
ซีรี่ส์ชุดนางฟ้าของจอมมาร ภาคกบฏรักจอมทมิฬ
ตอน 3
“โอย...ช่วยด้วย”
เสียงร้องโอดโอยของคนเจ็บที่นอนเลือดท่วมอยู่บนเตียงผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเล็กๆ ประจำอำเภอ เรียกให้คุณหมอนีรธารา องอาจสกุลไกร ต้องรีบเข้าไปดูอาการ
“มีเรื่องกันอีกแล้วหรือ” เธอหันไปถามนางพยาบาลที่รอฟังคำสั่งอยู่ข้างๆ และเป็นคนเดียวกับที่รับคนเจ็บเข้ามาในห้องฉุกเฉิน
โรงพยาบาลเล็กๆ เทียบเท่ากับสาธารณสุขในแถบชานเมืองกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ในตัวอำเภอวังวิเศษของจังหวัดตรัง โรงพยาบาลเล็กๆ มีหมออยู่แค่สองคน คือหมอพิรัชต์ เตชะภิญโญ และหมอนีรธารา องอาจสกุลไกร คุณหมอทั้งสองต้องสลับเวรกันเพราะในอำเภอวังวิเศษที่แม้จะไม่มีจำนวนประชากรหนาแน่นมาก แต่วังวิเศษมีกลุ่มคนที่ตั้งตัวเป็นนักเลงหัวไม้ทั้งกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ กลุ่มเล็กจะเป็นนักเลงข้างถนนชอบสร้างปัญหาไปวันๆ แต่กลุ่มใหญ่จะตั้งตนเป็นมาเฟียบ้านป่า ไม่ชอบหาเรื่องใครแต่ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวาย
อย่างคนที่หมอนีรธาราต้องให้การรักษาอยู่นี้ก็เป็นคนของมาเฟียบ้านป่า ที่มีหัวหน้าแก๊งค์คือนายหัวพยัคฆ์ ศักดิ์วรวงศ์ คนที่เขาล่ำลือกันทั้งอำเภอวังวิเศษและลามไปถึงหูของคนในอำเภอห้วยยอดด้วยว่าพิษสงร้ายกาจสมชื่อ หากใครหาเรื่องล่ะก็ เสือหนุ่มจะกางกงเล็บตะปบแล้วกัดทึ้งโดยไม่ให้เหลือซาก
“ค่ะ” นางพยาบาลตอบ และตั้งใจอมพะนำเรื่องที่รู้มากกว่านี้ต่อไป แต่คุณหมอสาวหรือที่ใครๆ ก็เรียกว่า ‘หมอนีน’ อยากรู้รายละเอียดส่วนนั้น เพราะเชื่อในความคิดของตัวเองไม่น่าจะพลาด
“กับใคร”
“เอ่อ...กับ...นายหัวสิงขรค่ะหมอนีน”
“ทำไมสองคนนี่ยังไม่เลิกฟัดกันอีก เจอหน้ากันเมื่อไหร่เป็นต้องมีเลือดตกยางออกตลอด” หมอนีนบ่นพึมพำ ทั้งที่ยังคงก้มหน้าทำแผลจากคมกระสุนที่เจาะฝังเข้าไปในเนื้อกายสีคล้ำ “ถึงที่นี่จะเป็นบ้านป่า แต่ก็มีกฎหมายคุ้มครองเหมือนที่อื่นๆ ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงชอบตั้งศาลเตี้ยกันนัก”
คีมโลหะคีบลูกตะกั่วออกมา เจ้าของร่างที่ชุ่มเลือดก็ร้องลั่น
“อ๊ากกก” หลังจากนั้นคนเจ็บก็สลบเหมือด
“เฮ้อ” หมอนีนทอดถอนใจ ลงมือเย็บแผลแบบสดๆ ไม่จำเป็นต้องวางยาสลบหรือฉีดยาชา เพราะเธอเคยลั่นวาจาเอาไว้แล้ว หากตีรันฟันแทงจนเลือดตกได้ก็แสดงว่ายอมเจ็บ ฉะนั้นเธอจะสงวนปริมาณยาชาเอาไว้สำหรับคนที่ไม่อยากเจ็บ เพราะหากใช้ฟุ่มเฟือยยาชาก็จะหมดเร็ว แล้วถ้ามีความจำเป็นต้องใช้มันขึ้นมากับคนที่สมควรใช้แล้วไม่มีให้ใช้คงยุ่ง
“แล้วรู้ไหม ฝ่ายนายหัวสิงขรเป็นยังไงบ้าง” เธอถามหลังจากล้างมือแล้วส่งตัวคนเจ็บขึ้นไปนอนพักบนชั้นสองของอาคารที่มีความสูงเพียง 2 ชั้น
“ได้ยินว่าฝ่ายนายหัวสิงขรเจ็บตัวแต่ไม่เท่าไหร่ คนของนายหัวสิงขรยิงใส่คนของนายหัวพยัคฆ์ได้รับบาดเจ็บจึงต้องนำส่งโรงพยาบาลค่ะ”
“หึ เดี๋ยวก็ต้องมีการล้างแค้นกันอีกสินะ ทำไมนะ คุณพ...นายหัวสิงขรถึงไม่เลิกยุ่งกับนายหัวพยัคฆ์เสียที ฉันไม่เข้าใจเลยเทียน เจอหน้ากันไม่ได้ต้องฟัดกัน เกิดพลั้งพลาดไปถูกชาวบ้านเข้าจะทำยังไง”
“หมอนีนก็ไปถามนายหัวสิงขรสิคะ เผื่อบางทีจะได้คำตอบที่ต้องการ” นางพยาบาลเทียนแขเปรยขึ้น คุณหมอสาววัย 24 ปี ถึงกับส่ายหน้า ถามไปก็ไม่เคยได้ในคำตอบที่ต้องการฟังหรอก
“ไม่ล่ะ เดี๋ยวเขาจะหาว่าฉันยุ่งเรื่องของเขานะเทียน”
ทันใดนั้นชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งก็กรูกันขึ้นมาบนอาคาร บุรุษพยาบาลที่มีอยู่แค่ 3 คน ก็ร้องห้ามเพราะบนอาคารชั้น 2 จะเป็นห้องพักสำหรับผู้ป่วย หากญาติจะเข้าเยี่ยมได้ก็จำกัดจำนวนคนและเยี่ยมได้เป็นเวลา แต่คนกลุ่มนี้หาได้ฟังคำทัดทานเหล่านั้นไม่ เดือดร้อนถึงหมอนีรธาราที่ต้องเข้ามาช่วยห้าม
“อะไรกันนี่พวกคุณ...คนของนายหัวพยัคฆ์นี่นา” นีรธาราจำหลายคนในกลุ่มนี้ได้เพราะเคยผ่านการรักษาจากเธอมาแล้ว
หลายครั้งที่เธอเคยถามตัวเองว่าทำไมไม่ย้ายไปที่อำเภออื่น วังวิเศษเคยเป็นอำเภอที่เงียบสงบตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็ก แต่พอเธออายุ 18 ปี ที่นี่ก็ลุกเป็นไฟ และหากคิดถึงสาเหตุหลักแท้จริงแล้วเพราะวังวิเศษเป็นอำเภอที่อยู่ติดกับอำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ และอำเภอสิเกา ซึ่งเป็นอำเภอที่อยู่ติดทะเลอันดามัน มีทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวที่ผ่านเข้ามาให้เธอรักษา ซึ่งปริมาณหมอเพียงคนเดียวย่อมไม่เพียงพอต่อการรักษาอยู่แล้ว ตอนนั้นเธอคิดแค่ว่าอยากอุทิศกายใจเพื่อคนที่นี่
ทว่า...หลังจากเธอเรียนจบแล้วมาเป็นแพทย์อาสาอยู่ที่นี่ เธอกลับเจอวังวิเศษที่ลุกเป็นไฟ
“ใช่ พวกเราต้องการขึ้นไปหาไอ้เรือง มันเป็นยังไงบ้างหมอ ตายมั้ย”
“ไม่ แต่ถ้าช้าก็อาจตาย” นีรธาราตอบ ดูเหมือนคนพวกนี้จะรู้สึกเกรงอกเกรงใจเธอบ้าง คงเป็นเพราะเธอคือหมอที่หลายคนยกมือไหว้ประดุจเทวดานางฟ้า
“งั้นขอขึ้นไปดูหน่อยได้ไหม”
“ตอนนี้เรืองกำลังพักผ่อน เขาไม่มีสติจะลืมตามองพวกเธอหรอกนะ ฉันว่ารอให้ถึงพรุ่งนี้ดีกว่า” คุณหมอสาวทัดทานอย่างละมุนละม่อม
“แต่เราต้องขึ้นไปดูให้เห็นกับตาว่าไอ้เรืองยังไม่ตาย” อีกคนในกลุ่มแย้งขึ้น
“คงเป็นคำสั่งของนายหัวสินะ ถ้าใช่ กลับไปบอกนายของพวกเธอได้เลย เรืองไม่ตายแน่นอน ถ้าอยากรู้ว่าเป็นยังไงก็ให้มาพรุ่งนี้ใหม่ ถึงยังไงวันนี้ฉันก็ปล่อยให้ใครขึ้นไปเยี่ยมไม่ได้”
“แต่นายหัวสั่งมา” อีกคนหนึ่งช่วยแย้ง
“ถ้าอยากให้เรืองติดเชื้อก็ขึ้นไป แต่ถ้าไม่อยากให้เรืองตาย ก็กลับไป” เจ้าของร่างบางระหงเริ่มเสียงแข็ง นีรธาราไม่คิดเกรงกลัวคนพวกนี้หรอก เธอมีหน้าที่ที่ต้องรักษาชีวิตของคนเจ็บ ไม่ได้มีหน้าที่ฟังคำบัญชาของใคร
“พูดอย่างนี้แสดงว่าหมอไม่ได้ฆ่าเชื้อให้มันเหรอ ถ้าฆ่าเชื้อแล้วทำไมต้องกลัวติดเชื้อ ในเมื่อพวกเราไม่คิดจะจับต้องตัวไอ้เรืองเลย แค่อยากขึ้นไปดูมันเฉยๆ” คนนี้ชื่อทิต เธอจำได้เพราะเขาเคยถูกแทงแล้วมาให้เธอรักษา และคนๆ นี้ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของเรือง เขาคงอยากจะรู้ให้แน่ว่าคนเจ็บปลอดภัยจะได้เลิกเป็นห่วง แต่เธอก็ยอมให้พวกเขาซึ่งมีเนื้อตัวเปื้อนเปรอะยังกับไปฟัดกับหมากลุ่มหนึ่งมาหยกๆ
“เรื่องนั้นฉันไม่จำเป็นต้องอธิบาย แต่ถ้าพวกเธอยังขืนดื้อดึงจะขึ้นไปให้ได้ พวกเธอคิดผิด หากเกิดอะไรขึ้นกับเรืองฉันจะไม่รับผิดชอบทุกกรณี”
ทุกคนเมื่อได้ยินเสียงหวานแข็งกร้าวอย่างไม่ยอมแพ้ก็พลอยหันหน้าปรึกษากันอย่างไม่แน่ใจ ความเป็นความตายของไอ้เรืองอยู่ในมือหมอนีน และหากใครไม่เชื่อ ไอ้เรืองอาจจะตายเร็วขึ้นก็ได้
“ก็ได้ ไปโว้ย พวกเรากลับ”
ชายฉกรรจ์กลุ่มนั้นจากไปจนได้ นีรธาราถึงกับถอนใจเฮือกใหญ่ คนพวกนั้นเป็นแค่ลูกกระจ๊อกก็อาจจะเกรงใจหมอที่มีหน้าที่ช่วยชีวิตอย่างเธอ แต่หากจะเป็นหัวหน้ามาเฟียบ้านป่า นายหัวพยัคฆ์ ศักดิ์วรวงศ์ แล้วล่ะก็...เขาไม่ยอมให้มีใครเข้ามาขัดขวางความต้องการของตัวเองได้ โดยเฉพาะเธอ
คุณอาจจะชอบ





