
โชคชะตาของพระชายา
ตอน 2
ฉู่ว่านยูรู้สึกแปลกใจอยู่ครู่หนึ่ง นางเอามือโบกใต้ดวงตาของเขาด้วยความอยากรู้อยากเห็น ผลปรากฏว่าวินาทีต่อมา นางก็ได้ยินคำเตือนด้วยน้ำเสียงอันเย็นชาของบุรุษผู้นั้นพูดขึ้นมาว่า
“ถ้าไม่อยากตาย รีบออกไปจากที่นี่ซะ!”
ทว่าตอนที่ฉู่ว่านยูกำลังจะเดินไป นางก็รู้สึกว่าจิตสำนึกของนางเริ่มเบลอ ร่างกายของนางร้อนและอารมณ์แปรปรวนอย่างมาก ทั่วทุกตารางนิ้วของร่างกายนางร้อนระอุไปหมด
หากไม่ได้แก้พิษ คาดว่าต่อให้ไม่ตายก็คงจะบาดเจ็บสาหัสมากแน่ ๆ
เวลานี้การจะหาเครื่องมือมาแก้พิษไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แล้วจะให้นางออกไปง่าย ๆ ตามคำสั่งเขาได้อย่างไร?
ฉู่ว่านยูยกมุมปากขึ้น แล้วก็เริ่มลงมือในทันที นางปรี่เข้าไปกดจุดฝังเข็มที่เอวของชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นนางโผเข้าไปด้วยความว่องไว แล้วก็ถอดปิ่นปักผมออกมาจี้ไปที่คอของเขา
“ถ้าไม่อยากตายก็หุบปากเสีย!” ฉู่ว่านยูพูดพูดที่ข้างหูของเสี่ยวลี่จิงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ในน้ำเสียงก็แฝงไปด้วยการข่มขู่ด้วยเช่นกัน
กลิ่นหอมของหญิงสาวโชยเข้าไปในจมูกของเสี่ยวลี่จิง ดวงตาของเขาดูมืดมน เขาใช้พลังงานภายในเพื่อเตรียมจะคลายจุดฝังเข็ม แต่แล้วเขากลับได้ยินเสียงผู้หญิงคนนั้นดังขึ้นมาอีกครั้งว่า
“ข้าขอแนะนำว่าเจ้าอย่าเสียแรงเปล่าเลยจะดีกว่า จุดฝังเข็มนี้นอกจากข้าแล้วไม่มีผู้ใดแก้ได้ทั้งนั้น หากเจ้ายังจะฝืนคลายจุดฝังเข็มอยู่อีก ถึงเวลานั้นถ้าพิษเกิดออกฤทธิ์ขึ้นมา ข้าไม่เก็บศพให้หรอกนะ!”
การพูดออกมาแค่ไม่กี่ประโยคนี้ ได้ทำการขัดขวางวิธีการต่อต้านของเขาไปโดยปริยายแล้ว
“เจ้าเป็นใครกัน.....เดี๋ยวนะ นี่เจ้ากำลังจะทำอะไรกันแน่?” จู่ ๆ ประสาทของเสี่ยวลี่จิงก็เริ่มตึงขึ้น สตรีนางนี้เอามือมาวางบนขอบกางเกงของเขาอย่างไร้ซึ่งยางอายสิ้นดี!
ข้าก็จะข่มขืนเจ้าอย่างไรล่ะ
ฉู่ว่านยูพูดขึ้นมาด้วยความลนลานว่า “ช่วยข้าด้วย ให้ข้ายืมใช้ร่างกายของเจ้าหน่อยแล้วกัน”
เสี่ยวลี่จิงสงสัยว่าตัวเองได้ยินผิดไป แต่หลังจากที่เขาได้สติ ใบหน้าที่แสนเย็นชาฉีกออกอย่างยากที่จะเป็น “เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?”
เวลานี้ฉู่ว่านยูถึงได้หยุดเคลื่อนไหว ดวงตานกฟีนิกซ์ที่งดงามของนางมองไปที่ใบหน้าของบุรุษที่อยู่ใต้ตัวของนาง ผิวพรรณขาวดุจหยก จมูกโด่งเป็นสัน แม้ว่าริมฝีปากบาง ๆ นี้จะดูซีดเซียวไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ดูเสียหายแต่อย่างใด เพียงแต่ดวงตาคู่นี้.....ในสมองของนางอดไม่ได้ที่จะนึกถึงใครคนหนึ่งขึ้นมา——
เสี่ยวลี่จิง!
น้องชายฝาแฝดของจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน ราชานักรบผู้มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งแขวงเซี่ย เขาเข้าค่ายทหารตั้งแต่อายุได้แปดปี ตอนอายุได้สิบสองปีก็ร่วมรบสังหารศัตรูแล้ว ตั้งแต่อายุยังน้อยก็ได้นำกองทัพซวนเจียไปจัดการพวกป่าเถื่อนทางใต้และพวกชายแดนทางตอนเหนือแล้ว เขาเอาชนะมาได้ทุกสนามรบ มีกิตติศักดิ์เลื่องลือ เพียงแค่ผู้คนได้ยินชื่อต่างก็พากันหวาดกลัวจนหัวหดแล้ว
ว่ากันว่าชื่อของเขาสามารถหยุดเด็ก ๆ ไม่ให้ร้องไห้ในเวลากลางคืนได้ ภาพของเขาคนทั่วไปเคยเอามาไว้ที่ประตูบ้านเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้าย
น่าเสียดายที่เมื่อห้าปีก่อนเขาดันถูกวางยาพิษโดยไม่ทันระวังในสนามรบ ส่งผลให้เขาตาบอดทั้งสองข้าง นับตั้งแต่นั้นมาเขาก็ไม่เคยได้เข้าร่วมรบอีกเลย ปัจจุบันเขาจึงเป็นได้เพียงท่านอ๋องคนหนึ่งที่ไร้ประโยชน์อยู่ในเมืองจิงเท่านั้น
พอเห็นว่าลักษณะเฉพาะตัวของชายตรงหน้าดูสอดคล้องมาก นางก็คิดว่าน่าจะเป็นเสี่ยวลี่จิงตัวจริง
คนธรรมดาหากได้ยินชื่อนี้คงจะตกใจกลัวกันไปแล้ว แต่ฉู่ว่านยูกลับกระตุกมุมปากขึ้นและพูดติดตลกขึ้นมาว่า “มีใครไม่รู้จักบุรุษที่โสด และร่ำรวยเงินทองผู้โด่งดังบ้างเล่า ได้ยินมาว่าท่านอายุยี่สิบสามปีแล้ว แต่ยังไม่ได้แต่งงานกับหญิงสาวนางใดเลย คงไม่ใช่เพราะมีโรคอันใดที่เก็บซ่อนอยู่หรอกกระมังเจ้าคะ?”
อย่าบอกนะว่าเป็นคนท่าดีทีเหลว มีดีแค่ภายนอกเท่านั้น
น้ำเสียงที่ฟังดูตกใจและสงสัยเป็นอย่างมากนี้ ไปกระตุ้นเสี่ยวลี่จิงอย่างรุนแรงโดยไม่ต้องสงสัยเลย หน้าผากของเขากระตุก เขากัดฟันและพูดรอดร่องฟันออกมาด้วยความเย็นชาขนน่าขนลุกว่า “ถ้าเจ้าไม่อยากมีอายุที่ยืนยาว เจ้าจะลองดูก็ย่อมได้!”
“ในเมื่อท่านอ๋องเชื้อเชิญข้าด้วยความจริงใจเช่นนี้แล้ว เช่นนั้นข้าก็จะไม่เกรงใจแล้วนะเจ้าคะ” หลังจากพูดจบ ฉู่ว่านยูก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกแล้ว นางดึงเข็มขัดของเสี่ยวลี่จิงออกในทันที......
แล้วก็เอาตัวแนบชิดลงไปทั้งตัว
ค่ำคืนแห่งการต่อสู้อันดุเดือดได้เริ่มตันขึ้นในทันใด
ฤทธิ์ยาในร่างกายของฉู่ว่านยูหายไปเกือบทั้งหมดแล้ว นางเอามือประคองเอวที่ปวดระบมให้ลุกขึ้นมา สายตาชำเลืองมองไปที่เสี่ยวลี่จิง แล้วนางก็ตบไหล่เขาอย่างลำพอง
“ไม่ต้องห่วง ข้าไม่เอาท่านเปล่า ๆ แน่ เห็นแก่ทักษะที่ดีเลิศของท่าน และที่ท่านได้ช่วยชีวิตของข้าเอาไว้ ข้าจะช่วยแก้พิษร้อนในร่างกายให้ท่านเอง..... ท่านจงจำเอาไว้ให้ดีล่ะ ข้าจะพูดเพียงรอบเดียวเท่านั้น”
ทันใดนั้น นางก็พูดชื่อยาต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง “จะต้องบดวัตถุดิบยาเหล่านี้ให้กลายเป็นผงทั้งหมด แล้วก็ทำการผสมลงในอ่างอาบน้ำ ทุกคืนจะต้องแช่เป็นเวลาครึ่งชั่วยามเต็ม และทำติดต่อกันสิบวันต่อเนื่อง แล้วพิษร้อนทั้งหมดในร่างกายของท่านก็จะถูกกำจัดออกไปในที่สุด”
คิ้วของเสี่ยวลี่จิงขมวดเล็กน้อย
เขาไม่เชื่อคำพูดของหญิงสาวผู้นี้เลยแม้แต่คำเดียว ขนาดพิษที่มีฤทธิ์รุนแรงในร่างกายของนางเอง นางยังไม่สามารถแก้ได้ แล้วนางจะสามารถแก้พิษร้อนที่แม้แต่แพทย์หลวงก็ยังทำอะไรไม่ได้เลยได้อย่างไร
ฉู่ว่านยูราวกับอ่านความคิดของเขาออก นางยักไหล่และพูดว่า “จะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ท่านก็แล้วกัน แต่ข้าขอเตือนท่านด้วยความหวังดีเอาไว้ก่อน สระเย็นแค่สามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากการกำเริบของพิษร้อนได้เท่านั้น มันเป็นเพียงการรักษาตามอาการ แต่ไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุ ขืนปล่อยให้สารพิษสะสมต่อไป อย่างมากสุดท่านอยู่ได้ไม่เกินครึ่งปี หากข้าเป็นท่าน ข้าจะเสี่ยงเพื่อลองดูสักตั้ง”
เสี่ยวลี่จิงประเมินทักษะทางการแพทย์ของนางต่ำเกินไป อันที่จริงนางสามารถรักษาพิษที่หาพบได้ยากกว่าพิษร้อนร้อยเท่าให้หายได้ แค่พิษร้อน ไม่ได้เป็นปัญหาเลยสักนิด
ใบหน้าของเสี่ยวลี่จิงเต็มไปด้วยความแปลกใจ จากนั้นเขาก็พูดขึ้นมาอย่างเย้ยหยันว่า “เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะจำไม่ได้บ้างเลยหรือไร?”
ฉู่ว่านยูโน้มตัวไปที่ข้างหูของเขา แล้วก็กระตุกมุมปากขึ้นพูดด้วยรอยยิ้มว่า “ท่านอ๋องทรงมีพระปรีชาสามารถ มีความจำเป็นเลิศอยู่แล้ว เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้คงทำอะไรท่านไม่ได้หรอกมั้งเจ้าคะ? ข้าคิดว่าสิ่งที่ท่านอ๋องควรจะต้องเป็นกังวลก็คือ จะรวบรวมวัตถุดิบยาสี่สิบเก้าชนิดนั้นได้หรือไม่มากกว่า...... แล้วเจอกันนะเจ้าคะ หวังว่าอีกครึ่งปีข้างหน้าข้าจะได้ยินข่าวคราวว่าท่านยังมีชีวิตอยู่ล่ะ!”
คิดจะไปแล้วงั้นหรือ?
ใบหน้าของเสี่ยวลี่จิงมืดลงทัยที ราวกับพายุกำลังจะโหมกระหน่ำลงมาอย่างไรอย่างนั้น
เขาพลิกฝ่ามือ และบีบคอของฉู่ว่านยูเอาไว้ นิ้วที่เห็นข้อนิ้วอย่างชัดเจนนั้นของเขาค่อย ๆ ออกแรงกระชับแน่นขึ้นเรื่อย ๆ
“นี่ ท่าน!”
ฉู่ว่านยูไม่สามารถหลบเลี่ยงได้เลย การหายใจของนางก็เริ่มยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ!
คุณอาจจะชอบ





