ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อาภรณ์พิษ ทรราชหลงรัก

อาภรณ์พิษ ทรราชหลงรัก

เมื่อฉินเซิงย้อนอดีตมาอยู่ในร่างพระชายาคังผู้ถูกจองจำในโรงพยาบาลบ้า นางจัดการศัตรูที่คิดร้ายก่อนบุกงานมงคลของอดีตสามีชั่วและหญิงแพศยาในชุดสีแดงเพลิง ความโอหังของนางสร้างความแค้นเคืองให้ทั้งคู่แต่กลับไร้หนทางโต้ตอบ ท่ามกลางความวุ่นวาย ท่านอ๋องจิ้นผู้ทรงอำนาจกลับเฝ้ามองด้วยความสนใจในความเด็ดเดี่ยวที่แปลกไปจากสตรีอื่น เขาจึงตั้งมั่นจะพิชิตใจและมอบชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเดิมให้แก่นางเพียงผู้เดียว
ตอน
แชร์

ตอน 2

“อย่าพูดอันใดทั้งนั้น มิเช่นนั้นข้าจะปลิดชีพอันไร้ค่าของเจ้าเสีย”

การเคลื่อนไหวของนางรวดเร็วและคล่องตัวมาก ใช้เวลาไปเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ซึ่งหมิงเยว่ที่บังคับรถม้าอยู่ข้างหน้านั้นไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยด้วยซ้ำ

แม้ว่าจะถูกคนจับไว้อยู่ แต่ท่าทีของบุรุษผู้นี้กลับสงบนิ่งมาก เขาไม่ได้หวาดกลัวปิ่นอันแหลมคมในมือของฉินเซิงเลยแม้แต่นิดเดียว เขาหันหน้าไปมองนางและพูดขึ้นว่า

“แม่นาง หากเจ้าอยากจะติดรถกลับไปเมืองจิงก็เชิญตามสบายเถิด มิเห็นจำเป็นที่จะต้องทำอันใดป่าเถื่อนเช่นนี้เลย ข้าก็มิใช่คนใจร้ายใจดำถึงเพียงนั้นเสียหน่อย”

หลังจากพูดจบ เขาก็กระตุกมุมปากเล็กน้อย เผยรอยยิ้มที่ทำให้คนรู้สึกอบอุ่นเล็กน้อยราวกับจะแสดงความมีน้ำจิตน้ำใจต่อฉินเซิงอย่างไรอย่างนั้น

เหอะ ๆ……

ดูเหมือนว่าคำพูดของบุรุษผู้นี้จะไม่น่าเชื่อถือเอาเสียเลย

โดยเฉพาะเมื่อคนตรงหน้ามีหน้าตาดุจภาพวาด ริมฝีปากแดง ฟันขาว โฉมหน้าดูหล่อเหลาเช่นนี้ยิ่งแล้วใหญ่

เมื่อกี้นี้นางโบกมือไปมาอย่างแรงจนแทบจะมองไม่ทันอยู่แล้ว แต่เขากลับปล่อยให้รถม้าพุ่งเข้าใส่นางโดยไม่สนใจเลยว่านางจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร ประหนึ่งไม่เห็นอย่างไรอย่างนั้น แต่แล้วตอนนี้กลับจะมานึกได้ในภายหลังเช่นนี้ ยิ่งไม่ควรที่จะให้อภัยเอาเสียด้วยซ้ำ

ฉินเซิงเลื่อนปิ่นในมือไปข้างหน้ามากยิ่งขึ้น จนมันเกือบจะแทงเข้าไปในเนื้อหนังของบุรุษผู้นั้นอยู่แล้ว

“อย่ามัวพูดจาไร้สาระอยู่เลย แค่อยู่นิ่ง ๆ ก็พอ”

บุรุษผู้นั้นเงียบไปจริง ๆ เขาหยิบหนังสือข้าง ๆ ขึ้นมาอ่าน ส่วนฉินเซิงคอยจับปิ่นเอาไว้แน่นตลอดเวลา คอยระวังไม่ให้บุรุษผู้นี้ไปขอความช่วยเหลือจากคนขับรถม้าที่อยู่ข้างนอก

รถม้าวิ่งเร็วมาก ไม่ถึงครึ่งวันก็มาถึงเมืองจิงแล้ว

ฉินเซิงไม่มีอะไรติดตัวมาเลย นางมองพิจารณาเสื้อผ้าที่หรูหราของบุรุษผู้นั้นอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ลูบจมูกไปมา แล้วก็เอ่ยถามขึ้นมาด้วยความรู้สึกเขินอายเล็กน้อยว่า “เจ้าพอจะมีเงินติดตัวบ้างหรือไม่ ให้ข้ายืมหน่อยได้หรือไม่?”

ฉินเซิงรู้ว่า การปล้นรถและยังปล้นเงินอีกไม่ใช่การกระทำที่ดี แต่นางหมดหนทางแล้วจริง ๆ

ซึ่งบุรษผู้นี้ก็ใจดีมาก เขาถอดถุงเงินออกมาจากเอว แล้วก็ยื่นให้ฉินเซิงไป

ฉินเซิงรับมันมา แล้วก็ส่งยิ้มให้เขา

“ขอบคุณ หากท่านต้องการเงินก็ไปที่จวนท่านอ๋องคัง แล้วก็บอกว่าพระชายาคังได้ยืมเงินของเจ้าไปก็แล้วกัน”

เมื่อได้ยินคำว่าพระชายาคัง ใบหน้าของบุรุษผู้นั้นก็แสดงอาการเข้าใจขึ้นมาในทันที

การที่นางจะจำเขาไม่ได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ให้อภัยได้ เพราะอันที่จริงเขาก็อยู่ที่ทะเลทรายมานานหลายปีแล้ว แทบจะไม่ได้กลับมาเลย

ฉินเซิงไม่ทันได้สังเกตเห็นสีหน้าที่ผิดปกติไปของบุรุษผู้นี้ นางเห็นเพียงแค่ว่าใบหน้าของเขาดูซีดอย่างเห็นได้ชัด นางจึงพูดขึ้นมาว่า

“เห็นแก่ที่เจ้าให้ข้าร่วมทางมาด้วย อีกทั้งยังให้ข้ายืมเงิน ข้าขอเตือนเจ้าด้วยความหวังดีก็แล้วกัน เจ้าจะต้องรีบกำจัดพิษกู่ออกจากร่างกายโดยเร็ว เจ้ามีเวลามากสุดไม่ถึงหนึ่งปีแล้ว มิเช่นนั้นเจ้าจะต้องมีอาการบ้าคลั่งไปโดยปริยายเป็นแน่ แล้วก็กลายเป็นปีศาจตนหนึ่งที่กระหายการเข่นฆ่าเป็นแน่”

ทันทีที่นางพูดออกมาเช่นนี้ สีหน้าที่ดูเฉยชาของบุรุษผู้นั้นก็ดูอึ้งไปชั่วขณะ

นางรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร อีกทั้งยังสามารถสรุปได้ด้วยว่าเป็นพิษกู่ หรือว่าพระชายาคังผู้นี้จะมีความสามารพิเศษที่คนรอบข้างไม่รู้

บุรุษผู้นั้นมองไปที่ฉินเซิงที่กำลังจะจากไป นิ้วของเขาเคาะลงบนหนังสือเบา ๆ ในแววตามีแสงอันมืดมนแวบขึ้นมาครู่หนึ่ง

เมื่อม่านด้านหลังถูกยกขึ้นอย่างกะทันหัน หมิงเยว่จึงหันไปมอง พอเห็นฉินเซิง เขาก็ตกใจมากจนรีบดึงบังเหียนเพื่อหยุดรถม้า แล้วก็ถามออกมาอย่างติด ๆ ขัด ๆ ว่า

“เจ้า…… เจ้าขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใดกัน?”

ฉินเซิงยิ้มกว้างให้เขา แต่ไม่ได้ตอบกลับไป แล้วก็เดินแกว่งถุงเงินในมือจากไปทันที

หมิงเยว่จำได้ว่าถุงเงินที่นางถืออยู่เป็นของเจ้านายของตน เขาจึงรีบรายงานไปในห้องโดยสารว่า “นายท่าน สตรีนางนั้นขโมยถุงเงินของท่านไปแล้วขอรับ”

คำตอบของเขายังคงเป็นคำเดิม

“มิต้องสนใจ”

เอ่อ…… ก็ได้!

ตอนที่หมิงเยว่กำลังจะยกแส้ขึ้น บุรุษในห้องโดยสารก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง

“อย่าเพิ่งกลับไปที่จวน ไปที่โรงเตี๊ยมที่อยู่ตรงข้ามจวนท่านอ๋องคังก่อน วันนี้น่าจะมีอันใดสนุก ๆ ให้ดู”

หมิงเยว่รู้สึกตื่นเต้นมากที่จะได้ดูอะไรสนุก ๆ เขาจึงรีบเปลี่ยนเส้นทางมุ่งหน้าตรงไปที่ภัตตาคารซื่อไห้ในทันที แล้วก็เลือกห้องส่วนตัวบนชั้นสามที่อยู่ติดกับหน้าต่างโดยเฉพาะ เพราะจะสามารถมองเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเรือนของจวนท่านอ๋องคังได้อย่างชัดเจน

ฉินเซิงที่ถือถุงเงินอยู่นั้นได้ทำการหาโรงเตี๊ยมสักแห่งก่อน จากนั้นก็ทำการอาบน้ำให้สบายตัว แล้วก็กินอาหารจนอิ่มท้อง แล้วก็ไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ โดยนางสวมเป็นชุดกระโปรงยาวสีแดงสดเอวเข้ารูปและชายกระโปรงบาน ทำให้นางดูงดงามอย่างหามีเปรียบไม่ได้ อีกทั้งยังดูมีสง่าราศีโดดเด่นเป็นอย่างมากอีกด้วย ทำเอาเจ้าของร้านและเตี้ยนเสี่ยวเอ้อร์ของร้านค้าถึงกับมองแล้วตาค้างกันไปเลย ในโลกนี้มีสตรีที่งดงามถึงเพียงนี้ด้วยหรือนี่

ข้าง ๆ โรงเตี๊ยมมีร้านขายยาอยู่แห่งหนึ่ง ฉินเซิงก็ได้ไปซื้อของบางอย่างจากในร้านมาอีกด้วย

นางเดินทางไปถึงจวนท่านอ๋องคังด้วยความทะนงตน มองไปที่ฉากที่มีชีวิตชีวาภายในจวน ก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยันออกมา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย เมีย(ไม่)พลอยโจน
8.2
คนทั้งโลกอาจมองว่าเจ้าสาวที่ถูกทิ้งกลางงานแต่งอย่างนัสรินน่าเวทนา แต่สำหรับปราณต์เขารู้ทันว่านี่คือแผนการที่เธอร่วมมือกับน้องชายเขาเพื่อบีบบังคับให้เขาแต่งงานด้วย เมื่อเธอใช้เล่ห์เหลี่ยมเข้าแลก เขาก็พร้อมสลัดคราบชายแสนดีกลายเป็นซาตานเพื่อทำลายความสุขในชีวิตคู่จอมปลอมนี้ แม้นัสรินจะพยายามขอหย่าเพื่อจบปัญหา แต่เขากลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ โดยประกาศกร้าวว่าจะมอบบทเรียนให้เธอเป็นแม่หม้ายที่สมบูรณ์แบบก่อนจะแยกทางกัน เพื่อให้สมกับความเจ้าเล่ห์ที่เธอได้ทำลงไป
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักหัวใจทมิฬ
8.6
พันโทอัคคีลาออกจากกองทัพเพื่อแฝงตัวทำงานกับชีคกาเบรียนแห่งสาธารณรัฐชาร์มา โดยมีเป้าหมายคือการตามหาน้องสาวที่หายสาบสูญไปในวัง ทว่าเขากลับต้องตกกระไดพลอยโจนเข้าพิธีวิวาห์กับชีคคาบิชาเราะห์เพื่อกู้ศักดิ์ศรีให้ราชวงศ์ ท่ามกลางภารกิจสืบหาความจริงที่นำไปสู่เบาะแสว่าน้องสาวถูกกลุ่มโจรแบ่งแยกดินแดนลักพาตัวไป ทิ้งไว้เพียงหลานสาวตัวน้อยในความดูแลของชีค จากความขัดแย้งในตอนแรกเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความรักที่แสนหวานซึ้งท่ามกลางไฟสงครามและอุปสรรคอันตราย
หน้าปกนวนิยาย BABY BURN ชะนีเกินเบอร์
8.6
เมื่อเสือสองตัวต้องมาเผชิญหน้าในถิ่นเดียวกัน ความขัดแย้งจึงปะทุขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอผู้เกลียดชังความเจ้าชู้กลับถูกโชคชะตาเล่นตลกให้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายหนุ่มที่เธอแสนรังเกียจ ท่ามกลางบรรยากาศที่บีบคั้นให้เธอต้องร้ายและแกร่งเพื่อความอยู่รอด คำสบประมาทจากปากเขาที่ไล่เธอให้กลับไปนอนดูดนมยิ่งสุมไฟแค้นให้เธออยากปะทะ ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยความหมั่นไส้และการแย่งชิงอาณาเขตจะลงเอยอย่างไร เมื่อต่างฝ่ายต่างไม่ยอมก้มหัวให้กันในสงครามประสาทครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ทะลุมิติมาเป็นภรรยาที่ถูกทิ้ง
9.3
ซูเมิ่ง นักธุรกิจสาวผู้เก่งกาจต้องมาอยู่ในร่างบุตรีที่ตระกูลขุนนางชิงชัง เธอถูกส่งตัวไปแต่งงานกับท่านแม่ทัพจากตระกูลศัตรูในฐานะตัวประกันเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แม้จะถูกสามีทอดทิ้งแต่นางกลับมองเป็นโอกาสในการสร้างตัวด้วยทักษะการค้า ทว่าท่ามกลางความขัดแย้ง ท่านแม่ทัพเจ้าแผนการกลับเริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป เขาใช้เล่ห์เหลี่ยมบีบบังคับให้เธออยู่ปรนนิบัติด้วยของหวานรสเลิศเพื่อดับโทสะ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์สุดวุ่นวายที่ทั้งคู่ต้องรับมือ
หน้าปกนวนิยาย ชายาตัวร้ายของท่านอ๋องอำมหิต
8.9
จากอดีตฮองเฮาผู้ทะเยอทะยานที่ต้องจบชีวิตลงด้วยข้อหากบฏจากน้ำมือสวามีตนเองอย่างไม่เป็นธรรม จิตวิญญาณของนางได้รับโอกาสให้กลับมาเกิดใหม่อีกครั้งเพื่อแก้ไขโชคชะตาที่เคยพังทลาย ในชาตินี้นางขอสาบานว่าจะไม่กลับไปเดินบนเส้นทางเดิมเพื่อเป็นหงส์คู่บัลลังก์ของฮ่องเต้ใจอำมหิตผู้นั้นอีกต่อไป แต่จะขอใช้ชีวิตใหม่ที่ได้รับมาเพื่อเป็นผู้กำหนดทิศทางและลิขิตความเป็นไปในอนาคตของตนเองด้วยหัวใจที่แกร่งกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย ทัณฑ์อสุรา
8.6
จ้าวจื่อรั่วบุตรสาวอนุภรรยาวัยสิบหกถูกบังคับสลับตัวเพื่อวิวาห์กับกู้ตงหยาง แม่ทัพปีศาจผู้แสนโหดเหี้ยม ณ ชายแดนใต้ แม้ฐานะคือฮูหยินเอกแต่เขากลับเย็นชาใส่ ยกเว้นเพียงยามอยู่บนเตียงที่แผดเผานางด้วยไฟปรารถนา กู้ตงหยางตราหน้านางว่าคนสกุลจ้าวคือพวกปลิ้นปล้อนและประกาศกร้าวว่าจะทำให้นางพบแต่ความทุกข์ระทมเพื่อชดใช้ความผิด หญิงสาวผู้โดดเดี่ยวทำได้เพียงนิ่งรับชะตากรรมพลางตั้งคำถามว่าชีวิตนี้จะยังมีโอกาสสัมผัสความสุขที่แท้จริงได้หรือไม่