ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย หมอขาเข็มใหญ่จัง

หมอขาเข็มใหญ่จัง

‘น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ หวังว่าจะไม่น้อยจนเกินไปสำหรับ 'ผู้ชายขายกล้วย’ อย่างคุณ ขอบคุณค่ำคืนดีๆ ที่น่าจดจำ’ ‘เปลวตะวัน’ ฉุนจัดเมื่อตื่นมาในเช้าวันใหม่หลังผ่านค่ำคืนอัน เร่าร้อนกับแม่สาวไวไฟความเร็วเกิน 5G แล้วพบธนบัตรสีเทา ปึกหนึ่ง พร้อมจดหมายน้อยระบุข้อความถึงเขาชัดเจน!! "ห้าหมื่น! กล้าดียังไงมาตีค่าราคาฉันด้วยเศษเงินแค่นี้” คนอย่างเขาเสียเงินไม่ว่า แต่เสียหน้าไม่ได้! หยามกันขนาดนี้ ต่อให้ต้องควานหาจนไกลสุดขอบฟ้า ต้องจ่ายเงินมหาศาล เขาก็จะตามล่าเธอมาลงทัณฑ์ให้ได้ นั่นคือคำประกาศก้องของ ‘หมอเปลวตะวัน’ ผู้แสนหล่อเหลา เบื้องหน้าเขาคือสูตินรีแพทย์ผู้แสนสุภาพและอ่อนโยนในสายตาคนทั่วไป แต่เบื้องลึกเขามีอีกด้าน ตัวตนที่ไม่มีใครคาดคิด เขาแสนร้าย เร่าร้อน และดุดัน! เธออยากมีลูก แต่ไม่อยากมีสามีผูกมัด ‘หนุมโฮสต์’ ทรงเสน่ห์ ในค่ำคืนนั้นจึงตอบโจทย์ 'พราวชมพู' ไม่คิดว่าการตัดสินใจเลือกคำตอบข้อนี้จะนำความยุ่งยากมาให้มากขนาดนี้ เธอตาถั่วหรือสวรรค์ชังความคิดรั่วๆ ของเธอจึงแกล้งสาปส่งให้ดวงตาเธอฝ้าฟางเข้าใจไปว่าเขาคือ ผู้ชายขายกล้วย' ในคำนิยามของเธอที่นัดหมายเอาไว้ ซ้ำร้ายยังส่งเขามาตามรังควานจนหาความสงบสุขไม่ได้ เธออยากได้แค่ลูก ไม่อยากได้ผัว ใครอยากได้แม่ยกให้ฟรีๆเลยเอ้า!
ตอน
แชร์

ตอน 2

การเคลื่อนตัวเข้าสู่คอคอดอันคับแคบอย่างรวดเร็วนั้นเรียกเสียงหวีดหวานจากเจ้าของเรือนร่างอ้อนแอ้นที่นอนทอดกายแอ่นระแน้เชื้อเชิญเจ้าของงูยักษ์ร้าย

คอคอดนั้นไม่เคยมีใครย่ำกรายนั้นช่างคับแคบเกินไปสำหรับลำกายอันมหึมา เมื่อเจ้าอนาคอนด้าร้ายของเขาดุนหัวเข้าใส่หมายลอดผ่านเข้าไปด้วยความรวดเร็ว ความอ่อนนุ่มของผืนที่แห่งนั้นจึงแทบปริแตกเหมือนผืนดินแตกระแหงถูกท่อนเหล็กหนักๆตอกอัดอย่างรุนแรง

เมื่อลำกายกร้าวแกร่งแทรกผ่านเข้าไปได้ยากเย็นเหลือใจ เจ้าของเรือนกายแกร่งกร้าวจึงต้องถอดถอยออกมาตั้งหลักแล้วออกแรงปลุกปล้ำนำพามันลอดเข้าถอยออกอยู่เสียหลายหน

จนท้ายสุดก็พุ่งสอดลอดผ่านเข้าไปได้จนสุดลำกายใหญ่ยาว

การพาเจ้างูยักษ์ร้ายรุกล้ำเข้าไปดื่มด่ำหยาดน้ำอมฤตในคราวนี้ ทำเอาเจ้าของเรือนกายที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อหนั่นแน่นทรงพลังถึงกับ หอบแฮ่ก

เขาพาเจ้าอนาคอนด้ายักษ์สัตว์เลี้ยงคู่ใจลอดเข้าลอดออกสำรวจซอกซอนโพรงถ้ำมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่มีครั้งไหนที่ถูกสูบพลังมากเท่านี้

ช่องทางที่ไม่เคยมีผู้ใดสำรวจมาก่อนช่างเต็มไปด้วยความรู้สึกหฤหรรษ์ มันกระตุ้นความอยากรู้อยากลองและปลุกความเถื่อนดิบที่ซุกซ่อนในตัวเขาออกมาได้ชะงัดนัก

แม้จะประหลาดใจอยู่บ้างที่เจ้าของถ้ำที่ไม่เคยเชื้อเชิญให้ใครเข้าเชยชมกลับเต็มใจแย้มพรายให้เขาทั้งที่เจ้าหล่อนควรสงวนเอาไว้สำหรับคนพิเศษมากกว่า

เท่าที่ดูทรงแล้วเจ้าหล่อนไม่น่าจะเป็นคนชอบเชื้อเชิญชักชวนใครให้เข้ามาย่ำกรายได้ง่ายๆ แต่นั่นเป็นเพียงความคิดแวบหนึ่งที่ผุดวาบขึ้นมาแล้วก็หายวับไป

เขาไม่จำเป็นต้องคิดอ่านอะไรแทนใคร ในเมื่อต่างฝายต่างเต็มใจและเมื่อทุกอย่างจบสิ้นลงก็จะเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่านมาแล้วก็ผ่านไป

‘ถามจริงเถอะ คุณรอดพ้นจากพวกเสือสิงห์กระทิงแรดมาถึงผมได้ยังไงกัน’

เขาถามพรางเม้มปากเก็บข่มความซ่านสยิวที่กำลังพุ่งพล่านอัดแน่นในกาย

เขาอยากสาดซัดความเถื่อนดิบใส่เสียให้สาสมกับก๋ากั่นมั่นอกมั่นใจของเจ้าหล่อน แต่ต้องยับยั้งเอาไว้รอคอยให้ความคับแน่นคลายตัวลงเสียก่อนเพราะตอนนี้มันรึงรัดเจ้ายักษ์ร้ายของเขาเสียจนปวดปร่าไปหมด

‘จำเป็นต้องรู้ด้วยเหรอคะ ฉันว่าคุณสนใจแค่สิ่งที่ต้องทำตรงหน้าดีกว่านะ’

‘คุณนี่ใจถึงเป็นบ้า’

‘อย่าพูดมากเลยน่า รีบๆเข้าเถอะฉันเจ็บจนจะทนไม่ไหวแล้วนะ’

‘ฮื่อ...ไม่อยากเจ็บต้องใจเย็นๆสิ นอนนิ่งๆเดี๋ยวผมจัดการเอง รับรองว่าซาบซ่านถึงใจจนลืมเจ็บเชียวแหละ’

เพียงสิ้นเสียงแหบโหย คนบอกให้ใจเย็นก็เริ่มขยับเขยื้อนนำพาเจ้าอนาคอนด้ายักษ์เคลื่อนตัวลอดเข้าลอดออกช้าๆ

ยามผิวกายร้อนผ่าวของลำกายแกร่งกร้าวของเจ้างูยักษ์ถูไถเสียดสีกับพื้นผิวนุ่มหยุ่นของคอคอดคับแน่นนั้นสร้างความรู้สึกประหลาดล้ำให้กับเขาอย่างไม่เคยพบเจอมาก่อน

ทุกช่วงจังหวะลอดเข้าถอยออกแสนเชื่องช้าเนิบนาบนั้นก่อเกิดความเสียดเสียวขมวดม้วนเป็นเกลียวคลื่นถาโถมสาดซัดอัดแน่นอยู่ในกายกำยำ

ระลอกแล้ว...ระลอกเล่า!

เขามั่นใจว่าเจ้าหล่อนก็รู้สึกไม่ต่างกัน เพราะร่างอ้อนแอ้นแอ่นระแน้ของเจ้าหล่อนนั้นบิดพล่านหยัดยกสะโพกร่อนรับทุกการขับเคลื่อนของเขาราวกับคนรู้งาน

ยิ่งเขาเร่งจังหวะจุ่มจ้วงล่วงล้ำหนักหน่วงและรัวเร็วขึ้นเรื่อยๆ เสียงเจ้าหล่อนก็หวีดหวานกังวานก้องร้องเร่งเขาจนฟังไม่เป็นศัพท์

ยิ่งเขาเร่งทะยานต่อไปด้วยความรวดเร็วและรุนแรงตามอารมณ์เถื่อนดิบ เกลียวคลื่นแห่งความหฤหรรษ์ในกายเขานั้นก็ยิ่งขมวดม้วนพุ่งทะยานสาดซัดเข้าใส่ไม่ปราณี

ความรู้สึกที่ก่อเกิดนี้ช่างยั่วยวนลึกล้ำจนเสียจนเขาต้องพยายามสะกดกลั้นหักห้ามใจไม่ให้สั่นหวิวพลิ้วไปตามอารมณ์ปรารถนา

ใช่! เขาจะถลำลึกกับความรู้สึกประหลาดล้ำที่ก่อเกิดไม่ได้

เขาลากเธอขึ้นเตียงเพียงความสนุกชั่วคราว ไม่ใช่ชั่วนิรันดร์

เจ้าหล่อนเองก็แค่อยากลิ้มลองความสนุกเฉกเช่นคนอื่น

One Night Stand เท่านั้นกับค่ำคืนนี้ เมื่อวันพรุ่งนี้มาถึง เขาและเธอก็ต่างคนต่างไป

ไม่รู้จักฉันไม่รู้จักเธอ

ไม่มีวันหวนกลับมาพานพบกันอีก

“ผิดแล้ว! คนอื่นอาจไม่มีวันหวนกลับแต่นั่นไม่ใช่สำหรับเธอแม่คนอวดดี” เปลวตะวันสบถเสียงเข้มดุ ดวงตากร้าวเขม้นมองผนังห้องน้ำเขม็ง

แม้สายน้ำที่ไหลซู่จากฝักบัวละผ่านม่านตาจะเย็นเยียบแต่ก็ไม่อาจผ่อนปรนความร้อนแรงของเปลวไฟแห่งดวงตะวันที่กำลังลุกโชนด้วยความโกรธเกรี้ยวให้คลายลงได้เลย

“ผู้ชายขายกล้วย หึๆ ผู้หญิงบ้า กล้าดีนัก แล้วเธอจะได้รู้ว่าฉันไม่ใช่ผู้ชายห่วยๆแบบนั้น”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ร้อยเล่ห์กลหัวใจ
9.2
“ไม่รู้เรื่องได้ยังไง ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันคงไม่ถูกแม่บังคับให้ต้องแต่งงาน” “อ๋อ...หวงชีวิตโสด” ธีรนัยน์เสียงขลุกขลักในลำคอ “คนอะไรไม่เจียมสังขารเอาเสียเลย แก่จวนจะเข้าโลงอยู่แล้วยังทำตัวลอยชาย มุดห้องนี้ออกห้องโน้นอยู่ได้ นอนไม่หลับหรือไงถ้าไม่มีตุ๊กตามีชีวิตนอนเคียงข้างน่ะ” “ถามตัวเองดีกว่ามั้งลูกตาล เพราะฉันคนนี้ไม่อยู่ในห้องนอนให้เธอกอดไม่ใช่หรือไง เธอถึงได้หงุดหงิด จนต้องออกมาเดินตากลมชมดาวบนท้องฟ้าคนเดียวน่ะ” “เปล่า ฉันกำลังหาทางทำให้คุณล้มเลิกความคิดบ้าๆ นั่นต่างหากล่ะ ไม่เสียเวลามาคิดเรื่องไม่มีคนให้นอดกอดหรอกย่ะ” โชคดีที่ได้รู้เรื่องจากนิสากรมาก่อน ทำให้เธอพอมีเวลาคิดหาคำพูดโน้มน้าวใจให้สิงขรยกเลิกความคิด
หน้าปกนวนิยาย โซ่เสน่หานายหัว
9.5
เมื่อนายหัวไกร บุญโชคช่วย ลอยด์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าพ่อค้ามนุษย์รายใหญ่ ปณาลีนักข่าวสาวผู้ยึดมั่นในอุดมการณ์จึงยอมปลอมตัวเป็นคนงานคัดปลาเพื่อกระชากหน้ากากเขา แม้อิทธิพลและเงินตราจะมหาศาลเพียงใดเธอก็ไม่หวั่น แต่การสืบหาความจริงกลับไม่ง่าย เมื่อเธอถูกเขารุกรานด้วยพันธนาการอันเร่าร้อน นายหัวหนุ่มใช้กำลังข่มขู่และสบประมาทด้วยข้อเสนอซื้อพรหมจรรย์อย่างโหดร้าย ท่ามกลางอันตรายและการคุกคามทางอารมณ์ที่บีบคั้น เธอจะเอาตัวรอดจากกรงขังเสน่หาและเปิดโปงความชั่วร้ายของเขาได้หรือไม่
หน้าปกนวนิยาย เด็ก..บ้านนอก
8.0
เรื่องราวความรักสุดโรแมนติกที่เกิดขึ้นเมื่อชายหนุ่มผู้ใช้ชีวิตท่ามกลางความวุ่นวายในเมืองหลวงได้มีโอกาสพบเจอกับหญิงสาวชาวบ้านผู้มีเสน่ห์อันเรียบง่ายและจริงใจ ความแตกต่างของภูมิหลังและวิถีชีวิตกลับไม่ใช่กำแพงกั้น เมื่อหัวใจของหนุ่มกรุงเริ่มหวั่นไหวและตกหลุมรักในความอ่อนโยนของสาวบ้านไร่เข้าอย่างจัง นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แสนอบอุ่นท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่ช่วยหลอมรวมใจสองดวงให้กลายเป็นหนึ่งเดียวในนิยายรักร่วมสมัยที่ตราตรึงใจ
หน้าปกนวนิยาย ร้าวใจร้ายเปลี่ยนใจรัก
8.3
เมื่อชายที่แอบรักมานานประกาศแต่งงานกะทันหัน หญิงสาวผู้บอบช้ำจึงตัดสินใจหลบไปรักษาแผลใจ ณ บ้านเพื่อนแม่ในป่าทางภาคเหนือ ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกให้เธอต้องมาอาศัยใต้ชายคาเดียวกับชายหนุ่มคู่กัดที่ไม่ลงรอยกันอย่างที่สุด ความใกล้ชิดและความผิดพลาดเพียงชั่วข้ามคืนนำไปสู่ความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่กลายเป็นบ่วงผูกมัดทั้งคู่ไว้ด้วยกันอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง เรื่องราวความรักที่เริ่มต้นจากความบาดหมางท่ามกลางขุนเขาจะลงเอยอย่างไรในรูปแบบใด
หน้าปกนวนิยาย เจตนาในการแต่งงาน
8.8
ชีวิตแต่งงานที่เคยแสนหวานกลับกลายเป็นฝันร้าย เมื่อหญิงสาวเริ่มระแคะระคายว่าสามีแอบวางยาเธออย่างเลือดเย็น ยิ่งขุดลึกลงไปเธอก็ยิ่งพบความลับอันน่าสะพรึงกลัวว่า ลูกที่เธอรักจนหมดใจกลับไม่ใช่สายเลือดที่แท้จริงของตน ซ้ำร้ายแม่บ้านที่ไว้ใจยังเป็นสายลับที่ถูกส่งมาจับตาดูทุกฝีก้าว ในสถานการณ์ที่มืดแปดด้านและไร้ทางออกเช่นนี้ เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมสละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่มี เพื่อพาตัวเองให้รอดพ้นจากกรงขังแห่งคำลวงนี้ไปให้ได้
หน้าปกนวนิยาย ฉันหนีไม่พ้นแล้ว
9.7
ที่งานหมั้น มู่ซินยวี่ดื่มเหล้าเข้าไปจนรู้สึกร้อนรุ่มไปทั้งตัว เมื่อเห็นเงาร่างที่คุ้นเคย เธอจึงพุ่งเข้าไปหาและจูบอย่างหลงใหล “คุณสามีจ๋า ฉันอยาก...” หลังจากเกิดอะไรบ้าคลั่งมาคืนหนึ่ง เมื่อตื่นขึ้นมาก็พบว่าชายที่อยู่ข้างกายเธอคือ เสิ่นเจียสวี่ ลูกพี่ลูกน้องนักบินของคู่หมั้น! “ตอดรัดแน่นมาก ชอบมากเลยเหรอ?”พอเสียงแหบ ๆ เบา ๆ นี้ลอยเข้าหูมา ที่น่ากลัวกว่านั้นคือเสียงคู่หมั้น เสิ่นเจียหวิน ตะโกนโวยวายอยู่หน้าประตู เสิ่นเจียสวี่เอาเสื้อสูทคลุมหัวเธอเพื่อพาเธอออกมาแต่ก็ยื่นเงื่อนไขโหดร้าย “มาเป็นกิ๊กของฉัน ไม่งั้น...ลองเดาดูสิว่าตระกูลเสิ่นจะมองเธอเป็นหญิงสำส่อนยังไง ?” มู่ซินยวี่กัดฟันรับข้อเสนอ แค่อยากจะหลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ แต่กลับพบว่าเสิ่นเจียสวี่คือกัปตันเครื่องบินของเธอ ในห้องพักบนเครื่องบินสูงหมื่นเมตร เขาจับเอวเธอ "คิดหนีเหรอ? เที่ยวบินนี้ฉันเป็นเป็นหลัก" เธอกล้ำกลืนเอาไว้เพื่อรักษาบริษัทที่แม่ทิ้งไว้และพ่อที่ป่วยหนักของเธอ แต่กลับได้ยินเสิ่นเจียหวินเยาะเย้ยว่า “คุณหนูที่ตกอับ เล่นสนุกแค่แป๊บเดียวก็เบื่อแล้ว!” และเห็นเขากอดมู่อยู่อู่ น้องสาวบุญธรรม พร้อมทุ่มเงินฟุ่มเฟือย! มู่ซินยวี่รู้สึกใจหาย เอาล่ะ การหมั้นนี้ เธอไม่เอาแล้ว เธอหันหลังไปหาเสิ่นเจียสวี่ที่มีอำนาจมากกว่า “ช่วยฉันถอนหมั้น ฟื้นฟูบริษัท แล้วฉันจะยอมตามใจคุณ” ชายหนุ่มมีประกายตาแห่งความต้องการเป็นเจ้าของ “ตกลง จำไว้ จากนี้ไป เธอต้องเป็นของฉันเท่านั้น” ตั้งแต่นั้น ชีวิตของมู่ซินยวี่ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง