
หมอขาเข็มใหญ่จัง
ตอน 2
การเคลื่อนตัวเข้าสู่คอคอดอันคับแคบอย่างรวดเร็วนั้นเรียกเสียงหวีดหวานจากเจ้าของเรือนร่างอ้อนแอ้นที่นอนทอดกายแอ่นระแน้เชื้อเชิญเจ้าของงูยักษ์ร้าย
คอคอดนั้นไม่เคยมีใครย่ำกรายนั้นช่างคับแคบเกินไปสำหรับลำกายอันมหึมา เมื่อเจ้าอนาคอนด้าร้ายของเขาดุนหัวเข้าใส่หมายลอดผ่านเข้าไปด้วยความรวดเร็ว ความอ่อนนุ่มของผืนที่แห่งนั้นจึงแทบปริแตกเหมือนผืนดินแตกระแหงถูกท่อนเหล็กหนักๆตอกอัดอย่างรุนแรง
เมื่อลำกายกร้าวแกร่งแทรกผ่านเข้าไปได้ยากเย็นเหลือใจ เจ้าของเรือนกายแกร่งกร้าวจึงต้องถอดถอยออกมาตั้งหลักแล้วออกแรงปลุกปล้ำนำพามันลอดเข้าถอยออกอยู่เสียหลายหน
จนท้ายสุดก็พุ่งสอดลอดผ่านเข้าไปได้จนสุดลำกายใหญ่ยาว
การพาเจ้างูยักษ์ร้ายรุกล้ำเข้าไปดื่มด่ำหยาดน้ำอมฤตในคราวนี้ ทำเอาเจ้าของเรือนกายที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อหนั่นแน่นทรงพลังถึงกับ หอบแฮ่ก
เขาพาเจ้าอนาคอนด้ายักษ์สัตว์เลี้ยงคู่ใจลอดเข้าลอดออกสำรวจซอกซอนโพรงถ้ำมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่มีครั้งไหนที่ถูกสูบพลังมากเท่านี้
ช่องทางที่ไม่เคยมีผู้ใดสำรวจมาก่อนช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกหฤหรรษ์ มันกระตุ้นความอยากรู้อยากลองและปลุกความเถื่อนดิบที่ซุกซ่อนในตัวเขาออกมาได้ชะงัดนัก
แม้จะประหลาดใจอยู่บ้างที่เจ้าของถ้ำที่ไม่เคยเชื้อเชิญให้ใครเข้าเชยชมกลับเต็มใจแย้มพรายให้เขาทั้งที่เจ้าหล่อนควรสงวนเอาไว้สำหรับคนพิเศษมากกว่า
เท่าที่ดูทรงแล้วเจ้าหล่อนไม่น่าจะเป็นคนชอบเชื้อเชิญชักชวนใครให้เข้ามาย่ำกรายได้ง่ายๆ แต่นั่นเป็นเพียงความคิดแวบหนึ่งที่ผุดวาบขึ้นมาแล้วก็หายวับไป
เขาไม่จำเป็นต้องคิดอ่านอะไรแทนใคร ในเมื่อต่างฝายต่างเต็มใจและเมื่อทุกอย่างจบสิ้นลงก็จะเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
‘ถามจริงเถอะ คุณรอดพ้นจากพวกเสือสิงห์กระทิงแรดมาถึงผมได้ยังไงกัน’
เขาถามพรางเม้มปากเก็บข่มความซ่านสยิวที่กำลังพุ่งพล่านอัดแน่นในกาย
เขาอยากสาดซัดความเถื่อนดิบใส่เสียให้สาสมกับก๋ากั่นมั่นอกมั่นใจของเจ้าหล่อน แต่ต้องยับยั้งเอาไว้รอคอยให้ความคับแน่นคลายตัวลงเสียก่อนเพราะตอนนี้มันรึงรัดเจ้ายักษ์ร้ายของเขาเสียจนปวดปร่าไปหมด
‘จำเป็นต้องรู้ด้วยเหรอคะ ฉันว่าคุณสนใจแค่สิ่งที่ต้องทำตรงหน้าดีกว่านะ’
‘คุณนี่ใจถึงเป็นบ้า’
‘อย่าพูดมากเลยน่า รีบๆเข้าเถอะฉันเจ็บจนจะทนไม่ไหวแล้วนะ’
‘ฮื่อ...ไม่อยากเจ็บต้องใจเย็นๆสิ นอนนิ่งๆเดี๋ยวผมจัดการเอง รับรองว่าซาบซ่านถึงใจจนลืมเจ็บเชียวแหละ’
เพียงสิ้นเสียงแหบโหย คนบอกให้ใจเย็นก็เริ่มขยับเขยื้อนนำพาเจ้าอนาคอนด้ายักษ์เคลื่อนตัวลอดเข้าลอดออกช้าๆ
ยามผิวกายร้อนผ่าวของลำกายแกร่งกร้าวของเจ้างูยักษ์ถูไถเสียดสีกับพื้นผิวนุ่มหยุ่นของคอคอดคับแน่นนั้นสร้างความรู้สึกประหลาดล้ำให้กับเขาอย่างไม่เคยพบเจอมาก่อน
ทุกช่วงจังหวะลอดเข้าถอยออกแสนเชื่องช้าเนิบนาบนั้นก่อเกิดความเสียดเสียวขมวดม้วนเป็นเกลียวคลื่นถาโถมสาดซัดอัดแน่นอยู่ในกายกำยำ
ระลอกแล้ว...ระลอกเล่า!
เขามั่นใจว่าเจ้าหล่อนก็รู้สึกไม่ต่างกัน เพราะร่างอ้อนแอ้นแอ่นระแน้ของเจ้าหล่อนนั้นบิดพล่านหยัดยกสะโพกร่อนรับทุกการขับเคลื่อนของเขาราวกับคนรู้งาน
ยิ่งเขาเร่งจังหวะจุ่มจ้วงล่วงล้ำหนักหน่วงและรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ เสียงเจ้าหล่อนก็หวีดหวานกังวานก้องร้องเร่งเขาจนฟังไม่เป็นศัพท์
ยิ่งเขาเร่งทะยานต่อไปด้วยความรวดเร็วและรุนแรงตามอารมณ์เถื่อนดิบ เกลียวคลื่นแห่งความหฤหรรษ์ในกายเขานั้นก็ยิ่งขมวดม้วนพุ่งทะยานสาดซัดเข้าใส่ไม่ปราณี
ความรู้สึกที่ก่อเกิดนี้ช่างยั่วยวนลึกล้ำจนเสียจนเขาต้องพยายามสะกดกลั้นหักห้ามใจไม่ให้สั่นหวิวพลิ้วไปตามอารมณ์ปรารถนา
ใช่! เขาจะถลำลึกกับความรู้สึกประหลาดล้ำที่ก่อเกิดไม่ได้
เขาลากเธอขึ้นเตียงเพียงความสนุกชั่วคราว ไม่ใช่ชั่วนิรันดร์
เจ้าหล่อนเองก็แค่อยากลิ้มลองความสนุกเฉกเช่นคนอื่น
One Night Stand เท่านั้นกับค่ำคืนนี้ เมื่อวันพรุ่งนี้มาถึง เขาและเธอก็ต่างคนต่างไป
ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ
ไม่มีวันหวนกลับมาพานพบกันอีก
“ผิดแล้ว! คนอื่นอาจไม่มีวันหวนกลับแต่นั่นไม่ใช่สำหรับเธอแม่คนอวดดี” เปลวตะวันสบถเสียงเข้มดุ ดวงตากร้าวเขม้นมองผนังห้องน้ำเขม็ง
แม้สายน้ำที่ไหลซู่จากฝักบัวละผ่านม่านตาจะเย็นเยียบแต่ก็ไม่อาจผ่อนปรนความร้อนแรงของเปลวไฟแห่งดวงตะวันที่กำลังลุกโชนด้วยความโกรธเกรี้ยวให้คลายลงได้เลย
“ผู้ชายขายกล้วย หึๆ ผู้หญิงบ้า กล้าดีนัก แล้วเธอจะได้รู้ว่าฉันไม่ใช่ผู้ชายห่วยๆแบบนั้น”
คุณอาจจะชอบ





