
พระชายาของข้าคนเดียว
ตอน 3
ศพของฮูหยินโหวชิ่งหยางยังคงนอนอยู่บนพื้น ริมฝีปากของนางเป็นสีดำ มีเลือดไหลออกอวัยวะทุกส่วนบนใบหน้า เป็นการโดนยาพิษจนตายจริง ๆ ทว่ากลับไม่พบสารพิษในปากแต่อย่างใด
ซูชิงหลีขมวดคิ้วเล็กน้อย หลังจากทำการตรวจดูร่างกายของฮูหยินโหวชิ่งหยางทุกระเบียดนิ้วอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ในที่สุดนางก็พบบาดแผลเล็ก ๆ รอยหนึ่งบนนิ้วชี้ของฮูหยินจนได้
บาดแผลมีขนาดเล็กมาก ถ้าหากไม่ได้สังเกตดูดี ๆ ไม่มีทางที่จะพบได้เลย แต่บังเอิญว่าบาดแผลเล็ก ๆ นี้เนี่ยแหละที่ทำให้นางต้องเสียชีวิต
เลือดออกตามอวัยวะทุกอย่างบนใบหน้า ริมฝีปากเป็นสีดำอมม่วง เล็บเป็นสีเขียวอ่อน ๆ นี่คือพิษจากนรก หากพิษนี้เข้าปากไปแล้วจะไม่เป็นอะไร แต่หากเปื้อนเลือดจะเกิดพิษร้ายแรงขึ้นมาทันที ภายในช่วงเวลาแค่ธูปหนึ่งดอกก็สามารถฆ่าคนได้แล้ว หมายความว่ามีการทายาพิษไว้บนอาวุธสังหารอย่างนั้นหรือ
บาดแผลเล็กถึงเพียงนี้ แล้วอาวุธสังหารจะเป็นอะไรไปได้?
ซวนยีมองดูซูชิงหลีที่กำลังสัมผัสอะไรหลาย ๆ อย่าง แววตาของเขาดูประหลาดใจอย่างมาก สตรีในเมืองหลวงเมื่อเห็นท่านอ๋องของพวกเขาก็มักจะทำราวกับเห็นยมทูตกันทั้งนั้น พวกนางแทบอยากจะกางปีกออกมาบินหนีไปในทันทีเสียด้วยซ้ำ
แต่แล้วสตรีนางนี้กลับไม่มีความเกรงกลัว อีกทั้งยังกล้าสบตากับท่านอ๋องด้วย นางไม่กลัวตายบ้างเลยหรืออย่างไร
ซูชิงหลีย้อนนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่นางเจอกับฮูหยินโหวชิ่งหยาง นางเคยช่วยฮูหยินเอาไว้โดยไม่ได้ตั้งใจครั้งหนึ่ง ดังนั้นฮูหยินจึงปฏิบัติต่อนางอย่างเอาใจใส่มากกว่าผู้อื่นหลายเท่า
นางจำได้ว่าฮูหยินชวนนางมาเล่นหมากรุก ซึ่งในขณะที่กำลังเล่นหมากรุกอยู่ ฮูหยินก็ถามนางขึ้นมาว่าอีกประเดี๋ยวนางก็ต้องเข้าพิธีปักปิ่นแล้ว นางมีแผนอย่างไรบ้าง
ซูชิงหลีเดินไปที่โต๊ะหมากรุกและนั่งลง นางบิดตัวหมากรุกไปมา แล้วก็หยิบกระดานหมากรุกเมื่อตอนเช้าออกมาวาง แต่หลังจากที่เดินไปถึงด้านหลัง นางก็ตระหนักขึ้นมาได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ซูชิงหลีจำได้ว่าตอนนั้นเพราะฮูหยินของท่านโหวชิ่งหยางถามเสียจนนางเสียสมาธิ จึงทำให้นางทำตัวหมากรุกหล่นเข้าไปในร่อง แต่ทำไมถึงไม่มีตัวหมากรุกหายไปจากในโถที่ใส่เลยแม้แต่ตัวเดียวล่ะ
ซูชิงหลีนอนหมอบลงไปบนพื้นเพื่อดูทันที ผลปรากฏว่านางเห็นตัวหมากรุกสีขาวตัวหนึ่งนอนอยู่ใต้ตั่งนุ่ม ๆ นั่น ส่วนตัวหมากรุกบนโต๊ะหมากรุกไม่ใช่ตัวที่พวกนางใช้เล่นเมื่อเช้านี้
ซวนยีมองดูซูชิงหลีที่หยิบตัวหมากรุกตัวหนึ่งออกมาจากใต้ตั่งนุ่ม แล้วก็เดินออกจากห้องไป จากนั้นก็เดินวนไปรอบห้องรอบหนึ่ง สีหน้าของนางเริ่มดูสับสนมากขึ้นเรื่อย ๆ
เวลาผ่านไปทีละนิด ซวนยีมองไปที่ซูชิงหลีที่เดี๋ยวถอนหญ้า เดี๋ยวปีนต้นไม้ เดี๋ยวก็นั่งยอง ๆ อยู่หน้าท้องร่อง แล้วเขาก็แอบคิดในใจว่า นี่นางกำลังถอดใจยอมแพ้แล้วหรือ
“คุณหนูซู ใกล้ถึงเวลาแล้วเจ้าค่ะ”
ซูชิงหลีรู้แล้วว่าฮูหยินเสียชีวิตอย่างไร แล้วก็รู้แล้วด้วยว่าฆาตกรลงมือวางยาพิษอย่างไร แต่นางกลับไม่รู้ว่าฆาตกรทำให้นิ้วของฮูหยินของท่านโหวชิ่งหยางได้รับบาดเจ็บได้อย่างไร
ซูชิงหลียืนขึ้นและเดินไปตรงหน้าซวนยี “ยื่นมือออกมา”
ซวนยีไม่เข้าใจ แต่ก็ยังยื่นมือออกไปอย่างเชื่อฟัง
ที่มือขวาของซวนยีตรงง่ามนิ้วมีหนังด้านที่หนา ๆ อยู่ เขาเชี่ยวชาญในการใช้ดาบด้วยมือขวา ที่ฝ่ามือมีบาดแผลเล็ก ๆ อยู่เยอะมาก “บาดแผลเหล่านี้มาจากไหนหรือ?”
ซวนยีรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เขาบอกซูชิงหลีได้หรือไม่ว่า เพราะเขาทำให้ท่านอ๋องโกรธ ท่านอ๋องจึงลงโทษเขาด้วยการให้ถอนวัชพืชทั้งคืน
“ถอนวัชพืชขอรับ”
“หมายความว่า บาดแผลเหล่านี้เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ” ซูชิงหลีพึมพำคำพูดเหล่านี้ออกมา จากนั้นนางก็เดินเข้าไปในห้องของฮูหยินของท่านโหวชิ่งหยาง แล้วก็นั่งลงที่หน้ากระดานหมากรุก หมายความว่าบาดแผลบนนิ้วของฮูหยินโหวชิ่งหยางน่าจะมีที่มาอย่างนี้นี่เอง
สถานการณ์ต้องเป็นเช่นใดกัน ถึงทำให้นางเผลอทำให้นิ้วของตัวเองโดนบาดเข้าได้ ปอกผลไม้อย่างนั้นหรือ ไม่สิ ฮูหยินของท่านโหวผู้สูงศักดิ์ ไม่จำเป็นต้องปอกผลไม้ด้วยตัวเองเสียหน่อย อีกทั้งแผลยังเล็กมาก ไม่เหมือนกับแผลที่โดนมีดบาด
ซูชิงหลีจินตนาการว่า ถ้านางเป็นฮูหยินโหวชิ่งหยาง ต้องเป็นสถานการณ์แบบใด นางถึงจะทำให้นิ้วของตัวเองโดนบาดได้
ความเคยชิน! เพียงแค่รู้ความเคยชินของฮูหยิน นางก็จะสามารถสร้างสถานการณ์ของการฆาตกรรมนี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ! ฆาตกรต้องคุ้นเคยกับฮูหยินของท่านโหวชิ่งหยางมากอย่างแน่นอน!
ซูชิงหลีนั่งลงตรงที่นั่งของฮูหยินโหวชิ่งหยาง แล้วนางก็ทำการตรวจสอบทุกสิ่งที่เห็นอย่างระมัดระวัง ในที่สุด สีหน้าของซูชิงหลีก็เย็นชาลง!
ฆาตกรมีเจตนาแอบแฝงและชั่วร้ายอย่างยิ่งจริง ๆ !
“ซวนยี ไปกันเถิด ข้ารู้แล้วว่าใครเป็นฆาตกร”
คุณอาจจะชอบ





