ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซีรี่ส์ชุดนางฟ้าของจอมมาร ภาคกบฏรักจอมทมิฬ

ซีรี่ส์ชุดนางฟ้าของจอมมาร ภาคกบฏรักจอมทมิฬ

ท่ามกลางวังวนแห่งความขัดแย้งและการต่อสู้อันดุเดือดในภาคกบฏรักจอมทมิฬจากซีรี่ส์ชุดนางฟ้าของจอมมาร เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหัวใจของจอมมารผู้แสนเย็นชาต้องสั่นคลอนเพราะการปรากฏตัวของหญิงสาวผู้เปรียบเสมือนนางฟ้าในชีวิตเขา ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูรอบด้านและบททดสอบแห่งความเชื่อใจที่เดิมพันด้วยชีวิต ท่ามกลางกลิ่นอายของแอคชั่นสุดระทึกและความโรแมนติกที่ตราตรึงใจในทุกขณะของการตัดสินใจที่แลกมาด้วยความรัก
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ขอบใจนายมากนะไอ้น้อง” พยัคฆ์กล่าว

“ไม่เป็นไร ผมไม่ชอบเห็นใครถูกรังแก ยิ่งถูกรุมแบบนี้ยิ่งต้องช่วย” เสียงของไตรภาคดังแค่ได้ยินกันสองคน

“นายเลยต้องซวยไปด้วย”

“ช่างเถอะ ถือว่าเป็นประสบการณ์ในชีวิตลูกผู้ชาย ว่าแต่พี่ไปทำอะไรเข้าถึงถูกรุมแบบนี้”

“ผู้หญิงน่ะ ไม่รู้ว่าเจ้าหล่อนมีผัว เอ๊ย...มีแฟนแล้ว”

“อ้อ...ไม่ดูให้ดีก่อนว่างั้น”

“อืม...แถมพอโดน เจ้าหล่อนกลับหาว่าเราจีบก่อน ทั้งที่หล่อนเองเป็นคนทิ้งเบอร์โทรให้ เฮ้อ...ว่าแต่นายเถอะ ชื่ออะไร เรียนที่เดียวกันนี่หว่า”

“ผมชื่อไตรภาค พี่คือพี่เสือใช่ไหม ผมเคยได้ยินชื่อพี่จากปากเพื่อนผู้หญิง”

“หึหึ ชื่อฉันมันดังขนาดนั้นเชียวหรือ”

“ก็พี่เป็นขวัญใจสาวๆ นี่นา”

“แล้วนี่นายให้ใครมาประกันตัวหรือยัง” พยัคฆ์ถาม พลางมองบาดแผลช้ำๆ บนใบหน้าหล่อเหลาของไตรภาค เขามีส่วนผิดที่ทำให้ใบหน้าอันหล่อเหลาของหนุ่มรุ่นน้องนี่ได้แผล แต่นั่นยังไม่เท่ากับการถูกทำโทษจากมหาวิทยาลัย หลังจากมีนักศึกษาบ้าระห่ำสองคนไปมีเรื่องกับนักศึกษาต่างสถาบัน บทลงโทษจะเป็นยังไงก็ไม่รู้ ตัวเขาเองช่างมันเถอะ จะเป็นยังไงก็ช่างประไร อีกไม่กี่เดือนก็เรียนจบออกไปแล้ว และหากมหาวิทยาลัยคาดโทษไม่ให้มีสิทธิ์สอบก็ช่าง แต่ตัวไตรภาคที่ยังต้องเรียนอีกหลายปีจะทำยังไง

“ไม่มีหรอกพี่ ผมไม่อยากให้เรื่องนี้รู้ไปถึงอา เดี๋ยวท่านจะเสียใจ”

“บ้าเอ๊ย! แล้วนายจะออกไปได้ยังไงถ้าไม่มีใครประกันตัวน่ะ”

“ผมก็อยู่กับพี่ไง หึหึ จะนอนมุ้งสายบัวเป็นเพื่อนด้วยเลย ไม่ดีหรือไง”

“บ๊ะ! เอางั้นเลยเหรอ”

“เอางี้แหละพี่ ลูกผู้ชายก็แบบนี้ล่ะเนอะ ว่าแต่พี่เถอะให้ใครมาประกันตัวหรือยัง”

พยัคฆ์ถึงกับเป่าปาก ใครที่ไหนจะมาประกันตัวเขา มีแต่แม่คนเดียวเท่านั้นที่เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเขา แต่เขาก็คิดเหมือนไตรภาคไม่อยากให้ท่านเสียใจ แล้วจะบอกท่านเรื่องนี้ได้ยังไง

“ไม่ล่ะ ไม่ได้บอกใคร เฮ้อ...ชีวิตลูกผู้ชายเหมือนที่นายว่าไง ลองนอนมุ้งสายบัวมั่งก็เป็นประสบการณ์หนึ่งไม่ใช่เหรอ”

“พี่มีคนที่คอยเป็นห่วงหรือเปล่า” อยู่ๆ ไตรภาคก็ถามขึ้น

“มี ฉันมีแม่คนเดียว เรามีกันสองคนแม่ลูก และฉันก็ไม่อยากเอาเรื่องนี้ไปทำให้ท่านไม่สบายใจ นายล่ะ ถ้าให้เดาชีวิตนายอาจจะไม่ต่างจากฉัน ถึงได้อยากนอนมุ้งสายบัวถึงขนาดเข้ามาช่วยฉัน ให้ไอ้พวกนั้นรุมสะกรำ”

“ก็ไม่เชิง พ่อแม่ผมเสียไปหมดแล้ว ผมอยู่กับอา ชีวิตผมมันอาจจะเรียบง่ายเกินไปหน่อยล่ะมั้ง ผมเลยแส่หาเรื่องเห็นตอนที่พี่ถูกรุม บอกตรงๆ สงสาร มีแต่คนมุง ไม่มีคนช่วย”

“ฮ่ะๆ นั่นสิ ใครจะเสือกเข้ามาช่วยล่ะวะ มีแต่นายนี่ล่ะ แต่ยังไงก็ต้องขอบใจนายมาก ถ้าไม่ได้นาย ฉันคงตายคาตีนพวกมันไปแล้วก็ได้ ฉันจะไม่ลืมบุญคุณนายเลยนายภาค” พยัคฆ์ตีซี้เรียกไตรภาคด้วยชื่อเล่นที่เขาไม่รู้จัก แต่คิดว่าใช่ คนชื่อไตรภาค ถ้าไม่มีชื่อเล่นว่าไตรก็ต้องเป็นภาค ชายหนุ่มหัวเราะเสียงแผ่ว หัวเราะดังไม่ได้เจ็บแผล ไตรภาคยิ้ม ประสบการณ์ครั้งนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของพยัคฆ์เปลี่ยนไป

เมื่อก่อนมักจะได้ยินแต่เสียงกรี๊ดกร๊าดของกลุ่มเพื่อนผู้หญิงในคณะเดียวกัน ยามเห็นพยัคฆ์เล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมของคณะ เขาคิดว่าพยัคฆ์คงเป็นหนุ่มเจ้าสำอางได้แต่หลีหญิงไปวันๆ มาวันนี้เหตุการณ์แม้จะเริ่มจากหลีหญิงผิดคนไปหน่อยก็เถอะ แต่ทำให้เขารู้ว่าพยัคฆ์ก็เป็นลูกผู้ชายตัวจริงเหมือนกัน บาดแผลที่เกิดจากการสู้ไม่ถอยมันบอกอย่างนั้น บวกกับการได้รู้จักพูดคุยกัน ถึงได้รู้ว่าผู้ชายคนนี้มีอะไรหลายอย่างน่าสนใจมากกว่าแค่ผู้ชายรูปงามคนหนึ่งเท่านั้น

“อย่าคิดว่าเป็นบุญคุณเลยพี่เสือ ถ้าเป็นบุญคุณจริง ผมต้องพาพี่ออกไปจากที่นี่ได้แล้วสิ แต่นี่มันหมายถึงมิตรภาพของเราที่เกิดขึ้นผิดที่ผิดทางผิดเวลาไปหน่อยต่างหากล่ะ บอกตรงๆ นะ ทีแรกผมคิดว่าพี่ก็แค่ผู้ชายขี้หลีไปวันๆ ประเภทไม่ใช่ลูกผู้ชายตัวจริง ถ้าเกิดอะไรขึ้นก็วิ่งแซงหน้าเพื่อนไปเลยด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าคิดผิด พี่ไม่หนีแถมสู้ขาดใจ ทั้งที่ตัวเองไม่มีทางสู้”

“เหมือนหมาจนตรอกหรือเปล่าวะ” พยัคฆ์กลั้วเสียงหัวเราะ

“ฮ่ะๆ พี่พูดเองนะ เพราะเห็นว่าพี่สู้ไง ผมถึงช่วย ถ้าพี่วิ่งหางจุกตูดล่ะก็ ผมคงได้แต่สมน้ำหน้า”

“ฮ่ะๆ มิตรภาพที่เกิดในมุ้งสายบัวนี่นะ” พยัคฆ์เหลือบตามองกลุ่มไอ้โต ไม่เห็นพวกมันสนใจมองมาก็มองออกไปนอนห้องขัง มองตำรวจที่เดินไปมาก่อนจะหันมามองไตรภาค “มิตรภาพครั้งนี้จะไม่มีวันจางหาย ฉันสัญญา”

ไตรภาคยิ้ม รู้ตัวดีว่ากำลังทำเรื่องบ้าระห่ำช่วยผู้ชายที่เพียงเคยเห็นหน้าได้ยินกิตติศัพท์ แต่ไม่เคยรู้จักสนิทสนม ทว่าคำสัญญาของพยัคฆ์กลับทำให้หัวใจหนุ่มแน่นอย่างเขาหนักอึ้ง เต็มไปด้วยความยินดี คำว่ามิตรภาพไม่ได้ซื้อหากันง่ายๆ มันเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา แต่มิตรภาพจะยั่งยืนนานแค่ไหนนั้นเป็นอีกเรื่อง ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้ว่ามิตรแท้อยู่ที่ใด คนข้างกายนี่จะเป็นมิตรแท้จริงๆ หรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำ

และยังไม่ทันที่ไตรภาคจะพูดอะไรออกไป ตำรวจนายหนึ่งก็ไขห้องขังเรียกพยัคฆ์ออกไป

“พยัคฆ์ออกมาได้ มีคนมาประกันตัวแล้ว”

ร่างสูงลุกขึ้นเดินออกไปตามคำเรียก ก่อนจะหันกลับไปมองไตรภาคอีกครั้งแล้วเดินจากไป ไตรภาคคิดว่าไม่มีหรอกมิตรแท้ ยามคับขันก็เป็นมิตร ยามสบายก็ลืมกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงสิบห้านาที นายตำรวจคนเก่าก็ไขห้องขังอีกครั้ง

“ไตรภาคออกมาได้ มีคนประกันตัวแล้ว”

เขาลุกขึ้นอย่างงงๆ เดินออกไปก็เห็นพยัคฆ์ยืนรออยู่

“พี่เสือ?”

“มีคนใจดีอุตส่าห์มาประกันตัวฉันทั้งที ฉันเลยจัดหนักให้เขาประกันตัวนายออกมาด้วย ไม่ต้องขอบคุณฉันน้องชาย ไปขอบคุณเขาคนนั้นดีกว่า”

ไตรภาคตามพยัคฆ์ไปพบใครคนหนึ่ง ซึ่งเขารู้ในภายหลังว่าเป็นลุงของพยัคฆ์ชื่อไกรนาถ พยัคฆ์แนะนำแค่นั้นก่อนจะเดินมาส่งไตรภาคขึ้นรถแท็กซี่

“นายภาค” พยัคฆ์เรียกไว้

“ครับพี่เสือ” ไตรภาคสบตาคมเข้มของพยัคฆ์

“เรื่องที่ฉันพูดให้ห้องขัง ฉันพูดจริง ฉันจะไม่ลืมมิตรภาพของเราครั้งนี้”

“ถ้างั้น...” ไตรภาคยื่นมือออกมาตรงหน้า “เรามาสาบานกันว่าจะเป็นพี่น้องกันตลอดไปดีไหมพี่เสือ”

พยัคฆ์เลิกคิ้ว แต่ก็ยิ้มกว้างแล้วจับมือข้างขวาของไตรภาค เขาเป็นลูกคนเดียวไม่มีพี่น้อง หากจะมีน้องชายเกิดขึ้นในตอนนี้จะสายไปหรือเปล่า ไม่หรอก ไม่มีคำว่าสายถ้าเขาจะรับไตรภาคเป็นน้องชายร่วมสาบาน

“ได้สิ เรามาเป็นพี่น้องร่วมสาบานกันเถอะนะ ต่อจากนี้เราจะมีกันและกัน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ห่างกันมากเท่าไหร่ เราจะไม่มีวันทิ้งกัน”

“ครับ ผมจะไม่มีวันทิ้งพี่ พี่เสือ” ไตรภาคให้สัญญา

“ฉันก็จะไม่มีวันทิ้งนาย นายภาค” พยัคฆ์เขย่ามือไตรภาคก่อนจะตบบ่ากว้าง ดันไตรภาคให้ขึ้นรถแท็กซี่และยืนมองไฟท้ายของรถรับจ้างคันนั้นไปจนลับตา

หลังจากนั้นเป็นต้นมาทุกอย่างก็เป็นปกติ ไตรภาคซึ่งมีฐานะทางครอบครัวดีกว่า ช่วยให้พยัคฆ์มีสิทธิ์สอบครั้งสุดท้ายก่อนจบการศึกษา พยัคฆ์เรียนจบออกไปก็ส่งข่าวมาเป็นพักๆ ส่วนไตรภาคเรียนจบปริญญาตรีก็ต่อปริญญาโทเลย การติดต่อยังส่งถึงกันเสมอ ไม่เคยมีใครคนใดคนหนึ่งห่างหายไปดังคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ต่อกัน

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทูนหัวของพ่อ
8.8
เมื่อความรักไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ อายุก็เช่นกัน เขาที่อายุมากกว่าเธอขนาดจะเป็นพ่อเธอได้ตกหลุมรักสาวน้อยรุ่นลูกเข้าอย่างจัง รักครั้งนี้จึงมีทั้งเสียงหัวเราะและเสียงครางกระเส่าในทุกค่ำคืนอันเร่าร้อน ******** พ่อเพื่อนบำเรอรัก เดโชกระตุกเท้าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกว่ากำลังเหยียบผ้าชิ้นเล็กๆ พอก้มมองก็พบว่าเป็นกางเกงชั้นในสีชมพูลายคิตตี้ เขาเกี่ยวมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องนอนของตนอย่างสำรวจ แต่เมื่อไม่เห็นใคร จึงชูกางเกงชั้นในนั้นขึ้นสูง “คุณพ่อจะทำอะไรคะ” เดโชหันขวับพอเห็นมายาวดีก็รีบซ่อนกางเกงชั้นในไว้ข้างหลัง “เปล่า” เดโชปฏิเสธ “ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณพ่อกำลังจะดมกางเกงในหยา” เพราะเธอกำลังเห็นด้านมืดของเขา ความกลัวจึงทำให้พลั้งปากออกไปกล่าวหาว่าเขาเป็นโรคจิต “นี่กางเกงในของเธอเองรึ” นายหัวหนุ่มเลิกคิ้ว พร้อมกับคีบซับในตัวน้อยขึ้นสูงระดับสายตา “ใช่ค่ะ ของหยาเอง” “แล้วทำไมมาอยู่ในห้องฉันได้ล่ะ” “ก็...” มายาวดีไม่รู้จะบอกยังไง เพราะความจริงมันเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่พอลองเปิดดูแล้วเธอกลับมีอารมณ์จึงลองช่วยตัวเองเป็นครั้งแรก แน่นอนมันตื่นเต้นมากๆ “ถ้าตอบไม่ได้ งั้นพ่อยึด” ******* พ่อเลี้ยงบำเรอกาม ‘พ่อ’ แสงดาวเรียกเขาด้วยคำๆ นี้มาหลายปี แต่ความรู้สึกที่มีต่อเขาหาได้ให้ความเคารพ มันเต็มไปด้วยความรักที่ซ่อนเร้นอยู่ในอก กระทั่งเธอโตเป็นสาววัย 18 ปี แสงดาวก็อยากทำตามใจตัวเองบ้าง นั่นคือยั่วตัณหาพ่อเลี้ยงหนุ่มจนทั้งคู่ได้เสียกัน และซ้ำร้ายมารดาของเธอต้องมารู้เห็นและเสียใจจนตัวตาย บาปที่เธอทำไว้สร้างความทุกข์ระทมหัวใจยิ่งนัก ทว่า...ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย มารดาผู้เป็นที่รักได้ฝากเธอไว้กับพ่อเลี้ยงรูปงาม มันคือตราบาปที่เธอจะต้องตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหยุดเพื่อจบทุกอย่าง หรือจะเดินหน้าเพื่อรักษาสิ่งที่เป็นของมารดาเอาไว้ให้ได้ งานนี้ผีดาวยั่วก็ต้องเข้าสิงตัวเธอ เพื่อครอบครัวร่างกายและหัวใจของเขา “อาห์...แสงดาว ให้ตายสิเด็กบ้า เธอนี่มันโสเภณีชัดๆ” ปรมัยอุทาน เมื่อท่อนเอ็นของเขาจมจ่อมอยู่ในอุ้งปากและเรียวลิ้นเล็กสวาปามอย่างหิวโหย เขามองริมฝีปากชุ่มฉ่ำของเธอกำลังดูดกลืนท่อนเนื้อฉ่ำเยิ้มอย่างชอบใจ
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงพิศวาส
9.7
จันยาวีร์ถูกรัฐภูมิจองจำไว้ด้วยความแค้นหลังเธอพยายามลักลอบขโมยของล้ำค่าจากเขา ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตัดสินใจลงทัณฑ์สิบแปดมงกุฎสาวด้วยยาปลุกอารมณ์ชนิดรุนแรงจากตลาดมืดเพื่อดัดนิสัย แม้เธอจะพยายามขัดขืนเพียงใดก็ไม่อาจต้านทานฤทธิ์ยาที่ทำให้ร่างกายร้อนรุ่มและกระหายในกามารมณ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางความทรมานจากแรงปรารถนาที่พลุ่งพล่าน รัฐภูมิเฝ้ามองเหยื่อสาวด้วยความสะใจก่อนจะเริ่มบทเรียนพิศวาสอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนที่เธอริอ่านมากระตุกหนวดเสืออย่างเขา
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นที่ทิ้งเธอให้ตาย
8.0
ท่ามกลางพายุหิมะอันโหดร้าย ฉันถูกคู่หมั้นทรยศอย่างเลือดเย็นด้วยการมอบอุปกรณ์รอดชีวิตที่เป็นผลงานทั้งชีวิตของฉันให้แก่หญิงคนใหม่ของเขา เขาปล้นโทรศัพท์ดาวเทียมและผลักฉันลงหลุมหิมะให้ตายทั้งเป็น ขณะที่ชู้รักของเขายิ้มเยาะพร้อมทำลายชุดกันหนาวชุดสุดท้ายของฉันทิ้งอย่างไร้ความปราณี พวกเขาจากไปโดยทิ้งฉันไว้กับความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือฉันได้ซ่อนสัญญาณลับไว้ในแขนเสื้อ และฉันได้รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดใช้งานมันเพื่อโอกาสในการรอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย สุริยันต์
9.7
บทสรุปของซีรีส์เพลิงแค้นในแดนเดือดที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสุริยันต์ ชายหนุ่มผู้แบกรับทั้งภาระครอบครัวและความแค้นฝังลึก ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด พิมพ์รดากลับก้าวเข้ามาสั่นคลอนหัวใจที่เคยเยือกเย็นของเขา ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจนำไปสู่รอยจูบอันร้อนแรงที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล สุริยันต์ต้องเลือกระหว่างการปกป้องคนที่รักกับการสะสางบัญชีแค้นในอดีต ในนิยายแนวโรแมนติกแอ็กชันร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยอารมณ์เสน่หาและเดิมพันที่สูงค่า
หน้าปกนวนิยาย แสนเถื่อนยอดรัก
8.1
คเชนทร์ หนุ่มหล่อ มาดดิบเถื่อน ผู้ใช้ชีวิตจากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุดของชีวิต ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมห้าดาว แม้ชีวิตจะรวยล้น มีทุกสิ่งราวเนรมิตร ทว่าอดีตอันเลวร้ายมันตามหลอกหลอน ไม่อาจทำให้เขาหลุดพ้นไปจากความกลัวได้ ทำให้คนเก่งอย่างเขากลัวที่สุด คือการไม่คู่ควรต่อสิ่งใด แม้กระทั่งความรัก บทเรียนรักสอนให้เขาเจียมตัวเจียมใจ และตอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าเป็นเพียง ไอ้เชนทร์ เด็กกำพร้าไร้อนาคต เฝ้ารอแต่เพียงใครสักคนมาปลดล็อกความกลัวนั้น... หากคนนั้นจะเป็นเธอที่ฟ้าส่งมา เจ้าขา ทายาทเจ้าสัวหมื่นล้าน คุณหนูไฮโซที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง กับชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเธอหนีขึ้นรถชายแปลกหน้าโดยไม่ให้เขารู้ และไม่รู้ว่าเขาคือใคร เพียงแต่เธออยากหนีไปให้สุดหล้าและทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้เบื้องหลัง แต่หารู้ไม่ ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา... ทว่าเป็นคนที่พาเธอไปพบกับโลกใบใหม่ จนเธออยากจะทิ้งทุกอย่าง เพราะเขา มือหนาข้างหนึ่งยกปืน มืออีกข้างเปิดประตูรถออก แล้วจ่อปืนไปที่ร่างนั้นทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงในชุดแต่งงาน เธอร้องไห้พร้อมกับมองหน้าเขา ดวงตาบวมแดง เครื่องสำอางเปลอะเปื้อนไปหมด ไม่มีแม้แรงจะยกมือขึ้นมาห้ามปรามเพื่อไม่ให้เขาทำร้าย “คุณ! ผะ! ผะ! ผีหรือคนเนี่ย” เขาถามเสียงสั่น ทว่าสิ้นคำของเขา เธอก็เบ้ปากร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ร้องจนตัวโยนเลยทีเดียว เขาจำต้องเก็บปืนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ สัมผัสได้ถึงความแย่ และความเดือดร้อนมันกำลังมาถึงแน่ๆ “ขอโทษที่ติดรถคุณมา” หญิงสาวบอกเสียงสั่นเครือ “ลงมา!” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ พลางมองไปรอบๆ ตัว ว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือเปล่า “ผมบอกให้ลงมา!” เขาตะคอกเมื่อเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมลงจากรถ กระทั่งเขาเอื้อมมือไปกระชากเธอลงมาเสียเอง “มาจากงานแต่งงานที่ไหนเนี่ย” เขาถามเพราะคิดว่าน่าจะมาจากงานเดียวกับเขาหรือเปล่า ทว่าเธอเอาแต่ร้องไห้ ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา “นี่คุณ จะเอาแต่ร้องไห้ไม่ได้นะ คุยกันให้รู้เรื่อง” พอเขาเอ่ยเช่นนี้เธอก็หันซ้ายหันขวา เหมือนไม่กล้าพูด เขาจึงดึงเข้าบ้านเสียเลย แต่พอเปิดไฟในบ้านเห็นหน้ากันชัดๆ เท่านั้นแหละ สวยชะมัดเลย นี่นางฟ้าตกสวรรค์หรือวะเนี่ย
หน้าปกนวนิยาย เหยื่อแค้นแดนสวาท
8.2
นิโคไลสูญเสียเจ้าสาวไปก่อนวันวิวาห์ด้วยน้ำมือของศัตรู ความโกรธแค้นทำให้เขาตัดสินใจลักพาตัวธารธารี หญิงสาวผู้พิการทางสายตาที่ไม่รู้เรื่องราวใดๆ มาเป็นเหยื่อรับกรรมแทนพี่ชายของเธอ เธอถูกกักขังไว้ในอาณาเขตส่วนตัวของเขาอย่างไร้ทางสู้ ชีวิตของเธอเปรียบเสมือนนกน้อยในกำมือที่เขาจะบีบให้ตายหรือทรมานอย่างไรก็ได้ตามใจปรารถนา โดยที่เขาไม่สนความบริสุทธิ์หรือความน่าสงสารของเธอเลยแม้แต่น้อย การแก้แค้นครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและรุนแรงที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงได้