
โชคชะตาของพระชายา
ตอน 3
“เสี่ยว..... ที่แท้ราชานักรบผู้โด่งดัง ก็แค่ตัวร้ายที่รู้จักใช้กลลวงคนหนึ่งเท่านั้นเอง!”
แต่เสี่ยวลี่จิงยังคงไม่หวั่นไหวใด ๆ แรงในมือเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนฉู่ว่านยูแทบจะหายใจไม่ออก
ขณะที่กำลังอยู่ในช่วงวิกฤติ นางก็ดึงปิ่นเงินด้ามหนึ่งออกมาจากบนหัว แล้วก็แทงลงไปยังจุดฝังเข็มของเสี่ยวลี่จิง
ไม่นาน เสี่ยวลี่จิงเดิมทีเป็นฝ่ายได้เปรียบก็ตาเหลือกและเป็นลมล้มไป
ฉู่ว่านยูถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วก็หอบหายใจอย่างหนักหน่วง
ขณะเดียวกันผิวน้ำใส ๆ สีเขียวมรกตก็เผยให้เห็นเงาสะท้อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยจุดด่างดำมากมาย
นางรู้ว่าเจ้าของร่างเดิมนั้นหน้าตาอัปลักษณ์ แต่ไม่คิดว่าจะน่าเกลียดได้ถึงเพียงนี้ หลังจากมองไปเพียงแค่ชั่วครู่ นางก็ไม่สามารถอดทนมองต่อไปได้อีก นางทำการหันหลังและเดินเข้าไปในป่าไผ่ จากนั้นก็หายตัวไปกับหมอก
ไม่นานหลังจากที่ฉู่ว่านยูจากไป เสี่ยวลี่จิงก็ตื่นขึ้นมา
“ข้าน้อยละเลยต่อหน้าที่ ท่านอ๋องได้โปรดลงโทษข้าน้อยด้วยเถิด!”
จิงเจ๋อหัวหน้าองครักษ์ประจำตัวที่มาถึงช้านั่งคุกเข่าลงกับพื้นข้างหนึ่ง เขาหวาดกลัวเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
เขาไม่เพียงแต่ไม่สามารถหาสังเกตุเห็นว่ามีนักฆ่าเข้ามาในหุบเขาได้ทันเวลาเท่านั้น แต่เขายังถูกนักฆ่าผู้นั้นลอบโจมตีอีกด้วย จนเกือบจะเกิดหายนะครั้งใหญ่ขึ้น
แม้ว่าชีวิตของท่านอ๋องจะไม่ได้ตกอยู่ในอันตราย แต่สภาพที่ยับเยิบของท่านอ๋องทำให้เขาตกใจมาก ในสมองของเขาคาดเดาเรื่องที่ไม่ดีเรื่องหนึ่งขึ้นมา
“ไปสืบมาสิว่า วันนี้ใครเข้ามาในภูเขาลูกนี้บ้าง ข้าต้องการตามหานางให้พบ แล้วก็หันนางให้เป็นชิ้น ๆ เสีย
“จงจำเอาไว้ว่า ต้องจับเป็นเท่านั้น”
เสี่ยวลี่จิงรู้ดีว่า สตรีนางนั้นจะต้องไม่ใช่นักฆ่าอย่างแน่นอน นางอาจจะตกลงมาจากภูเขาโดยไม่ทันระวัง แล้วก็บังเอิญมาเจอเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ อย่างไรก็ต้องมีเบาะแสทิ้งไว้อย่างแน่นอน เพียงแค่ตามหาคนที่เข้ามาในภูเขาคืนนี้ให้เจอ อย่างไรก็ต้องหานางเจอได้เป็นแน่!
……
ฉู่ว่านยูไม่รู้ตัวเลยว่านางได้ถูกจัดเข้าไปในรายชื่อที่ต้องตามไล่ฆ่าของเสี่ยวลี่จิงเรียบร้อยแล้ว
นางเข้าเมืองมาแต่เช้า และมาถึงหน้าประตูจวนผิงหยางโหวในที่สุด
วันนี้ตระกูลเหยาและตระกูลฉู่จัดพิธีแต่งงานกัน ทางเข้าจวนโหวจึงถูกประดับประดาด้วยผ้า และโคมไฟสวยงาม เสียงฆ้องและกลองดังสนั่นหวั่นไหว บรรยากาศแห่งความสุขอบอวลไปทั่วทั้งจวนโหว ดูไม่มีอะไรผิดปกติเลยแม้แต่น้อย
สองข้างทางของถนนที่ทอดยาว ผู้คนต่างก็กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่
“เมื่อวานได้ยินมาว่าคุณหนูใหญ่แอบหนีไปกับคนอื่น วันนี้คุณหนูรองตระกูลฉู่จึงต้องออกเรือนแทน เป็นเรื่องจริงหรือไม่?”
คนที่อยู่ข้าง ๆ กลอกตามองบนใส่เขาและพูดขึ้นว่า “ข้าเห็นกับตาเลยว่าคุณหนูที่หน้าตาอัปลักษณ์นางนั้นนั่งรถม้าออกจากเมืองไปกับบุรุษผู้หนึ่ง แล้วจะไม่จริงได้อย่างไรเล่า?”
“จุ๊ ๆ ยอมทิ้งตำแหน่งพระชายาซื่อจื่อที่ยิ่งใหญ่แล้วหนีไปกับคนอื่นก่อนวันแต่งงานเสียได้ ท่านอัครมหาเสนาบดีเลี้ยงลูกอย่างไรถึงได้โง่เขลาเช่นนี้!”
“หนีไปก็ดีแล้วล่ะ ทั้งน่าเกลียดทั้งโง่เขลา คู่ควรกับเหยาซื่อจื่อเสียที่ไหนกัน……”
ฉู่ว่านยูฟังการวิพากษ์วิจารณ์ของคนรอบตัว แล้วก็กัดกล้วยที่เก็บมาจากข้างถนนเข้าไปคำหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ
มิน่าล่ะฉู่รัวหรานถึงได้ยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อที่จะส่งตัวเจ้าของร่างเดิมออกจากเมืองไปให้ได้ ที่แท้นางก็มีจุดประสงค์นี้นี่เอง
การที่เจ้าสาวแอบหนีไปกับคนอื่นก่อนวันแต่งงาน ก็เหมือนเป็นการตบหน้าของตระกูลเหยาและตระกูลฉู่ในคราวเดียวกัน ส่วนฉู่รัวหรานซึ่งเป็นหญิงที่งามที่สุดในเมืองจิง หากเวลานี้นางเสนอตัวขึ้นมาว่าจะออกเรือนเข้าไปในจวนโหวเอง ไม่เพียงแต่เป็นการรักษาชื่อเสียงของจวนผิงหยางโหวเอาไว้ได้เท่านั้น แต่เหยาซือเจี๋ยยังจะได้เป็นภริยาผู้งดงามไปอย่างไม่ต้องสงสัย ทั้งหน้าตาและศักดิ์ศรีล้วนได้มาอย่างสมบูรณ์แบบ
จะว่าไปเพื่อที่จะบรรลุความต้องการ กลอุบายนี้คิดได้แยบยลดีจริง ๆ
หากนางไม่ได้ข้ามมิติมา ฉู่รัวหรานก็คงจะทำสำเร็จไปแล้ว
ซึ่งในเวลานี้ ด้านหน้าได้มีเสียงดังเจี๊ยวจ๊าวขึ้นมา
ได้ยินเพียงเสียงประทัดที่ดังสนั่นหวั่นไหว ฆ้องและกลองตีเปิดทาง เหยาซื่อเจี๋ยขวบม้าตัวสูงใหญ่เข้ามาอย่างสง่า นำขบวนบ่าวรับใช้แปดนายหามเกี้ยวเจ้าสาวที่หรูหรางดงามวิจิตรตระการตา ขบวนแห่อย่างยิ่งใหญ่แห่ผ่านถนนกลางเมือง มายังจวนโหวแล้วหยุดลง
“คุณหนูรองตระกูลฉู่เป็นผู้ที่งดงามมีจิตใจดี ส่วนเหยาซื่อจื่อก็หล่อเหลามีสง่าราศี ทั้งสองคนช่างเหมาะสมกันเสียจริง!”
ฉู่รัวหรานที่สวมชุดแต่งงานสีแดงสดก้าวลงจากเกี้ยวเจ้าสาว เมื่อนางได้ยินคำชื่นชมจากทุกคน ใบหน้าที่สดใสของนางภายใต้ผ้าคลุมศีรษะสีแดงก็เผยรอยยิ้มที่แสนภาคภูมิใจออกมา
แม้ว่านางจะเป็นที่รู้จักในฐานะสตรีที่งามที่สุดในเมืองจิง แต่เนื่องจากมารดาผู้ให้กำเนิดของนางมีภูมิหลังที่ไม่ดี เหล่าคุณหนูผู้สูงศักดิ์ในเมืองจิงจึงมักจะรังเกียจนาง
ในที่สุดวันนี้นางก็ได้แต่งงานเข้าไปในจวนโหวสมความปรารถนาเสียที ในอนาคตหากเหยาซื่อเจี๋ยได้ขึ้นครองบัลลังก์เมื่อใด นางก็จะกลายเป็นฮูหยินท่านโหวผู้สูงศักดิ์ไปโดยปริยาย ทีนี้ดูสิว่าใครกันที่จะกล้าไม่เห็นนางอยู่ในสายตาอีก
นางรับผ้าไหมมงคลมาจากมือแม่งานดำเนินพิธี แล้วก็เดินเชิดหน้าไปยังประตูทางเข้าจวนโหวด้วยท่าทางเย่อหยิ่งราวกับนกยูงรำแพนหาง
ขณะกำลังเดินไปข้างหน้า จู่ ๆ นางก็ลื่น ทำเอานางทรงตัวไม่อยู่ล้มไถลไปด้านหน้า ทำเอาผ้าคลุมศีรษะก็หลุดรอยไปด้วยเช่นกัน
“ว๊าย!! !”
ในขณะที่ทุกคนกำลังตื่นตกใจ ฉู่รัวหรานก็กรีดร้องออกมา ใบหน้ารูปไข่ของนางได้ลงไปกระแทกกับพื้น
“ซี๊ด……” ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ซู๊ดปาก รู้สึกเจ็บแทนนางไปด้วย
หัวใจของแม่งานดำเนินพิธีสั่นระรัว
ในวันแต่งงาน เจ้าสาวล้มหัวคะมำอยู่หน้าประตูบ้านสามี อีกทั้งยังทำผ้าคลุมศีรษะหลุด นับเป็นลางไม่ได้!
เหยาซื่อเจี๋ยรีบเข้าไปประคองนางให้ลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พูดด้วยสีหน้าเป็นกังวลว่า “รัวหราน เจ้าเป็นอันใดหรือไม่?”
ทันทีที่เขาถามออกมา เลือดก็หยดลงมาจากจมูกที่แดงก่ำทั้งสองข้างของฉู่รัวหราน ใบหน้ารูปไข่ของนางเปื้อนไปด้วยเศษประทัดสีแดง แทบจะมองไม่เห็นความงดงามดุจดั่งเจ้าสาวเสียแล้ว
ฉู่รัวหรานเจ็บจนแยกเขี้ยวยิงฟันออกมา นางแทบจะอาละวาดออกมาอยู่แล้ว แต่เป็นเพราะอยู่ต่อหน้าคนจำนวนมาก นางจึงไม่สามารถโวยวายอะไรได้
นางยกมือขึ้นมาตรงหน้าเหยาซื่อเจี๋ย น้ำตาก็ทะลักออกมาพลางเอ่ยขึ้นมาว่า “ท่านพี่ซื่อจื่อเพคะ ข้าเจ็บมากเลยเพคะ.....”
เหยาซื่อเจี๋ยมองดูฝ่ามือที่ถลอกของนาง เขาทั้งสงสารทั้งโกรธ หลังจากปลอบใจนางไปเล็กน้อย เขาก็หันไปมองทางฝูงชนและพูดขึ้นมาด้วยความโกรธ “ใครกัน? ใครกันที่โยนเปลือกกล้วยมา? !”
เขาล่ะอยากจะเห็นจริง ๆ ไอ้สารเลวคนไหนกันที่มันกล้าดี มาทำตัวป่าเถื่อนถึงจวนโหวเช่นนี้
ทว่าจากในตอนแรกที่เหมือนจะไม่มีอะไร แต่แล้วใครคนหนึ่งในฝูงชนกลับทำให้เขารู้สึกตกใจถึงขีดสุด
คุณอาจจะชอบ





