ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อนงค์

อนงค์

เมื่อสัภยาและตีรณาเดินทางไปยังเรือนไทยริมน้ำเพื่อถ่ายภาพโครงการตลาดน้ำ พวกเขาต้องเผชิญกับแรงอาฆาตของอนงค์ ผีสาวที่ปลิดชีพตนเองในคืนแต่งงาน ทว่าเบื้องหลังความตายนั้นกลับซ่อนปมฆาตกรรมที่ถูกบิดเบือน วิญญาณพยาบาทปักใจเชื่อว่าสัภยาคือฆาตกรที่พรากชีวิตเธอไป เขาจึงตกเป็นเป้าหมายของการล้างแค้นที่เต็มไปด้วยอันตราย ทั้งสองต้องเร่งสืบหาความจริงในอดีตเพื่อคลายปมปริศนาและหยุดยั้งความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาก่อนจะสายเกินไป
ตอน
แชร์

ตอน 2

“จะอยู่กินข้าวหรือกลับบ้าน” ตีรณาถาม ยืนกอดอกมองชายหนุ่มรุ่นน้องเก็บอุปกรณ์วาดภาพ

สัภยาหันไปมอง ถามเสียงเรียบ “เหมือนป้าอยากไล่ผมนะ”

“ไอ้นี่หาเรื่อง คนอย่างฉันถ้าคิดจะไล่ก็ไล่ตรงๆ ทำอย่างกับแกไม่เคยถูกฉันไล่”

“ก็จริงของป้า เพราะถึงป้าไล่ผมก็ไม่กลับ ขอกินข้าวสักมื้อก็แล้วกัน” สัภยายิ้มหน้าชื่น แต่ตีรณากลับส่ายหน้าระอา

“ไม่มื้อละ แกผูกขาดปิ่นโตที่นี่เลยไม่รู้ตัวหรือยังไง”

“อ้าวเหรอ ก็กับข้าวบ้านป้าอร่อยนี่ พ่อกับแม่ป้าก็ใจดี น้องสาวก็สวย...”

“หยุดแม้แต่จะคิด ถ้ายังไม่อยากถูกเตะ” ปากพูดถึงอวัยวะเบื้องล่าง แต่เธอกำหมัดชกฝ่ามือตนเองอย่างข่มขู่

สัภยาทำท่าผงะ ก่อนหัวเราะร่วน ตีรณาดีกับเขาทุกอย่างยกเว้นเรื่องน้องสาวที่เจ้าตัวหวงยิ่งกว่าพ่อแม่เสียอีก เธอคอยกีดกันหนุ่มๆ ที่เข้ามาขายขนมจีบรวมถึงตัวเขาที่เป็นเพื่อนเรียนมาด้วยกันกับญาณิศา

“ฝากป้าเอาของไปเก็บด้วยสิ ผมไปช่วยแม่ครูทำกับข้าว” เขายื่นทุกสิ่งอย่างที่หอบอยู่ให้ตีรณา จึงถูกค้อนใส่ สัภยาหัวเราะลั่นทันทีกับท่าทางของหญิงสาว

“บ้าหัวเราะอะไร” ยิ่งถูกหัวเราะใส่เธอยิ่งเคือง

“ป้าอย่าทำแบบนี้อีก จะอ้วก” สัภยาหัวเราะร่วน และเขารู้ว่าตีรณาเข้าใจความหมายของตนดี ก่อนจะเดินไปทางเรือนไม้ด้านหลังซึ่งเป็นครัวแยกจากบ้านหลังใหญ่

บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้เก่าสองชั้น ปลูกบนเนื้อที่กว้างเพราะเป็นที่ดินเดิมของต้นตระกูล พ่อของตีรณาเป็นครูสอนศิลปะที่เกษียณตนเองออกมาทำงานที่ใจรัก สอนเด็กวาดรูปโดยไม่คิดค่าตอบแทน แม่ก็เป็นครูศิลปะที่ลาออกมาเป็นแม่บ้าน ดูแลลูกและทำงานที่ใจรัก ตัวเขาเองนอกจากเป็นเพื่อนกับลูกสาวแล้ว ยังฝากเนื้อฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของพ่อกับแม่เธออีกด้วย เขาชอบการวาดรูปและถ่ายภาพ แต่ครอบครัวบังคับให้เรียนเกี่ยวกับการเงินการบัญชีเพื่อจะได้ช่วยงานของครอบครัว

ครอบครัวพ่อค้าของเขาประกอบด้วยพ่อและพี่ชายที่ช่วยกันดูแลร้านค้าวัสดุก่อสร้างแบบครบวงจร ผู้ค้ารายใหญ่ที่สุดในจังหวัดกิจการเจริญรุ่งเรืองมาแต่รุ่นปู่ เมื่อพี่ชายเข้าไปช่วยบริหารก็ยิ่งเจริญรุดหน้า เรียกว่าตระกูลเขาเวลานี้ติดอันดับเศรษฐีใหม่ของเมืองไทยเลยทีเดียว เขาจึงไม่จำเป็นต้องเข้าไปช่วยงาน เขาขอทำในสิ่งที่ใจรัก เรียนวาดรูปกับพ่อของตีรณาที่เขาเรียกว่าพ่อครู เรียนทำอาหารจากแม่ครูหรือแม่ของตีรณา และติดสอยห้อยตามเธอไปถ่ายรูปหากมีงานว่าจ้างเข้ามา แม้ไม่มีค่าตอบแทนแต่เขาก็ยังตามเธอไป จนบางครั้งบางคราก็ได้รับคำแนะนำและให้ลองทำงาน มันเป็นประสบการณ์ที่เขาต้องการสั่งสมและยินดีเป็นอย่างยิ่ง

สัภยาแวะล้างมือที่ก๊อกน้ำข้างนอกเรือนไม้ ที่ต่อไว้เพื่อให้สะดวกในการรดน้ำต้นไม้ ผักสวนครัว ที่เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยามว่างของพ่อครูแม่ครู รวมถึงการเลี้ยงเป็ดไก่ ที่ปล่อยไว้ในอาณาเขตอย่างอิสระ เมื่อล้างมือฟอกสบู่จนคิดว่าสะอาดที่สุดแล้ว เขาก็เดินเข้าไปในเรือนครัว ซึ่งเป็นห้องโถงมีหน้าต่างประตูมุ้งลวดกันแมลงอย่างดี

“หอมจังครับแม่ครู ให้ผมช่วยทำอะไรแลกข้าวแลกที่ซุกหัวนอนอีกสักคืนไหมครับ” สัภยาสับยอกหญิงวัยกลางคนร่างสมส่วน ใบหน้าแม่ครูแต่งตึงก็จริง แต่ผมบนศีรษะกลับเป็นสีดอกเลาทั้งหัว คงจะเข้ากันดีกับผมขาวโพลนของพ่อครู และเหมือนกันตรงที่ผมยาวๆ ของทั้งคู่จะเกล้ามวยสูงเอาไว้ตลอดเวลา

ญาดา หรือแม่ครูของสัภยาหันมายิ้ม ก่อนพยักหน้าเป็นสัญญาณ แล้วบอกว่าจะให้เขาช่วยทำอะไรบ้าง “ล้างมือมาแล้วใช่ไหมพญา งั้นมาเด็ดใบโหระพา หั่นใบมะกรูดเป็นฝอย แล้วหั่นพริกชี้ฟ้า เตรียมไว้ให้แม่ครูทำห่อหมก”

“ว้าว! ห่อหมกทะเลหรือเปล่าคะ แม่” เสียงตื่นเต้นของตีรณาดังขึ้น ก่อนที่จะแทรกตัวผ่านประตูเข้ามา แต่ก็ต้องหน้าง้ำเล็กน้อยเมื่อคำตอบผิดไปจากที่ตนคิด

“ห่อหมกปลาช่อนนะตี ทำไมลูกอยากกินห่อหมกทะเลหรือจ๊ะ” ญาดาถามกลับ แต่คนหน้างอเล็กน้อยส่ายหน้า

“ห่อหมกอะไรตีก็ทานได้ค่ะแม่ แค่แปลกใจปกติแม่ชอบทำห่อหมกทะเล แต่วันนี้ทำไมทำปลาช่อน”

“ก็คนไม่ชอบอาหารทะเลยืนอยู่ตรงนี้ยังไงละ” ญาดาบอกแล้วบุ้ยไปทางสัภยาที่กำลังทำงานตามสั่งอย่างขะมักเขม้น เมื่อมีการเอ่ยถึงเขา ชายหนุ่มก็หันไปยิ้มกับตีรณา แต่ให้ดิ้นตาย เธอคิดว่าเห็นแววล้อเลียนในตาเขา จนอดรนทนไม่ได้เดินเข้าไปตบปากจนรอยยิ้มปลิว

“อุ้ย! ป้า เล่นแรงอีกแล้ว”

“แกยิ้มล้อฉัน ตบให้ปากห้อย” ตีรณายังไม่ยอม พร้อมเงื้อมือขึ้นอีกครั้ง

“แม่ครูช่วยผมด้วย ป้าแกวัยทองก่อนเวลาอันควร ดุจริงๆ” สัภยาวิ่งไปหลบหลังญาดา ปากร้องขอความช่วยเหลือ

ญาดามองลูกสาวแล้วส่ายหน้า ตนเห็นสองคนนี้หยอกเย้ากันรุนแรงจนชินตา แต่ความรุนแรงนั้นเกิดจากลูกสาวของตนฝ่ายเดียว ถึงพร่ำสอนสั่งอย่างไรตีรณาก็ไม่ปรับเปลี่ยนตนเอง แต่จะว่าไปแล้วลูกสาวจะห้าวและหยอกล้อรุนแรงเฉพาะกับสัภยาเท่านั้น ต่อหน้าคนอื่นก็วางตัวปกติเหมือนสตรีทั่วไป แต่อาจจะไม่เรียบร้อยเป็นผ้าพับไว้เท่าไหร่ก็แค่นั้น

“สองคนนี้ทะเลาะกันเหมือนเด็กๆ ไม่เอาแล้วลูก พญากลับไปทำงาน ตีมาช่วยแม่กลัดกระทงใบตอง”

“แม่ครูใช้คนผิดแล้ว ป้าแกทำไม่เป็นหรอก เดี๋ยวผมช่วย”

“แสนรู้ ไปทำงานของแกเลย ฉันทำเอง ทำได้ และทำสวยด้วย ขอบอก” ตีรณาเชิดหน้าใส่เมื่อผลักอกสัภยาออกห่าง แล้วลงมือกลัดกระทงใบตองไว้ใส่ห่อหมก

คนถูกไล่ถอยกลับไปทำงานของตน แต่เหลือบตามองตีรณาเป็นระยะ จนงานของตนเองเสร็จก็ขยับไปยืนชิดมองหญิงสาวกลัดใบตองเป็นกระทงด้วยความชำนิชำนาญอย่างทึ่งๆ จากทีแรกจะยื่นมือเข้าช่วย แต่เมื่อเห็นความคล่องแคล่วก็ล้มเลิกความตั้งใจ ยืนมองเฉยๆ จนตีรณาแหวใส่

“ยืนเป็นหัวตอเลย ไม่คิดจะหยิบจับช่วยกันหรือยังไง”

“โวะ! พอจะช่วยก็ว่า ไม่ช่วยก็ด่า ป้านี่วัยทองจริงๆ จังๆ แล้วมั้ง”

สัภยาย้อน แต่ก็เดินเข้าไปช่วยหยิบจับ ทว่ากลายเป็นเกะกะจนมือชนกัน มีดที่ใช้เจียนใบตองร่วงตกพื้น สัภยาก้มลงไปหยิบ แล้วชะงักมือเมื่อเห็นเท้าฝั่งตรงข้ามโต๊ะ เท้าเปลือยเปล่าคู่นั้นสวมกำไลที่ข้อเท้าข้างขวา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เลี้ยงเด็กในวันสิ้นโลก
8.9
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ไวรัสซอมบี้ที่กำลังระบาดไปทั่วทุกหนแห่ง แอรอน ชายหนุ่มผู้มีร่างกายบอบบางและกำลังอุ้มท้องแก่ใกล้ถึงกำหนดคลอด ต้องเผชิญหน้ากับความสยองขวัญที่มาเยือนถึงประตูบ้าน เมื่อจู่ๆ มีซากศพเดินได้ตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างปริศนา ทว่าซอมบี้ตัวนั้นกลับมีรูปลักษณ์และท่าทางบางอย่างที่ดูคุ้นตาเขาอย่างน่าประหลาดใจ ชะตากรรมของแม่ลูกผูกพันและความลับเบื้องหลังอสุรกายตนนี้จะนำพาทุกชีวิตไปสู่บทสรุปที่ยากจะคาดเดาในวันสิ้นโลก
หน้าปกนวนิยาย เพลิงสุมใจไฟสุมรัก
7.9
นราวดีดิ้นรนสุดแรงเพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการบนเตียงในสภาพเกือบเปลือยเปล่า ทว่าความหวาดกลัวกลับถูกแทนที่ด้วยความโหยหาอันรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อสัมผัสจากมือหนาและริมฝีปากที่ร้อนระอุเริ่มเข้าครอบงำร่างกาย ความทรมานจากความต้องการที่พุ่งสูงทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งใจ ยามที่ยอดอกถูกบดเคี้ยวจนเจ็บแปลบสลับกับความเสียวซ่านที่โถมเข้าใส่ เธอจึงบิดกายเร่าตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่น จนกระทั่งมือที่เคยถูกตราตรึงได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระท่ามกลางลมหายใจอันเร่าร้อน
หน้าปกนวนิยาย สาปบุตรซาตาน
8.2
โจชัว โจนส์ ทายาทนอกสมรสของเอิร์ลผู้มั่งคั่งในอังกฤษ จำต้องแบกรับภาระตระกูลหลังไร้ผู้สืบทอดคนอื่น ทว่ามรดกนี้กลับมาพร้อมพันธะบาปและคำสาปร้ายที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันดำมืดในคฤหาสน์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยปริศนา โดยมีออแลนโด้ ลอว์เรนซ์ คอยช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายความลับก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป ท่ามกลางอันตรายจากทูตแห่งอาถรรพ์ สายสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างทั้งคู่ก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบภายใต้เงามืดที่คุกคามชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ค่ำคืนชวนรัญจวน
8.1
คนางค์บังเอิญพบหนังสือเก่าสภาพทรุดโทรมที่ถูกลืมไว้ในร้านย่านจัตุจักร แต่ลวดลายบนปกที่วิจิตรบรรจงกลับดึงดูดใจเธออย่างประหลาด เมื่อเปิดอ่านเธอก็ต้องตะลึงกับภาพวาดชายหนุ่มในชุดนักรบผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มราวกับดาราดัง ความหลงใหลทำให้เธอตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้กลับบ้าน โดยไม่รู้เลยว่ามันเต็มไปด้วยอาถรรพ์ลี้ลับที่ซุกซ่อนอยู่มาอย่างยาวนาน และกำลังจะนำพาเธอไปพบกับดวงวิญญาณที่เฝ้ารอการปลดปล่อยจากพันธนาการแห่งศตวรรษด้วยความรัญจวนใจ
หน้าปกนวนิยาย DAMNED LOVE!
8.8
อัศวินต้องเผชิญกับภาวะถูกผีอำที่มาพร้อมเสียงหลอนจากอดีตสามหญิงสาวผู้สร้างบาดแผลในใจ ทั้งคำสาปแช่งจากเนตรา ถ้อยคำบอกรักอันแสนหวานแต่ขมขื่นจากพี่แคท และเสียงอ้อนวอนคร่ำครวญถึงลูกจากหทัยรัตน์ ท่ามกลางความเจ็บปวดและหดหู่ที่รุมเร้า เขาพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อดิ้นรนให้หลุดพ้นจากวังวนความรักที่แสนรันทดนี้ พร้อมอ้อนวอนต่อโชคชะตาให้ยุติบทละครชีวิตอันโหดร้ายและจบสิ้นพันธนาการรักที่เหมือนดั่งคำสาปเสียที