
เมียบำเรอจอมบงการ
ตอน 3
“แต่คนที่ได้จดทะเบียนสมรมกับพี่สอง ได้เข้าพิธีวิวาห์ถูกต้องตามกฎหมายมันคืออินนี่คะ แล้วแบบนี้จะให้อินเป็นเมียน้อยได้ยังไง จริงไหมคะคุณย่า” องค์อินยังคงสวมบทนางอิจฉาทั้งๆที่ความเป็นจริงแล้วในใจเธอมันกำลังร้าวระทมอย่างหนักกับความจริงที่ได้รับรู้ว่าคนที่เธอรักและบูชาเขามาทั้งชีวิตตอนนี้มีใครอีกคนไปแล้ว ใครอีกคนที่เหมือนว่าเขาจะทั้งรัก และอยากใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วยมากกว่าคนอย่างเธอ ผู้หญิงที่ไม่เคยมีความหมายอะไรสำหรับเขาเลยสักนิด ไม่เคยมี และคงไม่มีวันจะมีไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน!
“นั่นน่ะสิ ผู้หญิงของแกนั่นต่างหากที่จะกลายเป็นเมียน้อยตาสอง ว่ายังไงล่ะแม่หนูแพรวพราว ตัวจริงเขามาทวงสิทธิ์ของตัวเองถึงที่ขนาดนี้แล้ว ฉันว่าหนูทำใจเสียเถอะนะ หน้าตาหนูเองก็สะสวย หาผู้ชายดีๆ ใหม่สักคนคงไม่ยากหรอก” คุณบุษบาว่าตอบด้วยน้ำเสียงที่แข็งกระด้างเหลือทน ภายนอกแฟนสาวของหลานชายอาจจะดูนิ่มนวลไม่ประสา แต่ใครเลยจะรู้ว่าความจริงแล้วผู้หญิงคนนี้หวังสูงแค่ไหน และหากไม่ใช่เพราะความหวังสูงนางเองคงไม่คิดขัดขวางความรักของคนทั้งคู่ เพราะรู้ดีว่าเรื่องหัวใจมันบังคับกันยาก
แต่เพราะได้รู้ถึงจุดประสงค์ที่แท้จริงของหล่อนเข้าโดยบังเอิญ…จึงรับไม่ได้และจะทำทุกๆ หนทางให้ทั้งสองคนแยกจากกัน
“คุณย่า!”
“สองคะ แพรวอยากกลับบ้าน พาแพรวกลับบ้านนะคะ” แพรวพราวที่เห็นท่าไม่ดีเลยเอ่ยขึ้นพร้อมปรับสีหน้าให้ดูแย่ตามที่เพิ่งเอ่ยบอกแฟนหนุ่มไป นั่นเรียกความสนใจทั้งหมดจากชรัสให้ละสายตา จากผู้หญิงที่เขาแสนเกลียดกลับมาที่คนรักแทบจะในทันที
“ไปกันเถอะครับแพรว ผมเองก็ไม่อยากอยู่ตรงนี้ไปมากกว่านี้แล้วเหมือนกัน! ค่อยๆ เดินนะครับ” ภาพของชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตค่อยๆ ประคับประคองผู้หญิงคนอื่นด้วยท่าทีทะนุทะนอมอย่างที่ตนเองไม่เคยได้รับจากเขาเลยสักครั้งสร้างความปวดร้าวแก่องค์อินเป็นอย่างมาก เมื่อได้เห็นมันด้วยสองตาตัวเอง
“หนูอิน…ย่าต้องขอโทษที่ทำให้หนูต้องมาเจอเรื่องแบบนี้นะลูก แต่ตอนนี้เห็นทีคงจะมีแต่หนูคนเดียวเท่านั้นที่จะช่วยย่าได้” นางบุษบาเอ่ยขึ้นหลังจากที่คนทั้งคู่พากันเดินหายออกจากบ้านไป และนั่นมันทำให้คนที่เงียบอยู่นานหลายนาทีหันกลับมามองนางอีกครั้งก่อนจะเอ่ยถาม เพราะไม่เข้าใจทุกคำที่เพิ่งได้ยินเมื่อสักครู่เลยสักนิด
“คุณย่า…หมายความว่ายังไงเหรอคะ”
“ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนดีอย่างที่ใครๆ เห็น หล่อนเข้าหาตาสองก็เพื่อหวังอยากจะตกถังข้าวสาร เรื่องนี้ย่าให้คนไปสืบจนรู้ว่าบ้านของเด็กคนนั้นเป็นหนี้ตั้งหลายล้านจนต้องรีบหาคนกระเป๋าหนักๆ ไปช่วยโละหนี้ให้ และคนที่ว่าก็คือตาสองของเรา พ่อคนที่ฉลาดทุกเรื่องแต่ดันไม่ทันแม่คนนั้น” องค์อินตกใจไม่น้อยกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่อยากจะเชื่อแต่ก็ต้องเชื่อเพราะว่าคุณย่าไม่เคยโกหก หรือแม้แต่จะคิดใส่ความใครสักคนให้ได้เห็น หากลองท่านไม่ได้มีหลักฐานมาก ท่านก็พอคงไม่มีทางจะพูดมันออกมาอย่างแน่นอน
“แล้วนี่พี่สองรู้เรื่องนี้รึเปล่าคะ”
“ย่าพยายามบอกมันไปหลายครั้งแล้ว แต่มันก็รั้นไม่เชื่อ หาว่าย่าใส่ความคนรักมัน” ดูจากท่าทางที่เขากางปีกปกป้องผู้หญิงคนนั้นเธอก็พอจะเห็นตามคำบอกเล่าของคุณย่าอยู่ไม่น้อย เขาคงจะรักเธอมาก มากจนความรักมันบังตาทำให้มองไม่เห็นความจริงนั้นไป
“แล้วแบบนี้เราจะทำยังไงกันดีล่ะคะคุณย่า” ไม่ว่ายังไงเธอก็ยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ พี่สองของเธอไม่ควรเจอกับเรื่องราวแบบนี้ อีกทั้งเธอเองก็รักเขามาก มากมายเสียจนไม่อยากจะเสียเขาให้ใครทั้งนั้น!
“หนูอินต้องทำยังไงก็ได้ให้ตาชรัสอยู่ให้ไกลแม่นั่น ไกลเท่าไหร่ได้ยิ่งดี คนที่ย่าอยากให้แต่งงานกับตาสองคือหนูคนเดียวเท่านั้น ย่าขอเท่านี้หนูอินจะทำเพื่อย่าได้รึเปล่าลูก” องค์อินรู้สึกคิดหนักไม่น้อยกับสิ่งที่คุณย่าท่านขอ แต่ถ้าเพื่อทำให้ชรัสไม่ต้องตกเป็นเหยื่อผู้หญิงคนนั้น มันคงเป็นการเสี่ยงที่น่าคุ้มพอสมควรไม่น้อยเลย
“ตกลงค่ะคุณย่า หนูอินจะทำทุกอย่างให้พี่สองเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้นให้ได้ คุณย่าไม่ต้องห่วงนะคะ ไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนหนูอินสัญญาว่าจะทำให้ได้ค่ะ!” นางบุษบายิ้มรับเมื่อได้คำตอบที่แสนถูกใจ นางเชื่อว่าความรักขององค์อินจะสามารถเอาชนะใจหลานชายได้ในที่สุด ผู้หญิงคนนี้ต่างหากที่นางอยากให้ลงเอยกับชรัส เพราะไม่เพียงแต่หนูอินของนางจะมีรักที่จริงใจให้อีกฝ่ายมาตลอดแล้ว ครอบครัวของเธอเองก็มีบุญคุณต่อทุกคนที่นี่ไม่น้อยเหมือนกันแต่เหนือสิ่งอื่นใดมันก็คงเป็นเพราะนางรักองค์อินมากกว่า
องค์อินคนเดียวเท่านั้นที่นางอยากได้เป็นหลานสะใภ้
หลังจากส่งตัวคุณย่าเข้านอนองค์อินก็ใช้เวลาที่เหลือมานั่งรอชรัสที่ห้องรับแขกเพราะมีหลายเรื่องที่อยากจะคุยกับเขาหลังจากไม่ได้เจอกันมานานหลายปี รออยู่นานหลายชั่วโมงจนในที่สุดคนที่รอคอยอยู่ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกลิ่นเหล้าจางๆ ที่ลอยมาก่อนเจ้าตัว
“ทำไมกลับดึกแบบนี้ละคะ รู้ไหมว่าอินนั่งรอจนเกือบๆ จะหลับอยู่แล้ว” องค์อินเปิดฉากขึ้นก่อนจะลุกเดินไปเผชิญหน้ากันอีกคนที่เพียงแค่เธอเข้าใกล้ เขาก็ขยับตัวหนีทำราวกับว่าเธอคือสิ่งสกปรกที่ไม่น่าเข้าใกล้ก็ไม่ผิด
และนี่…มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกเสียด้วยสิที่เขาทำมัน
“ใครใช้ให้รอ! แล้วนี่ทำไมยังเสนอหน้าอยู่ที่นี่อีก! ทำไมไม่กลับไป!” ชรัสตวาดโต้ก่อนจะจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาที่ไม่สบอารมณ์อย่างบอกไม่ถูก เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้เกลียดเธอนัก อาจเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้จุ้นจ้านและชอบก้าวก่ายเรื่องของเขาในขณะที่คนอื่นๆ ไม่กล้าแม้แต่จะคิดทำมัน เพราะอย่างนั้นเขาถึงได้ไม่ชอบเธอ แต่เหมือนแม่ตัวดีตรงหน้าจะไม่ได้รู้สึกรู้สาเลย เธอยังคงวางตัวด้วยท่าทีเย็นชาอย่างที่เขาเกลียดเป็นอย่างดี
“แล้วทำไมจะอยู่ไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อที่นี่มันคือบ้านของว่าที่สามีของอิน” องค์อินที่เงียบไปอยู่ครู่หนึ่งตัดสินใจเชิดหน้าขึ้นพร้อมตอบกลับไป ในเมื่อเธอให้สัญญากับคุณย่าไว้แล้วว่าจะพยายามทำให้เขาตาสว่าง ก็คงมีแต่ต้องสวมบทเป็นนางมารร้ายแบบนี้เท่านั้น
“ฉันไม่มีวันแต่งงานกับเธอ!” ชรัสย้ำหนักแน่นด้วยคำพูดเดิมที่ไม่ว่าจะให้เขาพูดอีกสักกี่ครั้งคำตอบของมันก็จะไม่มีวันเปลี่ยนแน่!
คุณอาจจะชอบ





