
ร้อยเล่ห์พรางใจ
ตอน 3
“ใช่! ฉันไล่ออก ทำไมไม่เข้าใจอะไรไม่ทราบ” ภีมวัจน์เลิกคิ้วถาม สีหน้านิ่งเรียบไม่บ่งบอกความรู้สึก เขาทำราวกับว่าสิ่งที่กำลังพูดถึงนี้เป็นเรื่องแสนธรรมดาเสียเหลือเกิน
“คุณจะไล่ช่อออกแบบนี้ไม่ได้นะคะ ช่อทำผิดอะไร คุณถึงตัดสินช่อแบบนี้” ช่อมาลีโวยวายด้วยความลืมตัว ความกลัวตกงานทำให้เธอเถียงกลับใจขาดดิ้น แต่โวยออกไปแล้วเจอสายตาคมกริบขึงตาใส่ คนลืมตัวไปชั่วขณะก็เริ่มได้สติ
“เธอนี่...นอกจากจะขี้โวยวาย ไร้สติ แล้วยังเป็นพวกมองไม่เห็นความผิดของตัวเองอีกนะ” ภีมวัจน์ตำหนิแล้วยิ้มหยัน
ช่อมาลีชะงักงันกับคำต่อว่า เธออาจขี้ตื่นตกใจ เธอยอมรับ แต่เรื่องเป็นคนไม่ยอมรับผิดนี่เธอเถียงใจขาดดิ้น
“ช่อรู้ค่ะว่าช่อผิด แต่ว่านั่นมันเกินไปไหมคะ”
ภีมวัจน์ใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มก่อนขบริมฝีปากตัวเองแล้วกัดกรามกรอด ดวงตาคมกริบจับจ้องมองคนหน้าตื่นนิ่ง อึดใจก็เค้นเสียงรอดไรฟันถามกลับไป
“ไอ้การที่เธอเอาน้ำสกปรกโสโครกนั่นมาสาดใส่รองประธานอย่างฉัน เธอว่ามันผิดมากพอที่ฉันจะไล่เธอออกไหมช่อมาลี”
“แต่ช่อไม่ได้ตั้งใจนี่คะ ใครเป็นช่อก็ต้องทำแบบนี้ทั้งนั้น ในเมื่อคุณทำตัวน่าสงสัย”
“หึๆ อย่างนั้นเหรอ ...แล้วถ้าเกิดคนที่เธอสาดน้ำใส่วันนี้เป็นแขกของฉัน เป็นลูกค้าของบริษัท เธอลองใช้สมองโง่ๆของเธอคิด แล้วก็บอกฉันหน่อยซิว่าจะเกิดอะไรขึ้น”
ช่อมาลีเบิกตากว้างมองเจ้านายตัวโตราวเห็นสัตว์ประหลาด ลมหายใจหอบสั้นยามเจ้าตัวพยายามสะกดกลั้นความเคืองโกรธกับคำด่าว่าแสนแสบทรวง
“เธอจะรับผิดชอบไหวไหม กับความเสียหายที่จะเกิดขึ้น ...ช่อมาลี”
แม่บ้านสาวสูดลมหายใจเข้าสุดลึกก่อนเค้นเสียงตอบกลับไป
“แต่นั่น...มันยังไม่เกิดขึ้นนะคะ คุณจะเอามาตัดสินมั่วๆ แบบนี้ไม่ได้”
ไม่รู้ความหวาดกลัวหดหายไปไหนหมด ตอนนี้ช่อมาลีเถียงกลับฉอดๆ ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเปล่าประโยชน์
มองตาเขาแล้วเธอก็รู้ว่าเขาไม่มีวันเปลี่ยนใจ!
ภีมวัจน์เขม้นมองคนตัวเล็กด้วยความรู้สึกโมโหสุดใจ นึกชื่นชมอยู่หรอกที่เธอสลัดความกลัวทิ้งแล้วลุกขึ้นมาโต้เถียงทวงความยุติธรรม แต่เธอคงลืมไปว่ากำลังงัดข้ออยู่กับใคร
“ช่อหวังว่าคุณจะยังคงมีจริยธรรมของการเป็นเจ้านายคนอยู่บ้างนะคะ”
“ฉันควรเก็บคนอย่างเธอไว้รอให้เกิดเรื่องก่อนอย่างนั้นสินะช่อมาลี”
“คุณ!”
“อย่ามาเรียกฉันว่า ‘คุณ’ เธอไม่มีสิทธิ์” ภีมวัจน์ตวาดสั่ง
ช่อมาลีชะงักงันไม่รู้รอบที่เท่าไร หญิงสาวมองเจ้านายที่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก จะว่าเธอเกรงกลัวแต่ความรู้สึกนั้นไม่น่าจะหลงเหลือแล้ว เธอว่าเขาเหมือนอันธพาลที่ระรานคนอื่นโดยไม่ฟังเหตุผลมากกว่าจะเป็นผู้บริหารที่น่าเคารพยำเกรง
“ฉันเป็นรองประธานบริษัท ...เป็นเจ้านายเธอ อย่ามาเรียกฉันว่า ‘คุณ’ เหมือนที่เธอใช้เรียกใครๆ จำเอาไว้"
“ค่ะท่านรองฯ” ช่อมาลีรับคำห้วนๆ ดวงตากลมโตผิดกับสาวชาวเหนือคนอื่นๆที่หากมีเชื้อสายชาวเหนือแท้ๆจะยาวรีราวดวงตาหงส์จับจ้องมองคนสั่งเขม็ง ภีมวัจน์เห็นแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้
“ท่าทางถือดีแบบนี้เหรอช่อมาลีที่เธอคิดว่าฉันควรเห็นใจลดหย่อน ผ่อนโทษให้เธอน่ะ หึๆ”
ช่อมาลีถอนหายใจ เธอยอมรับว่าเธอโกรธที่เขาด่าว่าและรับไม่ได้กับการตัดสินโทษของเขา และเธอก็ต้องการปกป้องศักดิ์ศรีของตัวเองจนลืมตัวไปชั่วขณะ
“ช่อขอโทษค่ะที่ทำอะไรลงไปไม่ดูให้ดี ช่อสัญญาว่าจะไม่ให้มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก” ช่อมาลีกัดฟันข่มอารมณ์ยอมลดตัวตนเอ่ยขอโทษ เพราะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเธอก็มีส่วนผิด และเธอไม่อยู่ในฐานะที่จะต่อปากต่อคำกับเขา เธอเป็นลูกน้องส่วนเขาเป็นเจ้านาย
“ก็ยังดีนะที่ยังรู้ตัวว่าผิด แต่ฉันยืนยันคำเดิม”
“ท่านรองฯ”
“ไปได้แล้ว”
“มันไม่ยุติธรรมเลยนะคะ ได้โปรดเถอะค่ะ อย่าไล่ช่อออกเลยนะคะ ถ้าคุณ... เอ่อ... ถ้าท่านไล่ช่อออก แล้วช่อจะทำยังไง จะทำงานที่ไหนล่ะคะ ช่อ... ช่อต้องใช้เงินมากมาย ...พ่อ ...แม่ แล้วก็น้องๆของช่อ พวกเขารอคอยความหวังเดียวจากช่ออยู่นะคะ ได้โปรด...”
“นั่นมันเรื่องของเธอ ไม่เกี่ยวกับฉัน”
“ท่านรองฯ” ช่อมาลีใจหายวาบ เธอพร่ำพรรณนายาวเหยียด แต่เขาตอบกลับสั้นๆ หน้าตาย ตอบกลับอย่างคนไร้ความเมตตา
“ออกไปได้แล้ว หวังว่าพรุ่งนี้จะไม่เห็นหน้าเธอที่นี่อีก”
วาจาของเขาช่างแล้งน้ำใจจนช่อมาลีน้ำตาไหลพรากอาบสองแก้มนวล ริมฝีปากอิ่มสั่นระริกยามเจ้าตัวพยายามเก็บข่มความรวดร้าวใจ
“ท่านรองฯคะ ...ได้โปรดเมตตาช่อเถอะนะคะ ช่อเดือดร้อนจริงๆ ถ้าท่านไล่ช่อออก ที่บ้านช่อต้องเดือดร้อนแน่ๆ สิ้นเดือนต้องจ่ายดอกเบี้ยอีก ถ้าไม่จ่ายที่ดินที่บ้านช่อก็จะถูกยึด ได้โปรด...” ช่อมาลีอ้อนวอน ดวงตาคู่กลมทอดมองเขาอย่างร้องขอความเห็นใจ
ภีมวัจน์จ้องลึกเข้าไปในดวงตาเว้าวอนคู่นั้น เห็นเธอมองมาอย่างคนไร้หนทางและต้องการโอกาส คนประกาศขับไล่ก็ได้แต่มองนิ่ง
“ท่านคะ ได้โปรดเห็นใจ ช่อจะตกงานไม่ได้”
“นั่นมันเรื่องของเธอ เป็นปัญหาของเธอที่เธอต้องแก้ไขเอง ไม่เกี่ยวกับฉัน เชิญ!”
“ท่าน!”
“จะออกไปดีๆ หรือต้องให้ฉันเรียกรปภ.มาจับเธอโยนออกไปฮึ”
ช่อมาลีเบิกตากว้างมองผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านายราวกับเห็นเขาเป็นอสูรร้าย เขาช่างแข็งกระด้างและเย็นชา เขาเป็นคนไร้หัวใจหรืออย่างไรกัน ถึงได้ไม่มีความเห็นใจและเมตตาใคร
เธอไม่คิดเลยว่ารองประธานหนุ่มที่ใครๆ กล่าวขานถึงว่ามีความเก่งกาจอย่างหาตัวจับได้ยากนั้น แท้จริงเขาจะมีนิสัยมองไม่เห็นใครในสายตาเช่นนี้ หรือเขาคิดแต่เพียงเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัวเท่านั้น!
“คนใจร้าย ไอ้คนไร้มนุษยธรรม คุณมันคนใจดำ ใจเหี้ยมผิดมนุษย์ สักวันคุณจะไม่หลงเหลือใคร ฮึก! ฮือ...” จบคำบริภาษ ช่อมาลีก็หมุนกายแล้ววิ่งออกจากห้องไป หัวใจดวงน้อยร่ำไห้หนักหน่วง เครียดขึงกับปัญหาหนักอกที่ต้องเผชิญ
ภาพใบหน้าอมเศร้าของพ่อแม่และน้องเล็กๆ อีกสองคนเด่นชัดขึ้นมาในห้วงมโนนึก หากเธอหางานใหม่ไม่ได้แล้วทางบ้านของเธอจะเป็นอย่างไร!
คุณอาจจะชอบ





