ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย เมียบำเรอจอมบงการ

เมียบำเรอจอมบงการ

ชรัสระเบิดโทสะใส่เมียบำเรออย่างรุนแรง หลังเห็นเธอแสดงท่าทีสนิทสนมกับสารวัตรหนุ่มจนเกินงาม เขามองว่าการกระทำของอินทุอรคือการหยามเกียรติสามีอย่างไม่น่าให้อภัย ตราบใดที่เธอยังมีพันธะผูกพันกับเขา ชรัสจะไม่ยอมให้เธอไปหว่านเสน่ห์ใส่ชายหน้าไหนทั้งนั้น แต่อินทุอรกลับตอบโต้ด้วยความมึนตึงและตั้งคำถามถึงข้อกล่าวหาที่ไร้หลักฐาน ความขัดแย้งท่ามกลางความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของกำลังจะแปรเปลี่ยนความสัมพันธ์ของทั้งคู่ให้เต็มไปด้วยความเร่าร้อนและบีบคั้นอารมณ์
ตอน
แชร์

ตอน 2

“ย่าก็คิดถึงหนู ไหนมานั่งใกล้ๆ ย่าหน่อยสิ ย่าอยากเห็นหน้าเราชัดๆ” องค์อินไม่ขัดความต้องการของอีกฝ่าย เธอขยับขึ้นมานั่งคู่กับท่าน ก่อนปล่อยให้ท่านจับคางของตนเองไปซ้ายทีขวาทีอยู่นาน

“หนูโตขึ้นมากเลย แถมยังสวยกว่าในรูปที่ส่งมาให้ย่าดูเสียอีก” คุณบุษบาไม่ได้ชมจนเกินความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว หนูองค์อินของนางโตและสวยหวานขึ้นมาก ยิ่งได้เห็นก็ยิ่งอยากให้เจ้าหลานชายตัวดีกลับมาไวๆ เผื่อว่าความสวยของหนูอินของนางจะทำให้อีกฝ่ายตะลึงและหันกลับมามองน้องบ้าง ไม่ใช่วันๆเอาแต่วิ่งตามแม่คนนั้น คนที่นางไม่เห็นเลยสักนิดว่ามีเหมาะสมกับชรัสตรงไหน

“แล้วนี่พี่สองไปไหนคะ เห็นพี่เก้าบอกว่ามีธุระด่วนเลยไปรับอินที่สนามบินไม่ได้” คำถามที่ดังขึ้นทำให้เจ้าของบ้านต้องตวัดสายตาไปมองคนทีถูกเอ่ยถึงเล่นเอานายเก้าเสียวสันหลังขึ้นมาทันที

“ผมขอโทษครับคุณท่าน แต่ว่าผม…”

“เอาล่ะไม่ต้องพูดแล้วฉันพอเข้าใจ นายมีอะไรจะไปทำก็ไปเถอะ เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง” ได้ยินเช่นนั้นนายเก้าก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ที่เหลือก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้านายไป

“มีอะไรรึเปล่าคะคุณย่า” นางบุษบาทำได้เพียงแต่ยิ้มให้ เพราะยังนึกไม่ออกเลยว่าควรเริ่มเล่าหรือพูดอะไรจากตรงไหนก่อนดี

“ย่าว่าหนูอินมาถึงเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนดีกว่า ส่วนเรื่องอื่นเดี๋ยวเราค่อยคุยกันอีกทีตอนอาหารเย็นดีไหมลูก” แม้ใจอยากจะรู้ทุกอย่างในตอนนี้ แต่ว่าองค์อินก็ยอมพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายกลับไป ยอมทำตามที่ผู้เป็นย่าเสนออย่างไม่คิดที่จะขัดใจท่าน

ไม่ว่าเธอจะรู้เอาตอนนี้หรือตอนไหนเธอมองว่ามันคงไม่ต่างกันเท่าไหร่ ว่าแต่มันคือเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมทุกๆคนเหมือนทำตัวแปลกๆ แถมยังไม่มีใครบอกได้ว่าพี่สองของเธอตอนนี้หายไปไหน

เขาหายไปไหนกันแน่นะ…

ตกเย็น

“กำลังจะทานข้าวกันอยู่เหรอครับคุณย่า พอดีเลยครับ ผมกับแพรวกะว่าจะเข้ามาทานด้วยอยู่พอดี” เสียงเข้มดุดันที่ดังขึ้นจากด้านหลังนั้นทำให้บทสนทนาขององค์อินและคุณบุษบาเป็นอันต้องชะงักลงไปกะทันหัน และก็เป็นองค์อินที่หันไปสบสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของคนที่เธอเฝ้ารอการกลับมาของเขาตลอดทั้งวันเป็นคนแรก เธอยิ้มก่อนจะหุบมันลงเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้มาคนเดียว

ข้างกายยังมีผู้หญิงหน้าตาสะสวยกลับมาด้วยอีกหนึ่งคน…

“แกหายหัวไปไหนมาทั้งวันตาสอง! รู้ไหมว่าหนูอินรอแกทั้งวัน แล้วนี่ทำไมถึงไม่ไปรับหนูอินด้วยตัวเองตามที่ย่าสั่ง!” นางบุษบาเอ่ยทำลายความเงียบ สายตาจ้องมองหลานชายกับผู้หญิงอีกคนอย่างไม่ชอบใจ แต่เหมือนว่าชรัสนั้นจะเตรียมคำตอบมาเป็นอย่างดี

“ผมไม่ว่างครับคุณย่า! พอดีว่าวันนี้ต้องพาแพรวเข้าเมืองไปซื้อผ้าเพิ่ม!” องค์อินกระพริบตาถี่ๆ เพื่อฝืนไม่ได้น้ำตาไหลออกมายามเมื่อได้รู้ความจริงว่าธุระสำคัญของเขาที่มันสำคัญถึงขนาดต้องให้คนงานไปรับเธอแทนตัวเองแท้จริงแล้ว ก็คือพาผู้หญิงข้างกายของเขาไปซื้อของในเมืองมานี่เอง ยิ่งได้ยินความสงสัยก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ทนอยู่เฉยต่อไปไม่ไหวตัดสินใจเอ่ยถามออกไป

“ผู้หญิงคนนี้..เพื่อนพี่สองเหรอคะ” เนิ่นนานกว่าคำถามนี้จะถูกเปล่งออกไปพร้อมกับความหวังอยากให้อีกฝ่ายยืนยันกลับมาให้

“แพรวพราวไม่ใช่เพื่อนของฉัน! แต่เธอเป็นผู้หญิงที่ฉันรักและอยากจะแต่งงานด้วย!!” ทว่าคำตอบที่ได้ยินมันกลับทำให้โลกทั้งใบของเธอแทบพังทลายลงไปในทันที และมันคงจะยังไม่สาแก่ใจเขา เมื่อชรัสเอื้อมมือไปโอบเอวหญิงสาวข้างกายเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น เหมือนอยากจะยืนยันให้เธอและผู้เป็นย่าของเขาได้เห็นว่าทุกๆ คำที่เขาพูดออกมาเมื่อสักครู่นี้นั้นมันล้วนแล้วแต่เป็นความจริงแทบทั้งสิ้น ไม่มีคำไหนในคำพูดที่แสดงให้เห็นถึงการโกหกเลยแม้แต่นิด!

“นี่มันจะมากไปแล้วนะตาสอง! แกกล้าดียังไงพูดกับหนูองค์อินเขาแบบนี้ห๊ะ” จะมีก็แต่นางบุษบาที่โมโหจนตวาดหลานชายเสียงแข็งคาดไม่ถึงเลยว่าชรัสจะกล้าพาผู้หญิงคนนี้มาที่นี่เพื่อประกาศตัว

“มันไม่มากเกินไปหรอกครับคุณย่า ก็ผมพูดความจริง ผมกับแพรวรักเราสองคนแค่ไหนคุณย่าก็น่าจะรู้ แล้วอย่างนี้คุณย่ายังจะอยากให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงน่ารำคาญคนนี้อยู่อีกเหรอครับ หรือเธอคิดว่ายังไงองค์อิน…เห็นแบบนี้แล้วยังคิดอยากจะแต่งงานกับฉันอีกไหม!” คนถูกถามเผลอกำหมัดแน่นอย่างเดือดดาล ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเขาจะมีคนรัก เพราะไม่เคยมีใครเอ่ยถึงเรื่องนี้ให้เธอรู้มาก่อนเลยสักคน ไม่เคยรู้แม้กระทั่งว่าเขาสองคนรักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ รักกันตอนไหน แล้วตอนนี้เขารักผู้หญิงคนนี้ไปมากแค่ไหน!

หากลองเธอได้รู้เพียงสักนิด…

เธอคงรีบมาที่นี่ทันที หรือไม่ก็คงตัดใจเลิกรักเขาไปนานแล้ว

แต่ในเมื่อตอนนี้ทั้งใจเธอมันมีแต่เขาอยู่เต็มไปหมด ครั้นจะให้หักดิบเลิกรักเขาไปเลยง่ายๆ มันก็ดูไม่ใช่นิสัยของเธอสักเท่าไหร่ เขาสองคนยังเป็นแค่คนรักกัน เพราะฉะนั้นก็หมายความว่าเธอยังพอมีหวังอยู่ หวังที่จะทำให้เขามารักและใช้ชีวิตที่เหลือไปพร้อมกัน!

“อินก็ไม่ว่ายังไงหรอกค่ะ…เพราะยังไงเสียคนที่พี่สองจะต้องแต่งงานด้วยมันก็คืออินอยู่ดี ส่วนเรื่องบ้านเล็กบ้านน้อยนอกบ้าน ถ้ามันเป็นความสุขชั่วครู่ชั่วยามของสามี อินก็พอจะรับได้อยู่ค่ะ หรือคุณคิดว่ายังไงคะ…พร้อมที่จะใช้สามีร่วมกันกับฉันรึเปล่า…” หญิงสาวที่คนที่ถูกย้อนถามหน้าชาราวกับถูกตบ ต่างจากหญิงชราเจ้าของบ้านที่ยิ้มรับให้กับคำสวนของว่าที่หลานสะใภ้ที่โตขึ้นมาก และดูเหมือนเธอจะไม่ยอมใครมาถูกกดขี่ข่มเหงเอาง่ายๆ เสียด้วยสิ

แบบนี้มันค่อยสมน้ำสมเนื้อกันหน่อย

และก็เป็นชรัสเสียเองที่เดือดแทนคนรักสาวเมื่อจู่ๆ ก็ถูกสวมบทให้ต้องกลายเป็นเมียน้อยของเขาไป ทั้งๆ ที่ความจริงมันไมใช่!

“ไม่ใช่! คนที่จะต้องกลายมาเป็นเมียน้อยฉัน มันคือเธอไม่ใช่แพรวพราวองค์อิน!!” เขาตวาดกลับก่อนจะจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเกลียดชัง สายตาที่เขามักจะชอบใช้มองกันทุกครั้งที่พบหน้า

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย หลังเลิกแฟนหนุ่มสารเลว ฉันแต่งงานสายฟ้ากับมหาเศรษฐี
9.6
หลังถูกแฟนเก่าทรยศ ซูจื่อยินตัดสินใจจดทะเบียนสมรสกับชายแปลกหน้าอย่างกะทันหัน เธอคิดว่าชีวิตคู่กับกู้หนานเฟิงจะเป็นเพียงความสัมพันธ์ที่เรียบง่าย แต่สามีสุดหล่อกลับคอยดูแลและปกป้องเธอในทุกวิกฤตจนทุกอย่างผ่านพ้นไปได้อย่างง่ายดาย แม้เขาจะเคยอ้างว่ากำลังจะล้มละลายจนเธอต้องขยันทำงานเลี้ยงครอบครัว แต่ความจริงกลับเปิดเผยว่าเขาคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก การแต่งงานสายฟ้าแลบครั้งนี้จึงเปลี่ยนชีวิตของเธอให้กลายเป็นคุณนายเศรษฐีพันล้านโดยไม่คาดฝัน
หน้าปกนวนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปเผชิญความเจ็บปวดจากการถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนรักเพียงเพราะอคติต่อตระกูลของเขา เพื่อแก้แค้นและเย้ยหยันอดีตคนรัก เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่ปิยธิดาเกลียดชังที่สุด แม้เบื้องต้นจะมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวกับลูกเมียน้อยที่เขาเคยรังเกียจ ท่ามกลางทิฐิที่ปิดกั้นหัวใจ เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นหรือจะยอมรับความรักที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย พ่อจำเป็น daddy
8.4
เมื่อความซุกซนและนิสัยช่างสงสัยของมายูเริ่มล้ำเส้นจนเกินควบคุม ผลลัพธ์ที่ตามมาจึงกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สั่นคลอนความสัมพันธ์ระหว่างเธอและชายหนุ่มผู้ครองบทบาทคุณพ่อกำมะลออย่างเลี่ยงไม่ได้ ท้ายที่สุดพันธะสมมติของทั้งคู่ก็ต้องขาดสะบั้นลง เมื่อเด็กดื้อที่ชอบลองดีกลับต้องมาเผชิญหน้ากับบทลงโทษอันหนักหน่วงจากแด๊ดดี้สายโหดที่พร้อมจะดัดนิสัยเธอให้จำฝังใจในแบบที่คาดไม่ถึง ท่ามกลางความตึงเครียดที่แปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนในรูปแบบความสัมพันธ์แบบเราสามคน
หน้าปกนวนิยาย มนต์เสน่ห์แห่งฝนพรำ
9.6
โชคชะตาที่แสนเจ็บปวดของนลินเริ่มต้นขึ้นเมื่อพ่อแม่แท้ๆ วางยาสลบแล้วส่งตัวเธอไปขายบริการเพื่อแลกกับเงินห้าล้านบาทโดยที่เธอไม่เต็มใจแม้แต่น้อย สาเหตุเบื้องหลังความโหดร้ายนี้มาจากความจำเป็นเร่งด่วนในการหาเงินมารักษาพี่สาวที่กำลังป่วยหนักด้วยโรคหัวใจขั้นรุนแรงและโรคธาลัสซีเมีย นลินจึงต้องกลายเป็นเครื่องมือในการแลกเปลี่ยนที่ไร้ซึ่งความเมตตา ท่ามกลางความขัดแย้งของศีลธรรมและความกตัญญูที่บีบคั้นหัวใจในโลกยุคปัจจุบัน
หน้าปกนวนิยาย หมอขาอย่าทำร้ายหัวใจ
7.9
ความผิดพลาดในห้องฉุกเฉินกลายเป็นตราบาปที่เขาโยนใส่เธออย่างเลือดเย็น ศัลยแพทย์หนุ่มปักใจเชื่อว่าสายเรียกเข้าของเธอคือต้นเหตุที่ทำให้เขาเสียสมาธิจนไม่อาจยื้อชีวิตคนไข้เอาไว้ได้ เขาจมอยู่กับความโกรธแค้นและคำต่อว่า โดยหารู้ไม่ว่าในนาทีเดียวกันนั้น หญิงสาวที่เขาตราหน้าว่าเห็นแก่ตัวก็กำลังเผชิญกับความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กัน และเธอก็ต้องการเขาในวินาทีที่หัวใจสลายที่สุดเช่นกัน
หน้าปกนวนิยาย อาหมอ
7.9
สัมผัสอันลึกซึ้งที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างอาและหลานสาวบุญธรรมอย่างญ๋า นำมาซึ่งความรู้สึกผิดและการปลอบประโลมที่แสนอ่อนโยน เมื่อความสัมพันธ์ก้าวข้ามเส้นแบ่งจนเกิดเป็นความแนบชิดที่เธอไม่เคยพานพบมาก่อน อาผู้แสนดีจึงเอ่ยคำขอโทษด้วยความอาทร เพราะตระหนักดีว่าความไร้เดียงสาของเธออาจต้องแลกมาด้วยความเจ็บปวดในค่ำคืนที่แสนเปราะบางนี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรักและความกังวลใจที่เขามีต่อเธอเพียงผู้เดียวเท่านั้น