ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มายาบรรณาการ

มายาบรรณาการ

พลอยขวัญ เด็กกำพร้าที่ถูกศยามลกดขี่บุญคุณจนต้องจำยอมไปเป็นเมียบรรณาการให้แก่กริน นายหัวหนุ่มแดนใต้ผู้เกลียดผู้หญิงเมืองกรุง แม้จุดเริ่มต้นจะเกิดจากการถูกหลอก แต่ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนหัวใจที่ด้านชาของเขาให้หวั่นไหวจนเธอตั้งครรภ์ ทว่าเมื่อตัวจริงกลับมาทวงสิทธิ์ พลอยขวัญกลับถูกเขาสั่งเนรเทศออกจากบ้านอย่างไม่ใยดีทั้งที่กำลังอุ้มท้อง เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบอันเจ็บปวดระหว่างความกตัญญูและหัวใจที่ถูกทำลายจนย่อยยับ
ตอน
แชร์

ตอน 1

นายหัวกริน เทวารักษ์ สมิธ (Smith) หนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษ หนุ่มพ่อม่ายลูกติดวัย 35 นายหัวเมืองตรัง เจ้าของอาณาจักรสวนปาล์มนับหมื่นไร่ กินพื้นที่ภูเขาทั้งลูกและพื้นราบยาวทอดสุดสายตา พื้นที่อุดมสมบูรณ์มีลำธารสายเล็ก ๆ ไหลผ่านไปรวมกับลำธารสายใหญ่ที่ไหลอยู่อีกฝั่งฟากของเทือกเขา กับกิจการรับซื้อผลผลิตปาล์มที่มีเกือบทุกจังหวัดทั่วภาคใต้

เขาเลือกหลีกหนีความวุ่นวายหันมาดูแลธุรกิจดั้งเดิมของผู้เป็นตา ห้าปีก่อนที่เขากลับมาดูแลสวนเมืองตรังหลังจากที่นายหัวเทวา เทวารักษ์ตาของเขาเสียชีวิตลง จากนั้นอีกหนึ่งปีก็เป็นจุดเริ่มต้นของความแตกหัก ผู้หญิงที่เขารักปานดวงใจทนความลำบากกับโลกไร้แสงสีที่เมืองใต้ต่อไม่ไหว หนีกลับเข้ากรุงเทพ

ทิ้งดวงใจดวงน้อยไว้ให้เขา “สาวน้อยปะการัง” ต่อมาอีกไม่กี่เดือนเขาก็ได้ข่าวว่าเธอแต่งงานใหม่ไปกับเจ้าของผับหรูในกรุงเทพ สมใจสาวรักสนุกอย่างเธอ

นับจากวันนั้นนายหัวหนุ่มก็ไม่เคยกลับเข้ากรุงเทพฯ อีกเลย ปิดตายหัวใจและการสื่อสารจากโลกภายนอกทั้งหมด ห้าปีที่เกิดขึ้นในสวนเทวารักษ์หลังจากวันนั้นเปลี่ยนผู้ชายสุภาพอบอุ่น เป็นนายหัวเมืองใต้อย่างเต็มตัว เหี้ยมเพราะต้องดูแลลูกน้องหลายร้อย โหดเพราะต้องปกครองคนทั้งสวน ดุดันให้น่าเกรงขาม บ้างานให้ลืมเรื่องราวปวดร้าวในอดีต

และ...ห้าปีที่ทำให้เขาสามารถขยายอาณาจักรของผู้เป็นตาที่มีเพียงพันกว่าไร่ให้เพิ่มเป็นห้าพันไร่ได้อย่างภาคภูมิ

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของการเหยียบย่างเมืองกรุง หากงานนี้ไม่โดนบังคับจากมารดาถึงขั้นตัดแม่ตัดลูก อีกทั้งเรื่องเอกสารสำคัญที่เขาต้องมาจัดการด้วยตัวเองทำให้เขาจำเป็นต้องกลับขึ้นมา หากครั้งนี้เขาไม่กลับ เรื่องราวที่ค้างสะสมก็คงไม่จบสักที มารดาก็คงต้องรื้อเรื่องเก่ามาต่อว่าเขาอยู่ร่ำไป

สนามบินดอนเมือง

ประตูกระจกเลื่อนเปิดอัตโนมัติ เมื่อมีผู้ก้าวผ่านตำแหน่งเซนเซอร์ ชายหนุ่มร่างสูงผมยาวกรุยท้ายทอย ไรหนวดบนใบหน้าหนาเข้มจนเกือบมองไม่เห็นใบหน้าหล่อที่ซ่อนไว้ข้างในของคนเป็นเจ้าของ

เสื้อแจ็คเก็ตที่ติดตัวมาถูกถอดออกและใช้มือเหวี่ยงมันพาดกับหัวไหล่กับเป้ใบย่อม มือข้างหนึ่งของเขาถูกยกขึ้นพร้อมกับเจ้าของก้มลงดูเวลาท่าทางเร่งรีบ ทำให้เขาไม่ทันเห็นหญิงที่เดินสวนทางเข้ามา

โคร้ม! เจ้าของร่างสูงชนโครมกับสิ่งมีชีวิตบางอย่าง

กริ๊ง! เสียงของในมือของคนถูกชนหล่นลงพื้นกระจายไปคนละทิศคนละทาง ในขณะที่หญิงสาวที่ถูกชนซวนเซจะล้ม แต่ดีที่เธอยังสามารถทรงตัวไว้ได้ แต่กระเป๋าในมือของเธอกลับไม่ได้ทรงตัวอยู่กับเธอด้วย มันร่วงกระจายตั้งแต่โดนกระแทก

“อุ้ย!” หญิงสาวร้องอุทาน ยกสองมือขึ้นทาบอกอย่างตกใจ มองตามของในกระเป๋าที่ตกกระจาย

เจ้าของกระเป๋าที่เดินนำหน้า เหวี่ยงสายตาเกรี้ยวกราดกลับมามองคนทำตก ตวาดเสียงแหลม

“เป็นอะไรอีกล่ะ...ซุ่มซ่ามตลอดนะแก” ศยามลต่อว่าคนสนิท ทันทีที่ได้ยินเสียงของหล่นลงพื้น เธอมองตามตาแทบถลนออกมานอกเบ้า ยิ่งเห็นเครื่องสำอางราคาแพงของเธอหล่นกระจายเกลื่อนพื้นเธอก็ยิ่งโมโห หันกลับมาจ้องผู้ช่วยสาวอย่างเอาเรื่อง

“นี่! ของฉันเสียหายหมด แกจะมีปัญญาหามาใช้ฉันมั้ยห่ะนังพลอย”

“เอ่อ” พลอยขวัญทำหน้าเลิ่กลัก เธอต้องรีบเก็บของที่ตกจากมือให้เจ้านายด้วยสภาพลนลานตื่นกลัว จะเรียกว่ากวาดทุกอย่างตรงหน้าเข้ากระเป๋าก็ไม่ผิด ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดมากนัก ที่สำคัญเธอต้องทำเวลาให้เร็วที่สุดก่อนที่ศยามลจะเหวี่ยงหนักกว่านี้ คงไม่สนุกหากต้องอับอายขายหน้าใครๆ กลางสนามบิน

หลังจากที่ต่อว่าคนของตัวเองเรียบร้อย ศยามลก็หันกลับไปจ้องหน้าคนต้นเหตุที่ทำให้ข้าวของเธอตกกระจาย

“นายเดินยังไงเนี่ย!” หญิงสาวแหวเสียงแหลม

“ผมรีบ ต้องขอโทษด้วยนะครับ” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบสุภาพ เห็นหญิงสาวโดนดุเขาก็รีบก้มลงช่วยเธอเก็บของ

มือหนาของนายหัวหนุ่มกำลังจะเอื้อมไปหยิบลิปสติกที่หล่นมาใกล้เขาที่สุด แต่เสียงแหลมปรี๊ดของเจ้าของลิปติกก็ร้องแทรกขึ้นมาก่อน

“ไม่ต้องเอามือสกปรกของนายมาแตะต้องของราคาแพงๆ ของฉัน”

ชายหนุ่มชะงักมือเอาไว้เท่านั้น เงยมองหน้าคนต่อกว่าที่ยืนจิกว่าคนอื่นอย่างจดจำ อีกคนคงเป็นเจ้านายส่วนอีกคนก็คงไม่ต่างจากเบ๊รับใช้ ดูจากอาการของคนโดนต่อว่าแล้วอดสงสารไม่ได้ ทำให้เขาก็ไม่เชื่อคำพูดของเจ้าของเสียงแหลม หยิบของชิ้นตรงหน้าที่ตกคืนหญิงสาวอีกคนอย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนแรกและกล่าวขอโทษคนถูกชนเบาๆ

“ผมต้องขอโทษคุณด้วยนะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเองก็รีบจนไม่ทันมอง” พลอยขวัญรีบบอกเพราะเธอเองก็ไม่ทันมองจริงๆ หากแต่การกระทำของทั้งคู่ยิ่งทำให้คนเป็นนายยิ่งหงุดหงิด กระแทกส้นเท้าดังแกร๊ก

“นี่ตกลงแกจะอ่อยผู้ชายไม่เลือกหน้าใช่ไหม ไม่เห็นสภาพหรือไง สกปรก!” ศยามลต่อว่าพลอยขวัญเสียงดังกว่าเดิม ตวัดหางตากลับมามองชายหนุ่มเหยียดๆ

หนุ่มเมืองใต้หันหน้ากลับไปมองคนพูดอีกครั้ง เริ่มโมโห เพราะไม่เคยได้สัมผัสกับคนเมืองกรุงนานหลายปี เพราะอย่างนี้เขาถึงไม่อยากเข้าเมือง

“ตกลง ถ้าคุณคิดว่าการแต่งกายที่ห่อหุ้มด้วยเปลือกของพวกนี้สามารถยกค่าพวกคุณให้สูงขึ้นละก็ ขอให้เจริญไปชั่วลูกชั่วหลาน”

“แน่นอน” ศยามลตอบทันที ไม่รู้ว่าอีกคนจงใจด่าด้วยซ้ำ

ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นเหวี่ยงกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นพาดบ่าก่อนที่จะหันหลังเดินจากไป

ฝ่ายถูกชนเห็นเพียงแผ่นหลังหยัดตรงและเรือนผมดำสนิทสาวเท้าก้าวอย่างรวดเร็วแทรกผ่านปะปนกับผู้คนมากมายภายนอกไป ผู้ชายที่รูปร่างภายนอกเหมือนสกปรก แต่กลิ่นกายของเขากลับแปลกอย่างที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน กลิ่นโคโลญในแบบผู้ชายผสานกลิ่นเหงื่อ

“ไอ้บ้า ตัวเองสกปรกเองแถมเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ...ยังมีหน้ามาว่าคนอื่น”

ศยามลบ่นไล่หลังอย่างหัวเสีย เธอเป็นสาวร่างสูงเพรียว ด้วยที่เธอต้องทำงานใช้รูปร่างต้องออกกำลังกายทุกวัน ทำให้หญิงสาวรูปร่างดี ทรวดทรงองค์เอวอวบอิ่มรับกับส่วนเว้าโค้ง

ต่างจากพลอยขวัญที่หน้าจืดไร้การแต่งแต้ม แต่งกายด้วยชุดของศยามลที่เธอหยิบยื่นให้บางครั้ง จะดีตรงที่เธอมีผิวขาวนวลเนียนละเอียดต่างจากลูกคนงานในบ้าน ดวงหน้ารูปไข่รับกับผมหยักศกบ๊อบยาวประบ่าเคลียลำคอระหง ดวงตาดำขลับ

“แต่งตัวก็ดีแต่มารยาทไม่ได้รับการปลูกฝัง” หนุ่มชาวสวนเมืองใต้สบถออกมาคนเดียว หลังจากที่ก้าวพ้นออกไป “ฮึ! ผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่าอยู่เมืองศิวิไลซ์”

พลอยขวัญเก็บของเสร็จก็ลุกขึ้น

“เอ่อ รีบไปเถอะค่ะ” พลอยขวัญบอกหญิงสาวอีกคน ก่อนที่เธอจะหัวเสียไปมากกว่านี้ ไม่ทันได้สังเกตเห็นกระเป๋าของศยามลที่เธอทำตกไว้และเก็บไปไม่หมด

คล้อยหลังหญิงสาวเพียงไม่นาน ชายหนุ่มคนเดิมก็วิ่งผ่านประตูเข้ามาอีกครั้ง หลังจากที่ล้วงกระเป๋าหาโทรศัพท์เพื่อติดต่อคนมารับแล้วไม่เจอ เขามาหยุดตรงที่เขาชนกับหญิงสาวเมื่อครู่ กวาดสายตาไล่ไปตามพื้นแต่กลับไม่พบสิ่งที่ตนคาดว่าทำตกไว้ ทั้งที่แน่ใจว่าเขาต้องทำตกไว้แน่นอน เขาเพิ่งหยิบออกจากเป้ตอนลงจากเครื่องนี่เอง เพราะอยู่ในสวนปาล์มไม่ค่อยได้ใช้เครื่องมือสื่อสารมากเท่าไร ชายหนุ่มถอนใจยาวอย่างเบื่อๆ เดินกลับออกมาจากอาคารผู้โดยสารอีกครั้ง

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รุกฆาตนางร้าย
9.6
ปลายฝนคือนางร้ายเบอร์หนึ่งผู้ถูกตราหน้าว่าร้ายกาจ ทว่าตัวตนจริงกลับอ่อนโยนและเข้มแข็งกว่าที่ใครคิด แม้แต่คิมหันต์พระเอกหนุ่มสุดฮอตยังต้องพ่ายแพ้ให้กับเสน่ห์นี้ เขาพยายามคว้าหัวใจเธอมาครอบครองด้วยความจริงใจ จนกระทั่งคืนที่เขาเฝ้าไข้เธออย่างใกล้ชิด ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มสั่นคลอน เมื่อปลายฝนเผลอสารภาพรักออกมาในยามที่สติเลอะเลือน ท่ามกลางความเขินอายและสับสนที่เกิดขึ้น คิมหันต์จึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้เพื่อพิสูจน์รักแท้และรุกฆาตหัวใจนางร้ายให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย พ่ายรักพลิน
7.9
พลินตกตะลึงกับร่องรอยบนเตียงหลังตื่นขึ้นมาพบว่าเธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับบารมี ว่าที่พี่เขยของตนเอง ความผิดพลาดในอดีตเมื่อสี่ปีก่อนถูกขุดคุ้ยขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อฝ่ายชายใช้คำพูดรุนแรงดูหมิ่นว่าเธอตั้งใจเอาตัวเข้าแลกเพื่อเงินล้านมากกว่าจะเป็นเพียงความเมามาย ท่ามกลางความเสียใจและหยาดน้ำตา พลินต้องเผชิญหน้ากับความเกลียดชังและคำตราหน้าอันร้ายกาจจากชายที่เธอเคยพลาดพลั้งให้ในคืนที่มืดมิดนั้น
หน้าปกนวนิยาย แต่งงานสายฟ้าแลบแล้วถูกสามีที่เป็นเจ้านายตามใจ
8.0
เย่ซิงเฉินแต่งงานสายฟ้าแลบกับชายปริศนาโดยไม่เคยเห็นหน้ากันแม้แต่ครั้งเดียว หนึ่งปีผ่านไปเธอตัดสินใจขอหย่าเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ แต่กลับถูกหลู่ซื่อถิงประธานจอมเย็นชาตามตื๊ออย่างหนัก เมื่อเธอพยายามปฏิเสธเขาด้วยการโชว์ใบทะเบียนสมรสเพื่อยืนยันว่ามีสามีแล้ว ความจริงที่น่าตกใจก็ถูกเปิดเผย เมื่อชายหนุ่มชี้ให้ดูว่าเขาคือคนเดียวกับสามีในนามคนนั้น พนักงานสาวตัวเล็กๆ จึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วสามีลึกลับของเธอก็คือเจ้านายมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลนั่นเอง
หน้าปกนวนิยาย ล่าหัวใจมาเฟีย
9.6
วินซ์ เอเมอร์ตัน มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลจากรัสเซียจมอยู่กับความแค้นหลังสูญเสียน้องชาย เขาจึงวางแผนทำลายศัตรูจนหมดตัวและบีบให้ ขวัญชีวา ซีร์ยานอฟ ต้องกลายเป็นสิ่งของขัดดอกเพื่อชดใช้หนี้ วินซ์มองว่าเธอเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่ที่ไร้ค่าและพร้อมจะเขี่ยทิ้งทุกเมื่อ แม้ขวัญชีวาจะเกลียดชังความร้ายกาจของเขา แต่เธอกลับพ่ายแพ้ต่อเสน่ห์จนยอมมอบกายถวายชีวิต ทว่าความเย็นชาของเขากลับเหยียบย่ำศักดิ์ศรีและพรหมจารีของเธอจนแหลกสลาย ทำให้เธอตระหนักว่าหัวใจของมาเฟียผู้นี้คือสิ่งต้องห้ามที่เธอไม่มีวันเอื้อมถึง
หน้าปกนวนิยาย นางบำเรอยอดรัก
9.6
มกุฎราชกุมารฮิมรานแห่งความาร์จำต้องเดินทางมาเมืองไทยเพื่อพบหน้าว่าที่คู่หมั้นตามคำสั่งของพระมารดา ทว่าเพียงแรกเห็นเขากลับเต็มไปด้วยความรังเกียจ เมื่อพบว่าหญิงสาวที่ดูใสซื่อแท้จริงแล้วกลับใช้ชีวิตสำมะเลเทเมาในสถานบันเทิงยามค่ำคืน สำหรับเขาแล้วท่าทีไร้เดียงสาเหล่านั้นเป็นเพียงหน้ากากที่น่าสะอิดสะเอียน ฮิมรานเชื่อมั่นว่าผู้หญิงอย่างหล่อนไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นพระชายาเคียงข้างบัลลังก์ ตำแหน่งเดียวที่เขาจะมอบให้เธอได้มีเพียงแค่นางบำเรอไว้ระบายอารมณ์เท่านั้น