ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ไฟแค้นเพลิงพายุ

ไฟแค้นเพลิงพายุ

เมื่อธิชาต้องจบชีวิตลงพร้อมลูกในท้องเพราะถูกกันต์ รังสีภิรมย์ ไฮโซหนุ่มลวงโลกทอดทิ้งอย่างไม่ใยดี พายุผู้เป็นพี่ชายจึงสบถสาบานว่าจะต้องล้างแค้นชายโฉดผู้นี้ให้สาสม ทว่าคราวเคราะห์กลับตกที่อุรวรา เจ้าสาวที่กันต์เลือกแต่งงานด้วย เธอจึงต้องกลายเป็นแพะรับบาปและถูกพายุจองจำไว้ในวังวนแห่งโทสะ พายุแค้นโหมกระหน่ำใส่เธออย่างไร้ความปรานี เพียงเพราะเธอคือคนข้างกายของศัตรูที่เขาเกลียดชังเข้าไส้ในโศกนาฏกรรมครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตอนที่ 1

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

“ธิชา เปิดประตูให้พี่หน่อยสิ พี่เอาข้าวมาให้น่ะ”

เสียงห้าวทุ้มของพ่อเลี้ยงพายุ ฤทธิ์ธิเดช แห่งไร่ฤทธิ์ธิเดช เรียกน้องสาวคนเล็กที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ ชายหนุ่มมีร่างกายที่แข็งแกร่งสูงใหญ่และกำยำ เป็นที่คลั่งไคล้ของเหล่าคนงานสาวๆ ภายในไร่ฤทธิ์ธิเดชเป็นอย่างมาก ความที่มีใบหน้าหล่อเหลาปานเทพบุตรทำให้ชื่อเสียงของพ่อเลี้ยงพายุเป็นที่หมายปองของสาวน้อยสาวใหญ่ทั่วทั้งจังหวัดเชียงรายเป็นยิ่งนัก

ดวงตาสีนิลกาฬยังคงจับจ้องมองอยู่ที่ประตูห้องนอนของผู้เป็นน้องสาว ด้วยเพราะน้องน้อยไม่ยอมที่จะออกไปไหนเลยตั้งแต่เดินทางกลับมาจากกรุงเทพฯ ในครั้งนี้ หญิงสาวเอาแต่เก็บตัวอยู่ภายในห้อง จนน้องชายอีกคนของเขาต้องไปขอให้พี่ชายคนโตมาช่วยกันเรียกให้น้องสาวคนเล็กของบ้านยอมเปิดประตูออกมาเสียที

“เห็นไหมพี่พายุ ผมบอกแล้วว่าธิชาน่ะมันไม่ยอมออกมาจากห้องเลย พี่เองก็เคาะเรียกอยู่ตั้งนานแล้วมันก็ยังไม่ยอมเปิดประตูห้องออกมาหาพวกเราเลยดูสิ”

อัคคี ฤทธิ์ธิเดช น้องชายคนรองของไร่ฤทธิ์ธิเดชพูดบอกออกมาด้วยความขัดใจ ใบหน้าหล่อเหลายู้เข้าหากันอย่างหงุดหงิด ด้วยน้องน้อยไม่ยอมเปิดประตูให้กับคนเป็นพี่สักที ร่างกายสูงใหญ่กำยำไม่แพ้คนเป็นพี่ชายเดินวนไปเวียนมาที่หน้าประตูห้องอย่างใช้ความคิด ดวงตาสีสนิมเหล็กมองสบตากับคนเป็นพี่ก่อนจะพยักหน้าให้กันว่าพวกเค้าคงจะต้องพังประตูห้องเข้าไปหาน้องนุชคนสุดท้องเป็นแน่

“เดี๋ยวเราถีบประตูห้องพร้อมๆ กันเลยนะอัคคี”

พายุพูดบอกน้องชายออกไปด้วยด้วยน้ำเสียงขึงขัง

“ได้เลยพี่ชาย ผมพร้อมอยู่แล้ว เดี๋ยวเรานับหนึ่งถึงสามแล้วถีบประตูพังเข้าไปเลย”

อัคคีบอกคนเป็นพี่ แต่ก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองจะเริ่มนับ ร่างของหญิงวัยกลางคนก็เดินตรงรี่เข้ามาหาผู้เป็นนายทั้งสองแล้วพูดร้องขึ้น

“หยุดค่ะ! หยุด! อย่าเพิ่งพังประตูค่ะพ่อเลี้ยง คุณอัคคี!”

ป้าสายใจ แม่บ้านที่คอยดูแลผู้เป็นนายทั้งสามของไร่ฤทธิ์ธิเดชแห่งนี้นั่นเอง

“อย่าพังประตูห้องเลยค่ะ พ่อเลี้ยง คุณอัคคี นี่ค่ะกุญแจของบ้าน ป้าเอามาให้แล้ว”

ป้าสายใจพูดบอกน้ำเสียงเหนื่อยหอบ ก่อนจะยื่นพวงกุญแจของห้องทั้งหมดภายในบ้านหลังนี้ให้กับพ่อเลี้ยงพายุเจ้านายของตน

พายุรับพวงกุญแจพวงใหญ่จากป้าสายใจมาถือไว้ในมือ ดวงตาสีนิลกาฬจับจ้องอยู่ที่พวงกุญแจอยู่พักนึง ก่อนจะส่งให้กับอัคคีแล้วพูดขึ้นว่า

“นายดูสิว่ากุญแจห้องของธิชามันดอกไหน พี่ขี้เกียจหาว่ะ มันเยอะหลายดอกเหลือเกิน”

“อ้าวพี่พายุ ทำไมโยนมาให้ผมล่ะ แล้ววันนี้ผมจะหาเจอไหมล่ะเนี่ย”

อัคคีบ่นกระปอดกระแปด ใบหน้าหล่อเหลางอง้ำขึ้นมาทันที แต่ก็ยื่นมือเรียวแกร่งออกไปรับพวงกุญแจจากคนเป็นพี่

ป้าสายใจถึงกับถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ นางเองก็ลืมไปว่าเจ้านายหนุ่มทั้งสองของนางนั้นไม่เคยเลยสักครั้งที่จะต้องใช้กุญแจของบ้านไขเข้าห้องไหนๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว และหากจะให้เอาลูกกุญแจไขเข้าไปที่ห้องของคุณหนูคนเล็กเห็นทีกว่าจะไขเข้าไปได้ดีไม่ดีประตูห้องอาจจะพังไปก่อนแล้วก็เป็นได้

“มาค่ะ เดี๋ยวป้าไขให้เอง”

พูดจบป้าสายใจก็ยื่นมือเข้าไปขอกุญแจจากมือของอัคคีทันที ชายหนุ่มยิ้มกว้างออกมาพร้อมกับส่งให้กับป้าสายใจแต่โดยดีเช่นกัน

“ดีเลยป้า เพราะถ้าหากว่าให้ผมกับพี่พายุไขละก็สงสัยวันนี้คงไม่ต้องเข้าไปหาธิชาเป็นแน่”

แต่ยังไม่ทันที่ป้าสายใจจะลงมือไขกุญแจห้องของน้องน้อย ประตูห้องก็ค่อยๆ เปิดออกมาเผยให้เห็นร่างบอบบางของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของห้อง ชลธิชา ฤทธิ์ธิเดช หรือ ธิชา น้องน้อยสุดรักสุดหวงของพี่ชายทั้งสองเป็นยิ่งนัก ใบหน้าสวยหวานยามนี้มีแต่คราบน้ำตาเกรอะกรัง ก่อนที่ร่างบอบบางจะโผเข้าไปหาอกกว้างของพี่คนโต แล้วหญิงสาวก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้อย่างเดียวเท่านั้น

“พี่พายุ...ฮือๆ...”

หญิงสาวพูดได้เพียงเท่านั้น แล้วก็ไม่พูดอะไรอีกเลย เจ้าหล่อนเอาแต่ร้องไห้ จนคนเป็นพี่ทั้งสองไม่รู้จะปลอบใจอย่างไรดี ก่อนที่อัคคีจะพูดขึ้น

“ธิชา อย่าร้องไห้เลยนะ เป็นอะไรไป ใครทำให้น้องน้อยของพี่เสียใจถึงขนาดนี้กัน บอกพี่เถอะ เดี๋ยวพวกพี่จะไปจัดการให้”

ชลธิชาเงยหน้าออกจากอกกว้างของพายุ แล้วเงยมองหน้าพี่ชายคนโต ก่อนจะหันกลับมามองอัคคีพี่ชายคนรองของเธอแล้วก็โผเข้าไปหาอ้อมอกเจ้าของคำพูดที่บอกว่าจะไปจัดการคนที่ทำให้เธอต้องมาร้องไห้เสียน้ำตาอย่างนี้

อัคคีรับร่างบอบบางของน้องสาวเอาไว้ ก่อนที่จะโอบกอดและปลอบโยนให้น้องน้อยได้คลายความทุกข์โศก ชายหนุ่มทำท่าจะพูดอะไรออกมาอีกแต่ก็ต้องหุบปากลงทันทีเมื่อดวงตาสีนิลกาฬของพี่ชายคนโตมองจ้องเขม็งพร้อมกับส่ายหัวไปมาเบาๆ เป็นเชิงบอกให้เขารู้ว่าตอนนี้ไม่สมควรที่จะต้องพูดอะไรทั้งสิ้นนอกจากปล่อยให้น้องน้อยของพวกเขาได้ร้องไห้ระบายความอัดอั้นออกมาให้หมดเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยถามเอาความจริง

ป้าสายใจเองเมื่อเห็นว่าคุณหนูของนางเป็นผู้เปิดประตูห้องออกมาเองก็รีบค้อมกายลงแล้วรีบเดินออกไปจากตรงนั้นทันที ด้วยเพราะรู้หน้าที่ดีว่ายามนี้ไม่สมควรที่จะมีบุคคลภายนอกอยู่ร่วมในเหตุการณ์นี้

เวลาผ่านไปได้พักใหญ่ สามคนพี่น้องยังคงยืนอยู่ที่หน้าห้องนอนของน้องนุชคนสุดท้อง พี่น้องทั้งสามไม่ได้ขยับเขยื้อนไปไหนเลย พวกเขายังคงยืนอยู่ที่จุดเดิม จนกระทั่งเสียงร้องไห้ของชลธิชาเริ่มเงียบลง ตอนนี้หลงเหลือเพียงเสียงสะอื้นไห้ออกมาเป็นระยะๆ เท่านั้น ก่อนที่ใบหน้าสวยหวานจะค่อยๆ เงยขึ้นมองคนเป็นพี่ทั้งสอง แล้วพนมมือไหว้เพื่อเป็นการขอโทษที่ทำให้พี่ชายทั้งสองต้องเป็นห่วงเธอ

“ธิชาต้องขอโทษพี่พายุกับพี่อัคคีด้วยนะคะที่ทำให้พวกพี่ต้องเป็นห่วงน่ะค่ะ”

“พี่ว่าเราไปคุยกันในห้องดีกว่านะ พี่ไม่อยากยืนคุยตรงนี้ ไปธิชาเข้าห้อง”

พ่อเลี้ยงพายุพูดสั่งน้องน้อยออกมา ก่อนที่จะเป็นคนเดินนำหน้าก้าวเข้าไปภายในห้องของน้องสาวเป็นคนแรก ทำให้เจ้าของห้องร้องห้ามเอาไว้ไม่ทัน จึงจำต้องยอมเดินตามกลับเข้าไปภายใน ก่อนที่จะรีบเดินเข้าไปที่เตียงนอนหนานุ่มแล้วดึงผ้าห่มคลุมถุงยาเอาไว้เพราะไม่อยากจะให้พี่ชายทั้งสองได้เห็นมัน

แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว อัคคีที่เดินตามหลังเข้ามาเป็นคนสุดท้ายกลับหันกลับมามองทันพอดีกับที่น้องน้อยของเขาเอาผ้าห่มคลุมทับถุงอะไรบางอย่าง ริมฝีปากของชายหนุ่มจึงพูดถามออกไปทันที

“นั่นถุงอะไรน่ะธิชา แล้วเราจะเอาผ้าห่มไปคลุมมันไว้ทำไมล่ะ”

อัคคีถามออกมาพร้อมกับเดินไปเปิดผ้าห่มออก แต่หญิงสาวร้องห้ามพร้อมกับพาร่างบอบบางหันกลับมาเผชิญหน้ากับพี่ชายคนรองแล้วกางมือออกเหมือนกับจะขวางกั้นไม่ให้พี่ชายได้เข้าไปใกล้เตียงนอนของเธอ

“อย่านะพี่อัคคี! อย่ามายุ่งกับเตียงของธิชานะ!”

ชลธิชาร้องบอกคนเป็นพี่ออกมาเสียงดัง แต่หญิงสาวคงลืมไปว่าเจ้าหล่อนนั้นมีพี่ชายอยู่ด้วยกันสองคน เมื่อคนหนึ่งถูกน้องน้อยขวางเอาไว้ อีกคนหนึ่งจึงทำหน้าที่นั้นแทน

พายุที่เดินเข้ามาก่อนเป็นคนแรก แต่เพราะความที่ห้องนอนของน้องน้อยไม่ยอมเปิดหน้าต่างรับอากาศบริสุทธิ์ให้เข้ามาในห้อง แถมยังมีม่านบดบังแสงสว่างอีกจึงทำให้เขาต้องเปิดหน้าต่างออกก่อนแล้วจึงได้หันมาตามเสียงพูดของน้องทั้งสอง

ดวงตาสีนิลกาฬของพ่อเลี้ยงพายุมองจ้องมาที่เตียงนอนของน้องน้อยทันทีที่หญิงสาวพูดจบ มือเรียวใหญ่ของคนเป็นพี่ตวัดเปิดผ้าห่มที่น้องสาวเพิ่งจะใช้มันคลุมปิดถุงยาเอาไว้ ก่อนที่จะคว้าถุงยานั้นขึ้นมาอ่านว่าแพทย์จ่ายยาอะไรมาให้น้องสาวของตน ชลธิชาถึงกับตกใจใบหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นคนเป็นพี่ตวัดผ้าคลุมเตียงออกเช่นนั้น

“ว้าย! พี่พายุอย่า!”

ร่างบอบบางทำท่าจะเข้าไปคว้าถุงยาของตนเองคืน แต่หญิงสาวก็ต้องหยุดชะงักกับสายตาดุดันของพี่ชายคนโตที่มองมายังตน ใบหน้าสวยหวานที่ซีดเซียวอยู่แล้วกลับซีดหนักลงไปอีก ร่างบอบบางสั่นสะท้านขึ้นมาด้วยความกลัว ก่อนจะนั่งลงบนเตียงนอนแล้วก้มหน้าร้องไห้ออกมาแล้วพูดขึ้นว่า

“ธิชา...ขอโทษ”

พายุยืนตัวแข็งอยู่ตรงหน้าน้องน้อย พ่อเลี้ยงหนุ่มพูดอะไรไม่ออก เมื่อน้องน้อยพูดประโยคนี้ออกมา ก่อนที่อัคคีจะเดินเข้ามาหาพี่ชายแล้วยื่นมือไปหยิบถุงยาของน้องสาวออกมาดูว่ามันคือยาอะไร ทำไมพี่ชายกับน้องสาวของเขาถึงมีอาการเช่นนี้ แต่ขออย่าให้มันเป็นอย่างที่เขาคิดเอาไว้เลย

ดวงตาสีสนิมของอัคคีลุกวาบขึ้นทันทีที่ได้เห็นซองยาที่เขียนว่า ‘ยาบำรุงครรภ์’ นี่น้องสาวของเขาท้องหรือเนี่ย อัคคีนิ่งเงียบไปหลายนาทีก่อนที่จะเค้นเสียงถามออกมาว่า

“นี่หมายความว่ายังไงธิชา พวกพี่ส่งเธอให้ไปเรียนหนังสือนะ แล้วเรียนยังไงมันถึงได้ท้องป่องออกมาอย่างนี้”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หมื่นฝันพันคะนึง
9.1
ท่ามกลางกาลเวลาที่ผันผ่านนับหมื่นราตรี ซุนหลวนคุนยังคงเฝ้าคะนึงหาเพียงสตรีผู้เป็นที่รัก จนกระทั่งเขาได้พบกับนางอีกครั้งในสภาพที่ไร้ซึ่งความทรงจำ หญิงสาวจำไม่ได้แม้กระทั่งชื่อของตนเองหรืออดีตที่เคยมีร่วมกัน ท่ามกลางความสับสนและสิ่งแปลกใหม่รอบกาย แม่ทัพหนุ่มจึงยัดเยียดฐานะภรรยาให้นางพร้อมตั้งชื่อใหม่ว่าหรูซื่อ เพื่อผูกมัดนางไว้ข้างกายในฐานะฮูหยินเพียงหนึ่งเดียวของเขาตลอดไป แม้ความจำจะสูญสิ้นแต่พันธะหัวใจระหว่างเขากับนางกลับเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
หน้าปกนวนิยาย ซ่อนรักปถวี
9.1
ฟาสต้องเผชิญกับโทสะของปถวีอย่างเลี่ยงไม่ได้ หลังเธอถูกเขากระชากตัวมาเค้นความจริงเพราะบังเอิญไปล่วงรู้ความลับที่ไม่ควรได้ยิน แม้เธอจะพยายามปฏิเสธท่ามกลางความหวาดกลัวและรอยช้ำจากการถูกใช้กำลัง แต่เขากลับยิ่งทวีความเกรี้ยวกราดและไม่ไว้หน้าใครทั้งสิ้น ปถวีในวันนี้เปลี่ยนไปจนฟาสแทบไม่เหลือเค้าลางของคนที่เคยรู้จัก เขาประกาศกร้าวตัดความสัมพันธ์และข่มขู่เอาชีวิตอย่างไร้ความปราณี เพียงเพื่อปกปิดสิ่งที่เขาต้องการเก็บเป็นความลับตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย เชลยทรายทาสชีคเถื่อน
8.5
เมื่อชีคอัฟฟานแห่งซาลได้พบมาราตี ตัวประกันสาวที่ถูกส่งมาสวมรอยเป็นพี่สาวเพื่อตบตาเขา ความงดงามของเธอกลับไม่อาจปิดบังความจริงจากสายตาอันคมกริบของเขาได้ ชีคหนุ่มผู้มีอำนาจล้นมือรู้สึกโกรธแค้นที่ถูกตระกูลของเธอคิดคดทรยศและพยายามปั่นหัวให้เขากลายเป็นคนโง่ มาราตีต้องตกตะลึงเมื่อพบว่าแผนการสลับตัวถูกเปิดโปงอย่างง่ายดาย ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและแรงปรารถนาอันเร่าร้อน เธอต้องเผชิญหน้ากับอำนาจมืดและความดุดันของชีคเถื่อนที่พร้อมจะแผดเผาหัวใจของเธอให้มลายสิ้นภายใต้เงื้อมมือของเขา
หน้าปกนวนิยาย KEEP IN MIND l แค้นฝังใจ!
8.5
เมื่อความเจ็บปวดจากการเห็นคนสำคัญต้องทนทุกข์ทรมานกลายเป็นเชื้อไฟแห่งความโกรธแค้น ชายหนุ่มผู้เย็นชามีเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวคือการทวงคืนความยุติธรรม เขาพร้อมจะมอบบทเรียนที่ยากจะลืมเลือนให้กับเด็กหนุ่มผู้เป็นต้นเหตุของเรื่องราวเลวร้ายทั้งหมด บาปที่อีกฝ่ายจงใจก่อขึ้นจะต้องถูกสะสางด้วยน้ำมือของเขาแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางความแค้นที่ฝังรากลึก เขาจะพิพากษาและชำระล้างความผิดนี้ให้จบสิ้นด้วยวิธีการของเขาเอง
หน้าปกนวนิยาย เตี้ยนเซี่ย ท่านไม่หิวหรือ
6.5
เมื่อเยี่ยเม่ย นักฆ่าสาวแห่งยุคปัจจุบัน ประสบอุบัติเหตุเฮลิคอปเตอร์ตกกลางวังน้ำวนมรณะแห่งสามเหลี่ยมเบอร์มิวดา เธอกลับรอดชีวิตและตื่นขึ้นในดินแดนโบราณที่ไร้บันทึกประวัติศาสตร์ ที่นั่นเธอได้พบเป่ยเฉินเสียเยี่ยน องค์ชายสี่แห่งเป่ยเฉินผู้ถูกขนานนามว่าปีศาจอำมหิต การพบกันของพวกเขาคือจุดเริ่มต้นของการไขปริศนา เยี่ยเม่ยต้องตามหาความทรงจำที่ขาดหายและสืบหาความจริงเบื้องหลังการข้ามภพ เธอจำต้องเปิดโปงความลับเรื่องตัวตนที่ซ่อนอยู่ เพื่อพิสูจน์ว่าเรื่องราวประหลาดทั้งหมดไม่ใช่แค่ความบังเอิญ