ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ซีรี่ส์ชุดนางฟ้าของจอมมาร ภาคกบฏรักจอมทมิฬ

ซีรี่ส์ชุดนางฟ้าของจอมมาร ภาคกบฏรักจอมทมิฬ

ท่ามกลางวังวนแห่งความขัดแย้งและการต่อสู้อันดุเดือดในภาคกบฏรักจอมทมิฬจากซีรี่ส์ชุดนางฟ้าของจอมมาร เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยอุปสรรคได้เริ่มต้นขึ้นเมื่อหัวใจของจอมมารผู้แสนเย็นชาต้องสั่นคลอนเพราะการปรากฏตัวของหญิงสาวผู้เปรียบเสมือนนางฟ้าในชีวิตเขา ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากับศัตรูรอบด้านและบททดสอบแห่งความเชื่อใจที่เดิมพันด้วยชีวิต ท่ามกลางกลิ่นอายของแอคชั่นสุดระทึกและความโรแมนติกที่ตราตรึงใจในทุกขณะของการตัดสินใจที่แลกมาด้วยความรัก
ตอน
แชร์

ตอน 3

“โอย...ช่วยด้วย”

เสียงร้องโอดโอยของคนเจ็บที่นอนเลือดท่วมอยู่บนเตียงผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเล็กๆ ประจำอำเภอ เรียกให้คุณหมอนีรธารา องอาจสกุลไกร ต้องรีบเข้าไปดูอาการ

“มีเรื่องกันอีกแล้วหรือ” เธอหันไปถามนางพยาบาลที่รอฟังคำสั่งอยู่ข้างๆ และเป็นคนเดียวกับที่รับคนเจ็บเข้ามาในห้องฉุกเฉิน

โรงพยาบาลเล็กๆ เทียบเท่ากับสาธารณสุขในแถบชานเมืองกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในตัวอำเภอวังวิเศษของจังหวัดตรัง โรงพยาบาลเล็กๆ มีหมออยู่แค่สองคน คือหมอพิรัชต์ เตชะภิญโญ และหมอนีรธารา องอาจสกุลไกร คุณหมอทั้งสองต้องสลับเวรกันเพราะในอำเภอวังวิเศษที่แม้จะไม่มีจำนวนประชากรหนาแน่นมาก แต่วังวิเศษมีกลุ่มคนที่ตั้งตัวเป็นนักเลงหัวไม้ทั้งกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ กลุ่มเล็กจะเป็นนักเลงข้างถนนชอบสร้างปัญหาไปวันๆ แต่กลุ่มใหญ่จะตั้งตนเป็นมาเฟียบ้านป่า ไม่ชอบหาเรื่องใครแต่ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย

อย่างคนที่หมอนีรธาราต้องให้การรักษาอยู่นี้ก็เป็นคนของมาเฟียบ้านป่า ที่มีหัวหน้าแก๊งค์คือนายหัวพยัคฆ์ ศักดิ์วรวงศ์ คนที่เขาล่ำลือกันทั้งอำเภอวังวิเศษและลามไปถึงหูของคนในอำเภอห้วยยอดด้วยว่าพิษสงร้ายกาจสมชื่อ หากใครหาเรื่องล่ะก็ เสือหนุ่มจะกางกงเล็บตะปบแล้วกัดทึ้งโดยไม่ให้เหลือซาก

“ค่ะ” นางพยาบาลตอบ และตั้งใจอมพะนำเรื่องที่รู้มากกว่านี้ต่อไป แต่คุณหมอสาวหรือที่ใครๆ ก็เรียกว่า ‘หมอนีน’ อยากรู้รายละเอียดส่วนนั้น เพราะเชื่อในความคิดของตัวเองไม่น่าจะพลาด

“กับใคร”

“เอ่อ...กับ...นายหัวสิงขรค่ะหมอนีน”

“ทำไมสองคนนี่ยังไม่เลิกฟัดกันอีก เจอหน้ากันเมื่อไหร่เป็นต้องมีเลือดตกยางออกตลอด” หมอนีนบ่นพึมพำ ทั้งที่ยังคงก้มหน้าทำแผลจากคมกระสุนที่เจาะฝังเข้าไปในเนื้อกายสีคล้ำ “ถึงที่นี่จะเป็นบ้านป่า แต่ก็มีกฎหมายคุ้มครองเหมือนที่อื่นๆ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงชอบตั้งศาลเตี้ยกันนัก”

คีมโลหะคีบลูกตะกั่วออกมา เจ้าของร่างที่ชุ่มเลือดก็ร้องลั่น

“อ๊ากกก” หลังจากนั้นคนเจ็บก็สลบเหมือด

“เฮ้อ” หมอนีนทอดถอนใจ ลงมือเย็บแผลแบบสดๆ ไม่จำเป็นต้องวางยาสลบหรือฉีดยาชา เพราะเธอเคยลั่นวาจาเอาไว้แล้ว หากตีรันฟันแทงจนเลือดตกได้ก็แสดงว่ายอมเจ็บ ฉะนั้นเธอจะสงวนปริมาณยาชาเอาไว้สำหรับคนที่ไม่อยากเจ็บ เพราะหากใช้ฟุ่มเฟือยยาชาก็จะหมดเร็ว แล้วถ้ามีความจำเป็นต้องใช้มันขึ้นมากับคนที่สมควรใช้แล้วไม่มีให้ใช้คงยุ่ง

“แล้วรู้ไหม ฝ่ายนายหัวสิงขรเป็นยังไงบ้าง” เธอถามหลังจากล้างมือแล้วส่งตัวคนเจ็บขึ้นไปนอนพักบนชั้นสองของอาคารที่มีความสูงเพียง 2 ชั้น

“ได้ยินว่าฝ่ายนายหัวสิงขรเจ็บตัวแต่ไม่เท่าไหร่ คนของนายหัวสิงขรยิงใส่คนของนายหัวพยัคฆ์ได้รับบาดเจ็บจึงต้องนำส่งโรงพยาบาลค่ะ”

“หึ เดี๋ยวก็ต้องมีการล้างแค้นกันอีกสินะ ทำไมนะ คุณพ...นายหัวสิงขรถึงไม่เลิกยุ่งกับนายหัวพยัคฆ์เสียที ฉันไม่เข้าใจเลยเทียน เจอหน้ากันไม่ได้ต้องฟัดกัน เกิดพลั้งพลาดไปถูกชาวบ้านเข้าจะทำยังไง”

“หมอนีนก็ไปถามนายหัวสิงขรสิคะ เผื่อบางทีจะได้คำตอบที่ต้องการ” นางพยาบาลเทียนแขเปรยขึ้น คุณหมอสาววัย 24 ปี ถึงกับส่ายหน้า ถามไปก็ไม่เคยได้ในคำตอบที่ต้องการฟังหรอก

“ไม่ล่ะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าฉันยุ่งเรื่องของเขานะเทียน”

ทันใดนั้นชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งก็กรูกันขึ้นมาบนอาคาร บุรุษพยาบาลที่มีอยู่แค่ 3 คน ก็ร้องห้ามเพราะบนอาคารชั้น 2 จะเป็นห้องพักสำหรับผู้ป่วย หากญาติจะเข้าเยี่ยมได้ก็จำกัดจำนวนคนและเยี่ยมได้เป็นเวลา แต่คนกลุ่มนี้หาได้ฟังคำทัดทานเหล่านั้นไม่ เดือดร้อนถึงหมอนีรธาราที่ต้องเข้ามาช่วยห้าม

“อะไรกันนี่พวกคุณ...คนของนายหัวพยัคฆ์นี่นา” นีรธาราจำหลายคนในกลุ่มนี้ได้เพราะเคยผ่านการรักษาจากเธอมาแล้ว

หลายครั้งที่เธอเคยถามตัวเองว่าทำไมไม่ย้ายไปที่อำเภออื่น วังวิเศษเคยเป็นอำเภอที่เงียบสงบตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็ก แต่พอเธออายุ 18 ปี ที่นี่ก็ลุกเป็นไฟ และหากคิดถึงสาเหตุหลักแท้จริงแล้วเพราะวังวิเศษเป็นอำเภอที่อยู่ติดกับอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ และอำเภอสิเกา ซึ่งเป็นอำเภอที่อยู่ติดทะเลอันดามัน มีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวที่ผ่านเข้ามาให้เธอรักษา ซึ่งปริมาณหมอเพียงคนเดียวย่อมไม่เพียงพอต่อการรักษาอยู่แล้ว ตอนนั้นเธอคิดแค่ว่าอยากอุทิศกายใจเพื่อคนที่นี่

ทว่า...หลังจากเธอเรียนจบแล้วมาเป็นแพทย์อาสาอยู่ที่นี่ เธอกลับเจอวังวิเศษที่ลุกเป็นไฟ

“ใช่ พวกเราต้องการขึ้นไปหาไอ้เรือง มันเป็นยังไงบ้างหมอ ตายมั้ย”

“ไม่ แต่ถ้าช้าก็อาจตาย” นีรธาราตอบ ดูเหมือนคนพวกนี้จะรู้สึกเกรงอกเกรงใจเธอบ้าง คงเป็นเพราะเธอคือหมอที่หลายคนยกมือไหว้ประดุจเทวดานางฟ้า

“งั้นขอขึ้นไปดูหน่อยได้ไหม”

“ตอนนี้เรืองกำลังพักผ่อน เขาไม่มีสติจะลืมตามองพวกเธอหรอกนะ ฉันว่ารอให้ถึงพรุ่งนี้ดีกว่า” คุณหมอสาวทัดทานอย่างละมุนละม่อม

“แต่เราต้องขึ้นไปดูให้เห็นกับตาว่าไอ้เรืองยังไม่ตาย” อีกคนในกลุ่มแย้งขึ้น

“คงเป็นคำสั่งของนายหัวสินะ ถ้าใช่ กลับไปบอกนายของพวกเธอได้เลย เรืองไม่ตายแน่นอน ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไงก็ให้มาพรุ่งนี้ใหม่ ถึงยังไงวันนี้ฉันก็ปล่อยให้ใครขึ้นไปเยี่ยมไม่ได้”

“แต่นายหัวสั่งมา” อีกคนหนึ่งช่วยแย้ง

“ถ้าอยากให้เรืองติดเชื้อก็ขึ้นไป แต่ถ้าไม่อยากให้เรืองตาย ก็กลับไป” เจ้าของร่างบางระหงเริ่มเสียงแข็ง นีรธาราไม่คิดเกรงกลัวคนพวกนี้หรอก เธอมีหน้าที่ที่ต้องรักษาชีวิตของคนเจ็บ ไม่ได้มีหน้าที่ฟังคำบัญชาของใคร

“พูดอย่างนี้แสดงว่าหมอไม่ได้ฆ่าเชื้อให้มันเหรอ ถ้าฆ่าเชื้อแล้วทำไมต้องกลัวติดเชื้อ ในเมื่อพวกเราไม่คิดจะจับต้องตัวไอ้เรืองเลย แค่อยากขึ้นไปดูมันเฉยๆ” คนนี้ชื่อทิต เธอจำได้เพราะเขาเคยถูกแทงแล้วมาให้เธอรักษา และคนๆ นี้ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของเรือง เขาคงอยากจะรู้ให้แน่ว่าคนเจ็บปลอดภัยจะได้เลิกเป็นห่วง แต่เธอก็ยอมให้พวกเขาซึ่งมีเนื้อตัวเปื้อนเปรอะยังกับไปฟัดกับหมากลุ่มหนึ่งมาหยกๆ

“เรื่องนั้นฉันไม่จำเป็นต้องอธิบาย แต่ถ้าพวกเธอยังขืนดื้อดึงจะขึ้นไปให้ได้ พวกเธอคิดผิด หากเกิดอะไรขึ้นกับเรืองฉันจะไม่รับผิดชอบทุกกรณี”

ทุกคนเมื่อได้ยินเสียงหวานแข็งกร้าวอย่างไม่ยอมแพ้ก็พลอยหันหน้าปรึกษากันอย่างไม่แน่ใจ ความเป็นความตายของไอ้เรืองอยู่ในมือหมอนีน และหากใครไม่เชื่อ ไอ้เรืองอาจจะตายเร็วขึ้นก็ได้

“ก็ได้ ไปโว้ย พวกเรากลับ”

ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นจากไปจนได้ นีรธาราถึงกับถอนใจเฮือกใหญ่ คนพวกนั้นเป็นแค่ลูกกระจ๊อกก็อาจจะเกรงใจหมอที่มีหน้าที่ช่วยชีวิตอย่างเธอ แต่หากจะเป็นหัวหน้ามาเฟียบ้านป่า นายหัวพยัคฆ์ ศักดิ์วรวงศ์ แล้วล่ะก็...เขาไม่ยอมให้มีใครเข้ามาขัดขวางความต้องการของตัวเองได้ โดยเฉพาะเธอ

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ทูนหัวของพ่อ
8.8
เมื่อความรักไม่แบ่งชนชั้นวรรณะ อายุก็เช่นกัน เขาที่อายุมากกว่าเธอขนาดจะเป็นพ่อเธอได้ตกหลุมรักสาวน้อยรุ่นลูกเข้าอย่างจัง รักครั้งนี้จึงมีทั้งเสียงหัวเราะและเสียงครางกระเส่าในทุกค่ำคืนอันเร่าร้อน ******** พ่อเพื่อนบำเรอรัก เดโชกระตุกเท้าขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อรู้สึกว่ากำลังเหยียบผ้าชิ้นเล็กๆ พอก้มมองก็พบว่าเป็นกางเกงชั้นในสีชมพูลายคิตตี้ เขาเกี่ยวมันขึ้นมาด้วยปลายนิ้วก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องนอนของตนอย่างสำรวจ แต่เมื่อไม่เห็นใคร จึงชูกางเกงชั้นในนั้นขึ้นสูง “คุณพ่อจะทำอะไรคะ” เดโชหันขวับพอเห็นมายาวดีก็รีบซ่อนกางเกงชั้นในไว้ข้างหลัง “เปล่า” เดโชปฏิเสธ “ก็เห็นๆ อยู่ว่าคุณพ่อกำลังจะดมกางเกงในหยา” เพราะเธอกำลังเห็นด้านมืดของเขา ความกลัวจึงทำให้พลั้งปากออกไปกล่าวหาว่าเขาเป็นโรคจิต “นี่กางเกงในของเธอเองรึ” นายหัวหนุ่มเลิกคิ้ว พร้อมกับคีบซับในตัวน้อยขึ้นสูงระดับสายตา “ใช่ค่ะ ของหยาเอง” “แล้วทำไมมาอยู่ในห้องฉันได้ล่ะ” “ก็...” มายาวดีไม่รู้จะบอกยังไง เพราะความจริงมันเกิดขึ้นจากความไม่ตั้งใจ แต่พอลองเปิดดูแล้วเธอกลับมีอารมณ์จึงลองช่วยตัวเองเป็นครั้งแรก แน่นอนมันตื่นเต้นมากๆ “ถ้าตอบไม่ได้ งั้นพ่อยึด” ******* พ่อเลี้ยงบำเรอกาม ‘พ่อ’ แสงดาวเรียกเขาด้วยคำๆ นี้มาหลายปี แต่ความรู้สึกที่มีต่อเขาหาได้ให้ความเคารพ มันเต็มไปด้วยความรักที่ซ่อนเร้นอยู่ในอก กระทั่งเธอโตเป็นสาววัย 18 ปี แสงดาวก็อยากทำตามใจตัวเองบ้าง นั่นคือยั่วตัณหาพ่อเลี้ยงหนุ่มจนทั้งคู่ได้เสียกัน และซ้ำร้ายมารดาของเธอต้องมารู้เห็นและเสียใจจนตัวตาย บาปที่เธอทำไว้สร้างความทุกข์ระทมหัวใจยิ่งนัก ทว่า...ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้าย มารดาผู้เป็นที่รักได้ฝากเธอไว้กับพ่อเลี้ยงรูปงาม มันคือตราบาปที่เธอจะต้องตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะหยุดเพื่อจบทุกอย่าง หรือจะเดินหน้าเพื่อรักษาสิ่งที่เป็นของมารดาเอาไว้ให้ได้ งานนี้ผีดาวยั่วก็ต้องเข้าสิงตัวเธอ เพื่อครอบครัวร่างกายและหัวใจของเขา “อาห์...แสงดาว ให้ตายสิเด็กบ้า เธอนี่มันโสเภณีชัดๆ” ปรมัยอุทาน เมื่อท่อนเอ็นของเขาจมจ่อมอยู่ในอุ้งปากและเรียวลิ้นเล็กสวาปามอย่างหิวโหย เขามองริมฝีปากชุ่มฉ่ำของเธอกำลังดูดกลืนท่อนเนื้อฉ่ำเยิ้มอย่างชอบใจ
หน้าปกนวนิยาย รักร้อนเพลิงพิศวาส
9.7
จันยาวีร์ถูกรัฐภูมิจองจำไว้ด้วยความแค้นหลังเธอพยายามลักลอบขโมยของล้ำค่าจากเขา ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลตัดสินใจลงทัณฑ์สิบแปดมงกุฎสาวด้วยยาปลุกอารมณ์ชนิดรุนแรงจากตลาดมืดเพื่อดัดนิสัย แม้เธอจะพยายามขัดขืนเพียงใดก็ไม่อาจต้านทานฤทธิ์ยาที่ทำให้ร่างกายร้อนรุ่มและกระหายในกามารมณ์อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ท่ามกลางความทรมานจากแรงปรารถนาที่พลุ่งพล่าน รัฐภูมิเฝ้ามองเหยื่อสาวด้วยความสะใจก่อนจะเริ่มบทเรียนพิศวาสอันเร่าร้อนเพื่อสั่งสอนที่เธอริอ่านมากระตุกหนวดเสืออย่างเขา
หน้าปกนวนิยาย คู่หมั้นที่ทิ้งเธอให้ตาย
8.0
ท่ามกลางพายุหิมะอันโหดร้าย ฉันถูกคู่หมั้นทรยศอย่างเลือดเย็นด้วยการมอบอุปกรณ์รอดชีวิตที่เป็นผลงานทั้งชีวิตของฉันให้แก่หญิงคนใหม่ของเขา เขาปล้นโทรศัพท์ดาวเทียมและผลักฉันลงหลุมหิมะให้ตายทั้งเป็น ขณะที่ชู้รักของเขายิ้มเยาะพร้อมทำลายชุดกันหนาวชุดสุดท้ายของฉันทิ้งอย่างไร้ความปราณี พวกเขาจากไปโดยทิ้งฉันไว้กับความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้คือฉันได้ซ่อนสัญญาณลับไว้ในแขนเสื้อ และฉันได้รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายเพื่อเปิดใช้งานมันเพื่อโอกาสในการรอดชีวิต
หน้าปกนวนิยาย สุริยันต์
9.7
บทสรุปของซีรีส์เพลิงแค้นในแดนเดือดที่ถ่ายทอดเรื่องราวของสุริยันต์ ชายหนุ่มผู้แบกรับทั้งภาระครอบครัวและความแค้นฝังลึก ทว่าท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียด พิมพ์รดากลับก้าวเข้ามาสั่นคลอนหัวใจที่เคยเยือกเย็นของเขา ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจนำไปสู่รอยจูบอันร้อนแรงที่เปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปตลอดกาล สุริยันต์ต้องเลือกระหว่างการปกป้องคนที่รักกับการสะสางบัญชีแค้นในอดีต ในนิยายแนวโรแมนติกแอ็กชันร่วมสมัยที่เต็มไปด้วยอารมณ์เสน่หาและเดิมพันที่สูงค่า
หน้าปกนวนิยาย แสนเถื่อนยอดรัก
8.1
คเชนทร์ หนุ่มหล่อ มาดดิบเถื่อน ผู้ใช้ชีวิตจากจุดต่ำสุด สู่จุดสูงสุดของชีวิต ในฐานะผู้บริหารระดับสูงของโรงแรมห้าดาว แม้ชีวิตจะรวยล้น มีทุกสิ่งราวเนรมิตร ทว่าอดีตอันเลวร้ายมันตามหลอกหลอน ไม่อาจทำให้เขาหลุดพ้นไปจากความกลัวได้ ทำให้คนเก่งอย่างเขากลัวที่สุด คือการไม่คู่ควรต่อสิ่งใด แม้กระทั่งความรัก บทเรียนรักสอนให้เขาเจียมตัวเจียมใจ และตอกย้ำกับตัวเองเสมอว่าเป็นเพียง ไอ้เชนทร์ เด็กกำพร้าไร้อนาคต เฝ้ารอแต่เพียงใครสักคนมาปลดล็อกความกลัวนั้น... หากคนนั้นจะเป็นเธอที่ฟ้าส่งมา เจ้าขา ทายาทเจ้าสัวหมื่นล้าน คุณหนูไฮโซที่เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่าง กับชีวิตที่เปลี่ยนไปตลอดกาล เมื่อเธอหนีขึ้นรถชายแปลกหน้าโดยไม่ให้เขารู้ และไม่รู้ว่าเขาคือใคร เพียงแต่เธออยากหนีไปให้สุดหล้าและทิ้งความเจ็บปวดเอาไว้เบื้องหลัง แต่หารู้ไม่ ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายธรรมดา... ทว่าเป็นคนที่พาเธอไปพบกับโลกใบใหม่ จนเธออยากจะทิ้งทุกอย่าง เพราะเขา มือหนาข้างหนึ่งยกปืน มืออีกข้างเปิดประตูรถออก แล้วจ่อปืนไปที่ร่างนั้นทันที แต่สิ่งที่เขาเห็นคือผู้หญิงในชุดแต่งงาน เธอร้องไห้พร้อมกับมองหน้าเขา ดวงตาบวมแดง เครื่องสำอางเปลอะเปื้อนไปหมด ไม่มีแม้แรงจะยกมือขึ้นมาห้ามปรามเพื่อไม่ให้เขาทำร้าย “คุณ! ผะ! ผะ! ผีหรือคนเนี่ย” เขาถามเสียงสั่น ทว่าสิ้นคำของเขา เธอก็เบ้ปากร้องไห้ออกมาอย่างหนัก ร้องจนตัวโยนเลยทีเดียว เขาจำต้องเก็บปืนแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ สัมผัสได้ถึงความแย่ และความเดือดร้อนมันกำลังมาถึงแน่ๆ “ขอโทษที่ติดรถคุณมา” หญิงสาวบอกเสียงสั่นเครือ “ลงมา!” ชายหนุ่มบอกเสียงเรียบ พลางมองไปรอบๆ ตัว ว่ามีใครอยู่แถวนี้หรือเปล่า “ผมบอกให้ลงมา!” เขาตะคอกเมื่อเห็นเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมลงจากรถ กระทั่งเขาเอื้อมมือไปกระชากเธอลงมาเสียเอง “มาจากงานแต่งงานที่ไหนเนี่ย” เขาถามเพราะคิดว่าน่าจะมาจากงานเดียวกับเขาหรือเปล่า ทว่าเธอเอาแต่ร้องไห้ ไม่กล้าเงยหน้ามองเขา “นี่คุณ จะเอาแต่ร้องไห้ไม่ได้นะ คุยกันให้รู้เรื่อง” พอเขาเอ่ยเช่นนี้เธอก็หันซ้ายหันขวา เหมือนไม่กล้าพูด เขาจึงดึงเข้าบ้านเสียเลย แต่พอเปิดไฟในบ้านเห็นหน้ากันชัดๆ เท่านั้นแหละ สวยชะมัดเลย นี่นางฟ้าตกสวรรค์หรือวะเนี่ย
หน้าปกนวนิยาย เหยื่อแค้นแดนสวาท
8.2
นิโคไลสูญเสียเจ้าสาวไปก่อนวันวิวาห์ด้วยน้ำมือของศัตรู ความโกรธแค้นทำให้เขาตัดสินใจลักพาตัวธารธารี หญิงสาวผู้พิการทางสายตาที่ไม่รู้เรื่องราวใดๆ มาเป็นเหยื่อรับกรรมแทนพี่ชายของเธอ เธอถูกกักขังไว้ในอาณาเขตส่วนตัวของเขาอย่างไร้ทางสู้ ชีวิตของเธอเปรียบเสมือนนกน้อยในกำมือที่เขาจะบีบให้ตายหรือทรมานอย่างไรก็ได้ตามใจปรารถนา โดยที่เขาไม่สนความบริสุทธิ์หรือความน่าสงสารของเธอเลยแม้แต่น้อย การแก้แค้นครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความเร่าร้อนและรุนแรงที่เธอไม่อาจหลีกเลี่ยงได้