
ซีรีส์บำเรอรักเจ้าพ่อเถื่อน
ตอน 3
“ฉันอยากเจอแม่ค่ะ” เธอเอ่ยบอกเขา
“ได้สิ” เขาเอ่ยอนุญาต ในตอนนี้ร่างกายของเธอเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจากฝีมือของเขา ทศสบถยาวเหยียดที่เขาทำอะไรเลวร้ายแบบนี้กับผู้หญิง
พอมาคิดดูเขาก็ไม่ต่างจากธนัชที่เคยทำร้ายแม่ของเขาแบบนี้
เขาไม่อยากเห็นรอยฟกช้ำ หรือรอยแผลเป็นของเธออีก เขาจึงอนุญาตให้เธอไปเยี่ยมแม่ของเธอได้ และจนกว่าเธอจะหายดี เขาถึงจะเรียกร้องในสิ่งที่ตนเองปรารถนา
เธอพยายามใส่เสื้อผ้ามิดชิดปกปิดรอยฟกช้ำ และใส่หน้ากากอนามัยด้วย มารดาฟื้นขึ้นมาจะได้ไม่ตกใจ
ทศอนุญาตให้เธอไปเฝ้ามารดาจนท่านอาการดีขึ้น ก่อนที่จะหาที่พักฟื้นให้
“หนูได้งานทำแล้วเหรอจ๊ะ”
“ใช่ค่ะแม่ เจ้านายใจดีมากเลยค่ะ ให้ยืมเงินมาจ่ายค่ารักษาคุณแม่ก่อน น้ำเลยต้องทำงานชดใช้ให้เขาน่ะค่ะ หนูจ้างพี่เจี๊ยบมาเป็นคนดูแลแม่นะคะ เพราะหนูอาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่กับคุณแม่ เนื่องจากต้องไปทำงาน คุณแม่ไม่ว่าหนูใช่ไหมคะ”
“ไม่ว่าจ้ะ แล้วพ่อของหนูล่ะ”
“พ่อหายสาบสูญไปตั้งแต่คุณแม่ป่วยค่ะ หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคุณพ่อหายไปไหน” เธอโกหกคำโต ไม่อยากเล่าเรื่องราวเลวร้ายอะไรให้ท่านได้ฟังอีก กลัวท่านจะเครียดคิดมากและจิตตกมีผลกับการรักษาตัว
“จ้ะ” นารีรับคำแต่ไม่ได้พูดอะไรอีก บางทีเธอก็คงสิ้นเวรสิ้นกรรมกับธนัชแล้วนั่นเอง
เธออยากจะเลิกกับธนัชตั้งหลายครั้ง แต่อีกฝ่ายไม่ยอมเลิก ข่มขู่สารพัด ถึงขนาดขู่ฆ่ากันเลยทีเดียว นั่นทำให้เธอไม่กล้าเลิกรากับธนัช และอีกทั้งยังห่วงลูกสาวด้วย
ธนัชเป็นคนร้ายกาจมาก เขาไม่ได้แสนดีอย่างที่แสดงออกให้ใคร ๆ เห็น เบื้องหลังแล้วคือความเลวร้าย ความโสมม และความชั่วช้าสามาน
เมื่ออยู่เฝ้ามารดาหลายวันจนออกจากโรงพยาบาล และพามารดาไปพักยังบ้านพักที่ทศจัดให้ เธอก็ต้องเดินทางไปเป็นผู้หญิงขัดดอกให้เขา เขาเสียค่ารักษาพยาบาลให้มารดาของเธอ เขาไม่ได้ให้เปล่า ๆ แต่ต้องการสิ่งตอบแทน
นั่นก็คือร่างกายของเธอนั่นเอง
ทศกำลังรอเธออยู่ พอเธอเดินเข้าไปในบ้าน ก็สบประสานสายตาคมเข้มของเขา
แม้ยังหวาดกลัวเขาอยู่มาก แต่ใจดวงน้อย ๆ ก็บอกตัวเองว่าเขาเป็นผู้มีพระคุณของเธอ ช่วยเหลือมารดาของเธอเอาไว้ ไม่อย่างนั้นมารดาของเธอคงจะจากโลกนี้ไปแล้ว
“มานั่งตักฉันสิ” เขาตบหน้าตักของตัวเอง
น้ำรินเดินไปนั่งบนตักแกร่งของเขาอย่างไม่อิดออด ในเวลานี้เขาให้ทำอะไรเธอก็ต้องทำอย่างไม่บิดพลิ้ว
คิดว่าหากเธอทำให้เขาพึงพอใจ เขาก็จะไม่ทำอะไรรุนแรง และเมตตาเธอเผื่อแผ่ไปถึงมารดาที่ต้องพักรักษาตัวอีกนาน และต้องการใช้เงินในการรักษาครั้งนี้
“แม่เธออาการเป็นยังไงบ้าง” เขารู้แล้วเพราะคนที่ไปดูแลมารดาของเธอคือคนของเขา แต่เขาก็อยากถามไถ่อย่างใส่ใจ ไม่รู้ทำไมเขาถึงได้รู้สึกใส่ใจเธอนัก
“อาการดีขึ้นแล้วค่ะ ต้องขอบคุณคุณมากนะคะ” เธอยกมือไหว้ทศ ในขณะที่มือหนาไล้แขนของเธอเล่น
“ถ้าวันนั้นเธอบอกฉันว่าเธอไม่ใช่ลูกของของธนัช ฉันคงไม่ทำอะไรรุนแรงกับเธอแบบนั้น” เขาพูดเหมือนสำนึกผิดหรือเธอคิดไปเองก็ไม่รู้
“ช่างมันเถอะค่ะ ตอนนั้นน้ำรินกลัวมาก”
“เธอไม่ตำหนิฉันเลยเหรอ” เขาขมวดคิ้วเข้าหากัน
“ไม่หรอกค่ะ ก็คุณแค้นคุณพ่อ ได้โอกาสแก้แค้นคุณก็เลยจัดเต็ม ฉันเองต่างหากที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรเลย คุณพ่อแค่บอกว่าติดหนี้คุณให้ฉันมาขัดดอก คุณพ่อบอกแค่นั้นจริงๆ” เธอบอกเขาตามตรง
“เรามาเริ่มต้นกันใหม่นะ”
“คะ” เธองุนงงกับสิ่งที่เขาพูดมันออกมา
เขาเองก็งุนงงเหมือนกันที่รู้สึกแบบนี้กับเธอ ตั้งแต่ที่ธนัชเสนอลูกสาวมาขัดดอก เขาก็พร้อมสนองเพราะอยากแก้แค้น แต่ลึก ๆ แล้วได้เห็นเธอคราแรกหัวใจของเขากลับสั่น ทั้ง ๆ ที่เขาเคยเจอผู้หญิงสวยมาเยอะ
เขากุมใบหน้าของเธอมาจุมพิตอย่างหนักหน่วง เธอก็พยายามจูบตอบเขาไปแต่มันเงอะงะเต็มที
คำว่าทำให้เขาพึงพอใจก็คือเรื่องเซ็กซ์จริง ๆ อย่างที่เธอเข้าใจแต่แรก เพราะแค่จูบก็ทำให้เธอหลงมัวเมาไปกับจูบของเขาได้อย่างไม่น่าเชื่อ
รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังของเธอก็ถูกกดไปกับเตียงนอนกว้างเสียแล้ว
ริมฝีปากร้อนรุ่มบดจูบริมฝีปากอิ่มหวานของเธออย่างดุดันเร่าร้อน ลมหายใจฟืดฟาดของเขาทำให้เธอรับรู้ได้ถึงความปรารถนาอันแสนร้อนแรงของเขา
มือหนาของเขาลูบไล้ไปทั่วเรือนกายของเธอ เขาทำทุกอย่างได้รวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน เพียงไม่นานเขาก็แนบชิดเข้ามาหา สอดแทรกเรือนกายฝากฝังล้ำลึก
เธอเกร็งรับแต่มันไม่ได้เจ็บปวดทรมานเหมือนในครานั้น มันกลับเสียวซ่านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
เขาค่อย ๆ สอดแทรกเรือนกายเข้าหา ไม่ได้กระทำรุนแรงเหมือนครั้งก่อน ๆ หน้า
“ไม่ต้องเกร็ง ต่อจากนี้ไปจะไม่เจ็บอีกแล้ว” ประโยคของเขาวาบหวามก็จริง แต่มันเต็มไปด้วยความอ่อนโยน ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างแค่คืบกำลังประทับลงมาหาอีกครั้ง เธอเผยอปากรอคอยยินยอมพร้อมใจไปกับเขา
ร่างกายท่อนล่างกำลังโรมรันกันอย่างต่อเนื่อง เพียงไม่นานเขาก็ทำให้เธอถึงจุดหมายปลายทางเป็นครั้งแรกด้วยความสุขสม
คุณอาจจะชอบ





