ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อนงค์

อนงค์

เมื่อสัภยาและตีรณาเดินทางไปยังเรือนไทยริมน้ำเพื่อถ่ายภาพโครงการตลาดน้ำ พวกเขาต้องเผชิญกับแรงอาฆาตของอนงค์ ผีสาวที่ปลิดชีพตนเองในคืนแต่งงาน ทว่าเบื้องหลังความตายนั้นกลับซ่อนปมฆาตกรรมที่ถูกบิดเบือน วิญญาณพยาบาทปักใจเชื่อว่าสัภยาคือฆาตกรที่พรากชีวิตเธอไป เขาจึงตกเป็นเป้าหมายของการล้างแค้นที่เต็มไปด้วยอันตราย ทั้งสองต้องเร่งสืบหาความจริงในอดีตเพื่อคลายปมปริศนาและหยุดยั้งความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาก่อนจะสายเกินไป
ตอน
แชร์

ตอน 3

ใครวะ! คำถามแรกเกิดในทันที สัภยาเงยหน้าขึ้นมองเดี๋ยวนั้น แต่ฝั่งตรงข้ามว่างเปล่า ไม่มีคนยืน แม่ครูก็ขยับมายืนใกล้ตีรณาเพื่อเรียงใบโหระพาลงก้นกระทงแล้ว เพื่อความแน่ใจสัภยาก้มลงไปมองลอดโต๊ะอีกครั้ง ครานี้พบแต่ความว่างเปล่า

“อะไรนายพญา ก้มๆ เงยๆ อยู่ได้” ตีรณาอดถามไม่ได้ เวลานี้เธอกลัดกระทงเสร็จแล้ว กำลังช่วยมารดาเรียงใบโหระพารองก้นกระทง ส่วนญาดาเปลี่ยนไปเป็นคนตักห่อหมกที่ผสมกันได้ที่แล้วมาหยอดในกระทง แล้วเรียงในลังถึงอย่างเป็นระเบียบ

สัภยาไม่ตอบ พูดไปก็คงไม่มีใครเชื่อ เพราะในเรือนครัวก็มีกันแค่สามคน ไม่เห็นมีใครใส่กำไลข้อเท้าสักคน เขาสรุปว่าตัวเองตาฝาด แล้วขยับมาช่วยยกลังถึงที่วางกระทงห่อหมกจนเต็มแล้ว

“ระวังอย่าให้ตะแคง เดียวมันจะหกเลอะเทอะ เอามาวางบนหม้อน้ำเดือดนี่เลยจ้ะ ขอบใจมากนะพญา” ญาดากำกับทุกย่างก้าว ชื่นชมความมีน้ำใจของชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็นแขกประจำของบ้าน เรียกได้ว่าสัภยามาอยู่ที่บ้านหลังนี้จนเกือบเหมือนสมาชิกคนหนึ่งไปแล้ว แต่ใช่ว่าสัภยาจะมาอยู่ฟรีกินฟรีแล้วได้วิชาความรู้ฟรี เขาซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคเข้าบ้านแทนการให้เงิน เพราะตนและสามีไม่เคยรับ ที่สอนวาดรูปให้เขาก็สอนด้วยใจเหมือนสอนเด็กที่อยากเรียนรู้โดยไม่คิดค่าตอบแทน แค่ได้เห็นผลงานของศิษย์ก็ชื่นใจ

เด็กหลายคนที่มาเรียนวาดรูปกับพวกตน ฝึกฝนและพัฒนาฝีมือจนมีผลงานส่งเข้าประกวดและได้รางวัลมานักต่อนัก แม้ไม่ได้มีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ แต่ก็มีผลงานไปวางขายแล้วมีคนสนใจซื้อหาไปประดับตกแต่งบ้าน เด็กได้ค่าขนม ตนสองคนได้ความภูมิใจ

“ที่เหลือนี่ละแม่” ตีรณาที่ลังเลว่าจะเรียงใบโหระพาลงก้นกระทงต่อหรือไม่ ถามเพื่อความกระจ่าง

“ก็ทำให้หมดเนื้อปลาที่ผสมไว้นี่แหละ ตี”

“ทำไปไหนเยอะแยะคะแม่” เธอคิดว่าแค่ลังถึงที่นึ่งอยู่ก็มากพอแล้วสำหรับสมาชิกในครอบครัวรวมถึงคนกินจุอย่างสัภยา แต่นี่แม่จะให้ทำต่อ จากการประมาณด้วยสายตา ตีรณาคิดว่าน่าจะใช้ลังถึงอีกสองลังทีเดียว และผู้เป็นแม่ก็ให้คำตอบ

“พรุ่งนี้วันพระ จะได้แบ่งเอาไว้ไปวัด แล้วตอนเย็นเด็กก็มาเรียนวาดรูปกับพ่อ จะได้แบ่งให้เอากลับบ้านกัน”

“แม่พระ ใจบุญ” ตีรณารู้ว่าตนไม่ได้ประชด แม้คำพูดจะดูเหมือนประชด เธอแค่เย้าเล่น แต่คนที่ย้อนเธอกลับไม่ใช่แม่ แต่เป็นสัภยา

“แม่ครูนะแม่พระ ใจบุญ ไม่เหมือนป้าหรอกที่ทั้งงก ทั้งใจร้าย เฮ้ย! อย่านะ” สัภยารีบเผ่นหนีเมื่อตีรณาเงื้อฝ่ามือขึ้นสูง

“ตี เอะอะก็ลงไม้ลงมือ ไม่ไหวนะลูก”

“ก็แม่ดูมันว่าตีสิ”

“ว่าที่ไหน ชมว่างกต่างหาก” สัภยายังลอยหน้าลอยตาบอก พร้อมหัวเราะร่วนเมื่อตีรณาแยกเขี้ยวยิงฟันใส่ เสียงข่มขู่ ต่อกรดังอีกระยะจนญาดาเอ่ยอย่างอ่อนใจ

“สองคนนี้เป็นอะไรนะ ชอบทะเลาะกันอยู่เรื่อย เจอหน้ากันพูดดีๆ กันไม่ได้เลยหรือยังไง” แม้ไม่ได้ใช้น้ำเสียงที่บอกว่าอารมณ์เสีย แต่คนถูกปรามทั้งสองก็รีบเอ่ยขอโทษขึ้นพร้อมกัน

“ขอโทษค่ะแม่”

“ขอโทษครับแม่ครู”

แล้วสองคนก็หันไปย่นจมูกใส่กัน ตีรณาชี้นิ้วคาดโทษแล้วนำมาทำท่าปาดคอ สัภยารีบกุมลำคอตนเองเหมือนถูกเธอปาดเอาอย่างไรอย่างนั้น แล้วทำทีทรุดลงกับพื้น จนญาดาอดยิ้มระอากับความขี้เล่นของเขาไม่ได้

สายตาเขาที่มองไปข้างหน้ามีแววแปลกใจผ่านเข้ามา ก่อนจะลุกพรวดขึ้นยืน แต่สายตายังจ้องไปยังจุดเดิมเมื่อครู่ ท่าทางแปลกๆ ของเขาทำให้ตีรณาสงสัย หญิงสาวเดินเข้ามาใกล้ ขยับปากถามเบาๆ

“มีอะไร”

“เปล่าครับ” สัภยาส่ายหน้า เขาจะบอกได้อย่างไรว่าเห็นเท้าสวมกำไลอยู่ด้านหลังตีรณา

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96HWT” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96HWT
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เลี้ยงเด็กในวันสิ้นโลก
8.9
ท่ามกลางวิกฤตการณ์ไวรัสซอมบี้ที่กำลังระบาดไปทั่วทุกหนแห่ง แอรอน ชายหนุ่มผู้มีร่างกายบอบบางและกำลังอุ้มท้องแก่ใกล้ถึงกำหนดคลอด ต้องเผชิญหน้ากับความสยองขวัญที่มาเยือนถึงประตูบ้าน เมื่อจู่ๆ มีซากศพเดินได้ตนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นอย่างปริศนา ทว่าซอมบี้ตัวนั้นกลับมีรูปลักษณ์และท่าทางบางอย่างที่ดูคุ้นตาเขาอย่างน่าประหลาดใจ ชะตากรรมของแม่ลูกผูกพันและความลับเบื้องหลังอสุรกายตนนี้จะนำพาทุกชีวิตไปสู่บทสรุปที่ยากจะคาดเดาในวันสิ้นโลก
หน้าปกนวนิยาย เพลิงสุมใจไฟสุมรัก
7.9
นราวดีดิ้นรนสุดแรงเพื่อหลุดพ้นจากพันธนาการบนเตียงในสภาพเกือบเปลือยเปล่า ทว่าความหวาดกลัวกลับถูกแทนที่ด้วยความโหยหาอันรุนแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อสัมผัสจากมือหนาและริมฝีปากที่ร้อนระอุเริ่มเข้าครอบงำร่างกาย ความทรมานจากความต้องการที่พุ่งสูงทำให้เธอสั่นสะท้านไปทั้งใจ ยามที่ยอดอกถูกบดเคี้ยวจนเจ็บแปลบสลับกับความเสียวซ่านที่โถมเข้าใส่ เธอจึงบิดกายเร่าตามแรงอารมณ์ที่ถูกปลุกปั่น จนกระทั่งมือที่เคยถูกตราตรึงได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระท่ามกลางลมหายใจอันเร่าร้อน
หน้าปกนวนิยาย สาปบุตรซาตาน
8.2
โจชัว โจนส์ ทายาทนอกสมรสของเอิร์ลผู้มั่งคั่งในอังกฤษ จำต้องแบกรับภาระตระกูลหลังไร้ผู้สืบทอดคนอื่น ทว่ามรดกนี้กลับมาพร้อมพันธะบาปและคำสาปร้ายที่สืบทอดกันมาหลายรุ่น เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันดำมืดในคฤหาสน์เก่าแก่ที่เต็มไปด้วยปริศนา โดยมีออแลนโด้ ลอว์เรนซ์ คอยช่วยเหลือเพื่อคลี่คลายความลับก่อนทุกอย่างจะสายเกินไป ท่ามกลางอันตรายจากทูตแห่งอาถรรพ์ สายสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างทั้งคู่ก็ได้เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบภายใต้เงามืดที่คุกคามชีวิต
หน้าปกนวนิยาย ค่ำคืนชวนรัญจวน
8.1
คนางค์บังเอิญพบหนังสือเก่าสภาพทรุดโทรมที่ถูกลืมไว้ในร้านย่านจัตุจักร แต่ลวดลายบนปกที่วิจิตรบรรจงกลับดึงดูดใจเธออย่างประหลาด เมื่อเปิดอ่านเธอก็ต้องตะลึงกับภาพวาดชายหนุ่มในชุดนักรบผู้มีใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มราวกับดาราดัง ความหลงใหลทำให้เธอตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้กลับบ้าน โดยไม่รู้เลยว่ามันเต็มไปด้วยอาถรรพ์ลี้ลับที่ซุกซ่อนอยู่มาอย่างยาวนาน และกำลังจะนำพาเธอไปพบกับดวงวิญญาณที่เฝ้ารอการปลดปล่อยจากพันธนาการแห่งศตวรรษด้วยความรัญจวนใจ
หน้าปกนวนิยาย DAMNED LOVE!
8.8
อัศวินต้องเผชิญกับภาวะถูกผีอำที่มาพร้อมเสียงหลอนจากอดีตสามหญิงสาวผู้สร้างบาดแผลในใจ ทั้งคำสาปแช่งจากเนตรา ถ้อยคำบอกรักอันแสนหวานแต่ขมขื่นจากพี่แคท และเสียงอ้อนวอนคร่ำครวญถึงลูกจากหทัยรัตน์ ท่ามกลางความเจ็บปวดและหดหู่ที่รุมเร้า เขาพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อดิ้นรนให้หลุดพ้นจากวังวนความรักที่แสนรันทดนี้ พร้อมอ้อนวอนต่อโชคชะตาให้ยุติบทละครชีวิตอันโหดร้ายและจบสิ้นพันธนาการรักที่เหมือนดั่งคำสาปเสียที