่ค่ะ! ให้ตายยังไงหนูก็ไม่เรียนที่นั่นเด็ดขาด! ไม่รู้ล่ะ ออกไปข้างนอกนะคะ บ๊ายยย~”

ว่าแล้วฉันก็เดินดุ่มๆออกมาโดยไม่สนใจจะฟังเสียงตะโกนไล่หลังของคนในบ้านสักนิดอ่ะ

“อะ..อ้าว เดี๋ยวสิยัยลูกคนนี้ กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนเลยนะ!”

“เฮ้ย! เดี๋ยวดิพี่แอล กลับมาก่อนดิพี่!!!”

“ไอ้แอลโว้ย นี่พ่อยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะเนี่ย!!!”

.

.

.

ไม่กี่นาทีต่อมา

ตอนนี้ฉันกำลังเดินอยู่ริมถนนโดยมีปลายทางคือสวนสาธารณะ K ที่นั่นเป็นที่ประจำเวลาที่ฉันหงุดหงิดหรือคิดอะไรไม่ออก

คือไม่ใช่ไม่เข้าใจนะว่าทุกคนในครอบครัวอยากให้ฉันได้ดี การเรียนมหาลัยไฮโซแบบนั้นผลพลอยได้ที่ตามมาหลังเรียนจบมันก็มีเยอะอยู่ ทั้งมีบริษัทรองรับ ฐานเงินเดือนสูง แถมไปที่ไหนใครก็ต้องการ แต่ใครจะไปมองแต่อนาคตได้ล่ะ ฉันน่ะอยู่กับปัจจุบันก่อนไม่ดีกว่าหรอ

เฮ่อ...ถอนหายใจรอบที่ร้อยของวันแล้วมั้งเนี่ย

Destinesia หรอ?

มหาลัยไฮโซหรอ?

ใครจะยอมทิ้งคนในครอบครัวไปใช้ชีวิตสุขสบายกันล่ะ แค่ชื่อมหาลัยก็บอกอยู่แล้ว

Destinesia…

มาจากคำว่า destination + amnesia

‘เวลาที่เราตั้งใจไปสถานที่แห่งหนึ่งแต่พอไปถึงแล้วกลับลืมว่าไปทำไม’

นั่นแหละความหมายของที่นี่

เห็นร่ำลือว่าเป็นสถานที่ที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันหมดทุกอย่าง ให้เดามันคงเป็นสวรรค์ชั้นดีเลยสินะใครๆถึงเทิดทูนที่นี่กันนักน่ะ

“ระวัง!!!”

หืม...

เอี๊ยดดดดด

“เฮ้ย! เกือบตายแล้วมั้ยนังหนู เดินอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือเลยฮะ!!!”

ละ..แล้วไม่รู้อะไรเป็นอะไรอ่ะ ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก อยู่ๆก็มีเสียงเบรครถลากยาวดังสนั่นหวั่นไหวหน้าสวนสาธารณะ K พร้อมกับเสียงลุงแก่ๆคนนึงที่เปิดกระจกตะโกนด่าฉัน นี่ดีนะโดนใครสักคนกระชากแขนให้หลบทิศทางของรถลุงแกที่พุ่งมาจนล้มอยู่ข้างฟุตบาทเนี่ย ไม่งั้นกลายเป็นผีเฝ้าสวนสาธารณะไปละ

“จิ๊!”

ฉันนั่งปัดเศษทรายที่เปื้อนเข่าออกก่อนจะนึกขึ้นได้เลยหันขวับไปมองคนข้างๆที่ยังคงจับแขนกันไว้แล้วก้มหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่

ผู้หญิงหรอ... เธอเป็นคนช่วยฉันไว้สินะ

“ขอบคุณนะคะ เอ่อ คะ..คุณ!”

แล้วทันทีที่เธอเงยหน้าก็เล่นเอาตกใจเลยล่ะ พี่สาวคนนี้อีกแล้ว ใบหน้าสวยๆของเธอฉันจำได้ดี คุณไลลาคนนั้นนี่.. จังหวะที่ฉันกำลังตกใจ เธอก็ทำหน้ามุ่ย ขมวดคิ้วเบาๆแล้วบ่นอุบอิบมาทันที

“เด็กบ้า คิดไรอยู่ถึงเดินไม่สนโลกแบบนี้ฮะ”

“ขะ..ขอโทษค่ะ เจ็บตรงไหนมั้ยคะ”

หยึ๋ย... จะซวยมั้ยเนี่ย คุณหนูพันล้านมาช่วยฉันจนล้มก้นจ้ำบ๊ะอยู่ที่พื้นแบบนี้ นี่ฉันจะโดนจับตัดหัวรึเปล่า

“ไม่เป็นไร เธอล่ะ”

“ที่จริงก็ยังงงๆอยู่เลยค่ะว่ารถวิ่งมาจากทางไหนอ่ะ”

ฉันพยุงตัวเองลุกขึ้นแล้วมองซ้ายมองขวาหาทิศทางรถ แต่อดคิดไม่ได้เลยแฮะว่านี่ฉันเหม่อขนาดนี้เลยรึไงเนี่ย ขณะเดียวกันก็ยื่นมือไปหาพี่สาวที่นั่งอยู่ช่วยประคองให้เธอลุกขึ้น

แล้วพอตั้งใจมองใกล้ๆ ใบหน้าขาวผ่องเป็นประกายกับผิวพรรณที่ดูมีน้ำมีนวลก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอเป็นลูกผู้ดีมีชาติตระกูล เป็นคนที่มีเสน่ห์มากจนแอบรู้สึกผิดที่ทำให้ผิวสวยๆนั่นถลอกเลยนะเอาจริง

“หึ..ตลกดีนะ เจอเธอทีไรมีเรื่องทุกที นี่มาเดินเล่นหรอ?”

“ค่ะ ฉันชอบมาดูพระอาทิตย์ตกดินที่นี่ มันสวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยล่ะ เวลาคิดอะไรไม่ออกหรือไม่สบายใจก็รู้สึกดีขึ้นทุกทีเลย”

“ขนาดนั้นเลย แล้วถ้าวันนึงมันหายไปล่ะ?”

“ก็คงเหมือนขาดที่พึ่งทางใจมั้งคะ”

พอฉันพูดไปแบบนั้น คุณไลลาก็นิ่งไปพักนึงเลยก่อนจะเปลี่ยนเรื่องถามกัน

“ได้จดหมายกับของใช้ทั้งหมดแล้วใช่มั้ย?”

แล้วคำถามของเธอก็ทำฉันคิดเรื่องทุนขึ้นมาได้เลยรีบพยักหน้า

“ค่ะ ตั้งใจจะเอาไปคืนให้อยู่พอดีเลย”

“ทำไมล่ะ ไม่อยากเรียนที่นั่น?”

โป๊ะเชะ! จังหวะนี้ฉันคือส่ายหน้ารัวๆเลยจ้า ส่ายหน้าที่แปลว่าไม่อยากเรียน ฉันไม่ไหวหรอกนะ สังคมที่หรูหราเกินตัวแบบนั้นน่ะ คนตรงหน้าก็เลิกคิ้วมองมา

“เหตุผลล่ะ?”

“ฉันไม่คู่ควรหรอกค่ะ ดูคุณสิคะ แล้วดูฉันสิ ดูยังไงฉันก็ไม่เหมาะกับที่นั่นหรอก”

“ทั้งที่ทุกอย่างฟรีก็ไม่เอาหรอ?” ใบหน้าสวยๆมองกันงงๆ แต่ไม่ก็คือ...

“ไม่ค่ะ ถือว่าเราหายกันแล้วนะคะ ช่วยบอกสถานที่คืนของให้ด้วยค่ะ”

“เธอนี่แปลกคนนะ”

“หืม?”

“ก็มีแต่คนอยากเข้าเรียนที่นี่จนตัวสั่น แล้วนี่..เธอชื่ออะไร?”

เหอะๆ ท่าทางมองฉันเหมือนตัวประหลาดนี่มันยังไงกันนะ ไม่ว่ากี่ทีก็ไม่ค่อยชินเลยแฮะ สายตาคนรวยที่จ้องกันแบบนี้น่ะ

“ฉัน...แอลค่ะ”

“อืม...รุ่นพี่ไลลา”

“คะ?”

“ต่อไปเรียกฉันว่ารุ่นพี่ไลลา และเธอ..แอล..ถ้าวันเปิดเทอมฉันไม่เจอเธอ ฉันจะสั่งรื้อสวนสาธารณะนี้ซะ!”

“ทำไมล่ะคะ!!”

ได้ฟังแบบนั้นเล่นเอาฉันตกใจจนโพล่งออกไปเลยล่ะ แล้วรุ่นพี่ไลลาคนนี้ก็กระตุกยิ้มเหมือนมีเลศนัยบางอย่าง

“ก็เพราะว่าดูพระอาทิตย์ตกบนดาดฟ้า Destinesia มันสวยกว่าที่นี่ตั้งเยอะ และเธอควรไปดูที่นั่นมากกว่า”

.

.

.

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา..

ฉันวุ่นๆกับงานพิเศษรับจ้างส่งหนังสือพิมพ์กับแจกใบปลิวช่วงวันหยุดจนลืมนึกถึงเรื่อง Destinesia ไปพักใหญ่ ลืมบอกไปว่าบ้านฉันเปิดร้านขายบะหมี่เล็กๆ ในที่ดินผืนน้อยของตัวเอง ซึ่งที่ร้านก็ไม่ได้ยุ่งอะไรมาก แค่โอห์มน้องชายฉันก็ช่วยพ่อแม่ได้สบายอยู่แล้ว ฉันเลยหารายได้เสริมเพื่อแบ่งเบาภาระอีกทาง

และแน่นอนว่ายังมีอีกเรื่องที่สำคัญ คือฉันยังไม่ได้เอาของทั้งหมดไปคืนรุ่นพี่ไลลา เพราะหลังจากวันนั้นก็ไม่เคยเจอเธออีกเลย แถมเธอก็ไม่ได้ให้ที่อยู่เอาไว้ด้วย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีความกดดันบางอย่างที่แวะเวียนมาแทนเธออยู่ตลอด คือจดหมายที่ออกแนวข่มขู่เรื่องการรื้อสวนสาธารณะ K ทิ้ง ถึงจดหมายไม่มีชื่อที่อยู่ผู้ส่งตามเคย แต่มันก็เดาได้เลยว่าเป็นรุ่นพี่ไลลา

“แอล พรุ่งนี้ก็จะเปิดเทอมแล้วใช่ไหมลูก แม่จะได้เห็นลูกใส่ชุดนักศึกษาของ Destinesia สักที ตื่นตันใจจริงจริ๊ง ลูกแม่ต้องสวยมากแน่ๆ”

เหอะๆ

ฉันได้แต่ยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกผิดเบาๆ ก็ไม่ได้อยากจะดับฝันแม่หรอกนะ แต่ไม่รู้จะบอกแม่ยังไงดี...

เสียใจด้วยค่ะแม่ หนูสมัครเรียนที่มหาลัย Vania ไปแล้ว และแน่นอนว่าพรุ่งนี้หนูจะใส่ชุดนักศึกษาของ Vania ค่ะ

ได้อยู่นะ หรือจะบีบน้ำตา...

แม่คะอย่าให้แอลไปเรียนที่นั่นเลย แอลกราบล่ะคะ ฮือออ กระซิกๆ

ไม่เอาอ่ะ น้ำเน่าไปป่ะ

เฮ่อ...ถ้างั้นไม่บอกละกันถึงตอนนั้นแม่คงเข้าใจอ่ะ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สวาทรักชาติเสือ
8.6
เมื่อลูกหนี้สาวผู้ไร้หัวนอนปลายเท้าต้องเข้าพิธีวิวาห์กับชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์เพื่อเป็นเครื่องมือประชดประชันมารดาของเขา ภายใต้เงื่อนไขที่บีบบังคับให้เธอต้องตกเป็นทาสกามารมณ์และเครื่องระบายอารมณ์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ เธอต้องอดทนใช้ชีวิตในฐานะภรรยาที่ไร้ค่าและไม่มีสิทธิ์ในตัวสามีแม้แต่น้อย ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดนี้จะสิ้นสุดลงที่ใด และหัวใจที่บอบช้ำของเธอจะทนรับการเหยียดหยามได้อีกนานแค่ไหนในกรงขังแห่งสวาทที่เขาเป็นเจ้าชีวิตแต่เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย ออฟฟิศร้อน ฝึกบทรัก
8.3
สัมผัสความเร่าร้อนในที่ทำงานเมื่อพนักงานสาวอย่างหญิงต้องตกอยู่ในสถานการณ์ชวนใจสั่นบนตักของบอสหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ท่ามกลางบรรยากาศออฟฟิศที่ดูเงียบสงบ แผ่นหลังของเธอแนบชิดไปกับแผงอกแกร่งจนรับรู้ได้ถึงลมหายใจและสัมผัสจากมือหนาที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว ความใกล้ชิดที่เกินเลยขอบเขตงานทำให้ความซ่านสยิวพลุ่งพล่านจนยากจะต้านทาน แม้จะตกใจแต่หัวใจกลับเต้นรัวแรงไปกับคำยืนยันอันหนักแน่นของเขาว่านี่ไม่ใช่แค่การล้อเล่นแต่คือความปรารถนาที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย อัคคีธารา
8.8
มินรญาสาวสวยทรงเสน่ห์เอ่ยปากท้าทายภูวนนท์ด้วยความมั่นใจว่าเขากำลังหลงรักเธอ แต่ชายหนุ่มกลับตอบโต้ด้วยถ้อยคำดูถูกทว่าปฏิกิริยาทางกายกลับสวนทางกับคำพูด เมื่อความเสียใจจากการสูญเสียคนรักผสมโรงกับฤทธิ์สุรา เปลี่ยนภูวนนท์ที่เคยเย็นชาราวสายน้ำให้กลายเป็นเปลวเพลิงที่พร้อมแผดเผา มินรญาที่เล่นกับไฟจึงถูกดึงเข้าสู่อ้อมกอดแข็งแกร่ง เขาตัดสินใจระบายความแค้นและควาเจ็บปวดทั้งหมดลงที่ริมฝีปากของเธอเพื่อเป็นตัวแทนของใครอีกคนที่ไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้อีก
หน้าปกนวนิยาย เมื่อฉันเกิดใหม่ ได้ซุกซนอยู่ในอ้อมแขนของชายผู้คลั่งรัก
8.7
[การแก้แค้น + ซ่อนตัวตน + เนื้อเรื่องสะใจ + หวานละมุนเอาใจซึ่งกันและกัน] หลังจากได้เกิดใหม่อีกครั้ง ชิจิวเหนียน มองดูสามีสุดหล่อที่อยู่ตรงหน้า หล่อจนแทบทำให้เธอหน้ามืดไป กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก... ชาติที่แล้วเธอตาบอดไปหรืออย่างไร ถึงไม่เห็นค่าของสามีที่ดีขนาดนี้ กลับไปเชื่อคำของชายชั่วหญิงเลว สุดท้ายครอบครัวพังพินาศ ชีวิตพังไม่เหลือชิ้นดี! ชาตินี้เธอจะกลับมาทั้งความงามและสติปัญญา เริ่มต้นเส้นทางการเหยียบย่ำคนเลวและเกาะขาคนมีอำนาจ! แต่พลาดไปแค่นิดเดียว ดันกลายเป็นคนใหญ่คนโตเสียเอง! ปลอกบังหน้าเยอะสุดๆ! เบื้องหลังหนาแน่นเป็นกอง!องค์กรนักฆ่าที่ใครได้ยินชื่อก็ต้องสะดุ้ง: ใครกล้าท้าทายเจ้านายเรา ฉันจะยิงให้เป็นรูเลย! เหล่าตระกูลใหญ่ว่ากันว่าขัดแย้งกันหนัก: ใครกล้าแกล้งคนโปรดของเรา จะให้ปืนใหญ่ถล่มเขา! ตระกูลชั้นสูงลึกลับ: ยินดีต้อนรับคุณหนูผู้ยิ่งใหญ่กลับบ้าน!ชายผู้มีเสน่ห์ร้ายกาจยิ้มนิด ๆ โอบเอวสาวน้อยไว้ แล้วพูดว่า “ขอแนะนำ นี่คือภรรยาของผม!”
หน้าปกนวนิยาย ความทรงจำสีจางกับศาสตราจารย์ที่รัก
8.7
ในเมื่อความปรารถนาสูงสุดของอีกฝ่ายไม่ใช่ครอบครัว เธอจึงกลายเป็นคนที่เขาอยากเขี่ยทิ้งไปให้พ้นตัว เหตุผลที่เขาก้าวเข้ามาในชีวิตของเธอ ใช้ถ้อยคำหวานหลอกล่อจนหญิงสาวตายใจ ในที่สุดเธอก็ได้ตัดสินใจแต่งานกับเขาอย่างไม่มีข้อแม้ใด ๆ ท้ายที่สุดแล้วความจริงก็ปรากฏขึ้น เพราะปรเมศเข้าใจผิด คิดว่าเขมิกาคือสาเหตุที่ทำให้ผู้เป็นมารดาของเขาต้องจากโลกนี้ไปโดยไม่ได้เอ่ยคำบอกลา “เขมท้อง!” หญิงสาวตัดสินใจพูดเรื่องทารกน้อยในครรภ์ เพราะลึก ๆ แล้วยังแอบหวังที่จะได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตา อารมณ์ของเขมมิกาแปรปรวน เธอเองไม่อาจควบคุมได้ บางทีก็คิดอยากอยู่ประเดี๋ยวก็อยากไป “กี่เดือน” “หกสัปดาห์แล้วค่ะ” “เด็กคนนี้เป็นลูกของใคร” “คุณปรเมศ!” เขมมิการู้สึกผิดหวังในตัวชายหนุ่ม เขาไม่ควรตั้งคำถามนี้กับเธอ “เอาเด็กนั่นออกซะ! นี่คือเงินที่ผมจะจ่ายให้กับคุณ นับจากนี้ไปเราสองคนเป็นเพียงแค่คนแปลกหน้าสำหรับกัน” “คุณคิดดีแล้วใช่ไหมคะ” “ผมไม่เคยลังเลที่อยากเก็บเด็กคนนี้เอาไว้เลยสักนิด” คำตอบที่ได้ทำเอาหญิงสาวพูดไม่ออก มันจุกในอกเสียจนเธอแทบเสียสติ แต่ก็กลับมาได้เพราะทารกน้อย เธอต้องปกป้องเด็กคนนี้ให้ถึงที่สุด ปรเมศจะต้องเสียใจกับถ้อยคำที่เขาพูดกับเธอในวันนี้
หน้าปกนวนิยาย เล่ห์เสน่หาพญามาร
8.7
โมกข์พยายามสื่อความปรารถนาอันเร่าร้อนที่อยากจะครอบครองร่างนุ่มนวลของหญิงสาว เขาต้องการเห็นเธอแสดงความต้องการและอ้อนวอนให้เขาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เปี่ยมไปด้วยเสน่หา สายตาที่จ้องมองทำให้เธอเขินอายจนหน้าแดงก่ำดั่งผลทับทิม ขณะที่สัมผัสจากมือหนาปลุกเร้าความปั่นป่วนและสั่นสะท้านไปทั่วทั้งกาย ความสัมพันธ์ที่แสนหวานนี้เปลี่ยนค่ำคืนอันเงียบเหงาให้กลายเป็นกองเพลิงที่แผดเผาอยู่บนเตียงนอนด้วยความเสน่หาที่มากล้นจนยากจะหยุดยั้ง