ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย อดีตรักซุปตาร์

อดีตรักซุปตาร์

มาร์ติน คลาร์ก ซูเปอร์สตาร์หนุ่มทายาทหมื่นล้านเฝ้ารอคอยคนรักอย่างมีความหวัง หลังแก้มตัดสินใจจากไปพร้อมลูกน้อยในครรภ์โดยไร้คำลา ทั้งที่ความสัมพันธ์แสนราบรื่น เมื่อโชคชะตาเหวี่ยงให้ทั้งคู่กลับมาพบกันอีกครั้งในเมืองไทย แก้มพยายามปกปิดความลับเรื่องน้องมาร์ช ลูกชายวัยสามขวบที่ถอดแบบพ่อมาทุกกระเบียดนิ้ว ท่ามกลางการช่วยเหลือจากคนใกล้ชิดที่คาดไม่ถึง มาร์ตินจึงต้องทำทุกทางเพื่อทวงคืนครอบครัวและค้นหาเหตุผลที่แท้จริงเบื้องหลังการหนีไปของเธอในอดีต
ตอน
แชร์

ตอน 1

ชายแปลกหน้า

แก้ม กัลย์กมล กิจวณิชกุล อายุ 23 ปี สาวน้อยร่างบางพ่วงตำแหน่งคุณแม่ลูกหนึ่งเจ้าของร้านกาแฟเล็กๆข้างบริษัทส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นบริษัทส่งออกอุปกรณ์ทางการแพทย์อันดับต้นๆ ของประเทศ แก้มกลับมาเปิดร้านกาแฟหลังจากเรียนจบจากสหรัฐอเมริกาได้ 1 ปี ซึ่งเธอใช้เวลาเรียนทั้งหมด 3 ปี และในขณะเดียวกันเธอก็ทำงานและเลี้ยงลูกชายตัวน้อยไปด้วยในเวลาเดียวกัน

ซึ่งเกิดจากชายคนรักที่เป็นรักแรกและรักเดียวของเธอเมื่อครั้งเธอไปเป็นนักเรียนทุกเมื่อ4ปีที่แล้ว ถือว่าเป็นเวลาที่หนักหน่วงมากที่สุดสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวในต่างแดนแบบเธอแต่ก็ยังดีที่มีเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่คอยช่วยเหลือเธอตลอดซึ่งคนที่ช่วยเธอก็เป็นน้องชายของอดีตคนรักของเธอแต่ก็ต้องแลกเปลี่ยนกับที่เธอต้องบอกความจริงและเหตุผลถึงแม้แม้จะเป็นเหตุผลที่ฟังดูแล้วเห็นแก่ตัวก็ตาม ที่เลือกเดินออกมาจากชีวิตพี่ชายของเพื่อนชายคนนี้ ถึงแม้ในตอนแรกเพื่อนชายคนนี้จะมีท่าทีคัดค้านอยู่บ้างแต่สุดท้ายก็ยอมช่วยซึ่งเรื่องที่เธอท้องจะมีเพียงแค่ครอบครัวเธอและพ่อแม่เพื่อนสนิทของเธอเท่านั้นที่รู้ เธอก็ต้องอยู่แบบหลบๆ ซ่อนเพื่อไม่ให้ชายคนรักรู้ว่าเธออยู่ไหนโดยได้รับความช่วยเหลือจากพ่อแม่ของอดีตคนรัก และมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักเพราะเธอยังต้องเรียนอยู่ที่เดิมและอาศัยอยู่ใกล้มหาลัยที่เธอเรียนและที่ทำงานที่เธอทำงานช่วงเลิกเรียนและวันหยุดเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปเรียนและทำงานแต่เพราะเอมีพ่อแม่ของชายหนุ่มคอยให้ความช่วยเหลือจึงทำให้เขาหาเธอไม่เจอ

มันไม่มีความจำเป็นอะไรเลยที่ท่านทั้งสองต้องช่วยคนที่ทิ้งลูกชายพวกท่านเพราะเหตุผลที่ฟังแล้วเห็นแก่ตัว แต่ที่ท่านช่วยอาจจะเพราะในท้องคือหลานของท่านในตอนแรกที่เพราะพาไปที่บ้านเพื่อบอกว่าเอท้องก็แอบกลัวว่าจะโดยท่านดุด่าที่เลือกตัดสินใจแบบนี้แต่สุแล้วท่านทั้งสองก็เลิกที่จะเคารพการตัดสินใจของเธอ และคอยช่วยเหลืออยู่ห่างๆโดยไม่ให้อดีตคนรักของเธอรู้

4 ที่แล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกา

“สวัสดีค่ะ เอ้ย!! Hello” ร่างบางเดินเข้าไปทักชายแปลกหน้าที่ยืนเหม่อลอยราวกับคนที่ตกอยู่ในห้วงความคิดดังคนถูกมนต์สะกด เพื่อจะถามทางแต่กลับหลุดพูดภาษาไทยออกไปด้วยความเคยชินจึงรีบเปลี่ยนภาษาใหม่

“เอ่อ สวัสดีครับ” ร่างสูงที่ยืนตกตะลึงกับความน่ารักเป็นธรรมชาติบนใบหน้าของร่างบางตรงหน้าที่ไม่ได้ถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอางสีฉูดฉาดแต่กลับมีใบหน้าที่ขาวนวล แก้มใสแดงระเรื่อของเลือดฝาดทำให้ดูน่ามอง ก่อนจะหลุดจากภวังค์เมื่อเสียงหวานทักขึ้นก่อนจะทักทายร่างบางกลับไปเป็นภาษาไทยเช่นกันพร้อมกับส่งยิ้มที่หาดูได้ยากส่งไปให้เธอ

“อะ..อ้าว แก้ม เอ้ย ฉันนึกว่าคุณเป็น...” ร่างบางที่เกือบหลุดสรรพนามที่ใช้เรียกแทนตัวเองเวลาอยู่กับเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัวออกไปกับชายแปลกหน้า

“เป็นอะไรครับ คุณคิดว่าผมเป็นอะไรครับ อย่าตัดสินคนที่ภายนอกสิครับ” ร่างสูงถามกลับพูดน้ำเสียงหยอกเย้ายียวน แต่ก็ยังคงเรียบนิ่งตามนิสัยของตนพร้อมยิ้มให้กับท่าทางน่ารักของร่างบางตรงหน้าที่ดูจะเหวอเมื่อเขาพูดขึ้นเป็นภาษาไทย

“ก็ใครจะไปรู้ล่ะคะ หน้าคุณไม่เหมือนคนไทยหรือคนเอเชียสักนิด มองจากทางเข้าสนามบินยังรู้เลยว่าไม่ใช่คนไทย” ร่างบางตอบกลับตามความคิดของตัวเองในครั้งแรกที่ได้พบชายแปลกหน้า แต่ประโยคหลังเธอเพียงแค่พูดเบากับตัวเองเท่านั้นแต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่เธอพูดกับตัวเองนั้นคนตรงหน้าเธอนั้นได้ยินชัดเจนทุกคำเช่นกัน

“ผมเป็นลูกครึ่ง แม่เป็นคนไทยสอนพูดตั้งแต่เด็กเลยพูดได้ ว่าแต่คุณมีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ เหมือนคุณกำลังต้องการความ ช่วยเหลือนะครับ” ร่างสูงไขข้อสงสัยให้สาวน้อยน่ารักตรงหน้าได้รู้ว่าทำไมเขาถึงพูดภาษาไทยได้ก่อนจะถามเหตุผลที่เธอเดินเข้ามาทักเขา แต่ก็มิวายหลุดขำออกมาเมื่อได้ยินสาวน้อยตรงหน้าพึมพำกับตัวเองโดยที่ไม่ทันไห้เธอได้สังเกตได้ว่าเขาได้ยินที่เอพูดกับตัวเอง

“เอ่อ คือฉันจะถามคุณว่าที่พัก......จากสนามบินต้องไปยังไงคะ คือฉันพึ่งเคยมาเป็นครั้งแรกไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน” ร่างบางพึมพากับตัวเองเสร็จจึงหันมาสนใจคำถามของชายตรงหน้าและตอบคำถามเขา

“อืม คุณเดินตรงไปนะมันจะมีประตูทางออก ตรงนั้นจะมีแท็กซี่จอดคอยรับคนอยู่คุณก็บอกที่ที่คุณจะไปกับคนขับ ไม่ไกลหรอก” ร่างสูงอธิบายเส้นทางตามที่ร่างบางถามแต่สายตาก็ไม่ละจากการมองใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มไม่หยุดจนอธิบายเสร็จเส้นทางที่เธอต้องไปเรียบร้อยก็ยัคงไม่ละสายตาจากเธอเช่นเดิม

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยบอกทาง งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” ร่างบางเอ่ยขอบคุณที่ร่างสูงบอกทางไปที่พักให้เธอและยิ้มหวานจนตาหยีส่งไปให้ร่างสูงหนึ่งทีและเดินจากไปตามทางที่ร่างสูงอธิบายให้เธอฟังเมื่อครู่

หลังจากที่ร่างบางเดินจากไปสายตาของร่างสูงก็เอาแต่มองตามร่างบางไปจนสุดสายตา จนแทบจะลืมธุระที่ทำให้เขาต้องมาที่สนาม ซึ่งการมาครั้งนี้ทำให้เขาได้เจอกับสาวน้อยน่ารักที่ทำให้หัวใจแกร่งเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะเอาแต่นึกถึงใบหน้าของร่างบางที่เพียงแค่เดินเข้ามาถามทาง เขาว่าเขาต้องขอบคุณเจ้าน้องชายตัวแสบที่ไหว้วานให้เขาเป็นธุระมารับที่สนามบินวันนี้เสียแล้ว จากคนที่ไม่เคยเชื่อเรื่องพรหมลิขิตแต่ตอนนี้เขาเริ่มจะเชื่อแล้วสิว่าพรหมลิขิตมีอยู่จริง เพราะเขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครมาก่อนต่อจะให้มีใครเข้าหาเขาหรือยั่วยวนมากแค่ไหนเขาก็ไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใครสักคน เธอคนนี้ทำอะไรกับเขากันแน่นะและเขาเชื่อเธอและเขาจะต้องได้เจอกันอีกแน่

“Hey!! Bro ได้ยินไหมเนี้ย” มิกซ์น้องชายคนเล็กเดินตรงเข้ามาทักพี่ชายหลังจากเดินออกมาจากเกรดแต่เรียกเท่าไหร่พี่ชายเขาก็ไม่หันเอาแต่มองไปที่ประตูทางออกมิกซ์จึงทักซ้ำอีกครั้งเพื่อเรียกสติพี่ชายสุดที่รักที่กำลังหลุดลอยไม่ถึงดาวอังคารให้กลับมา และก็ได้แต่คิดว่าพี่ชายของเขากำลังมองอะไรอยู่และอะไรที่สามารถดึงดูดความสนใจพี่ชายของเขาได้ขนาดนี้จนอดที่จะมองตามไม่ได้แต่พอมองไปตามระยะสายที่พี่ชายก็ไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าสนใจสักนิด

“Bro!! พี่มาร์ติน ได้ยินผมไหมเนี้ย ยืนเหม่ออะไรของพี่ว่ะ Hey!!!” ปากก็เรียกพี่ชายมือก็สะกิดแขนพี่ให้รู้สึกตัว มองอะไรของเขานักหนา หรือว่าพี่เขาทำงานหนักจนเบลอนะ แด๊ดต้องใช้งานพี่เขาหนักแน่ๆ

“หะ..ห๊ะ อื่ม มานานหรือยัง” ร่างสูงหลุดออกจากภวังค์เมื่อโดนน้องชายสะกิดที่แขนก่อนจะหันไปถาม

“เห้อ ผมมาตั้งนานแล้วเถอะ เรียกพี่ตั้งนานก็ไม่หัน ยืนเหม่ออยู่นั้นแหละ” มิกซ์ได้ทีก็บ่นร่างสูงที่มัวแต่มองไปที่ประตูทางออกจนไม่รู้ว่าน้องตัวเองมาถึงตั้งนานแล้ว อาการหนักแล้วพี่ชายเขา

“พูดมาก” ร่างสูงตอบกลับสั้นๆ ตามนิสัยของตัวเองที่เป็นคนพูดน้อยหรือบางครั้งแทบจะไม่พูดเลยด้วยซ้ำถ้าไม่จำเป็นบวกกับน้ำเสียงเรียบนิ่งที่ตนมักใช้ประจำ

“ชิ เย็นชาจังนะกับน้องเนี้ย ทีเมื่อกี้เห็นนะว่ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เหมือนคนบ้าอยู่คนเดียว” มิกซ์พูดประชดประชันอย่างไม่ได้จริงจังนักที่โดนพี่เย็นชาใส่ตามนิสัยขี้เล่นของตนเพราะตั้งแต่จำความได้พี่ชายเขาก็พูดแบบนี้อยู่แต่ก็จะมีกับแม่ของพวกเขาเท่านั้นแหละที่พี่จะพูดอ่อนโยนด้วย

“เสือก” ร่างสูงพูดจบก็เดินนำออกไปด้านนอกเพื่อที่จะกลับบ้านโดยไม่รอน้องชาย

“โห อะไรว่ะ แซวแค่นี้ทำเป็นด่าแก้เขิน เฮ้ย รอด้วยดิ ให้มารับจะมาทิ้งกันแบบนี้ได้ไง” มิกซ์บ่นพึมพำกับตัวเองก่อนจะรีบลากกระเป๋าวิ่งตามพี่ชายตัวเองออกไป หากช้ามีหวังได้กลับเองเป็นแน่พี่ชายเขาที่ยิ่งไม่ค่อยสนใจใครเท่าไหร่นัก

“แกจะให้ฉันไปส่งที่ไหน บ้านหรือคอนโด”ชายหนุ่มเอ่ยถามน้องชายหลังจากขึ้นรถมาแล้ว

“คอนโดก็ได้พี่ พรุ่งนี้มีเรียน เห็นว่าจะมีเด็กทุนด้วยมั้ง น่าจะเป็นคนไทยด้วยนะ”มิกซ์ตอบคำถามพี่ชายแต่ก็มิวายพูดนอกเรื่องที่ถาม

“อืม”ชายหนุ่มตอบอย่าไม่ได้สนใจมากนัก

“ชิ เย็นชาชะมัดเลยพี่ใครว่ะ”มิกซ์ได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเองกับความเย็นชาของพี่ชายที่ไม่ค่อยสนใจสิ่งรอบข้างมากนักนอกจากงานแล้วเขาเองก็ยังนึกไม่ออกว่าอะไรที่จะความสนใจจากพี่ชายเขาได้

หลังจากที่บทสนทนาจบลงภายในรถก็เงียบสนิทไร้เสียงสองหนุ่มพูดคุยกับจะมีแต่เสียงของเครื่องปรับอากาศภายในรถเท่านั้นที่ดังออกมาให้ได้ยิน รถสปอตคันหรูขับไปตามท้องถนนเพื่อไป จุดหมายปลายทางนั้นก็คือคอนโดของน้องชายซึ่งก็เป็นคอนโดเดียวกับที่ร่างสูงนั้นอยู่ซึ่งคอนโดแห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เป็นของที่บ้านร่างสูงเป็นเจ้าของอยู่และชายหนุ่มก็เป็นคนดูแลธุรกิจนี้เช่นกัน เนื่องจากธุรกิจที่บ้านของเขามีหลายอย่างแด๊ดจึงแบ่งให้ลูกๆช่วยกันดูแลตามความถนัดของตน

“ลงไปได้แล้ว ฉันจะไปทำงานต่อ”เมื่อรถจอดสนิทชายหนุ่มก็เอ่ยปากบอกแต่จะไปในเชิงบังคับเสียมากกว่า

“อะไรกันครับ มาถึงก็ไล่กันเลยนะ”มิกซ์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็โวยวายขึ้นแบบไม่ได้จริงจังมากนักเพียงแค่ต้องการกวนประสาทพี่ชายให้โมโหเล่นก็เท่านั้น

“จะลงไปดีๆ หรือจะเข้าบริษัทกับฉัน”ชายหนุ่มพูดขู่น้องชายเพราะรู้ดีว่าเจ้าน้องชายตัวแสบไม่ค่อยชอบงานบริหารสักเท่าไหร่ให้เข้าไปช่วยงานแต่ละที่ก็ต้องมีข้อแลกเปรียน

“อะๆ ผมลงก็ได้ ไม่เห็นต้องมองด้วยสายตาเหมือนจะกินหัวกันขนาดนั้นเลย”มิกซ์ยอมลงจากรถแต่โดยดีเพราะขู่ของพี่ชายนั้นช่างน่ากลัวไม่น้อยเลยทีเดียว

ปัง!!!

หลังจากที่น้องชายตัวแสบลงจากรถไปชายหนุ่มจึงขับรถมุ่งหน้าไปที่บริษัททันที่ซึ่งก็อยู่ไม่ใกลจากคอนโดที่ตนพักมากนัก เพราะก่อนหน้าที่เขาจะออกไปรับน้องชายเขามีงานที่ต้องจัดการค้างไว้ยังทำไม่เสร็จ แต่เพราะกลัวน้องรอนานเขาจึงเลือกที่จะออกมารับน้องชายก่อน แต่ใครจะไปรู้ว่าการที่เขาไปรับน้องชายที่สนามบินครั้งนี้จะทำให้เขาได้รู้จักคำว่าพรหมลิขิตเป็นยังไง และไม่ว่าเธอจะอยู่มุมไหนของประเทศเขาก็จะถามหาเอให้เจอให้ได้ ไม่ยากเกินความสามารถเขาหรอกแค่ตามหาผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว เธอจะมาทำให้หัวใจเขาเต้นผิดจังหวะแล้วหนีไปแบบนี้ได้อย่างไร

แล้วเราจะได้เจอกันอีกแน่ แก้ม......

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักบำเรอแค้น
8.9
รชนิชลจำใจเข้าพิธีวิวาห์กับคาร์ลอส มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าของธุรกิจน้ำมันยักษ์ใหญ่แทนลูกพี่ลูกน้องที่หนีหายไปในวันแต่งงาน แม้เธอจะเคยแอบรักเขามาก่อน แต่คาร์ลอสในวันนี้กลับเปลี่ยนจากเทพบุตรเป็นซาตานร้ายที่ไร้หัวใจ เขามองว่าเธอเป็นเพียงตัวแทนของผู้หญิงที่เขารักและจองจำเธอไว้ในบ่วงแค้นเพื่อระบายความโกรธแค้นของตนเอง รชนิชลต้องชดใช้หนี้แค้นด้วยร่างกายและหยาดน้ำตา โดยไม่มีวันได้รับความรักหรือความเมตตาตอบแทนจากมหาเศรษฐีหนุ่มผู้เย็นชาคนนี้เลย
หน้าปกนวนิยาย คุณกู้ คุณนายทอดทิ้งท่านไปแล้ว
9.1
หลังครองรักมาสองปี เจียงเนี่ยนอันตั้งท้องด้วยความดีใจ แต่สามีกลับมอบใบหย่าให้แทน ท่ามกลางแผนร้ายที่ทำให้เธอต้องเสียเลือดอย่างโดดเดี่ยว เธอพยายามติดต่อเขาเพื่อรักษาชีวิตลูกในท้องแต่ไร้การตอบรับ ความผิดหวังผลักดันให้เธอหนีไปต่างประเทศ หลายปีผ่านไปเธอกลับมาเพื่อเริ่มต้นใหม่ในพิธีวิวาห์ของตนเอง ทว่าอดีตสามีอย่างคุณกู้กลับบุกมาคุกเข่าอ้อนวอนด้วยความคลุ้มคลั่งและดวงตาที่แดงก่ำ พร้อมประกาศกร้าวว่าเธอจะแต่งงานกับใครไม่ได้ทั้งนั้นในเมื่อยังมีลูกของเขาอยู่
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บ ชุด The billionaire demon's virgin mistress
8.5
นิโคไล มาร์คิเดฟ ทายาทจอมเผด็จการผู้แสวงหาความสมบูรณ์แบบ มีรสนิยมทางเพศที่ดุดันและไร้ความปรานี เขามองผู้หญิงเป็นเพียงเครื่องระบายอารมณ์ชั่วข้ามคืนภายใต้กฎเหล็กอันแสนเย็นชา ทว่าโชคชะตากลับขีดเขียนให้อิงบุญ หญิงสาวผู้แข็งแกร่งจากการเติบโตในซ่องโสเภณี ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับมหาเศรษฐีผู้ไร้หัวใจคนนี้เพื่อตอบแทนบุญคุณผู้มีพระคุณ แต่ตำแหน่งที่เธอได้รับกลับเป็นเพียงเมียเก็บที่ไร้เกียรติ ท่ามกลางความดิบเถื่อนและอำนาจที่เขามีเหนือตัวเธอ
หน้าปกนวนิยาย ล้วงรักจอมวายร้าย
8.7
เมื่ออันนาต้องเผชิญหน้ากับความอับอายครั้งใหญ่จากการตามตื้อเฮคเตอร์ พี. เกลนนอน มหาเศรษฐีหนุ่มเจ้าเสน่ห์ที่สื่อทั่วโลกจับตามอง ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากข้อตกลงลับๆ และความพึงพอใจชั่วครั้งชั่วคราวกลับกลายเป็นพันธะที่ผูกมัดทั้งคู่ไว้ด้วยกัน แม้อันนาจะยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเพียงความผิดพลาดจากบรรยากาศที่เป็นใจ แต่เพลย์บอยผู้ไม่เคยถูกใครปฏิเสธอย่างเฮคเตอร์กลับไม่ยอมปล่อยเธอไปง่ายๆ เขาจึงใช้สัญญาทาสเป็นเครื่องมือเพื่อเปลี่ยนทัศนคติของเธอและดึงตัวเธอไว้ข้างกายให้ได้
หน้าปกนวนิยาย พยศรัก [ The Vice Love ]
9.5
หลังเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ไบรอัลพยายามเสนอเงินเพื่อรับผิดชอบ แต่ต้องดาวกลับปฏิเสธอย่างรุนแรงเพราะไม่อยากถูกตีค่าเป็นเพียงผู้หญิงขายบริการ เธอต้องการให้ทั้งคู่ต่างคนต่างอยู่และลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปเสีย ทว่ามหาเศรษฐีหนุ่มผู้ไม่ยอมเสียเปรียบใครกลับไม่ยอมรามือ เขาพยายามยัดเยียดสถานะให้เธอรับไว้เพื่อลบความผิดในใจ จนสุดท้ายเมื่อตกลงกันไม่ได้ ไบรอัลจึงตัดสินใจยื่นคำขาดให้เธอมาเป็นผู้หญิงของเขาแทนการจ่ายเงิน
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์รักแรงพยาบาท
9.2
เมื่อแม่ต้องเผชิญวิกฤตความตาย มนต์มีนา แอร์โฮสเตสสาวจึงไร้ทางเลือกนอกจากหวนกลับไปหา คาร์โล คัสล์ซัน CEO หนุ่มเจ้าของสายการบินผู้กุมอำนาจเงินตราและอดีตอันขมขื่นระหว่างกัน เขาจำเธอได้แม่นยำในฐานะอดีตคนรักที่เคยฝากแผลใจไว้ ซาตานร้ายในคราบนักธุรกิจจึงยื่นข้อเสนอสุดอัปยศเพื่อแลกกับการช่วยเหลือทางการแพทย์ นั่นคือเธอต้องยอมพลีกายเพื่อมอบทายาทให้แก่เขา การกลับมาเจอกันครั้งนี้จึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นโอกาสที่คาร์โลจะใช้พันธสัญญาเสน่หาเพื่อแก้แค้นเธอให้สาสมกับความเจ็บปวดในอดีต