ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อดีตรักซุปตาร์

อดีตรักซุปตาร์

มาร์ติน คลาร์ก ซูเปอร์สตาร์หนุ่มทายาทหมื่นล้านเฝ้ารอคอยคนรักอย่างมีความหวัง หลังแก้มตัดสินใจจากไปพร้อมลูกน้อยในครรภ์โดยไร้คำลา ทั้งที่ความสัมพันธ์แสนราบรื่น เมื่อโชคชะตาเหวี่ยงให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งในเมืองไทย แก้มพยายามปกปิดความลับเรื่องน้องมาร์ช ลูกชายวัยสามขวบที่ถอดแบบพ่อมาทุกกระเบียดนิ้ว ท่ามกลางการช่วยเหลือจากคนใกล้ชิดที่คาดไม่ถึง มาร์ตินจึงต้องทำทุกทางเพื่อทวงคืนครอบครัวและค้นหาเหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการหนีไปของเธอในอดีต
ตอน
แชร์

ตอน 2

แรกพบสบตา

มาร์ติน คลาร์ก อายุ 28 ปี นักร้องหนุ่มมากความสามารถที่เปิดตัวในฐานะศิลปินได้ไม่นานก็ดังเป็นพลุแตกอย่างน่าเหลือเชื่อ พร้อมกับพ่วงตำแหน่งรองประธานบริษัทส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์รายใหญ่ของประเทศซึ่งเป็นธุรกิจของที่บ้าน มาร์ตินตัดสินใจเป็นนักร้องหลังจากที่แฟนสาวหนีไปพร้อมกับลูกในท้อง ในวันนั้นวันที่เหมือนกับโลกทั้งใบของเขาได้พังทลายลงเป็นวันเดียวกับน้าของเขาเข้ามาคุยเรื่องการเป็นศิลปินของเขา ซึ่งเรื่องนี้น้าของเขาได้คุยกับเขาหลายต่อหลายครั้งแต่ก็ได้รับการปฏิเสธทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างจากครั้งอื่นเพราะเขาอยากจะลองทำให้สิ่งที่เขาเองก็ไม่เคยทำถึงแม้คิดที่จะเคยทำก็ตาม

แต่เรื่องนี้เขาก็ยังไม่ได้ตัดสินใจโดยทันทีเพราะตอนนี้เขามีอีกใครอีกคนอยู่เคียงข้างและเธอคือคนที่เขาเลือกจะให้ชีวิตร่วมด้วยเขาจึงอยากคุยกับเธอก่อน ก็อย่างที่ใครหลายคนรู้ว่าวงการบันเทิงมันไม่ได้สวยหรูเขากลัวว่าการตัดสินใจจะทำให้การใช้ชีวิตของพวกเขาต้องเปลี่ยนไป มาร์ตินจึงอยากจะถามเธอก่อนให้คำตอบน้าของเขา แต่ยังไม่ทันที่มาร์ตินจะได้คุยเธอก็ดันเข้ามาได้ยินบทสนทนาของเขากับน้าเสียก่อน เมื่อออกไปดูเธอก็ลงลิฟต์ไปแล้วพอตามไปดูที่คอนโดก็ไม่เจอโทรไปก็ไม่รับข้าวของก็อยู่ครบแต่ที่ทำให้มาร์ตินสะดุดสายตาก็คือที่ตรวจครรภ์ที่วางอยู่บนโต๊ะห้องนั่งเล่น นั้นทำให้รู้ว่าเธอพาลูกในท้องหนีไปด้วยแต่ที่เขาไม่เข้าใจคือทำไมเธอถึงต้องทำแบบนี้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้ทะเลาะอะไรกันแม่แต่น้อย นั้นเป็นครั้งแรกที่น้ำตาลูกผู้ชายอย่างเขานั้นไหลอาบหน้า อารมณ์ ณ ช่วงเวลานั้นมันทั้งเสียใจ โกรธ สับสนมึนงงไปหมด จับต้นชนปลายไม่ถูกว่าสาเหตุที่เธอหนีเขาไปเพราะอะไร เขาไปทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจกันแน่

หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้นมาร์ตินจึงตัดสินใจตอบตกลงน้าของเขาและด้วยบริษัทของน้าเขาอยู่ที่ไทยซึ่งก็เป็นบ้านเกิดของแม่เขาอยู่แล้ว มาร์ตินจึงต้องมาอยู่ไทยโดยการเป็นศิลปินในครั้งนี้มาร์ตินไม่ได้ยึดเป็นอาชีพหลักเพราะที่บ้านเขาเองก็มีธุรกิจมากมายซึ่งพวกเขาทั้งสี่คนก็ต้องเป็นคนดูแลต่อจากแด๊ด มาร์ตินจึงยื่นข้อเสนอสัญญาไปแค่สามปีเท่านั้นแต่ในระหว่างที่เป็นศิลปินเขาก็เข้ามาช่วยงานที่บริษัทบ้างหากมีเวลา โดยน้าของเขาก็ยอมรับข้อเสนอแต่โดยดีเพราะเขารู้จะนิสัยหลานชายคนนี้เป็นอย่างดีว่าเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น

ในช่วงระยะเวลาสามปีที่มาร์ตินมาเป็นศิลปินผลตอบรับกระแสต่างๆที่มาร์ตินได้รับดีมากจนเกินคาด มีแฟนคลับติดตามผลงานของเขาจำนวนมาก ส่วนมาร์ตินก็ตั้งใจทำผลงานเพลงออกมาให้บรรดาแฟนคลับได้ติดตามได้เป็นอย่างดี ซึ่งมาร์ตินก็ถึงว่าเป็นศิลปินเบอร์ต้นๆของวงการเพลงเลยก็ว่าได้ มาร์ตินมีงานติดต่อเข้ามาไม่ขาดสายจนผู้จัดการส่วนตัวของเขารับสายโทนเข้าแทบจะสายไหม้ในแต่ละวัน โดยผู้จัดการส่วนตัวของมาร์ตินก็ไม่ใช่ใครที่ไหนก็เป็นเพื่อนสนิทของเขาเองที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ

ช่วงเวลา 3 ปี ในการเป็นศิลปินและเกือบ 4 ปีในการตามหาคนรักและลูกแต่ไม่ว่าจะตามหาเท่าไหร่ก็ไม่เคยเจอในช่วงแรกที่เธอหายไปมาร์ตินตามหาเธอทุกที่ที่เธอเคยไป ถามน้องชายที่เป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอที่นั้นก็บอกไม่รู้ ลงทุกจ้างนักสืบที่ว่าเก่งที่สุดก็หาไม่เจอ จนทำให้มาร์ตินแอบคิดว่าจะมีใครที่คอยช่วยเธออยู่หรือเปล่า มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยว่าผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวจะหลบเขาได้มิดขนาดนั้นและยิ่งไม่ใช่คนในประเทศแล้วยิ่งเป็นไปได้ยาก

ทุกครั้งที่นักสืบที่เข้าจ้างให้ตามหาได้ข้อมูลว่าเหมือนจะเจอแต่ก็คว้าน้ำเหลวทุกครั้งเพราะเป็นเพียงคนที่มีรูบร่างคล้ายเธอเท่านั้น ตลอดเวลาที่เธอหาไปมาร์ตินเฝ้ารอวันที่จะได้พบเธออีกครั้ง ซึ่งในช่วงระยะเวลา 3ปีที่ผ่านมาก็มักจะมีสาวน้อยสาวใหญ่เข้ามาขายขนมจีบทอดสะพานให้มาร์ตินไม่ขาดสายทั้งในและนอกวงการแต่ผู้หญิงเหล่านั้นก็ไม่เคยมีใครได้รับความสนใจจากมาร์ตินแม้แต่คนเดียว ต่อให้เขามีข่าวกับสาวคนไหนก็ตามมาร์ตินก้ปัดตกทุกข่าวเรียกได้ว่าคนปล่อยข่าวหน้าแหกหมอไม่รับเย็บก็ว่าได้ สาวๆพวกนั้นพยายามหวังให้ตัวเองเป็นข่าวกับมาร์ตินเพราะพวกหล่อนรู้ว่านอกจากมาร์ตินจะเป็นศิลปินแล้วเขายังมีตำแหน่งทายาทหมื่นล้านอีกด้วยแบบนี้ใครจะไม่อยากได้กัน แต่ไม่ว่าจะสวยแค่ไหนก็ไม่มีใครได้ใจเขาไปครอบครองหรอกเพราะให้ในของไม่เหลือที่ว่างให้ใครนอกจากเธอและจะยังคงเป็นเธอตลอดไป

4 ที่แล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกา

มาร์ตินได้รับสายจากน้องชายคนเล็กให้ไปรับที่สนามบินหลังจากกลับมาจากเที่ยวช่วงปิดเทอม มาร์ตินยืนรอน้องชายอยู่ใกล้กับทางออกไม่ไกลมากสายตาแกร่งสอดส่องมองไปทั่วสนามบินเพื่อมองหาน้องชายที่บอกว่าใกล้ถึงแล้วแต่สายก็ไปสะดุดเข้ากับสาวน้อยร่างบางซึ่งจากที่เขาดูแล้วน่าจะเป็นสาวเอเชียเดินตรงเข้ามาหาเขา มาร์ตินมองสาวน้อยที่กำลังเดินเข้ามาทางเขาอย่างอึ่งๆ กับความน่ารักสดใสดูเป็นธรรมชาติ บนใบหน้าที่ไม่ได้ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางแต่กลับน่ามองจนไม่อยากละสายตา

ซึ่งเป็นไปตามคาดสาวน้อยร่างบางเดินเข้ามาทักเขาและถามทางไปที่พัก จึงทำให้มาร์ตินหลุดจากภวังค์ก่อนจะบอกทางไปที่พักตามที่ร่างบางตรงหน้าถามและนอกจากจะรู้ว่าเธอเป็นคนไทยยังทำให้มาร์ตินรู้ว่าร่างบางตรงหน้าชื่อแก้มจากการที่ร่างบางหลุดปากพูดออกมาก่อนจะเปลี่ยนสรรพนามพูดใหม่ แต่มาร์ตินกลับชอบให้ร่างบางแทนตัวเองกับเขาว่าแก้มมากกว่าเพราะมันดูน่ารักดี

หลังจากที่บอกทางร่างบางเสร็จแล้วเธอก็เดินไปตามที่มาร์ตินบอกซึ่งมาร์ตินก็มองตามจนสุดสายตา ก่อนจะมีเสียงเรียกของน้องชายที่หลังจากเจอร่างบางก็ทำให้มาร์ตินลืมไปช่วงขณะว่ามาทำอะไรที่สนามบินจนได้รับแรงสะกิดบริเวณหัวไหล่และเสียงเรียกของน้องชายที่เดินมาอยู่ด้านหลังพี่ชาย ส่วนมิกซ์ที่เห็นพี่ชายยืนเหม่อลอยพร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏอยู่บนใบหน้าด้วยความประหลาดใจและสยองในเวลาเดียวกัน จากคนที่ตั้งแต่เกิดยิ้มนับครั้งได้แต่แล้ววันนี้กลับยิ้มโดยไม่มีสาเหตุใครเห็นก็ต้องรู้สึกแบบเขาบ้างแหละ หรือว่าแด๊ดใช้งานพี่ชายเขาหนักเกินไปจนเสียสติไปแล้วแต่ก็ได้แต่คิดเท่านั้นแหละใครจะไปกล้าถามถึงจะเป็นน้องก็เถอะ

โดยตลอดการขับรถพาน้องมาส่งที่คอนโดมาร์ตินก็เอาแต่นึกถึงใบหน้าน่ารักของสาวน้อยที่มีเสน่ห์ดึงดูดสายตาอย่างไม่สามารถคาดสายตาได้แม้แต่วินาทีเดียวมาตลอดทางจนทำให้เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวจนถูกน้องชายที่นั่งอยู่ข้างแซว เขาจึงสบถด่าน้องชายอย่างไม่จริงจังมากนักออกไป เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายเพราะถ้าหากเจ้าน้องชายตัวดีรู้มีหวังโดนล้อจนลูกโตแน่แล้วเผลอๆ รู้ไปถึงแด๊ดกับแม่และพี่ชายทั้งสองคนเขาอีกด้วย

หลังจากที่ส่งน้องชายแล้วมาร์ตินก็ขับรถไปที่บริษัทเพื่อเข้าไปเคลียร์เอกสารงานที่ทำค้างไว้ก่อนที่จะออกไปรับน้องชายที่สนามบิน มาร์ตินเริ่มเข้ามาช่วยงานที่บริษัทของพ่อตั้งแต่เริ่มเข้ามหาลัยทำให้เวลาหลังจากที่เรียนเสร็จหรือวันหยุดมาร์ตินก็จะเข้ามาทำงาน ซึ่งตอนนี้เขาก็เข้ามาบริหารงานอย่างเต็มตัวแล้วก็จะเหลือแต่น้องชายคนเล็กของบ้านที่พึ่งเข้ามหาลัยที่ยังไม่ได้เข้ามาช่วยงานที่บ้าน

ก็อกๆ

“ขออนุญาตครับนาย” เดลเลขาหนุ่มหน้าตาดีเป็นที่หมายปองของสาวๆ พนักงานในบริษัทมีสาวคอยแวะเวียนมาขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวันเรียกได้ว่าฮอตไม่ต่างจากเจ้านายเลยเลขาคนนี้

“อืม เข้ามา”

“นายมีอะไรหรือเปล่าครับ” เดลเดินมาหยุดที่หน้าโต๊ะทำงานของเจ้านายถามจุดประสงค์ที่เจ้านายเรียกเข้ามาพบทันที่ที่เข้ามาถึงบริษัท

“ผมอยากให้พี่ไปสืบประวัติผู้หญิงคนหนึ่งมาให้ผมหน่อย” มาร์ตินบอกความต้องการของตนกับเลขา มาร์ตินมักจะเรียกเดลว่าพี่เมื่ออยู่ด้วยกันของคนเพราะเดลอายุมากกว่ามาร์ติน5ปี และมาร์ตินก็ยังเคารพเดลเหมือนพี่ชายแท้ๆ คนหนึ่งเพราะช่วงแรกๆ ที่มาร์ตินเข้ามาทำงานก็มีเดลคอยบอกและสอนงานจนทำให้มาร์ตินเป็นที่ยอมรับของคนในบริษัทถึงทุกวันนี้

“เอ่อ ครับ” เดลตอบกลับเจ้านายอย่างงงๆก็เล่นมาบอกให้ตามหาแต่ไม่บอกว่าเป็นใคร ต่อให้เขาเก่งแค่ไหนก็คิดว่าไม่น่าจะตามหาเจอ

“แก้ม” มาร์ตินเห็นสีหน้าของเลขาก็บอกชื่อสาวน้อยออกไปพร้อมกับมองออกไปข้างนอกอย่างคนเพ้อฝันริมฝีปากหนาคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงใบหน้านวลใสน่ารักเป็นธรรมชาติ

“แค่นี้หรอครับ” เดลตามออกไปพรางทำหน้าฉงนงงอีกครั้ง ก็เจ้านายเขาเล่นบอกมาแค่ชื่อจะให้เขาไปหายังไรกันอย่างน้อยก็ขอข้อมูลเพิ่มอีกนิดก็ยังดี แถมยังทำหน้าตาพิลึกมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วยิ้มอีก อยากรู้จริงว่าเมื่อครู่ที่ออกไปข้างนอกไปทำอะไรมากลับมาทำไมถึงได้เป็นแบบนี้

“ใช่แค่นี้ หรือพี่เดลทำไม่ได้ครับ” มาร์ตินหันกลับมาถามเดลเพราะไม่มีเรื่องไหนที่เลขาคนนี้ของเขาจะทำไม่ได้ เพียงแค่หาผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวคงไม่อยากเกินความสามารถเดลหรอก

“ได้มันได้ครับ แต่คุณมาร์ตินไม่มีข้อมูลที่มันมากกว่านี้หรอครับ คืออย่างนี้นะครับ คนชื่อแก้มไม่ได้มีคนเดียวในโลกนะครับ แบบว่านายเจอเธอที่ไหน รูปร่าง อะไรประมาณนี้ครับ” เดลตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนกับความเอาแต่ใจที่อยากได้อะไรก็ต้องได้ของเจ้านาย แต่ถ้าหาได้ข้อมูลที่มากกว่ามันก็จะทำให้เขาทำงานได้เร็วมากกว่านี้ไม่ใช้ได้มาแค่ชื่อเล่นแบบนี้

“อืม เธอเป็นคนไทย อายุน่าจะเท่าๆ มิกซ์ แค่นี้พอไหมครับคุณเลขา อ้อ ผมเจอเธอที่สนามบิน” มาร์ตินบอกข้อมูลของสาวน้อยที่เขาหมายปองเอาไว้กับเดลเท่าที่เขารู้เพราะนอกเหนือจากนั้นเป็นหน้าที่ของเดลที่ต้องตาสืบเรื่องของเธอมาให้เขาให้ได้ เพราะถ้าเขารู้คงไม่ต้องให้เดลไปสืบให้หรอก

“ครับ แล้วคุณมาร์ตินจะเอาตอนไหนครับ”ข้อมูลเท่านี้ก็เพียงพอแล้วที่จะให้ตามหาเธอคนที่นายต้องการให้เขาตามหา แต่ที่หน้าแปลกใจคือแค่เจอกันที่สนามทำให้นายเขาต้องตามสืบเรื่องของเธอเพียงนี้เชียวหรือ เธอคนนี้ต้องมีอะไรพิเศษที่ทำให้นายของเขาตราตรึงใจไม่มากก็น้อย

“เย็นนี้ ก่อนผมกลับบ้านต้องได้ประวัติของเธอ” มาร์ตินพูดเสียงเด็ดขาด เขาต้องการที่จะรู้จักสาวน้อยร่างบางที่ทำให้เขาเพ้อละเมอหาได้มากมายเพียงนี้โดยเร็วที่สุด ว่าเธอเป็นใครกันที่มาทำให้หัวใจแกร่งที่ไม่เคยเต้นกับใครมาก่อนเต้นโครมครามเสียอาการได้เพียงนี้

“ครับ ผมจะจัดการให้เร็วที่สุดครับ” เดลตอบรับคำสั่งจากเจ้านายโดยไม่มีข้อโต้แย้งได้ใดๆ

“แล้วงานวันนี้ผมมีแค่นี้ใช่ไหม แล้วก็ช่วงนี้ผมอาจจะไม่ค่อยได้เขาบริษัทนะครับ ฝากพี่จัดการแต่ถ้ามีเรื่องด่วนก็ติดต่อผมโดยตรงได้เลยครับ” มาร์ตินถามถึงภาระงานของวันนี้ที่ตนต้องทำงานยังเหลือส่วนไหนบ้างและฝากให้เดลดูความเรียบร้อยแทนเพราะพรุ่งนี้เขาต้องเข้าไปที่มหาลัยซึ่งเป็นมหาลัยของป้าเขาเอง

“ได้ครับ คุณมาร์ตินไม่ต้องหวงทางนี้นะครับเดี๋ยวผมจะดูแลให้เป็นอย่างดีเลยครับ งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ” เดลตอบรับคำสั่งเจ้านายก่อนจะของตัวออกจากห้องเพื่อไปจัดการงานด่วนที่เจ้านายมอบหมายและต้องทำให้เสร็จก่อนที่เจ้านายจะกลับบ้าน

หลังจากที่เดลออกจากห้องไปมาร์ตินก็ก้มหน้าทำงานต่อแม้ภายในหัวสมองก็ยังมีหญิงสาวมาวนเวียนในหัวตลอดการทำงานจนทำให้มาร์ตินไม่มีสมาธิในการทำงานและคิดคาดโทษร่างบางไว้ในใจหากเจอกันครั้งหน้าจะลงโทษให้เข็ดโทษฐานที่ทำให้เขาไม่มีสมาธิทำงาน

“เจอกันครั้งหน้าเธอโดนฉันลงโทษแน่ตัวแสบ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักบำเรอแค้น
8.9
รชนิชลจำใจเข้าพิธีวิวาห์กับคาร์ลอส มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของธุรกิจน้ำมันยักษ์ใหญ่แทนลูกพี่ลูกน้องที่หนีหายไปในวันแต่งงาน แม้เธอจะเคยแอบรักเขามาก่อน แต่คาร์ลอสในวันนี้กลับเปลี่ยนจากเทพบุตรเป็นซาตานร้ายที่ไร้หัวใจ เขามองว่าเธอเป็นเพียงตัวแทนของผู้หญิงที่เขารักและจองจำเธอไว้ในบ่วงแค้นเพื่อระบายความโกรธแค้นของตนเอง รชนิชลต้องชดใช้หนี้แค้นด้วยร่างกายและหยาดน้ำตา โดยไม่มีวันได้รับความรักหรือความเมตตาตอบแทนจากมหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้เลย
หน้าปกนวนิยาย คุณกู้ คุณนายทอดทิ้งท่านไปแล้ว
9.1
หลังครองรักมาสองปี เจียงเนี่ยนอันตั้งท้องด้วยความดีใจ แต่สามีกลับมอบใบหย่าให้แทน ท่ามกลางแผนร้ายที่ทำให้เธอต้องเสียเลือดอย่างโดดเดี่ยว เธอพยายามติดต่อเขาเพื่อรักษาชีวิตลูกในท้องแต่ไร้การตอบรับ ความผิดหวังผลักดันให้เธอหนีไปต่างประเทศ หลายปีผ่านไปเธอกลับมาเพื่อเริ่มต้นใหม่ในพิธีวิวาห์ของตนเอง ทว่าอดีตสามีอย่างคุณกู้กลับบุกมาคุกเข่าอ้อนวอนด้วยความคลุ้มคลั่งและดวงตาที่แดงก่ำ พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอจะแต่งงานกับใครไม่ได้ทั้งนั้นในเมื่อยังมีลูกของเขาอยู่
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บ ชุด The billionaire demon's virgin mistress
8.5
นิโคไล มาร์คิเดฟ ทายาทจอมเผด็จการผู้แสวงหาความสมบูรณ์แบบ มีรสนิยมทางเพศที่ดุดันและไร้ความปรานี เขามองผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องระบายอารมณ์ชั่วข้ามคืนภายใต้กฎเหล็กอันแสนเย็นชา ทว่าโชคชะตากลับขีดเขียนให้อิงบุญ หญิงสาวผู้แข็งแกร่งจากการเติบโตในซ่องโสเภณี ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับมหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจคนนี้เพื่อตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ แต่ตำแหน่งที่เธอได้รับกลับเป็นเพียงเมียเก็บที่ไร้เกียรติ ท่ามกลางความดิบเถื่อนและอำนาจที่เขามีเหนือตัวเธอ
หน้าปกนวนิยาย ล้วงรักจอมวายร้าย
8.7
เมื่ออันนาต้องเผชิญหน้ากับความอับอายครั้งใหญ่จากการตามตื้อเฮคเตอร์ พี. เกลนนอน มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่สื่อทั่วโลกจับตามอง ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากข้อตกลงลับๆ และความพึงพอใจชั่วครั้งชั่วคราวกลับกลายเป็นพันธะที่ผูกมัดทั้งคู่ไว้ด้วยกัน แม้อันนาจะยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความผิดพลาดจากบรรยากาศที่เป็นใจ แต่เพลย์บอยผู้ไม่เคยถูกใครปฏิเสธอย่างเฮคเตอร์กลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เขาจึงใช้สัญญาทาสเป็นเครื่องมือเพื่อเปลี่ยนทัศนคติของเธอและดึงตัวเธอไว้ข้างกายให้ได้
หน้าปกนวนิยาย พยศรัก [ The Vice Love ]
9.5
หลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไบรอัลพยายามเสนอเงินเพื่อรับผิดชอบ แต่ต้องดาวกลับปฏิเสธอย่างรุนแรงเพราะไม่อยากถูกตีค่าเป็นเพียงผู้หญิงขายบริการ เธอต้องการให้ทั้งคู่ต่างคนต่างอยู่และลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปเสีย ทว่ามหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่ยอมเสียเปรียบใครกลับไม่ยอมรามือ เขาพยายามยัดเยียดสถานะให้เธอรับไว้เพื่อลบความผิดในใจ จนสุดท้ายเมื่อตกลงกันไม่ได้ ไบรอัลจึงตัดสินใจยื่นคำขาดให้เธอมาเป็นผู้หญิงของเขาแทนการจ่ายเงิน
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์รักแรงพยาบาท
9.2
เมื่อแม่ต้องเผชิญวิกฤตความตาย มนต์มีนา แอร์โฮสเตสสาวจึงไร้ทางเลือกนอกจากหวนกลับไปหา คาร์โล คัสล์ซัน CEO หนุ่มเจ้าของสายการบินผู้กุมอำนาจเงินตราและอดีตอันขมขื่นระหว่างกัน เขาจำเธอได้แม่นยำในฐานะอดีตคนรักที่เคยฝากแผลใจไว้ ซาตานร้ายในคราบนักธุรกิจจึงยื่นข้อเสนอสุดอัปยศเพื่อแลกกับการช่วยเหลือทางการแพทย์ นั่นคือเธอต้องยอมพลีกายเพื่อมอบทายาทให้แก่เขา การกลับมาเจอกันครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นโอกาสที่คาร์โลจะใช้พันธสัญญาเสน่หาเพื่อแก้แค้นเธอให้สาสมกับความเจ็บปวดในอดีต