ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ร้อยเล่ห์พรางใจ

ร้อยเล่ห์พรางใจ

ช่อมาลี สาวเมืองเหนือผู้มาดมั่นสร้างวีรกรรมสุดช็อกด้วยการบุกเข้าล็อกคอและเอากระป๋องครอบหัว ภีมวัจน์ เพราะเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นโจรโรคจิต แต่ความจริงแล้วชายหนุ่มคือรองประธานบริษัทที่เธอต้องทำงานด้วย ความประทับใจแรกพบที่แสนวุ่นวายเปลี่ยนเป็นจุดเริ่มต้นของเกมหัวใจ เมื่อท่านรองจอมเผด็จการรุกหนักหวังพิชิตตัวเธอมาเป็นผู้หญิงของเขาเพียงคนเดียว แม้เธอจะพยายามยกกฎเหล็กเรื่องเจ้านายกับลูกน้องมาอ้าง แต่เขากลับใช้เล่ห์เหลี่ยมและเสน่ห์อันเหลือร้ายเพื่อพังกำแพงหัวใจเธอให้จงได้
ตอน
แชร์

ตอน 1

กรุงเทพมหานครฯ

ภายในอาคารสูงระฟ้าราวสี่สิบห้าชั้น ย่านเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานครฯ พื้นที่ตั้งแต่ชั้นที่สี่สิบถึงสี่สิบสองเป็นโซนของสำนักงานใหญ่บริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์รายใหญ่จากสหรัฐอเมริกาฯ ซึ่งมาเปิดฐานผลิตในประเทศไทยตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2535 บุกเบิกโดยมิสเตอร์ไมเคิล พอตเตอร์ ประธานใหญ่ของบริษัท ยูไนเต็ด ออโตโมบิล จำกัด (มหาชน) ประจำประเทศสหรัฐอเมริกาฯ

นอกจากประเทศไทยแล้วยังมีฐานผลิตครอบคลุมอีกหลายประเทศทั่วโลก ทั้งนี้มาจากวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของตระกูลพอตเตอร์โดยเริ่มจับธุรกิจด้านอะไหล่รถยนต์มาตั้งแต่รุ่นคุณปู่ซึ่งตั้งต้นจากเป็นเพียงช่างในอู่ซ่อมรถ ต่อมาจึงได้มาเปิดอู่เป็นของตัวเองขยายกิจการมาเรื่อยๆ จนกระทั่งได้มีโอกาสร่วมทุนกับเพื่อนเปิดบริษัทผลิตอะไหล่รถยนต์และกลายมาเป็นกิจการของตัวเองในที่สุด

มิสเตอร์ไมเคิลเป็นทายาทรุ่นแรกที่มาสานต่อธุรกิจของครอบครัว เขามีโอกาสมาเมืองไทยหลายครั้ง และได้ศึกษาข้อมูลเป็นเวลาหลายปีกว่าจะตัดสินใจขยายธุรกิจโดยเริ่มเปิดบริษัทนำเข้าในไทยและต่อมาได้ขยายกิจการโดยการตั้งฐานผลิต ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาฯ

ภายในสำนักงานใหญ่ของบริษัทยูไนเต็ดฯ ยามนี้เป็นเวลาเลิกงานแล้ว พนักงานกลับบ้านกันเกือบหมด เหลือก็เพียงบางแผนกเท่านั้นที่ยังคงสะสางงานอยู่ หนึ่งในนั้นมีแม่บ้านสาวหน้าละอ่อนนาม ‘ช่อมาลี’ กำลังดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่ในความรับผิดชอบ

วันนี้เธอต้องขึ้นมาดูแลความความสะอาดบนชั้น 42 ซึ่งเป็นโซนของผู้บริหารแทนแม่บ้านรุ่นพี่ที่ไม่สบายลากลับบ้านไปเมื่อช่วงบ่าย ขณะที่หญิงสาวกำลังจะกลับไปยังชั้น 40 เพื่อเก็บอุปกรณ์และเตรียมตัวกลับบ้าน สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นหลังไวๆ ของใครคนหนึ่งหายวับเข้าไปในห้องน้ำหญิง ช่อมาลีเบิกตากว้างอย่างตกตะลึง เพราะเธอสำรวจถ้วนทั่วหมดแล้วว่าไม่มีใครหลงเหลืออยู่แม้แต่คนเดียว

‘แล้วที่เธอเห็นนั้นคือใคร?’

“พุทโธ ธัมโม สังโฆ! ผะ... ผะ... ผีแต้ๆ” ช่อมาลีอุทานเป็นสำเนียงชาวเหนือ ยามนี้ดวงตาคู่สวยเหลือกลานด้วยความกลัวเข้าเกาะกุมขั้วหัวใจ

“เอ๊ะ! หรือว่าจะเป๋นขโมยมาลักอะหยัง” หญิงสาวเริ่มฉุกคิดขึ้นได้หลังจากที่ตื่นตกใจไปชั่วขณะ นั่นสินะตึกสูงๆ แถมสุดหรูขนาดนี้จะมีผีได้อย่างไร ไม่ใช่ตึกร้างเก่าแก่เสียหน่อย แต่ใครกันที่เดินเข้าไปในห้องน้ำ

“หรือว่าผีบ้า!” คราวนี้คนมโนตาเหลือกตาลานมากกว่าเดิมหลายเท่า เพราะเธอจำได้ดีว่าด้านหลังที่เธอเห็นนั้นเป็นผู้ชายชัดๆ ไม่ได้การล่ะเธอจะต้องจับไอ้หัวขโมยโรคจิตนั่นให้ได้

‘นอกจากจะเป๋นหัวขโมยแล้ว ยังเป๋นโรคจิตแหมก๊ะ’ ช่อมาลีต่อว่าในใจด้วยเข้าใจว่าคนที่เห็นนอกจากจะเป็นขโมยแล้วยังเป็นคนโรคจิตอีกด้วย

หญิงสาวรีบยกโทรศัพท์ต่อสายภายในโทรหาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทันที เพราะเธอไม่มั่นใจว่าจะสามารถจัดการหัวขโมยคนเดียวได้ เท่าที่คะเนดูด้วยสายตา แม่บ้านสาวรู้สึกว่าคนที่เธอเห็นนั้นร่างสูงใหญ่เอาการ

“พี่ๆ มาช่วยหนูหน่อย มีโจรย่องเบาขึ้นมาบนชั้นเจ้านาย รีบๆ มานะพี่ เดี๋ยวหนูหาทางจัดการมันก่อน” บอกจบช่อมาลีก็รีบวางสายแล้วยืนหันรีหันขวาง สมองน้อยๆ ประมวลทันทีว่าจะทำอย่างไรกับผู้ชายตัวโตที่อยู่ในห้องน้ำหญิงนั่น

พลัน! สายตาก็เหลือบแลไปเห็นกระป๋องใส่น้ำถูพื้นที่เธอกำลังจะเอาไปเท ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

‘ได้การล่ะ’ คนปิ๊งไอเดียดีดนิ้วเปาะ นัยน์ตาเรืองรอง รีบก้มลงหิ้วกระป๋องใบย่อมขึ้นมาแล้วตรงไปยังห้องน้ำหญิงทันที

ช่อมาลีอิงแอบร่างตรงมุมประตูทางเข้าห้องน้ำ หญิงสาวกลั้นลมหายใจพร้อมนับหนึ่งถึงร้อยอย่างใจเย็น สองหูเงี่ยฟังเสียงจากด้านในอย่างใจจดใจจ่อ แล้วช่วงเวลาแห่งการรอคอยก็มาถึงเมื่อเธอได้ยินเสียงฝีเท้าก้าวใกล้เข้ามาทุกขณะจิต

พลัน!

ซ่า...!!

“โอ๊ะ!”

เสียงน้ำสาดซัดเข้าใส่ร่างสูงดังขึ้นพร้อมๆ กับเสียงร้องอย่างตกใจของชายนิรนาม เมื่อจู่ๆก็ถูกใครคนหนึ่งกระโจนขึ้นขี่หลังแล้วใช้กระป๋องครอบศีรษะเขา พร้อมเสียงตะโกนโหวกเหวก

“นี่แน่ะเจ้าหัวขโมย!”

คนปัดป้องด้วยความตกใจและคนหมายมั่นจัดการหัวขโมยให้อยู่หมัดโรมรันพันตูกันจนเกิดเสียงดังอึกทึกครึกโครมไปหมด และโดยไม่คาดคิดคนร่างสูงที่พยายามปัดป้องก็เกิดเสียหลักเซล้มไม่เป็นท่า

โครม! / พลั่ก!

“โอ๊ย! / อึ้ก!”

ช่อมาลีจุกจนตัวงอเมื่อแผ่นหลังและก้นกระแทกเข้ากับพื้นเต็มแรงซ้ำคนตัวโตยังล้มทับอัดกระแทกลงมาจนร่างของเธอแทบแบนติดพื้น นาทีนี้หญิงสาวชาวเหนือมองเห็นดวงดาวเปล่งแสงระยิบระยับไปหมด เกิดมาเธอเพิ่งเคยจุกเจียนขาดใจตายก็ครั้งนี้เอง

เสียงฝีเท้าหลายคู่พากันวิ่งขึ้นบันไดมา ทำให้แม่บ้านสาวใจชื้นขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็มีคนมาถึงก่อนที่โจรโรคจิตจะทันได้หลบหนี แต่อาการจุกเสียดก็บดบังอาการดีใจจนหมดสิ้น

“เสียงเอะอะอะไรดังไปถึงข้างล่างนี่” พนักงานหนึ่งในสามที่ขึ้นมาถึงถามทันที แต่ก่อนที่ช่อมาลีจะทันได้ตอบ เสียงอุทานก็ดังขึ้นพร้อมเพรียงกัน

“ท่านรองฯ”

ช่อมาลีนิ่วหน้า หญิงสาวค่อยๆหยัดกายลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก พอยืนได้เต็มฝ่าเท้าก็รีบโบกไม้โบกมือว่อน

“ท่านรองฯอะไรคะพี่ๆ นี่มันโจรโรคจิตชัดๆ หนูช่อเห็นมันด้อมๆ มองๆ แล้วก็ผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำหญิง ดีนะที่หนูช่อสกัดดาวรุ่งไว้ทัน ไม่อย่างนั้นมันคงได้เข้าไปขโมยอะไรต่อมิอะไรแน่ๆค่ะ” ช่อมาลียืนยันตามความเข้าใจของตนเองแล้วขยับเข้าจับแขนโจรโรคจิตที่ยืนผงาดขบกรามแน่นเก็บข่มความเกรี้ยวกราดเอาไว้อย่างถึงที่สุด

“เราต้องจับไอ้หมอนี่ส่งตำรวจนะคะ” พูดจบพลเมืองดีก็กวักมือ หยอยๆ ขอกุญแจมือจากรภป. แต่แทนที่ทุกคนจะช่วยกันจับโจรตามคำบอกกลับกลายเป็นต่างคนต่างร้องเสียงหลง!

“ยู้ดดด... หยุดก่อนหนูช่อ! นี่ท่านรองฯ ...รองประธานนะไม่ใช่โจรโรคจิต”

“ฮะ!” ช่อมาลีเบิกตาโพลงอย่างตกตะลึงเมื่อเห็นทุกคนพากันไหว้ปรกๆ ร้องขอการละเว้นโทษจากคนร่างสูงใหญ่ในชุดลำลองเสื้อโปโลกับกางเกงยีนที่ตอนนี้เปียกมะล่อกมะแล่กจากน้ำถูพื้นที่เธอสาดใส่ สภาพของเขาไม่ต่างอะไรจากตกท่อระบายน้ำทิ้ง

“ท่านคะได้โปรดอภัยให้หนูช่อด้วยนะคะท่าน”

“หนูช่อรีบขอโทษท่านรองฯ สิ เร็วๆ”

ช่อมาลีผงะถอย มือน้อยปล่อยท่อนแขนกำยำโดยไว ความจริงที่ได้รับรู้ทำให้เธอได้แต่กระพริบตาปริบๆ ยิ่งสบสายตาคมกริบเข้าอย่างจัง คนพลั้งมือทุบตีเพราะเข้าใจผิดได้แต่กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอด้วยความฝืดเฝื่อน

“ช...ช่ะ...ช่อ” ช่อมาลีปากสั่นมือสั่นไปหมด อย่าว่าแต่เอ่ยคำขอโทษเลย แค่ชื่อตัวเองเธอยังเอ่ยออกมาด้วยความยากเย็น และตอนนี้เธอก็เริ่มหวาดผวา เพราะคนถูกเรียก ‘ท่านรองฯ’ ยืนทำหน้าถมึงทึง จ้องมองมาด้วยสายตาดุดัน

“ตามฉันไปที่ห้อง”

ช่อมาลีตาเหลือกลานเมื่อเขาเค้นเสียงสั่ง แต่ยังไม่ทันได้ทำตาม ก็มีเสียงถามแทรกขึ้นมาเสียก่อน

“เอ่อ... พวกเราทั้งหมดด้วยหรือเปล่าคะท่านรองฯ” เจ้าของคำถามคือพนักงานที่อาวุโสสุดตรงนั้น ช่อมาลีหันขวับมองสลับไปสลับมาระหว่างเจ้านายกับพนักงานรุ่นพี่ หญิงสาวยืนรอคำตอบอย่างลุ้นระทึก

“ใครมาจากตรงไหน กลับไปตรงนั้น” เขาตวาดสั่งแล้วทุกคนก็รีบทำตามอย่างรนราน เพียงพริบตาเหล่าพนักงานก็สลายตัวไปไม่ทิ้งฝุ่น ช่อมาลีที่เพิ่งได้สติ ค่อยๆ ย่องไปเก็บกระป๋องน้ำและอุปกรณ์ทำความสะอาดหมายมั่นฉากหลบตามคนอื่นๆไป แต่ยังไม่ทันได้ขยับไปไหน เสียงห้วนดุก็ดังกังวาน

“หยุด! นั่นเธอจะไปไหน”

ช่อมาลีสะดุ้งโหยง ยืดตัวตรง ยืนตัวลีบด้วยความหวาดกลัว

“ตามฉันไปที่ห้อง เดี๋ยวนี้!”

“ช...ช่ะ...ช่อ เหรอคะ”

“ถ้าไม่ใช่เธอแล้วจะเป็นใครฮะ”

ช่อมาลีกลอกตามองซ้ายขวาอย่างต้องการหาเพื่อน แต่เมื่อไม่เห็นใครสักคน หญิงสาวก็ได้แต่หันมายิ้มแหย...

เธอยิ้ม... แต่เขาไม่ยิ้ม!

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย บ่วงเล่ห์บำเรอรัก
7.9
แวงซ็อง ออกัสตัส มหาเศรษฐีหนุ่มทรงเสน่ห์ทายาทตระกูลดังผู้ไม่เคยถูกปฏิเสธ กลับต้องเสียหน้าเมื่อ เมวิกา หญิงสาวแสนจนท่าทางเย็นชาทำเหมือนไม่สนใจในตัวเขา แผนการล่อลวงเพื่อเอาชนะใจจึงเริ่มต้นขึ้น ทว่าหลังค่ำคืนอันเร่าร้อนเขากลับหายตัวไป ทิ้งให้เธอเผชิญความโดดเดี่ยวในฐานะนางซินตกสวรรค์ แต่แล้วข่าวฉาวสั่นสะเทือนปารีสก็บีบให้เขาต้องกลับมาเผชิญหน้ากับเธออีกครั้ง บ่วงเล่ห์ที่เขาวางไว้เพื่อหวังเพียงความใคร่ กลับกลายเป็นบ่วงรักที่ผูกมัดหัวใจของทั้งคู่ไว้ด้วยโชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
หน้าปกนวนิยาย เจ้าบ่าวพญามาร
9.8
เงื่อนไขมรดกมหาศาลทำให้วรรณรดาต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหม่อมราชวงศ์ธีรดนย์ ชายหนุ่มผู้มีรูปโฉมงดงามทว่าหัวใจกลับเย็นชาดุจพญามาร เขาตราหน้าเธอและอาว่าเป็นเพียงปลิงที่หวังสูบเลือดสูบเนื้อตระกูลของเขาเหมือนที่เคยทำกับบิดาจนสิ้นใจ แม้จะเกลียดชังเพียงใดเขากลับยอมจดทะเบียนสมรสเพื่อรอขยี้เธอให้สาสมกับตำแหน่งภรรยาที่เธอได้รับมา ท่ามกลางไฟแค้นที่พร้อมแผดเผา วรรณรดาต้องเผชิญกับสัมผัสอันร้อนแรงและคำดูถูกเหยียดหยามจากเจ้าบ่าวที่มองเธอเป็นเพียงศัตรูในคราบเจ้าสาว
หน้าปกนวนิยาย  แต่งงานกับเศรษฐี
8.4
ซู่ หยูชิง หญิงสาวผู้มุ่งมั่นกับการสร้างฐานะและรักการทำงานเป็นชีวิตจิตใจ กำลังเผชิญกับมรสุมความกดดันจากครอบครัวที่เคี่ยวเข็ญให้เธอรีบแต่งงานออกเรือนไปเสียที เพื่อตัดปัญหาและหาทางออกให้ตัวเองได้มุ่งเน้นกับอาชีพที่รักได้อย่างเต็มที่โดยไม่มีใครมารบกวน เธอจึงตัดสินใจทำข้อตกลงแต่งงานกำมะลอกับชายหนุ่มนักเสี่ยงโชคจากการนัดบอด ซึ่งเขามีอาชีพเป็นเพียงช่างก่ออิฐธรรมดาๆ คนหนึ่งเท่านั้น เพื่อใช้ชีวิตบังหน้าไปก่อน
หน้าปกนวนิยาย ดั่งเชื้อไฟในเพลิงพิศวาส
8.2
มหาเศรษฐีหนุ่มอย่างไอรอนมองว่าอัญชันเป็นเพียงผู้หญิงหิวเงินที่หวังทางลัดสู่ความสบาย ทว่าเสน่ห์ของเธอกลับกลายเป็นเชื้อไฟที่โหมกระหน่ำเพลิงปรารถนาในใจเขาให้ลุกโชนอย่างคาดไม่ถึง อุบัติเหตุในห้องน้ำนำไปสู่สัมผัสแนบชิดที่ทำให้สาวน้อยด้อยประสบการณ์ต้องหวั่นไหวไปกับร่างกายอันสมบูรณ์แบบ สายตาคมกล้าของเขาตรึงเธอไว้ในอ้อมกอดที่แสนรุ่มร้อน จนอัญชันเผลอปล่อยตัวใจไปกับเสน่หาและหวังเพียงว่าสักวันจะสามารถครอบครองหัวใจของชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลคนนี้ไว้เพียงผู้เดียว
หน้าปกนวนิยาย เกมแก้แค้น ของอดีตภรรยา
8.2
เมื่อ CEO หนุ่มบอกผ่านสื่อว่าความซื่อสัตย์คือหัวใจของชีวิตคู่ แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม กานดาได้รับหลักฐานการนอกใจของสามีกับเลขาสาวอย่างชัดเจน ในวันครบรอบปีที่ 7 เธอจึงมอบเศษทองที่ถูกหลอมละลายให้เขาแทนคำบอกลา ท่ามกลางความตกตะลึงของสามีที่คิดว่าเธอแค่ประชด กานดาได้จัดการโอนทรัพย์สินและเตรียมใบหย่าไว้พร้อมแล้ว เธอพร้อมทิ้งตัวตนเดิมเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในชื่อ พิมล โกสุม ที่ฮอกไกโด โดยไม่คิดจะหวนกลับมาหาอดีตที่เน่าเฟะอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
《ฉันหนีไม่พ้นแล้ว》ถ่ายทอดเรื่องราวของมู่ซินยวี่ หญิงสาวที่ชีวิตถูกผูกไว้กับการหมั้นหมายและผลประโยชน์ของตระกูล ในคืนงานหมั้นที่ควรจะเป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่ เธอกลับถูกความผิดพลาดและฤทธิ์แอลกอฮอล์ผลักเข้าสู่เหตุการณ์ที่ไม่อาจย้อนกลับได้ เธอเข้าใจผิดและเข้าไปใกล้ชายคนหนึ่งด้วยความรู้สึกสับสน ก่อนที่ทุกอย่างจะกลายเป็นคืนที่เปลี่ยนชะตาชีวิตของเธอไปตลอดกาล เมื่อเธอตื่นขึ้นมา ความจริงที่น่าตกใจปรากฏขึ้น ชายที่อยู่ข้างเธอไม่ใช่คู่หมั้นของเธอ แต่คือเสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องของเขา ผู้มีอำนาจและความเย็นชาในแบบที่ยากจะเข้าถึง เขาไม่เพียงเป็นพยานของเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ยังใช้ความลับนี้เป็นเงื่อนไขในการควบคุมชีวิตของเธอ พร้อมข้อเสนอที่บีบให้เธอไม่มีทางเลือก ในขณะที่คู่หมั้นของเธอ เสิ่นเจียหวิน ยังคงแสดงความดูถูกและหักหลังต่อหน้าเธออย่างไม่เกรงใจ ความสัมพันธ์ที่เธอเคยเชื่อมั่นกลับพังทลายลงทีละชั้น เขาเลือกคนอื่น เลือกผลประโยชน์ และผลักเธอให้กลายเป็นเพียงตัวตลกในสายตาของสังคมชั้นสูง ในขณะเดียวกัน เสิ่นเจียสวี่กลับยื่นมือเข้ามาในชีวิตของเธอในฐานะทั้งผู้ควบคุมและผู้ปกป้องในเวลาเดียวกัน ภายใต้แรงกดดันจากครอบครัว บริษัทที่แม่ทิ้งไว้ และพ่อที่กำลังป่วยหนัก ทำให้มู่ซินยวี่ต้องจำยอมต่อข้อตกลงอันโหดร้าย เธอกลายเป็นส่วนหนึ่งของโลกของเสิ่นเจียสวี่ ชายผู้มีอำนาจเหนือทุกอย่าง ทั้งในสนามธุรกิจและในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ ไม่ว่าจะเป็นบนเครื่องบินที่ระดับหมื่นฟุต หรือในชีวิตประจำวัน เขาเข้ามาใกล้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเส้นแบ่งระหว่างการบีบบังคับและความผูกพันที่เริ่มเลือนราง เมื่อเธอเห็นคู่หมั้นหักหลังอย่างชัดเจน และครอบครัวของเขาดูหมิ่นเธออย่างไม่ไยดี ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจหันหลังให้ทุกสิ่งที่เคยยึดถือ เธอเลือกเดินออกจากการหมั้น และเริ่มต้นเส้นทางใหม่ด้วยข้อตกลงกับเสิ่นเจียสวี่ เพื่อแลกกับการฟื้นฟูบริษัทและการปกป้องครอบครัวของเธอ แต่สิ่งที่รอเธออยู่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือธรรมดา หากเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกลงไปกว่านั้น เมื่อชายผู้ทรงอำนาจประกาศชัดว่าเธอจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียว ชีวิตของมู่ซินยวี่จึงเปลี่ยนจากการหนีปัญหา ไปสู่โลกใหม่ที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด อำนาจ การควบคุม และความสัมพันธ์ที่ยากจะตัดขาด และนี่คือจุดเริ่มต้นของเส้นทางชีวิตที่เธอไม่อาจหนีได้อีกต่อไป。