
ซีรีส์บำเรอรักเจ้าพ่อเถื่อน
ตอน 2
“ฉันไม่หิว” น้ำรินมองออกไปนอกหน้าต่าง
ความจริงเธอไม่ใช่ลูกของธนัช ธนัชไม่เคยรักเธอ เขาหวังแค่จะเอาเธอไปขายให้เสี่ยรวยๆ สักคนเพื่อหวังเงินก้อน
เธอเป็นลูกติดของมารดาที่เขามาแต่งงานด้วย มารดาของเธอกำลังป่วยหนักอยู่โรงพยาบาล ธนัชสัญญากับเธอว่าจะรักษามารดาให้หาย เธอจึงยอมมาเป็นตัวขัดดอกให้ธนัช
ไม่คิดว่าจะหนีเสือปะจระเข้ ธนัชว่าใจร้ายแล้ว แต่ทศใจร้ายยิ่งกว่า
ทศเกลียดธนัช เขาเลยเกลียดเธอไปด้วย เธอต้องเล่นบทลูกสาวที่รักพ่อ และธนัชต้องเล่นบทพ่อที่รักลูกสาว มันคือการแสดงทั้งสิ้น
แต่ที่เป็นกังวลในเวลานี้คืออาการป่วยของมารดา หากธนัชโดนซ้อมปางตายหรือเกือบตาย แล้วใครจะจัดการค่ารักษามารดาล่ะ
เธอเพิ่งเรียนจบยังไม่มีงานทำ เงินก็ไม่มี เธอรู้สึกมืดแปดด้านไปหมด
ถ้าเธอบอกความจริงกับทศทุกอย่าง แล้วให้เขาช่วยมารดาของเธอเขาจะช่วยไหม
เธอกลัวเขาไม่ช่วย และยิ่งจะปล่อยให้แม่ของเธอตายเพราะแม่ของเธอคือเมียของธนัช
เธอจะทำยังไงดี เธอจะทำยังไงดี หญิงสาวคิดในใจอย่างสับสนไปหมด
เสียงประตูเปิดเข้ามาโครมใหญ่ ทำเอาเธอสะดุ้งสุดตัว น้ำรินหาทางเอาตัวรอดให้ตัวเอง เธอต้องเสี่ยงดูสักครั้ง
“พ่อของฉันเป็นยังไงบ้าง” น้ำรินเอ่ยถาม รอดูปฏิกิริยาของเขา เธอก็เห็นแต่ความเกลียดชัง
“ยังไม่ตาย แต่หายใจพะงาบ ๆ ฉันเอาพ่อสารเลวของเธอไปทิ้งไว้ข้างถังขยะ คนสารเลวทรยศเพื่อนแบบนั้นก็สมควรไปอยู่ในที่สกปรกแบบนั้น” ได้ยินประโยคของเขาแล้วทำให้เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาดหวั่น
“ฉันมีเรื่องสำคัญจะบอกคุณ” เธอต้องเสี่ยง เพราะตอนนี้เธอหวังพึ่งพิงอะไรธนัชไม่ได้อีก
“มีอะไรจะบอกฉันก็รีบบอกมา ก่อนที่ฉันจะส่งเธอไปทำงานในซ่อง” แม้จะรู้สึกเสียดายความสาวความสดและติดใจอยู่มาก แต่หล่อนคือลูกสาวศัตรูที่เขาต้องบดขยี้ให้ย่อยยับ
“ฉันไม่ใช่ลูกสาวในไส้ของธนัชค่ะ” เธอพูดแล้วกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเขาหรี่ตามองพลางขมวดคิ้วเข้าหากัน
“หมายความว่ายังไง”
“ฉันเป็นลูกติดของคุณแม่ คุณแม่แต่งงานกับคุณพ่อ ก็เลยรับฉันเป็นลูก แต่คุณพ่อไม่ได้บอกเรื่องนี้กับใครตอนนั้นแม่ของฉันกำลังท้องฉันอยู่ ฉันเป็นลูกติดท้อง ที่คลอดก่อนกำหนด พ่อเลยรู้ว่าฉันไม่ใช่ลูกของเขา เขาเลยไม่รักฉันเลย นอกจากด่าว่าทุบตีแล้วยังพานไปทำร้ายแม่อีก”
“เธอพูดโกหกหรือเปล่า”
“ไม่ได้โกหก คุณจะตรวจดีเอ็นเอฉันกับเขาก็ได้”
“แล้วทำไมเธอยอมมาเป็นตัวขัดดอกให้ธนัชล่ะ” เขาเอ่ยถามอย่างสงสัย ในเมื่อธนัชทำไม่ดีขนาดนี้ แล้วทำไมยังยอมเอาตัวเองมาช่วยเหลือธนัชอีก
“แม่ของฉันป่วยหนัก พ่อบอกว่าจะช่วยจ่ายค่ารักษาให้แม่ แลกกับที่ฉันต้องยอมมาเป็นตัวขัดดอกให้ท่าน ฉันรักแม่มาก ไม่รู้จะทำยังไงเลยยอม”
“แล้วทำไมเธอถึงเพิ่งมาบอกความจริงกับฉันล่ะ”
“เพราะฉันเห็นคุณซ้อมเขาปางตาย เขาอาจจะไม่รอด แล้วใครจะจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลแม่ของฉันล่ะ”
“เธอบอกว่าเขาเกลียดเธอกับแม่ แล้วเขาจะยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้แม่ของเธอเหรอ” เขาเลิกคิ้วขึ้นพลางเอ่ยถาม
“ฉันไม่รู้หรอกค่ะ แต่ไม่มีทางเลือกอะไรมาก ต้องยอมอย่างเดียวเท่านั้น ที่ฉันบอกคุณเพราะเห็นคุณเกลียดเขามาก มีความแค้นต่อกัน คุณคงไม่ยอมปล่อยทั้งฉันและเขาไปแน่นอน ฉันเลยตัดสินใจบอกความจริงทุกอย่างกับคุณ เผื่อคุณจะเวทนาช่วยเหลือแม่ของฉัน” เธอยกมือไหว้เขาปลก ๆ
“คนอย่างฉันไม่เคยเชื่อใครง่าย ๆ หรอก” เขาพูดจบก็สั่งให้ลูกน้องไปจัดการสืบเรื่องทุกอย่างมาโดยด่วนที่สุด
เขาทอดสายตามองเธอไม่วาง เดินไปเดินมา มองแล้วมองอีก มองตั้งแต่หัวจรดเท้า หรือเขาจะโดนธนัชหลอกให้อีกหน
ลูกน้องบอกว่าธนัชหนีไปแล้ว ที่กองขยะนั้นไม่มีแม้แต่เงา ขนาดโดนซ้อมปางตาย หรือหมอนี่หาทางหนีทีไล่เอาไว้แล้ว
“ว่าไง” ชายหนุ่มรับโทรศัพท์ พลางเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทที่ให้ไปสืบข่าวมาให้
เขามีเงิน มีอำนาจ มีทุกอย่างแค่อยากจะสืบเรื่องของใครสักคนไม่เกินความสามารถ
“อืม... เข้าใจแล้ว” ทศรับคำก่อนจะกดวางสาย มองหญิงสาวที่มองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนไม่วาง
“ลูกน้องของฉันไปสืบมาแล้ว เรื่องทุกอย่างที่เธอพูดเป็นความจริง ฉันอยากรู้ว่าเธอต้องการอะไร” เขารู้อยู่เต็มอกว่าเธอต้องการให้เขาช่วยแม่ของเธอ แต่เขาก็อยากถามซ้ำเพื่อให้แน่ใจ
“ฉันอยากให้คุณช่วยแม่ของฉันหน่อยค่ะ ขอร้องเถอะค่ะ” เธอยกมือไหว้เขาปลกๆ
“ถ้าฉันช่วยแม่ของเธอ แล้วฉันจะได้อะไรล่ะ” เขากวาดสายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
“ทุกอย่างที่คุณต้องการจากฉัน ฉันให้คุณได้ทุกอย่างค่ะ”
“ก็ดี จำคำของเธอเอาไว้” ทศกดโทรศัพท์หาลูกน้องให้ไปจัดการเรื่องค่ารักษาพยาบาลของนารี มารดาของน้ำริน ทำให้คุณหมอที่กำลังจะผ่าตัดจัดการดำเนินการในทันที
“ฉันจะบอกอะไรเธออย่างนึง ไอ้ธนัชมันหนีไปแล้ว มันไม่ได้ทำตามที่บอกเธอเอาไว้หรอก ว่าถ้าเธอยอมมาอยู่กับฉันแล้วมันจะช่วยแม่ของเธอ” ประโยคของเขาทำให้เธอต้องกัดริมฝีปากจนเจ็บ คนเลวร้ายแบบธนัชไม่เคยรักษาคำพูด เธอไม่น่าไปเชื่อเขาเลย แต่ตอนนั้นมันมืดแปดด้านไปหมด เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะทำยังไงเช่นกัน
คุณอาจจะชอบ





