
เมียบำเรอจอมบงการ
ตอน 2
“ย่าก็คิดถึงหนู ไหนมานั่งใกล้ๆ ย่าหน่อยสิ ย่าอยากเห็นหน้าเราชัดๆ” องค์อินไม่ขัดความต้องการของอีกฝ่าย เธอขยับขึ้นมานั่งคู่กับท่าน ก่อนปล่อยให้ท่านจับคางของตนเองไปซ้ายทีขวาทีอยู่นาน
“หนูโตขึ้นมากเลย แถมยังสวยกว่าในรูปที่ส่งมาให้ย่าดูเสียอีก” คุณบุษบาไม่ได้ชมจนเกินความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว หนูองค์อินของนางโตและสวยหวานขึ้นมาก ยิ่งได้เห็นก็ยิ่งอยากให้เจ้าหลานชายตัวดีกลับมาไวๆ เผื่อว่าความสวยของหนูอินของนางจะทำให้อีกฝ่ายตะลึงและหันกลับมามองน้องบ้าง ไม่ใช่วันๆเอาแต่วิ่งตามแม่คนนั้น คนที่นางไม่เห็นเลยสักนิดว่ามีเหมาะสมกับชรัสตรงไหน
“แล้วนี่พี่สองไปไหนคะ เห็นพี่เก้าบอกว่ามีธุระด่วนเลยไปรับอินที่สนามบินไม่ได้” คำถามที่ดังขึ้นทำให้เจ้าของบ้านต้องตวัดสายตาไปมองคนทีถูกเอ่ยถึงเล่นเอานายเก้าเสียวสันหลังขึ้นมาทันที
“ผมขอโทษครับคุณท่าน แต่ว่าผม…”
“เอาล่ะไม่ต้องพูดแล้วฉันพอเข้าใจ นายมีอะไรจะไปทำก็ไปเถอะ เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง” ได้ยินเช่นนั้นนายเก้าก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ที่เหลือก็คงต้องปล่อยให้เป็นเรื่องของเจ้านายไป
“มีอะไรรึเปล่าคะคุณย่า” นางบุษบาทำได้เพียงแต่ยิ้มให้ เพราะยังนึกไม่ออกเลยว่าควรเริ่มเล่าหรือพูดอะไรจากตรงไหนก่อนดี
“ย่าว่าหนูอินมาถึงเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนดีกว่า ส่วนเรื่องอื่นเดี๋ยวเราค่อยคุยกันอีกทีตอนอาหารเย็นดีไหมลูก” แม้ใจอยากจะรู้ทุกอย่างในตอนนี้ แต่ว่าองค์อินก็ยอมพยักหน้ารับอย่างว่าง่ายกลับไป ยอมทำตามที่ผู้เป็นย่าเสนออย่างไม่คิดที่จะขัดใจท่าน
ไม่ว่าเธอจะรู้เอาตอนนี้หรือตอนไหนเธอมองว่ามันคงไม่ต่างกันเท่าไหร่ ว่าแต่มันคือเรื่องอะไรกันแน่ ทำไมทุกๆคนเหมือนทำตัวแปลกๆ แถมยังไม่มีใครบอกได้ว่าพี่สองของเธอตอนนี้หายไปไหน
เขาหายไปไหนกันแน่นะ…
ตกเย็น
“กำลังจะทานข้าวกันอยู่เหรอครับคุณย่า พอดีเลยครับ ผมกับแพรวกะว่าจะเข้ามาทานด้วยอยู่พอดี” เสียงเข้มดุดันที่ดังขึ้นจากด้านหลังนั้นทำให้บทสนทนาขององค์อินและคุณบุษบาเป็นอันต้องชะงักลงไปกะทันหัน และก็เป็นองค์อินที่หันไปสบสายตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังของคนที่เธอเฝ้ารอการกลับมาของเขาตลอดทั้งวันเป็นคนแรก เธอยิ้มก่อนจะหุบมันลงเมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้มาคนเดียว
ข้างกายยังมีผู้หญิงหน้าตาสะสวยกลับมาด้วยอีกหนึ่งคน…
“แกหายหัวไปไหนมาทั้งวันตาสอง! รู้ไหมว่าหนูอินรอแกทั้งวัน แล้วนี่ทำไมถึงไม่ไปรับหนูอินด้วยตัวเองตามที่ย่าสั่ง!” นางบุษบาเอ่ยทำลายความเงียบ สายตาจ้องมองหลานชายกับผู้หญิงอีกคนอย่างไม่ชอบใจ แต่เหมือนว่าชรัสนั้นจะเตรียมคำตอบมาเป็นอย่างดี
“ผมไม่ว่างครับคุณย่า! พอดีว่าวันนี้ต้องพาแพรวเข้าเมืองไปซื้อผ้าเพิ่ม!” องค์อินกระพริบตาถี่ๆ เพื่อฝืนไม่ได้น้ำตาไหลออกมายามเมื่อได้รู้ความจริงว่าธุระสำคัญของเขาที่มันสำคัญถึงขนาดต้องให้คนงานไปรับเธอแทนตัวเองแท้จริงแล้ว ก็คือพาผู้หญิงข้างกายของเขาไปซื้อของในเมืองมานี่เอง ยิ่งได้ยินความสงสัยก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็ทนอยู่เฉยต่อไปไม่ไหวตัดสินใจเอ่ยถามออกไป
“ผู้หญิงคนนี้..เพื่อนพี่สองเหรอคะ” เนิ่นนานกว่าคำถามนี้จะถูกเปล่งออกไปพร้อมกับความหวังอยากให้อีกฝ่ายยืนยันกลับมาให้
“แพรวพราวไม่ใช่เพื่อนของฉัน! แต่เธอเป็นผู้หญิงที่ฉันรักและอยากจะแต่งงานด้วย!!” ทว่าคำตอบที่ได้ยินมันกลับทำให้โลกทั้งใบของเธอแทบพังทลายลงไปในทันที และมันคงจะยังไม่สาแก่ใจเขา เมื่อชรัสเอื้อมมือไปโอบเอวหญิงสาวข้างกายเข้าหาตัวอย่างแนบแน่น เหมือนอยากจะยืนยันให้เธอและผู้เป็นย่าของเขาได้เห็นว่าทุกๆ คำที่เขาพูดออกมาเมื่อสักครู่นี้นั้นมันล้วนแล้วแต่เป็นความจริงแทบทั้งสิ้น ไม่มีคำไหนในคำพูดที่แสดงให้เห็นถึงการโกหกเลยแม้แต่นิด!
“นี่มันจะมากไปแล้วนะตาสอง! แกกล้าดียังไงพูดกับหนูองค์อินเขาแบบนี้ห๊ะ” จะมีก็แต่นางบุษบาที่โมโหจนตวาดหลานชายเสียงแข็งคาดไม่ถึงเลยว่าชรัสจะกล้าพาผู้หญิงคนนี้มาที่นี่เพื่อประกาศตัว
“มันไม่มากเกินไปหรอกครับคุณย่า ก็ผมพูดความจริง ผมกับแพรวรักเราสองคนแค่ไหนคุณย่าก็น่าจะรู้ แล้วอย่างนี้คุณย่ายังจะอยากให้ผมแต่งงานกับผู้หญิงน่ารำคาญคนนี้อยู่อีกเหรอครับ หรือเธอคิดว่ายังไงองค์อิน…เห็นแบบนี้แล้วยังคิดอยากจะแต่งงานกับฉันอีกไหม!” คนถูกถามเผลอกำหมัดแน่นอย่างเดือดดาล ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเขาจะมีคนรัก เพราะไม่เคยมีใครเอ่ยถึงเรื่องนี้ให้เธอรู้มาก่อนเลยสักคน ไม่เคยรู้แม้กระทั่งว่าเขาสองคนรักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ รักกันตอนไหน แล้วตอนนี้เขารักผู้หญิงคนนี้ไปมากแค่ไหน!
หากลองเธอได้รู้เพียงสักนิด…
เธอคงรีบมาที่นี่ทันที หรือไม่ก็คงตัดใจเลิกรักเขาไปนานแล้ว
แต่ในเมื่อตอนนี้ทั้งใจเธอมันมีแต่เขาอยู่เต็มไปหมด ครั้นจะให้หักดิบเลิกรักเขาไปเลยง่ายๆ มันก็ดูไม่ใช่นิสัยของเธอสักเท่าไหร่ เขาสองคนยังเป็นแค่คนรักกัน เพราะฉะนั้นก็หมายความว่าเธอยังพอมีหวังอยู่ หวังที่จะทำให้เขามารักและใช้ชีวิตที่เหลือไปพร้อมกัน!
“อินก็ไม่ว่ายังไงหรอกค่ะ…เพราะยังไงเสียคนที่พี่สองจะต้องแต่งงานด้วยมันก็คืออินอยู่ดี ส่วนเรื่องบ้านเล็กบ้านน้อยนอกบ้าน ถ้ามันเป็นความสุขชั่วครู่ชั่วยามของสามี อินก็พอจะรับได้อยู่ค่ะ หรือคุณคิดว่ายังไงคะ…พร้อมที่จะใช้สามีร่วมกันกับฉันรึเปล่า…” หญิงสาวที่คนที่ถูกย้อนถามหน้าชาราวกับถูกตบ ต่างจากหญิงชราเจ้าของบ้านที่ยิ้มรับให้กับคำสวนของว่าที่หลานสะใภ้ที่โตขึ้นมาก และดูเหมือนเธอจะไม่ยอมใครมาถูกกดขี่ข่มเหงเอาง่ายๆ เสียด้วยสิ
แบบนี้มันค่อยสมน้ำสมเนื้อกันหน่อย
และก็เป็นชรัสเสียเองที่เดือดแทนคนรักสาวเมื่อจู่ๆ ก็ถูกสวมบทให้ต้องกลายเป็นเมียน้อยของเขาไป ทั้งๆ ที่ความจริงมันไมใช่!
“ไม่ใช่! คนที่จะต้องกลายมาเป็นเมียน้อยฉัน มันคือเธอไม่ใช่แพรวพราวองค์อิน!!” เขาตวาดกลับก่อนจะจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเกลียดชัง สายตาที่เขามักจะชอบใช้มองกันทุกครั้งที่พบหน้า
คุณอาจจะชอบ





