
อาภรณ์พิษ ทรราชหลงรัก
ตอน 2
“อย่าพูดอันใดทั้งนั้น มิเช่นนั้นข้าจะปลิดชีพอันไร้ค่าของเจ้าเสีย”
การเคลื่อนไหวของนางรวดเร็วและคล่องตัวมาก ใช้เวลาไปเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ซึ่งหมิงเยว่ที่บังคับรถม้าอยู่ข้างหน้านั้นไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยด้วยซ้ำ
แม้ว่าจะถูกคนจับไว้อยู่ แต่ท่าทีของบุรุษผู้นี้กลับสงบนิ่งมาก เขาไม่ได้หวาดกลัวปิ่นอันแหลมคมในมือของฉินเซิงเลยแม้แต่นิดเดียว เขาหันหน้าไปมองนางและพูดขึ้นว่า
“แม่นาง หากเจ้าอยากจะติดรถกลับไปเมืองจิงก็เชิญตามสบายเถิด มิเห็นจำเป็นที่จะต้องทำอันใดป่าเถื่อนเช่นนี้เลย ข้าก็มิใช่คนใจร้ายใจดำถึงเพียงนั้นเสียหน่อย”
หลังจากพูดจบ เขาก็กระตุกมุมปากเล็กน้อย เผยรอยยิ้มที่ทำให้คนรู้สึกอบอุ่นเล็กน้อยราวกับจะแสดงความมีน้ำจิตน้ำใจต่อฉินเซิงอย่างไรอย่างนั้น
เหอะ ๆ……
ดูเหมือนว่าคำพูดของบุรุษผู้นี้จะไม่น่าเชื่อถือเอาเสียเลย
โดยเฉพาะเมื่อคนตรงหน้ามีหน้าตาดุจภาพวาด ริมฝีปากแดง ฟันขาว โฉมหน้าดูหล่อเหลาเช่นนี้ยิ่งแล้วใหญ่
เมื่อกี้นี้นางโบกมือไปมาอย่างแรงจนแทบจะมองไม่ทันอยู่แล้ว แต่เขากลับปล่อยให้รถม้าพุ่งเข้าใส่นางโดยไม่สนใจเลยว่านางจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ประหนึ่งไม่เห็นอย่างไรอย่างนั้น แต่แล้วตอนนี้กลับจะมานึกได้ในภายหลังเช่นนี้ ยิ่งไม่ควรที่จะให้อภัยเอาเสียด้วยซ้ำ
ฉินเซิงเลื่อนปิ่นในมือไปข้างหน้ามากยิ่งขึ้น จนมันเกือบจะแทงเข้าไปในเนื้อหนังของบุรุษผู้นั้นอยู่แล้ว
“อย่ามัวพูดจาไร้สาระอยู่เลย แค่อยู่นิ่ง ๆ ก็พอ”
บุรุษผู้นั้นเงียบไปจริง ๆ เขาหยิบหนังสือข้าง ๆ ขึ้นมาอ่าน ส่วนฉินเซิงคอยจับปิ่นเอาไว้แน่นตลอดเวลา คอยระวังไม่ให้บุรุษผู้นี้ไปขอความช่วยเหลือจากคนขับรถม้าที่อยู่ข้างนอก
รถม้าวิ่งเร็วมาก ไม่ถึงครึ่งวันก็มาถึงเมืองจิงแล้ว
ฉินเซิงไม่มีอะไรติดตัวมาเลย นางมองพิจารณาเสื้อผ้าที่หรูหราของบุรุษผู้นั้นอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลูบจมูกไปมา แล้วก็เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความรู้สึกเขินอายเล็กน้อยว่า “เจ้าพอจะมีเงินติดตัวบ้างหรือไม่ ให้ข้ายืมหน่อยได้หรือไม่?”
ฉินเซิงรู้ว่า การปล้นรถและยังปล้นเงินอีกไม่ใช่การกระทำที่ดี แต่นางหมดหนทางแล้วจริง ๆ
ซึ่งบุรษผู้นี้ก็ใจดีมาก เขาถอดถุงเงินออกมาจากเอว แล้วก็ยื่นให้ฉินเซิงไป
ฉินเซิงรับมันมา แล้วก็ส่งยิ้มให้เขา
“ขอบคุณ หากท่านต้องการเงินก็ไปที่จวนท่านอ๋องคัง แล้วก็บอกว่าพระชายาคังได้ยืมเงินของเจ้าไปก็แล้วกัน”
เมื่อได้ยินคำว่าพระชายาคัง ใบหน้าของบุรุษผู้นั้นก็แสดงอาการเข้าใจขึ้นมาในทันที
การที่นางจะจำเขาไม่ได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ให้อภัยได้ เพราะอันที่จริงเขาก็อยู่ที่ทะเลทรายมานานหลายปีแล้ว แทบจะไม่ได้กลับมาเลย
ฉินเซิงไม่ทันได้สังเกตเห็นสีหน้าที่ผิดปกติไปของบุรุษผู้นี้ นางเห็นเพียงแค่ว่าใบหน้าของเขาดูซีดอย่างเห็นได้ชัด นางจึงพูดขึ้นมาว่า
“เห็นแก่ที่เจ้าให้ข้าร่วมทางมาด้วย อีกทั้งยังให้ข้ายืมเงิน ข้าขอเตือนเจ้าด้วยความหวังดีก็แล้วกัน เจ้าจะต้องรีบกำจัดพิษกู่ออกจากร่างกายโดยเร็ว เจ้ามีเวลามากสุดไม่ถึงหนึ่งปีแล้ว มิเช่นนั้นเจ้าจะต้องมีอาการบ้าคลั่งไปโดยปริยายเป็นแน่ แล้วก็กลายเป็นปีศาจตนหนึ่งที่กระหายการเข่นฆ่าเป็นแน่”
ทันทีที่นางพูดออกมาเช่นนี้ สีหน้าที่ดูเฉยชาของบุรุษผู้นั้นก็ดูอึ้งไปชั่วขณะ
นางรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร อีกทั้งยังสามารถสรุปได้ด้วยว่าเป็นพิษกู่ หรือว่าพระชายาคังผู้นี้จะมีความสามารพิเศษที่คนรอบข้างไม่รู้
บุรุษผู้นั้นมองไปที่ฉินเซิงที่กำลังจะจากไป นิ้วของเขาเคาะลงบนหนังสือเบา ๆ ในแววตามีแสงอันมืดมนแวบขึ้นมาครู่หนึ่ง
เมื่อม่านด้านหลังถูกยกขึ้นอย่างกะทันหัน หมิงเยว่จึงหันไปมอง พอเห็นฉินเซิง เขาก็ตกใจมากจนรีบดึงบังเหียนเพื่อหยุดรถม้า แล้วก็ถามออกมาอย่างติด ๆ ขัด ๆ ว่า
“เจ้า…… เจ้าขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดกัน?”
ฉินเซิงยิ้มกว้างให้เขา แต่ไม่ได้ตอบกลับไป แล้วก็เดินแกว่งถุงเงินในมือจากไปทันที
หมิงเยว่จำได้ว่าถุงเงินที่นางถืออยู่เป็นของเจ้านายของตน เขาจึงรีบรายงานไปในห้องโดยสารว่า “นายท่าน สตรีนางนั้นขโมยถุงเงินของท่านไปแล้วขอรับ”
คำตอบของเขายังคงเป็นคำเดิม
“มิต้องสนใจ”
เอ่อ…… ก็ได้!
ตอนที่หมิงเยว่กำลังจะยกแส้ขึ้น บุรุษในห้องโดยสารก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
“อย่าเพิ่งกลับไปที่จวน ไปที่โรงเตี๊ยมที่อยู่ตรงข้ามจวนท่านอ๋องคังก่อน วันนี้น่าจะมีอันใดสนุก ๆ ให้ดู”
หมิงเยว่รู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ดูอะไรสนุก ๆ เขาจึงรีบเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าตรงไปที่ภัตตาคารซื่อไห้ในทันที แล้วก็เลือกห้องส่วนตัวบนชั้นสามที่อยู่ติดกับหน้าต่างโดยเฉพาะ เพราะจะสามารถมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเรือนของจวนท่านอ๋องคังได้อย่างชัดเจน
ฉินเซิงที่ถือถุงเงินอยู่นั้นได้ทำการหาโรงเตี๊ยมสักแห่งก่อน จากนั้นก็ทำการอาบน้ำให้สบายตัว แล้วก็กินอาหารจนอิ่มท้อง แล้วก็ไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ โดยนางสวมเป็นชุดกระโปรงยาวสีแดงสดเอวเข้ารูปและชายกระโปรงบาน ทำให้นางดูงดงามอย่างหามีเปรียบไม่ได้ อีกทั้งยังดูมีสง่าราศีโดดเด่นเป็นอย่างมากอีกด้วย ทำเอาเจ้าของร้านและเตี้ยนเสี่ยวเอ้อร์ของร้านค้าถึงกับมองแล้วตาค้างกันไปเลย ในโลกนี้มีสตรีที่งดงามถึงเพียงนี้ด้วยหรือนี่
ข้าง ๆ โรงเตี๊ยมมีร้านขายยาอยู่แห่งหนึ่ง ฉินเซิงก็ได้ไปซื้อของบางอย่างจากในร้านมาอีกด้วย
นางเดินทางไปถึงจวนท่านอ๋องคังด้วยความทะนงตน มองไปที่ฉากที่มีชีวิตชีวาภายในจวน ก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมา
คุณอาจจะชอบ





