หน้าปกนวนิยาย มายาบรรณาการ

มายาบรรณาการ

8.7 / 10.0
พลอยขวัญ เด็กกำพร้าที่ถูกศยามลกดขี่บุญคุณจนต้องจำยอมไปเป็นเมียบรรณาการให้แก่กริน นายหัวหนุ่มแดนใต้ผู้เกลียดผู้หญิงเมืองกรุง แม้จุดเริ่มต้นจะเกิดจากการถูกหลอก แต่ความใกล้ชิดกลับเปลี่ยนหัวใจที่ด้านชาของเขาให้หวั่นไหวจนเธอตั้งครรภ์ ทว่าเมื่อตัวจริงกลับมาทวงสิทธิ์ พลอยขวัญกลับถูกเขาสั่งเนรเทศออกจากบ้านอย่างไม่ใยดีทั้งที่กำลังอุ้มท้อง เธอจึงต้องเผชิญหน้ากับบททดสอบอันเจ็บปวดระหว่างความกตัญญูและหัวใจที่ถูกทำลายจนย่อยยับ

มายาบรรณาการ ตอนที่ 1

นายหัวกริน เทวารักษ์ สมิธ (Smith) หนุ่มลูกครึ่งไทยอังกฤษ หนุ่มพ่อม่ายลูกติดวัย 35 นายหัวเมืองตรัง เจ้าของอาณาจักรสวนปาล์มนับหมื่นไร่ กินพื้นที่ภูเขาทั้งลูกและพื้นราบยาวทอดสุดสายตา พื้นที่อุดมสมบูรณ์มีลำธารสายเล็ก ๆ ไหลผ่านไปรวมกับลำธารสายใหญ่ที่ไหลอยู่อีกฝั่งฟากของเทือกเขา กับกิจการรับซื้อผลผลิตปาล์มที่มีเกือบทุกจังหวัดทั่วภาคใต้

เขาเลือกหลีกหนีความวุ่นวายหันมาดูแลธุรกิจดั้งเดิมของผู้เป็นตา ห้าปีก่อนที่เขากลับมาดูแลสวนเมืองตรังหลังจากที่นายหัวเทวา เทวารักษ์ตาของเขาเสียชีวิตลง จากนั้นอีกหนึ่งปีก็เป็นจุดเริ่มต้นของความแตกหัก ผู้หญิงที่เขารักปานดวงใจทนความลำบากกับโลกไร้แสงสีที่เมืองใต้ต่อไม่ไหว หนีกลับเข้ากรุงเทพ

ทิ้งดวงใจดวงน้อยไว้ให้เขา “สาวน้อยปะการัง” ต่อมาอีกไม่กี่เดือนเขาก็ได้ข่าวว่าเธอแต่งงานใหม่ไปกับเจ้าของผับหรูในกรุงเทพ สมใจสาวรักสนุกอย่างเธอ

นับจากวันนั้นนายหัวหนุ่มก็ไม่เคยกลับเข้ากรุงเทพฯ อีกเลย ปิดตายหัวใจและการสื่อสารจากโลกภายนอกทั้งหมด ห้าปีที่เกิดขึ้นในสวนเทวารักษ์หลังจากวันนั้นเปลี่ยนผู้ชายสุภาพอบอุ่น เป็นนายหัวเมืองใต้อย่างเต็มตัว เหี้ยมเพราะต้องดูแลลูกน้องหลายร้อย โหดเพราะต้องปกครองคนทั้งสวน ดุดันให้น่าเกรงขาม บ้างานให้ลืมเรื่องราวปวดร้าวในอดีต

และ...ห้าปีที่ทำให้เขาสามารถขยายอาณาจักรของผู้เป็นตาที่มีเพียงพันกว่าไร่ให้เพิ่มเป็นห้าพันไร่ได้อย่างภาคภูมิ

ครั้งนี้เป็นครั้งแรกของการเหยียบย่างเมืองกรุง หากงานนี้ไม่โดนบังคับจากมารดาถึงขั้นตัดแม่ตัดลูก อีกทั้งเรื่องเอกสารสำคัญที่เขาต้องมาจัดการด้วยตัวเองทำให้เขาจำเป็นต้องกลับขึ้นมา หากครั้งนี้เขาไม่กลับ เรื่องราวที่ค้างสะสมก็คงไม่จบสักที มารดาก็คงต้องรื้อเรื่องเก่ามาต่อว่าเขาอยู่ร่ำไป

สนามบินดอนเมือง

ประตูกระจกเลื่อนเปิดอัตโนมัติ เมื่อมีผู้ก้าวผ่านตำแหน่งเซนเซอร์ ชายหนุ่มร่างสูงผมยาวกรุยท้ายทอย ไรหนวดบนใบหน้าหนาเข้มจนเกือบมองไม่เห็นใบหน้าหล่อที่ซ่อนไว้ข้างในของคนเป็นเจ้าของ

เสื้อแจ็คเก็ตที่ติดตัวมาถูกถอดออกและใช้มือเหวี่ยงมันพาดกับหัวไหล่กับเป้ใบย่อม มือข้างหนึ่งของเขาถูกยกขึ้นพร้อมกับเจ้าของก้มลงดูเวลาท่าทางเร่งรีบ ทำให้เขาไม่ทันเห็นหญิงที่เดินสวนทางเข้ามา

โคร้ม! เจ้าของร่างสูงชนโครมกับสิ่งมีชีวิตบางอย่าง

กริ๊ง! เสียงของในมือของคนถูกชนหล่นลงพื้นกระจายไปคนละทิศคนละทาง ในขณะที่หญิงสาวที่ถูกชนซวนเซจะล้ม แต่ดีที่เธอยังสามารถทรงตัวไว้ได้ แต่กระเป๋าในมือของเธอกลับไม่ได้ทรงตัวอยู่กับเธอด้วย มันร่วงกระจายตั้งแต่โดนกระแทก

“อุ้ย!” หญิงสาวร้องอุทาน ยกสองมือขึ้นทาบอกอย่างตกใจ มองตามของในกระเป๋าที่ตกกระจาย

เจ้าของกระเป๋าที่เดินนำหน้า เหวี่ยงสายตาเกรี้ยวกราดกลับมามองคนทำตก ตวาดเสียงแหลม

“เป็นอะไรอีกล่ะ...ซุ่มซ่ามตลอดนะแก” ศยามลต่อว่าคนสนิท ทันทีที่ได้ยินเสียงของหล่นลงพื้น เธอมองตามตาแทบถลนออกมานอกเบ้า ยิ่งเห็นเครื่องสำอางราคาแพงของเธอหล่นกระจายเกลื่อนพื้นเธอก็ยิ่งโมโห หันกลับมาจ้องผู้ช่วยสาวอย่างเอาเรื่อง

“นี่! ของฉันเสียหายหมด แกจะมีปัญญาหามาใช้ฉันมั้ยห่ะนังพลอย”

“เอ่อ” พลอยขวัญทำหน้าเลิ่กลัก เธอต้องรีบเก็บของที่ตกจากมือให้เจ้านายด้วยสภาพลนลานตื่นกลัว จะเรียกว่ากวาดทุกอย่างตรงหน้าเข้ากระเป๋าก็ไม่ผิด ไม่ได้ใส่ใจรายละเอียดมากนัก ที่สำคัญเธอต้องทำเวลาให้เร็วที่สุดก่อนที่ศยามลจะเหวี่ยงหนักกว่านี้ คงไม่สนุกหากต้องอับอายขายหน้าใครๆ กลางสนามบิน

หลังจากที่ต่อว่าคนของตัวเองเรียบร้อย ศยามลก็หันกลับไปจ้องหน้าคนต้นเหตุที่ทำให้ข้าวของเธอตกกระจาย

“นายเดินยังไงเนี่ย!” หญิงสาวแหวเสียงแหลม

“ผมรีบ ต้องขอโทษด้วยนะครับ” ชายหนุ่มตอบเสียงเรียบสุภาพ เห็นหญิงสาวโดนดุเขาก็รีบก้มลงช่วยเธอเก็บของ

มือหนาของนายหัวหนุ่มกำลังจะเอื้อมไปหยิบลิปสติกที่หล่นมาใกล้เขาที่สุด แต่เสียงแหลมปรี๊ดของเจ้าของลิปติกก็ร้องแทรกขึ้นมาก่อน

“ไม่ต้องเอามือสกปรกของนายมาแตะต้องของราคาแพงๆ ของฉัน”

ชายหนุ่มชะงักมือเอาไว้เท่านั้น เงยมองหน้าคนต่อกว่าที่ยืนจิกว่าคนอื่นอย่างจดจำ อีกคนคงเป็นเจ้านายส่วนอีกคนก็คงไม่ต่างจากเบ๊รับใช้ ดูจากอาการของคนโดนต่อว่าแล้วอดสงสารไม่ได้ ทำให้เขาก็ไม่เชื่อคำพูดของเจ้าของเสียงแหลม หยิบของชิ้นตรงหน้าที่ตกคืนหญิงสาวอีกคนอย่างที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่ตอนแรกและกล่าวขอโทษคนถูกชนเบาๆ

“ผมต้องขอโทษคุณด้วยนะครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันเองก็รีบจนไม่ทันมอง” พลอยขวัญรีบบอกเพราะเธอเองก็ไม่ทันมองจริงๆ หากแต่การกระทำของทั้งคู่ยิ่งทำให้คนเป็นนายยิ่งหงุดหงิด กระแทกส้นเท้าดังแกร๊ก

“นี่ตกลงแกจะอ่อยผู้ชายไม่เลือกหน้าใช่ไหม ไม่เห็นสภาพหรือไง สกปรก!” ศยามลต่อว่าพลอยขวัญเสียงดังกว่าเดิม ตวัดหางตากลับมามองชายหนุ่มเหยียดๆ

หนุ่มเมืองใต้หันหน้ากลับไปมองคนพูดอีกครั้ง เริ่มโมโห เพราะไม่เคยได้สัมผัสกับคนเมืองกรุงนานหลายปี เพราะอย่างนี้เขาถึงไม่อยากเข้าเมือง

“ตกลง ถ้าคุณคิดว่าการแต่งกายที่ห่อหุ้มด้วยเปลือกของพวกนี้สามารถยกค่าพวกคุณให้สูงขึ้นละก็ ขอให้เจริญไปชั่วลูกชั่วหลาน”

“แน่นอน” ศยามลตอบทันที ไม่รู้ว่าอีกคนจงใจด่าด้วยซ้ำ

ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นเหวี่ยงกระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นพาดบ่าก่อนที่จะหันหลังเดินจากไป

ฝ่ายถูกชนเห็นเพียงแผ่นหลังหยัดตรงและเรือนผมดำสนิทสาวเท้าก้าวอย่างรวดเร็วแทรกผ่านปะปนกับผู้คนมากมายภายนอกไป ผู้ชายที่รูปร่างภายนอกเหมือนสกปรก แต่กลิ่นกายของเขากลับแปลกอย่างที่เธอไม่เคยได้สัมผัสมาก่อน กลิ่นโคโลญในแบบผู้ชายผสานกลิ่นเหงื่อ

“ไอ้บ้า ตัวเองสกปรกเองแถมเดินไม่ดูตาม้าตาเรือ...ยังมีหน้ามาว่าคนอื่น”

ศยามลบ่นไล่หลังอย่างหัวเสีย เธอเป็นสาวร่างสูงเพรียว ด้วยที่เธอต้องทำงานใช้รูปร่างต้องออกกำลังกายทุกวัน ทำให้หญิงสาวรูปร่างดี ทรวดทรงองค์เอวอวบอิ่มรับกับส่วนเว้าโค้ง

ต่างจากพลอยขวัญที่หน้าจืดไร้การแต่งแต้ม แต่งกายด้วยชุดของศยามลที่เธอหยิบยื่นให้บางครั้ง จะดีตรงที่เธอมีผิวขาวนวลเนียนละเอียดต่างจากลูกคนงานในบ้าน ดวงหน้ารูปไข่รับกับผมหยักศกบ๊อบยาวประบ่าเคลียลำคอระหง ดวงตาดำขลับ

“แต่งตัวก็ดีแต่มารยาทไม่ได้รับการปลูกฝัง” หนุ่มชาวสวนเมืองใต้สบถออกมาคนเดียว หลังจากที่ก้าวพ้นออกไป “ฮึ! ผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่าอยู่เมืองศิวิไลซ์”

พลอยขวัญเก็บของเสร็จก็ลุกขึ้น

“เอ่อ รีบไปเถอะค่ะ” พลอยขวัญบอกหญิงสาวอีกคน ก่อนที่เธอจะหัวเสียไปมากกว่านี้ ไม่ทันได้สังเกตเห็นกระเป๋าของศยามลที่เธอทำตกไว้และเก็บไปไม่หมด

คล้อยหลังหญิงสาวเพียงไม่นาน ชายหนุ่มคนเดิมก็วิ่งผ่านประตูเข้ามาอีกครั้ง หลังจากที่ล้วงกระเป๋าหาโทรศัพท์เพื่อติดต่อคนมารับแล้วไม่เจอ เขามาหยุดตรงที่เขาชนกับหญิงสาวเมื่อครู่ กวาดสายตาไล่ไปตามพื้นแต่กลับไม่พบสิ่งที่ตนคาดว่าทำตกไว้ ทั้งที่แน่ใจว่าเขาต้องทำตกไว้แน่นอน เขาเพิ่งหยิบออกจากเป้ตอนลงจากเครื่องนี่เอง เพราะอยู่ในสวนปาล์มไม่ค่อยได้ใช้เครื่องมือสื่อสารมากเท่าไร ชายหนุ่มถอนใจยาวอย่างเบื่อๆ เดินกลับออกมาจากอาคารผู้โดยสารอีกครั้ง

อ่านต่อ

สารบัญ มายาบรรณาการ

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย สามีพิการกลับกลายเป็นเจ้าพ่อที่ซ่อนตัวอยู่
8.9
เจน ไอไอ สาววัยยี่สิบที่เพิ่งพบว่าตนคือทายาทมหาเศรษฐี กลับถูกครอบครัวบีบให้แต่งงานแทนลูกสาวตัวปลอมเพื่อดูแลคุณยายที่ป่วย เจ้าบ่าวคือซือเชียนฮาน ชายพิการอารมณ์ร้ายที่บ้านกำลังจะล้มละลาย ทว่าหลังแต่งงานเธอกลับพบว่าเขาคือเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพลที่คลั่งรักเธออย่างที่สุด เมื่อถึงกำหนดหย่าตามสัญญาที่ตกลงกันไว้ สองปีผ่านไปเขากลับไม่ยอมปล่อยมือ จนเธอต้องยอมใจอ่อนให้กับความรักอันแสนอ่อนโยนของสามีที่ซ่อนเขี้ยวเล็บคนนี้และเลือกที่จะอยู่เคียงข้างเขาตลอดไป
หน้าปกนวนิยาย  เสน่ห์ดาวมหา'ลัย (25+)
9.8
เรื่องราวความสัมพันธ์อันซับซ้อนของเดช ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้าสู่โลกที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูด เมื่อชีวิตของเขาต้องเข้าไปพัวพันกับกลุ่มหญิงสาวระดับดาวมหาวิทยาลัยพร้อมกันหลายคน นำไปสู่เหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและการบริหารเสน่ห์ที่ยากจะถอนตัว ท่ามกลางความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัยที่ความรักและความปรารถนามาบรรจบกัน เขาต้องรับมือกับความสัมพันธ์ที่หลากหลายและเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ ในแบบที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน
หน้าปกนวนิยาย หวงรักเมียบังเอิญ
9.0
พบูสาวโสดวัยยี่สิบสี่ปีที่เพิ่งตกงาน ตัดสินใจออกเดินทางพักใจบนเรือสำราญหรูด้วยตั๋วฟรีที่ได้มาอย่างโชคดี ทว่าทริปในฝันกลับกลายเป็นพันธนาการที่เธอไม่อาจหลีกหนี เมื่อได้พบกับอาเชอร์ ชายหนุ่มผู้มั่งคั่งที่ถูกดึงดูดด้วยความงามราวกับดอกไม้ของเธอ เขาพยายามเข้าหาด้วยเล่ห์กลเพื่อเอาชนะการต่อต้านของหญิงสาว แต่เมื่อเขาได้ครอบครองเธอสมใจและตั้งใจจะสลัดทิ้ง อาเชอร์กลับพบว่าความรู้สึกที่มีต่อเมียบังเอิญคนนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะตัดใจได้ง่ายอย่างที่คิดไว้
หน้าปกนวนิยาย เจ้าสาวคาวโลกีย์
8.1
เมื่อชายหนุ่มผู้หวงแหนชีวิตโสดไม่อยากแต่งงานตามคำสั่งของมารดาที่แสนจู้จี้ เขาจึงต้องเฟ้นหาผู้หญิงที่แซ่บและเร้าใจมาเป็นไม้กันหมาเพื่อคานอำนาจภายในครอบครัว จนได้พบกับณดา สาวมั่นที่เชื่อมั่นว่ามีเงินทองมากมายก็ไม่จำเป็นต้องมีสามี แต่เมื่อเธอตัดสินใจรับงานรับจ้างเป็นเจ้าสาวกำมะลอเพื่อช่วยเขา แผนการตบตาครั้งนี้กลับกลายเป็นบททดสอบหัวใจที่แสนอันตราย เมื่อเธอต้องเผชิญกับไฟเสน่หาที่ร้อนแรงเกินกว่าจะต้านทานได้ไหวในความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นด้วยผลประโยชน์จึงแปรเปลี่ยนเป็นความปรารถนาที่แผดเผาทุกสิ่ง
หน้าปกนวนิยาย เมียถูกทิ้ง กลับมาเป็นเศรษฐินีใหญ่
8.5
ในวันครบรอบแต่งงานสามปี พรกมลต้องเผชิญกับความเจ็บปวดเมื่ออภิเดชสามีของเธอแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารักเพียงศศิกานต์เท่านั้น แม้เธอจะตั้งครรภ์แต่เขากลับบีบบังคับให้หย่าและสั่งให้ไปทำแท้งอย่างไร้เยื่อใย อภิเดชยังหูเบาเชื่อคำโกหกของศศิกานต์ที่กลั่นแกล้งเธอในที่ทำงานจนพรกมลตัดสินใจเซ็นใบหย่าและลาออกเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่เพียงลำพัง เธอเลือกเดินจากไปพร้อมกับลูกในท้องโดยไม่หันหลังกลับไปมองอดีตที่แสนโหดร้ายอีกเลย
ตอน
อ่านเลย
แชร์