ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย VILLAIN ..นายตัวร้าย!

VILLAIN ..นายตัวร้าย!

โชคชะตาเล่นตลกให้ฉันต้องเข้าไปพัวพันกับทายาทผู้ทรงอิทธิพลจากมหาวิทยาลัยชื่อดังอย่าง Destinesia และ Vania ท่ามกลางความขัดแย้งรุนแรงที่อาจถึงขั้นนองเลือด แต่ความจริงที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือตัวฉันและบุคคลลึกลับในความทรงจำที่ฉันเฝ้าตามหา กลับกลายเป็นต้นเหตุสำคัญของศึกครั้งนี้ ปมปัญหาที่เดิมพันด้วยชีวิตและความสูญเสียที่ฉันไม่เคยระแคะระคายมาก่อนว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้อง กำลังจะย้อนกลับมาทวงถามความรับผิดชอบอย่างเลี่ยงไม่ได้ในพ้นในวังวนแห่งความแค้นนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

“ไชโย~!!! ในที่สุดลูกแม่ก็ได้ทุนเรียนมหาลัยแล้ววว... แถมยังเป็นมหาลัยไฮโซชื่อดังอย่าง Destinesia ซะด้วย แม่เห็นเขาเล่าต่อๆกันมาว่าข้างในเริ่ดมากกก ห้องอาหารสุดหรู ห้องเรียนแอร์แปดตัว ห้องสมุดกว้างสุดลูกหูลูกตา สระว่ายน้ำก็ใหญ่เบ้อเร่อ แล้วก็อะไรอีกน้าาา....”

“เก่งจริงๆลูกพ่อ ประกาศให้โลกรู้ไปเลยว่าครอบครัวเราก็ไม่ใช่ไก่กาอาราเล่นะจะบอกให้ ฮ่าๆๆ”

“พี่นี่สุดยอดไปเลยแฮะ เป็นหน้าเป็นตาให้ครอบครัว ผมดีใจที่เกิดเป็นน้องพี่ แค่นี้ก็ไม่อายเพื่อนละดิ!!”

เฮ่อ...

เชื่อเหอะตอนนี้ฉันกำลังนั่งทำหน้าเหมือนหมาป่วยฟังทุกคนพรรณนาถึงความเลอค่าของ Destinesia มหาวิทยาลัยที่หรูที่สุดในย่านนี้ที่ตัวเองตกกระไดพลอยโจรไปได้ทุนเรียนฟรีตลอดหลักสูตรแบบงงๆ

ส่วนสตอรี่การได้ทุนเรียนฟรีที่แสนวุ่นวายนี้ มันเกิดจากความบังเอิญที่มีรถยนต์สุดหรูคันหนึ่งขับหลงมาในละแวกบ้านแล้วเกิดน้ำมันหมดกลางทางพอดี เด็กสาว ม.ปลายจบใหม่สวยใสบริสุทธิ์อย่างฉัน ระหว่างปั่นจักรยานกลับจากโรงเรียนมาเห็นเข้าก็เลยให้ความช่วยเหลือพี่สาวคนนั้นด้วยการไปตามคนมาช่วยก็แค่นั้น

ย้ำอีกทีนะ เหตุเกิดจากน้ำมัน ที่มาที่ไปของเรื่องทั้งหมดเนี่ย มันมีแค่นี้เลยจริงๆ

แต่ก็นะ เพราะดันมารู้ทีหลังว่าพี่สาวที่ฉันช่วยไว้คือ 'คุณไลลา' ทายาทนักธุรกิจพันล้าน เจ้าของกิจการหลากหลายสายงานทั้งในและต่างประเทศเนี่ยสิ แถมมหาลัย Destinesia ที่เป็นประเด็นอยู่ตอนนี้ก็เป็นธุรกิจในเครือของครอบครัวเธอด้วย เพราะงั้นฉันเลยได้รับจดหมายเชิญไปเรียนต่อเพื่อทดแทนบุญคุณแบบเล่นใหญ่ได้อีก และไม่ต้องพูดถึงเรื่องจดหมายส่งผิดบ้านเลย เพราะสิ่งที่มันเอ็กซ์คลูซีฟกว่านั้นอีกคือจดหมายเชิญดันจ่าหน้าซองถึง 'สาวน้อยผู้ใจดี' พร้อมกับแนบรูปที่แอบถ่ายฉันตอนปั่นจักรยานมาแบบเจาะจงสุดฤทธิ์ว่าต้องเป็นคนนี้!!

เหอะๆ อันที่จริงแอบคิดว่าส่งน้ำมันพืชหรือน้ำมันเบนซินมาที่บ้านสัก 30 ลิตรก็น่าจะเป็นการตอบแทนที่เพียงพอแล้วนะ แต่ชนชั้นอีลิทคงเสพติดความอลังการ ซึ่งมันแสนเว่อร์วังซะไม่มี

อ้อ...แล้วนอกจากจะได้เรียนฟรี ที่นี่ยังมีค่าครองชีพให้ด้วย หรือพูดง่ายๆก็คือมีเงินค่าใช้จ่ายให้ฟรีทุกเดือน เรียกว่าเหลือกินเหลือใช้เลยแหละถ้าเทียบกับชีวิตปกติของฉันที่เป็นอยู่

และที่พีคไปกว่านั้นอีก ฉันได้สิทธิ์นั่งรออยู่ที่บ้านเฉยๆ ก็มีชุดนักศึกษาและอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็นมากมายส่งมาให้ถึงที่บ้านเลย อดคิดไม่ได้ว่าขนาดจะรับนักศึกษาใหม่ที่นี่ก็ยังคงความไฮโซอวดรวยอีกหรอเนี่ย ทำไมใครต่อใครถึงชอบความฟู่ฟ่าของที่นี่นักนะ นี่ฉันผิดปกติหรือว่าชินกับการอยู่แบบจนๆไปแล้ว วุ่นวายจริงๆ

“ทุกคนคะ!!!”

สุดท้ายฉันก็ต้องโพล่งออกมาด้วยความเบื่อหน่ายกับท่าทางดีอกดีใจจนเกินเหตุของพ่อแม่และน้องชาย ทำเอาทุกคนเงียบกริบแล้วหันมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“แอลไม่ได้อยากเรียนที่นี่สักหน่อย พรุ่งนี้ก็จะไปถอนตัวและคืนของพวกนี้ให้เขาแล้วล่ะ”

“ไม่ได้! / ไม่ได้!! / ไม่ได้!!!”

ให้ตายสิ นี่คงเป็นครั้งแรกที่ทุกคนในบ้านมีความเห็นตรงกันยกเว้นฉัน

“พี่ถอนตัวไม่ได้เด็ดขาด! ผมบอกเพื่อนไปหมดแล้วว่าพี่ได้เรียนมหาลัยไฮโซ แถมเด็กห้องสี่ก็ยังรับรักผมเพราะเหตุผลนี้ด้วยอ่ะ”

โอ้...เหตุผลช่างเลอะเทอะและบ้าบอมบ์ากโขว่ามะ

“ใช่ๆ แม่ก็เล่าให้คนในตลาดฟังแล้ว ทุกคนพร้อมใจกันลดค่ากับข้าวให้เราด้วย”

เยี่ยมยอด มหัศจรรย์ มิน่าทำไมวันนี้ได้กินแต่อะไรดีๆอ่ะ

“ส่วนพ่อก็..”

พรึ่บ!

“พอแล้วค่ะ หยุดเลยนะ!”

ฉันอาศัยจังหวะนี้ยกมือห้ามเพราะเดาได้เลยว่ามันคงเป็นอะไรที่ง้องแง้งไม่ต่างกันแหงๆ

“พ่อ! แม่! ไอ้โอห์มแกด้วย! หนูจะใช้ชีวิตที่นั่นยังไง ลองคิดดูสิคะ บ้านเราก็ใช่ว่าจะรวยล้นฟ้า การอยู่ในสังคมแบบนั้นหนูไม่ชินหรอกนะ”

นี่พูดจริงไม่ได้พูดเล่น สังคมจอมปลอมของพวกคนรวยน่ะ น่ากลัวจะตายชัก

“โธ่เอ๊ยเรื่องแค่นี้เอง ก็ปรับตัวสิลูก ใช้ชีวิตไฮโซซะบ้างโก้จะตาย ค่าครองชีพก็มีเยอะแยะ แม่ไม่ขอแบ่งมาใช้หรอกโอเคนะ ลัลล้าลัลลาาา~”

เหอะๆ แล้วไหงภาพตัดไปที่แม่ยืนตั้งหน้าตั้งตาฮัมเพลงรดน้ำต้นไม้ได้ล่ะนั่นน่ะ

“ไม่ค่ะ! ให้ตายยังไงหนูก็ไม่เรียนที่นั่นเด็ดขาด! ไม่รู้ล่ะ ออกไปข้างนอกนะคะ บ๊ายยย~”

ว่าแล้วฉันก็เดินดุ่มๆออกมาโดยไม่สนใจจะฟังเสียงตะโกนไล่หลังของคนในบ้านสักนิดอ่ะ

“อะ..อ้าว เดี๋ยวสิยัยลูกคนนี้ กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนเลยนะ!”

“เฮ้ย! เดี๋ยวดิพี่แอล กลับมาก่อนดิพี่!!!”

“ไอ้แอลโว้ย นี่พ่อยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะเนี่ย!!!”

.

.

.

ไม่กี่นาทีต่อมา

ตอนนี้ฉันกำลังเดินอยู่ริมถนนโดยมีปลายทางคือสวนสาธารณะ K ที่นั่นเป็นที่ประจำเวลาที่ฉันหงุดหงิดหรือคิดอะไรไม่ออก

คือไม่ใช่ไม่เข้าใจนะว่าทุกคนในครอบครัวอยากให้ฉันได้ดี การเรียนมหาลัยไฮโซแบบนั้นผลพลอยได้ที่ตามมาหลังเรียนจบมันก็มีเยอะอยู่ ทั้งมีบริษัทรองรับ ฐานเงินเดือนสูง แถมไปที่ไหนใครก็ต้องการ แต่ใครจะไปมองแต่อนาคตได้ล่ะ ฉันน่ะอยู่กับปัจจุบันก่อนไม่ดีกว่าหรอ

เฮ่อ...ถอนหายใจรอบที่ร้อยของวันแล้วมั้งเนี่ย

Destinesia หรอ?

มหาลัยไฮโซหรอ?

ใครจะยอมทิ้งคนในครอบครัวไปใช้ชีวิตสุขสบายกันล่ะ แค่ชื่อมหาลัยก็บอกอยู่แล้ว

Destinesia…

มาจากคำว่า destination + amnesia

‘เวลาที่เราตั้งใจไปสถานที่แห่งหนึ่งแต่พอไปถึงแล้วกลับลืมว่าไปทำไม’

นั่นแหละความหมายของที่นี่

เห็นร่ำลือว่าเป็นสถานที่ที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันหมดทุกอย่าง ให้เดามันคงเป็นสวรรค์ชั้นดีเลยสินะใครๆถึงเทิดทูนที่นี่กันนักน่ะ

“ระวัง!!!”

หืม...

เอี๊ยดดดดด

“เฮ้ย! เกือบตายแล้วมั้ยนังหนู เดินอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือเลยฮะ!!!”

ละ..แล้วไม่รู้อะไรเป็นอะไรอ่ะ ทุกอย่างเกิดขึ้นไวมาก อยู่ๆก็มีเสียงเบรครถลากยาวดังสนั่นหวั่นไหวหน้าสวนสาธารณะ K พร้อมกับเสียงลุงแก่ๆคนนึงที่เปิดกระจกตะโกนด่าฉัน นี่ดีนะโดนใครสักคนกระชากแขนให้หลบทิศทางของรถลุงแกที่พุ่งมาจนล้มอยู่ข้างฟุตบาทเนี่ย ไม่งั้นกลายเป็นผีเฝ้าสวนสาธารณะไปละ

“จิ๊!”

ฉันนั่งปัดเศษทรายที่เปื้อนเข่าออกก่อนจะนึกขึ้นได้เลยหันขวับไปมองคนข้างๆที่ยังคงจับแขนกันไว้แล้วก้มหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่

ผู้หญิงหรอ... เธอเป็นคนช่วยฉันไว้สินะ

“ขอบคุณนะคะ เอ่อ คะ..คุณ!”

แล้วทันทีที่เธอเงยหน้าก็เล่นเอาตกใจเลยล่ะ พี่สาวคนนี้อีกแล้ว ใบหน้าสวยๆของเธอฉันจำได้ดี คุณไลลาคนนั้นนี่.. จังหวะที่ฉันกำลังตกใจ เธอก็ทำหน้ามุ่ย ขมวดคิ้วเบาๆแล้วบ่นอุบอิบมาทันที

“เด็กบ้า คิดไรอยู่ถึงเดินไม่สนโลกแบบนี้ฮะ”

“ขะ..ขอโทษค่ะ เจ็บตรงไหนมั้ยคะ”

หยึ๋ย... จะซวยมั้ยเนี่ย คุณหนูพันล้านมาช่วยฉันจนล้มก้นจ้ำบ๊ะอยู่ที่พื้นแบบนี้ นี่ฉันจะโดนจับตัดหัวรึเปล่า

“ไม่เป็นไร เธอล่ะ”

“ที่จริงก็ยังงงๆอยู่เลยค่ะว่ารถวิ่งมาจากทางไหนอ่ะ”

ฉันพยุงตัวเองลุกขึ้นแล้วมองซ้ายมองขวาหาทิศทางรถ แต่อดคิดไม่ได้เลยแฮะว่านี่ฉันเหม่อขนาดนี้เลยรึไงเนี่ย ขณะเดียวกันก็ยื่นมือไปหาพี่สาวที่นั่งอยู่ช่วยประคองให้เธอลุกขึ้น

แล้วพอตั้งใจมองใกล้ๆ ใบหน้าขาวผ่องเป็นประกายกับผิวพรรณที่ดูมีน้ำมีนวลก็บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเธอเป็นลูกผู้ดีมีชาติตระกูล เป็นคนที่มีเสน่ห์มากจนแอบรู้สึกผิดที่ทำให้ผิวสวยๆนั่นถลอกเลยนะเอาจริง

“หึ..ตลกดีนะ เจอเธอทีไรมีเรื่องทุกที นี่มาเดินเล่นหรอ?”

“ค่ะ ฉันชอบมาดูพระอาทิตย์ตกดินที่นี่ มันสวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาเลยล่ะ เวลาคิดอะไรไม่ออกหรือไม่สบายใจก็รู้สึกดีขึ้นทุกทีเลย”

“ขนาดนั้นเลย แล้วถ้าวันนึงมันหายไปล่ะ?”

“ก็คงเหมือนขาดที่พึ่งทางใจมั้งคะ”

พอฉันพูดไปแบบนั้น คุณไลลาก็นิ่งไปพักนึงเลยก่อนจะเปลี่ยนเรื่องถามกัน

“ได้จดหมายกับของใช้ทั้งหมดแล้วใช่มั้ย?”

แล้วคำถามของเธอก็ทำฉันคิดเรื่องทุนขึ้นมาได้เลยรีบพยักหน้า

“ค่ะ ตั้งใจจะเอาไปคืนให้อยู่พอดีเลย”

“ทำไมล่ะ ไม่อยากเรียนที่นั่น?”

โป๊ะเชะ! จังหวะนี้ฉันคือส่ายหน้ารัวๆเลยจ้า ส่ายหน้าที่แปลว่าไม่อยากเรียน ฉันไม่ไหวหรอกนะ สังคมที่หรูหราเกินตัวแบบนั้นน่ะ คนตรงหน้าก็เลิกคิ้วมองมา

“เหตุผลล่ะ?”

“ฉันไม่คู่ควรหรอกค่ะ ดูคุณสิคะ แล้วดูฉันสิ ดูยังไงฉันก็ไม่เหมาะกับที่นั่นหรอก”

“ทั้งที่ทุกอย่างฟรีก็ไม่เอาหรอ?” ใบหน้าสวยๆมองกันงงๆ แต่ไม่ก็คือ...

“ไม่ค่ะ ถือว่าเราหายกันแล้วนะคะ ช่วยบอกสถานที่คืนของให้ด้วยค่ะ”

“เธอนี่แปลกคนนะ”

“หืม?”

“ก็มีแต่คนอยากเข้าเรียนที่นี่จนตัวสั่น แล้วนี่..เธอชื่ออะไร?”

เหอะๆ ท่าทางมองฉันเหมือนตัวประหลาดนี่มันยังไงกันนะ ไม่ว่ากี่ทีก็ไม่ค่อยชินเลยแฮะ สายตาคนรวยที่จ้องกันแบบนี้น่ะ

“ฉัน...แอลค่ะ”

“อืม...รุ่นพี่ไลลา”

“คะ?”

“ต่อไปเรียกฉันว่ารุ่นพี่ไลลา และเธอ..แอล..ถ้าวันเปิดเทอมฉันไม่เจอเธอ ฉันจะสั่งรื้อสวนสาธารณะนี้ซะ!”

“ทำไมล่ะคะ!!”

ได้ฟังแบบนั้นเล่นเอาฉันตกใจจนโพล่งออกไปเลยล่ะ แล้วรุ่นพี่ไลลาคนนี้ก็กระตุกยิ้มเหมือนมีเลศนัยบางอย่าง

“ก็เพราะว่าดูพระอาทิตย์ตกบนดาดฟ้า Destinesia มันสวยกว่าที่นี่ตั้งเยอะ และเธอควรไปดูที่นั่นมากกว่า”

.

.

.

หนึ่งอาทิตย์ต่อมา..

ฉันวุ่นๆกับงานพิเศษรับจ้างส่งหนังสือพิมพ์กับแจกใบปลิวช่วงวันหยุดจนลืมนึกถึงเรื่อง Destinesia ไปพักใหญ่ ลืมบอกไปว่าบ้านฉันเปิดร้านขายบะหมี่เล็กๆ ในที่ดินผืนน้อยของตัวเอง ซึ่งที่ร้านก็ไม่ได้ยุ่งอะไรมาก แค่โอห์มน้องชายฉันก็ช่วยพ่อแม่ได้สบายอยู่แล้ว ฉันเลยหารายได้เสริมเพื่อแบ่งเบาภาระอีกทาง

และแน่นอนว่ายังมีอีกเรื่องที่สำคัญ คือฉันยังไม่ได้เอาของทั้งหมดไปคืนรุ่นพี่ไลลา เพราะหลังจากวันนั้นก็ไม่เคยเจอเธออีกเลย แถมเธอก็ไม่ได้ให้ที่อยู่เอาไว้ด้วย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็มีความกดดันบางอย่างที่แวะเวียนมาแทนเธออยู่ตลอด คือจดหมายที่ออกแนวข่มขู่เรื่องการรื้อสวนสาธารณะ K ทิ้ง ถึงจดหมายไม่มีชื่อที่อยู่ผู้ส่งตามเคย แต่มันก็เดาได้เลยว่าเป็นรุ่นพี่ไลลา

“แอล พรุ่งนี้ก็จะเปิดเทอมแล้วใช่ไหมลูก แม่จะได้เห็นลูกใส่ชุดนักศึกษาของ Destinesia สักที ตื่นตันใจจริงจริ๊ง ลูกแม่ต้องสวยมากแน่ๆ”

เหอะๆ

ฉันได้แต่ยิ้มกว้างด้วยความรู้สึกผิดเบาๆ ก็ไม่ได้อยากจะดับฝันแม่หรอกนะ แต่ไม่รู้จะบอกแม่ยังไงดี...

เสียใจด้วยค่ะแม่ หนูสมัครเรียนที่มหาลัย Vania ไปแล้ว และแน่นอนว่าพรุ่งนี้หนูจะใส่ชุดนักศึกษาของ Vania ค่ะ

ได้อยู่นะ หรือจะบีบน้ำตา...

แม่คะอย่าให้แอลไปเรียนที่นั่นเลย แอลกราบล่ะคะ ฮือออ กระซิกๆ

ไม่เอาอ่ะ น้ำเน่าไปป่ะ

เฮ่อ...ถ้างั้นไม่บอกละกันถึงตอนนั้นแม่คงเข้าใจอ่ะ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บ่วงแค้นหัวใจปีศาจ
9.8
อุบัติเหตุสยองคร่าชีวิตกุลธิดาน้องสาวสุดที่รักของหัสดินไปอย่างไม่มีวันกลับ ทิ้งให้เขาจมอยู่กับความกามแค้นต่อต้นเหตุที่ทำลายดวงใจดวงเดียวของเขา ในขณะที่ดารินผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เดียวกันต้องสูญเสียพี่ชายและตื่นมาพบกับพายุแห่งการจองเวร หัสดินปักใจเชื่อว่าเธอคือคนผิดที่ต้องชดใช้อย่างสาสม เขาเฝ้ารอเวลาที่เธอออกจากโรงพยาบาลเพื่อเริ่มต้นการล้างแค้นที่แสนทรมาน บ่วงกรรมที่ผูกพันด้วยความเกลียดชังและรอยเลือดจึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางปริศนาที่รอวันเปิดเผย
หน้าปกนวนิยาย ไฟวิวาห์พญามาร
8.6
เมื่อลีลวัตรถูกบีบให้เข้าพิธีวิวาห์อย่างไม่เต็มใจด้วยเล่ห์เหลี่ยมแบล็คเมล์ ชายหนุ่มผู้ดิบเถื่อนจึงเปลี่ยนกรงทองให้กลายเป็นนรกบนดินเพื่อแก้แค้น ปลายฟ้าหญิงสาวผู้ถือทะเบียนสมรสต้องเผชิญกับพายุอารมณ์และความโหดร้ายของสามีที่มองว่าเธอเป็นเพียงสินค้ามูลค่าสองล้านบาทที่เขาต้องลิ้มลองให้คุ้มค่าก่อนจะสลัดทิ้ง ท่ามกลางความเกลียดชังและสัมผัสที่ป่าเถื่อนเพื่อเอาชนะ เธอจะรอดพ้นจากวิวาห์ไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกอย่างให้เป็นจลครั้งนี้ได้อย่างไร
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。
หน้าปกนวนิยาย การหวนกลับมาของราชัน
9.6
หลินเฟิงถูกตราหน้าว่าเป็นเพียงเขยแต่งเข้าบ้านที่ไร้ค่าและถูกครอบครัวฝั่งภรรยาดูถูกเหยียดหยามยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน จนกระทั่งเขาตกเป็นเหยื่อของแผนการร้ายและถูกขับไล่ออกจากตระกูลซูอย่างน่าอับอาย ทว่าท่ามกลางความตกต่ำนั้นไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า เหตุการณ์ครั้งนี้กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการกำเนิดราชันผู้ยิ่งใหญ่ที่จะสั่นสะเทือนไปทั้งปฐพี ในฐานะผู้พิชิตเหนือโลกที่ทุกคนต้องหวั่นเกรงต่ออำนาจของเขา
หน้าปกนวนิยาย เพลิงร้ายพ่ายรัก
9.6
ความสัมพันธ์เริ่มสั่นคลอนเมื่อหนึ่งพยายามติดต่อเพลิงแต่กลับถูกเมินเฉยอย่างเย็นชา เมื่อเธอเดินทางไปหาเขาที่ห้องก็พบว่ารหัสผ่านถูกเปลี่ยนไปโดยไม่บอกกล่าว เพลิงตัดสายทิ้งอย่างไร้เยื่อใยพร้อมไล่ให้เธอกลับบ้านไปเสียดื้อๆ ทิ้งให้หนึ่งต้องยืนเคว้งอยู่หน้าห้องด้วยความสับสนและเสียใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของคนรัก บทสนทนาที่แสนสั้นและห่างเหินนี้กลายเป็นสัญญาณอันตรายที่บ่งบอกว่าความรักของทั้งคู่กำลังเผชิญกับอุปสรรคครั้งใหญ่ที่ยากจะประสานให้เหมือนเดิมได้อีกครั้ง