ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ร้อยเล่ห์พรางใจ

ร้อยเล่ห์พรางใจ

ช่อมาลี สาวเมืองเหนือผู้มาดมั่นสร้างวีรกรรมสุดช็อกด้วยการบุกเข้าล็อกคอและเอากระป๋องครอบหัว ภีมวัจน์ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นโจรโรคจิต แต่ความจริงแล้วชายหนุ่มคือรองประธานบริษัทที่เธอต้องทำงานด้วย ความประทับใจแรกพบที่แสนวุ่นวายเปลี่ยนเป็นจุดเริ่มต้นของเกมหัวใจ เมื่อท่านรองจอมเผด็จการรุกหนักหวังพิชิตตัวเธอมาเป็นผู้หญิงของเขาเพียงคนเดียว แม้เธอจะพยายามยกกฎเหล็กเรื่องเจ้านายกับลูกน้องมาอ้าง แต่เขากลับใช้เล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเหลือร้ายเพื่อพังกำแพงหัวใจเธอให้จงได้
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ตามมา!” เขาสั่งแล้วเดินฉับๆ ตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัว แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็หันขวับกลับมาอีกครั้ง!

“จะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม” เขาถามเมื่อยังเห็นแม่ตัวดียืนเป็นหุ่นขี้ผึ้งอยู่กับที่ ดวงตาสีน้ำตาลไหม้วาววับราวกับพยัคฆ์ร้ายกำลังจับจ้องเหยื่อ

ยามสบตากับเขา ช่อมาลียิ่งขาสั่นพั่บๆ ใจจริงอยากขยับก้าวเท้าตามไป แต่จนแล้วจนรอดก็ก้าวไม่ออกสักที

“ต้องให้ลากไปไหมฮึ”

“มะ...ไม่...ไม่ต้องค่ะ” ช่อมาลีรีบโบกไม้โบกมือพัลวัน ยิ่งเห็นคนตาดุมองนิ่ง ก็ยิ่งลนลาน ดวงตาของเขาดุดันและนิ่งลึกจนเธอรู้สึกหวาดหวั่น ยิ่งเขาเปล่งเสียงเข้มสั่งการเธอยิ่งหวั่นเกรง

“รีบตามมา ยืนบื้ออยู่ได้” เสียงเข้มดุออกคำสั่งอีกครั้ง และครั้งนี้ช่อมาลีรีบก้าวฉับๆ ตามไปติดๆ เพราะขืนยืนกระบิดกระบวนอยู่ตรงนี้ เธออาจถูกเขาหักแข้งหักขาฆ่าหมกห้องน้ำเอาได้

ช่อมาลีเริ่มรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเมื่อเริ่มเข้าใกล้อาณาเขตห้องของเจ้านายไปทุกขณะ หากเป็นไปได้เธออยากวิ่งหนีไปเสีย เพราะไม่รู้ว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะพบเจอกับอะไรบ้าง แต่จากการประเมินด้วยสายตาแล้วแม่บ้านสาวคิดว่าเธอคงวิ่งไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็คงไม่พ้นถูกจับตัวมาลงทัณฑ์แน่นอน ก็ช่วงขาของเขาออกจะยาวขนาดนั้น ขาสั้นๆ ของเธอหรือจะพารอดพ้นไปได้

รองประธานหนุ่มหยุดยืนหน้าประตูห้องทำงานแล้วปรายตามองแม่บ้านสาวที่เดินตามหลังมาต้อยๆ ดวงตาสีน้ำตาลไหม้สำรวจรายละเอียดบนใบหน้ารูปไข่ตลอดจนเรือนร่างเล็กกะทัดรัดแต่กลมกลึงสมส่วนจากหัวจรดเท้าในเวลาเพียงพริบตาเดียวก็ตวัดสายตากลับไปยังประตูห้อง มือใหญ่จับลูกบิดขยับเปิดประตูเดินนำเข้าไปก่อน

ช่อมาลีที่เดินตามมาถึงหยุดชะงักไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกเมื่อมองเข้าไปข้างในห้องทำงาน ความจริงเธอก็เพิ่งเข้ามาทำความสะอาดในห้องนี้ได้ไม่ถึงชั่วโมงดี และมันก็เป็นห้องทำงานที่ดูเป็นระเบียบสะอาดตาซึ่งเธอเองยังอยากมีห้องดีๆ แบบนี้กับเขาบ้าง แต่ก็ทำได้แค่ฝันเท่านั้น แล้วทำไมตอนนี้เธอถึงรู้สึกว่าห้องนี้มันน่ากลัวเช่นนี้นะ

“ต้องให้จุดธูปอันเชิญไหมถึงจะเข้ามาได้” น้ำเสียงห้วนสั้นนั้นฉุดดึงช่อมาลีให้หลุดจาภวังค์ แม่บ้านสาวสะดุ้งสุดตัว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างจ้องมองเจ้าของเสียงอย่างตื่นตะลึง ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกยามเอ่ยตอบรัวเร็ว

“มะ...ไม่...ไม่ต้องค่ะ” ว่าแล้วคนกลัวจนตัวสั่นก็เดินตัวลีบลอดผ่านช่องบานประตูที่เปิดแง้มไว้กับร่างสูงใหญ่ของเจ้านายที่ยังยืนจังก้ารอคอยปิดประตูอยู่

‘ภีมวัจน์’ ส่ายศีรษะยามมองตามแผ่นหลังแบบบางของแม่บ้านสาวที่ผ่านหน้าไป หนุ่มลูกครึ่งผงะเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อนๆโชยมาจากเรือนร่างของหญิงสาว หัวคิ้วสีน้ำตาลเข้มขมวดมุ่น เพราะกลิ่นนั้นมันชวนให้เขาก่อเกิดความรู้สึกหวามไหว หัวใจแกร่งเต้นแรงขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ จะว่าเป็นกลิ่นของน้ำหอมชั้นดีก็ไม่น่าใช่เพราะคนอย่างเธอคงไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อของแบรนด์เนมราคาแพงๆ แบบนั้นมาใช้แน่นอน

ข้อสำคัญ! เขาคุ้นชินกับกลิ่นหอมของน้ำหอมราคาแพงลิบลิ่วนั้นดีว่ากลิ่นใดเป็นกลิ่นใดบ้าง

รองประธานหนุ่มสลัดความคิดเหล่านั้นออกไปแล้วปั้นหน้านิ่งดังเดิม สายตาคมดุจับจ้องมองดวงหน้าซึ่งประกอบไปด้วยเครื่องหน้าที่ลงตัวกันพอดี ผมดำขลับที่ซอยสั้นนั้นเผยให้เห็นพวงแก้มยุ้ยน่าหยิก ซ้ำผิวแก้มนั้นยังขาวอมชมพูน่าลูบไล้ยิ่งนัก

ช่อมาลีกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อนเต็มทน ขาแข้งพาลสั่นเอาดื้อๆ เมื่อต้องยืนเผชิญหน้ากับเจ้านายหนุ่มหลังจากเดินตามเข้าไปหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงาน แม่บ้านสาวหลุบตาต่ำลงมองพื้นห้องเพราะไม่กล้าสบสายตาดุดันนั้น

เวลาแต่ละวินาทีกว่าจะผ่านไป มันช่างเนิ่นนานเหลือเกินในความรู้สึกของช่อมาลี แม่บ้านสาวพยายามนับหนึ่งถึงสิบวนเวียนไปมาในใจระหว่างยืนรอคำพิพากษา และเมื่อเห็นเจ้านายไม่เอ่ยปากเสียที หญิงสาวจึงทำใจกล้าเอ่ยปากขออนุญาตอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“เอ่อ... ช่ะ...ช่อ เอ่อ... ขออนุญาต...น...นั่งนะคะ” คนประหม่าบอกพร้อมดึงเก้าอี้ออกเตรียมหย่อนกายนั่งลง เพราะคิดว่าการยืนค้ำศีรษะเจ้านายคงไม่เหมาะสม แต่ยังไม่ทันได้หย่อนก้นลงนั่ง เสียงเข้มดุก็ตวาดกังวาน

“ใครใช้ให้เธอนั่งฮะ!”

ช่อมาลีสะดุ้งโหยง ผุดลุกขึ้นยืนตัวตรงด้วยความตกใจ หน้าที่ซีดอยู่แล้วยิ่งซีดเผือดหนักเข้าไปใหญ่ เพราะนอกจากเขาจะตวาดเสียงกร้าวแล้ว ดวงตาเขายังดุดันบ่งบอกความไม่พอใจอีกด้วย

“ช...ช่อ...เอ่อ...ช่อ...ขอโทษค่ะ”

ภีมวัจน์แทบกลั้นหัวเราะไว้ไม่ได้เมื่อเห็นเจ้าหล่อนหวาดผวาจนลนลาน ริมฝีปากหยักร้ายคล้ายจะเผลอยกยิ้ม แต่เจ้าตัวก็รีบดึงสติกลับมาปั้นสีหน้าเครียดขึงดังเดิม

“บอกฉันมาซิว่าเธอเข้ามาทํางานที่นี่ได้ยังไง”

ช่อมาลีกระพริบตาปริบๆ แม่บ้านสาวอึกอัก พยายามดึงสติกลับมาแล้วเรียบเรียงคำตอบ

“ว่าไง ฉันถามไม่ได้ยินหรือไงฮะ”

“ดะ...ได้ยินค่ะ” ช่อมาลีสะดุ้งโหยงเมื่อโดนตวาดใส่เสียงดัง อาการหวาดผวาครอบงำว่าหนักหนาแล้วยิ่งมากมายขึ้นไปอีก แม่บ้านสาวรีบร่ายยาวบอกเล่าประวัติความเป็นมาของตัวเองโดยละเอียดทันที

ภีมวัจน์เอนกายพิงพนักเก้าอี้ทรงสูงกอดอกหรี่ตามองคนเล่าไม่หยุด พอเห็นเจ้าหล่อนพูดเอาๆแทบไม่มีช่วงเว้นหายใจ ก็อดขบขันกับความหวาดผวาเกินเหตุนั้นไม่ได้

ฟังประวัติความเป็นมาของเธอแล้วความจริงก็น่าสงสารอยู่หรอก แต่วีรกรรมแสบสันที่เธอก่อก็ทำให้เขาไม่อาจปล่อยผ่านไปได้ รองประธานหนุ่มยื่นมือไปหยิบกระดาษชำระมาเช็ดคราบน้ำสกปรกบนใบหน้า

เขาก็ประหลาดคน...แทนที่จะไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายก่อนแล้วค่อยกลับมาชำระความกับยัยตัวแสบ เขากลับทนนั่งตัวเหม็นหึ่งคันยุกยิกเพราะน้ำเลอะๆนั่น ฟังเจ้าหล่อนสาธยายอยู่ได้

“จบหรือยัง”

“คะ” ช่อมาลีชะงัก เมื่อจู่ๆเจ้านายหน้าดุก็โพล่งขึ้นกลางคัน แม่บ้านสาวกระพริบตาปริบๆก่อนทำท่านึกราวกับต้องการทบทวนว่าเธอยังเล่าตกหล่น เรื่องใดไปบ้างหรือไม่

“คำถามง่ายๆ ไม่เข้าใจหรือไงฮะ” ภีมวัจน์ดุพร้อมจ้องอย่างตำหนิ

ช่อมาลีหน้าเสีย แต่ก็พยายามยิ้มเข้าสู้

“เอ่อ... ค่ะ จบแล้วค่ะ”

“ถ้าจบแล้วก็ไปได้ และพรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานอีก”

“ฮะ...ว่ายังไงนะคะ” คนถูกสั่งหยุดงานหน้าเหวอ ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ลำคอที่แห้งผากอยู่แล้วยิ่งแห้งมากขึ้นหลายเท่าตัว

“ฉันบอกว่าพรุ่งนี้ไม่ต้องมาทำงานอีก”

“ช่อรู้ค่ะว่าช่อผิดที่ เอ่อ...เอากระป๋องน้ำครอบหัวคุณ แล้วก็ทั้งทุบทั้งตี แต่ว่านั่นต้องถึงขั้นสั่งพักงานเลยเหรอคะ”

“ใครว่าฉันสั่งพักงาน”

“อ้าว! ก็คุณ...”

“ฉัน... ไล่เธอออก”

“ไล่ออก!”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บ่วงเล่ห์บำเรอรัก
7.9
แวงซ็อง ออกัสตัส มหาเศรษฐีหนุ่มทรงเสน่ห์ทายาทตระกูลดังผู้ไม่เคยถูกปฏิเสธ กลับต้องเสียหน้าเมื่อ เมวิกา หญิงสาวแสนจนท่าทางเย็นชาทำเหมือนไม่สนใจในตัวเขา แผนการล่อลวงเพื่อเอาชนะใจจึงเริ่มต้นขึ้น ทว่าหลังค่ำคืนอันเร่าร้อนเขากลับหายตัวไป ทิ้งให้เธอเผชิญความโดดเดี่ยวในฐานะนางซินตกสวรรค์ แต่แล้วข่าวฉาวสั่นสะเทือนปารีสก็บีบให้เขาต้องกลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง บ่วงเล่ห์ที่เขาวางไว้เพื่อหวังเพียงความใคร่ กลับกลายเป็นบ่วงรักที่ผูกมัดหัวใจของทั้งคู่ไว้ด้วยโชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
หน้าปกนวนิยาย เจ้าบ่าวพญามาร
9.8
เงื่อนไขมรดกมหาศาลทำให้วรรณรดาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหม่อมราชวงศ์ธีรดนย์ ชายหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามทว่าหัวใจกลับเย็นชาดุจพญามาร เขาตราหน้าเธอและอาว่าเป็นเพียงปลิงที่หวังสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลของเขาเหมือนที่เคยทำกับบิดาจนสิ้นใจ แม้จะเกลียดชังเพียงใดเขากลับยอมจดทะเบียนสมรสเพื่อรอขยี้เธอให้สาสมกับตำแหน่งภรรยาที่เธอได้รับมา ท่ามกลางไฟแค้นที่พร้อมแผดเผา วรรณรดาต้องเผชิญกับสัมผัสอันร้อนแรงและคำดูถูกเหยียดหยามจากเจ้าบ่าวที่มองเธอเป็นเพียงศัตรูในคราบเจ้าสาว
หน้าปกนวนิยาย  แต่งงานกับเศรษฐี
8.4
ซู่ หยูชิง หญิงสาวผู้มุ่งมั่นกับการสร้างฐานะและรักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจ กำลังเผชิญกับมรสุมความกดดันจากครอบครัวที่เคี่ยวเข็ญให้เธอรีบแต่งงานออกเรือนไปเสียที เพื่อตัดปัญหาและหาทางออกให้ตัวเองได้มุ่งเน้นกับอาชีพที่รักได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีใครมารบกวน เธอจึงตัดสินใจทำข้อตกลงแต่งงานกำมะลอกับชายหนุ่มนักเสี่ยงโชคจากการนัดบอด ซึ่งเขามีอาชีพเป็นเพียงช่างก่ออิฐธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น เพื่อใช้ชีวิตบังหน้าไปก่อน
หน้าปกนวนิยาย ดั่งเชื้อไฟในเพลิงพิศวาส
8.2
มหาเศรษฐีหนุ่มอย่างไอรอนมองว่าอัญชันเป็นเพียงผู้หญิงหิวเงินที่หวังทางลัดสู่ความสบาย ทว่าเสน่ห์ของเธอกลับกลายเป็นเชื้อไฟที่โหมกระหน่ำเพลิงปรารถนาในใจเขาให้ลุกโชนอย่างคาดไม่ถึง อุบัติเหตุในห้องน้ำนำไปสู่สัมผัสแนบชิดที่ทำให้สาวน้อยด้อยประสบการณ์ต้องหวั่นไหวไปกับร่างกายอันสมบูรณ์แบบ สายตาคมกล้าของเขาตรึงเธอไว้ในอ้อมกอดที่แสนรุ่มร้อน จนอัญชันเผลอปล่อยตัวใจไปกับเสน่หาและหวังเพียงว่าสักวันจะสามารถครอบครองหัวใจของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ไว้เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย เกมแก้แค้น ของอดีตภรรยา
8.2
เมื่อ CEO หนุ่มบอกผ่านสื่อว่าความซื่อสัตย์คือหัวใจของชีวิตคู่ แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม กานดาได้รับหลักฐานการนอกใจของสามีกับเลขาสาวอย่างชัดเจน ในวันครบรอบปีที่ 7 เธอจึงมอบเศษทองที่ถูกหลอมละลายให้เขาแทนคำบอกลา ท่ามกลางความตกตะลึงของสามีที่คิดว่าเธอแค่ประชด กานดาได้จัดการโอนทรัพย์สินและเตรียมใบหย่าไว้พร้อมแล้ว เธอพร้อมทิ้งตัวตนเดิมเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในชื่อ พิมล โกสุม ที่ฮอกไกโด โดยไม่คิดจะหวนกลับมาหาอดีตที่เน่าเฟะอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。