ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย การโต้กลับของซุปตาร์อดีตภรรยา

การโต้กลับของซุปตาร์อดีตภรรยา

สามปีก่อน ความผิดพลาดเพียงคืนเดียวทำให้จารวีต้องแต่งงานกับปวิชแทนที่น้องสาวอย่างจิรพนธ์ ทว่าชีวิตคู่กลับเต็มไปด้วยความหมางเมินและเกลียดชัง เมื่อจิรพนธ์กลับมา ปวิชจึงขอหย่าอย่างไร้เยื่อใยโดยไม่สนคำอ้อนวอนใดๆ ความเจ็บปวดจากการถูกคนรักและน้องสาวทรยศผลักดันให้จารวีลุกขึ้นสู้ เธอสาบานว่าจะกลับมาแก้แค้นและทำให้ทุกคนที่ทำลายชีวิตเธอต้องชดใช้อย่างสาสมในสิ่งที่พวกเขาร่วมกันทำไว้กับเธอ
ตอน
แชร์

ตอน 1

วันนี้เป็นวันที่สำคัญมากวันหนึ่งสำหรับจารวี จีรวัฒนกิจ บุญพจน์ โรจนศิริกุล ผู้จัดการส่วนตัวของเธอบอกเธอตั้งนานแล้วว่าคืนนี้เธอจะได้รับรางวัล“ศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม”ประจำปี 2018

จารวีอดใจรอไม่ไหวที่จะบอกข่าวดีนี้กับปวิชเจนกิจโภคิน

เธอโทรหลายรอบแต่เขาก็ไม่รับสาย จารวีจึงทำได้แค่เพียงโทรหาเขาครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งเธอกดโทรหาเขาเป็นครั้งที่5 ในที่สุดเขาก็รับสาย “มีอะไร?”

น้ำเสียงอันแสนจะเย็นชาของเขาทำเอาเธอแทบไม่รู้จัก จนต้องมองดูที่หน้าจอโทรศัพท์อีกทีเพื่อแน่ใจว่าใช่เขาจริง ๆ หรือไม่

“คุณอยู่ที่ไหน?” ทันทีที่จารวีมองเห็นหน้าจอวิดีโอคอลนั้น ก็รู้สึกได้ว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ภาพในวีดีโอด้านหลังเขาคือป้ายขนาดใหญ่ของโรงแรมที่มีชื่อเสียงในเมืองจันทร์ซึ่งก็คือโรงแรมวีวา

สถานที่แห่งนี้มีชื่อเสียงสำหรับผู้ที่กำลังมองหาวันไนต์สแตนด์ หรือก็คือสถานที่สำหรับการสนุกสนานเพลิดเพลินไปกับความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนนั่นเอง ที่นี่มีคนลักลอบเล่นชู้กันอยู่บ่อย ๆ โรงแรมนี้เลยมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า สถานที่สำหรับจับชู้

เรื่องมันก็ช่างจะบังเอิญซะเหลือเกิน เมื่อภาพยนตร์เรื่องใหม่ของจารวีนั้น ได้ถ่ายทำที่โรงแรมวีวา ดังนั้นเธอจึงคุ้นเคยกับสถานที่นี้เป็นอย่างมาก

เธอกำโทรศัพท์ไว้แน่นจนเส้นเลือดที่มือปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

จารวีพยายามควบคุมอารมณ์ไว้และยิ้มออกมาพลางถามเขาว่า “คุณปวิชคะ นี่คุณไปคุยธุระถึงโรงแรมม่านรูดเลยเหรอคะ? ฉันคงจะต้องมองคุณใหม่ซะแล้วหล่ะ”

ปวิชไม่พูดอะไรพลางรีบกดตัดสายเพื่อไม่ให้เธอพูดมากไปกว่านี้

เธอกัดฟันแน่นด้วยความโกรธก่อนจะผลักประตูออกจากห้องรับรองไป “นวิยาเอากุญแจรถให้ฉันที”

“แต่พี่จารวีคะ งานเลี้ยงจะเริ่มขึ้นในอีกสองชั่วโมงนี้แล้วนะคะ...?” นวิยาขมวดคิ้วมองจารวี

“ไม่ได้ยินที่ฉันพูดรึไง?” เธอถามด้วยความโมโห นวิยาทำอะไรไม่ถูกมือของเธอเริ่มสั่นเมื่อจารวีเริ่มจะควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ และในขณะนั้นเอง บุญพจน์ก็เดินเข้ามาหาพวกเธอพลางตบบ่านวิยาเบา ๆ เธอขอให้นวิยาออกไป ก่อนที่จะลากจารวีกลับไปที่ห้องรับรอง เธอหน้าบึ้งด้วยความหงุดหงิด

“เธอบ้าไปแล้วหรือไง? เธอก็เห็นนี่ว่าข้างนอกนั่นมีสายตาไม่รู้กี่คู่ต่อกี่คู่ที่คอยจับจ้องเธออยู่ เธอก็นี่รู้ว่างานนี้สำคัญมากแค่ไหน อยากให้พวกนักข่าวเขียนข่าวฉาวของเธอรึไง ถ้ายังทำตัวแบบนี้ พาดหัวข่าววันพรุ่งนี้จะต้องเป็นเธอแน่นอน!” บุญพจน์นิ่วหน้าพลางยกมือขึ้นด้วยความโกรธ แต่ที่ต้องเข้มงวดแบบนี้ก็เพราะว่าอยากให้เธอได้ดี

“เหรอ? หึ ฉันไม่สนใจแล้ว” จารวีกัดปากแน่น ในตอนนี้สามีของเธอคงจะกำลังเล่นชู้กับผู้หญิงที่หิ้วมาจากบาร์อยู่ ใครจะไปมีกะจิตกะใจไปสนใจเรื่องอื่นกันหล่ะ เธอไม่สนใจแล้วกว่าคนทั้งโลกจะคิดอย่างไรกับเธอ

“พี่บุญพจน์ ขอร้องหล่ะ ให้ฉันไปเถอะนะพี่ ฉันขอเวลาแค่ชั่วโมงเดียว ฉันมีเรื่องสำคัญที่จะต้องคุยกับสามีของฉัน” เธออ้อนวอนผู้จัดการของเธออย่างไม่ลดละ แต่บุญพจน์ก็ไม่สนใจเธอเลยซักนิด

“พี่ทำงานกับเธอมาก็นานพอสมควรแล้วนะ เธอก็รู้นี่ว่ามันยากแค่ไหนกว่าจะมาถึงจุด ๆ นี้ ถึงฟ้าจะถล่มพี่ก็ไม่ให้เธอไปไหนทั้งนั้น จนกว่างานนี้จะเลิก” บุญพจน์พูดอย่างไม่ถนอมน้ำใจเลยซักนิด

“พี่บุญพจน์” จารวีรู้ว่าการพูดจาอ้อมค้อมกับผู้จัดการของเธอนั้นไม่เป็นผล เธอจึงตัดสินใจพูดตรง ๆ “ไอ้บ้าปวิช มันนอกใจฉัน พี่จะให้ฉันนั่งรออยู่เฉย ๆ ทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นนานถึงสองชั่วโมงเหรอ ฉันทำไม่ได้!”

“ฉันว่าแล้วว่าต้องเป็นเพราะไอ้สารเลวนั่น!” ใบหน้าของบุญพจน์ซีดเซียวด้วยความโกรธ เธอชี้นิ้วไปที่จารวี “จารวีเธอเป็นผู้หญิงที่ดีนะแต่มันช่างตลกสิ้นดีเลย ที่เธอดันไปรักกับผู้ชายที่ไม่ได้รักเธอเลยแม้แต่น้อย นี่เธอแต่งงานมาสามปีแล้วนะ แต่มีใครรู้บ้างว่าเธอเป็นภรรยาเขา? มีแต่พี่คนเดียว ความสัมพันธ์แบบนี้ รีบบอกเลิกซะเลยจะดีกว่าไหม?”

“พี่พูดถูก” จารวีฝืนยิ้ม “ฉันก็แค่... ฉันแค่อยากจะคุยกับเขาให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย"

จารวีเหลือบมองเธอก่อนจะพูดต่อว่า “พี่บุญพจน์ที่ฉันยังไม่สามารถตัดใจจากเค้าได้ ก็เพราะความรักมันทำให้ฉันตาบอด ฉันหมายถึง... ตั้งแต่อายุ12จนถึง25 เป็นเวลาสิบสามปีเต็ม ๆ ... ถ้าเกิดว่าฉันเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงคนอื่นแบบคาหนังคาเขา ฉันจะตัดใจแล้วหล่ะ”

“จารวี...” บุญพจน์เริ่มขมวดคิ้ว “ฟังนะ ปัญหานี้มันแก้ได้ทุกเมื่อแหละ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลา โอกาสดี ๆ แบบคืนนี้ไม่ได้มีบ่อย ๆ เธอจะทำเรื่องโง่ ๆ แบบนี้ไม่ได้นะ”

“พี่คะ ให้ฉันไปเถอนะคะ ขอร้องหล่ะ” จารวีน้ำตาคลอเบ้า พลางพูดขอร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดูแล้วก็น่าสงสาร

แน่นอนว่ามันไม่ได้ผล เพราะบุญพจน์ไม่ได้ขยับเลยแม้แต่นิด เธอยืนกอดอกขวางอยู่ที่หน้าประตู โดยไม่เหลือช่องว่างเลยแม้แต่น้อย

“พี่บุญพจน์ พี่ควรจะไปลดน้ำหนักได้แล้ว” จารวีเลิกคิ้วขึ้นพลางบ่นอุบด้วยความไม่พอใจ

บุญพจน์มองจ้องกลับมาที่เธอ จนมาถึงขั้นนี้แล้ว แต่จารวีก็ยังไม่วายที่จะหยอกล้อเธอ

บุญพจน์รู้ว่าจารวีเป็นคนยังไงถ้าห้ามไม่ให้เธอไปหล่ะก็ เธอจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เธอต้องการซึ่งมันก็ทำให้เบุญพจน์ทำได้แต่ถอนหายใจอย่างเดียว “ถ้าเธอเอาวิธีเดียวกับที่ใช้กับฉันไปใช้กับปวิชหล่ะก็มันคงจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาหรอก”

บุญพจน์เหลือบมองนาฬิกาข้อมือของเธอ “อีกหนึ่งชั่วโมงห้าสิบนาทีก่อนเริ่มงานเลี้ยงอาหารค่ำ ฉันให้เวลาเธอห้าสิบนาที ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะต้องกลับมาให้ทัน“

“ตกลงค่ะ” จารวีปาดน้ำตาก่อนจะหยิบกุญแจรถแล้วรีบวิ่งออกจากประตูไปด้วยความรีบร้อน

เพื่อไม่ให้ใครจำเธอได้ จารวีสวมเสื้อโค้ทตัวใหญ่ใส่แว่นกันแดดพร้อมทั้งสวมหน้ากากอย่างมิดชิด พอเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเธอก็รีบบึ่งไปโรงแรมวีวาอย่างไม่ลังเล

ด้วยความที่เธอนั้นเคยมาถ่ายหนังที่นี่มาก่อน ทำให้เธอสนิทกับพนักงานต้อนรับและก็ได้หมายเลขห้องของปวิชมาอย่างรวดเร็ว เธอรีบขึ้นไปยังห้องของเขา ก่อนจะเคาะประตูอย่างสุดแรง

พอนึกถึงภาพปวิชกำลังกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับผู้หญิงคนนั้นอยู่ จารวีก็รู้สึกขยะแขยงน่าดู

จารวีไม่สนใจว่าคนรอบข้างจะคิดยังไง ห้องข้าง ๆ ต่างก็พากันเปิดประตูออกมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เธอแสยะยิ้มออกมา “ไอ้ปวิช ไอ้ขี้ขลาด แกไม่ต้องมาแอบหรอก! หึ แกกล้านอกใจฉันแต่ไม่กล้ามาเผชิญหน้ากับฉันงั้นเหรอ?” เธอตวาดลั่น “เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! ให้ใครต่อใครเค้ารู้กันไปเลยว่าพวกแกหน่ะมันหญิงร้ายชายเลว”

ก่อนจะได้ยินเสียงดังปังและประตูก็ค่อย ๆ แง้มออก ทันใดนั้นเอง ก็มีมือคู่หนึ่งดึงเธอเข้ามาในห้อง

เธอเงยหน้าขึ้นมองปวิช ใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความเฉยเมย เขายืนมองเธอด้วยความโอหัง ราวกับว่าเขาไม่ได้ทำอะไรผิด

“แกนี่เก่งจังเลยนะ!” เขายืนกอดอกทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งนั่นมันทำให้เธออึ้ง

“คุณกล้าไม่รับสายวิดีโอคอลของฉัน หึ ฉันหล่ะ อยากจะรู้จริง ๆ เลย บ้านก็มีแท้ ๆ แต่ทำไมคุณถึงต้องมานอนค้างอ้างแรมที่โรงแรมม่านรูดด้วย?” จารวีพูดพลางผลักเขาออกไป อยากจะเห็นน้ำหน้าของผู้หญิงที่ชอบแย่งสามีชาวบ้านเสียจริง ๆ

ห้องนั้นกว้างขวางมาก จารวีเดินผ่านทางเดินเข้ามาก่อนจะชนกับคน ๆ นั้นที่เธอกำลังมองหาอยู่

ขณะที่เธอกำลังถูหน้าผากด้วยความเจ็บนั้น ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตั้งตัว เธอก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของใครอีกคนที่อยู่ตรงหน้าเธอ ทันทีที่ได้ยินเสียง ปวิชก็รีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงตัวผู้หญิงคนนั้นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

จารวีตกใจมากเมื่อเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนนั้นชัด ๆ เธอแน่นิ่งอยู่กับที่ราวกับโดนฟ้าผ่าอย่างไรอย่างนั้น

“เธอเองเหรอ?” จารวีใช้เวลาสักพัก กว่าจะออกเสียงพูดออกมาและถามผู้หญิงคนนั้นไปอย่างช็อค ๆ

“ใช่ ฉันเองแหละ” ผู้หญิงคนนั้นเลิกคิ้วมองเธอพลางซุกเข้าไปในอ้อมแขนของปวิช ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะพูดกับเธอว่า “ไม่เจอกันนานเลยนะคะพี่”

ใช่ ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น นอกจากจิรพนธ์ จีรวัฒนกิจ น้องสาวแท้ ๆ ของเธอ

จารวีไม่เคยคิดไม่เคยฝันว่าผู้หญิงที่แย่งสามีของเธอนั้นจะเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของเธอเอง

“พวกเธอสองคน...” ความคิดนับล้านผุดขึ้นมาในหัวของเธอ

จิรพนธ์สวมชุดนอนที่บางมาก ๆ มีลูกไม้สีขาวประดับอยู่ที่ขอบรับกับหน้าอก ซึ่งสามารถมองเห็นส่วนเว้าโค้งของเธอได้อย่างชัดเจน

จารวีที่เห็นเธอในสภาพนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะคิดอะไรไปต่าง ๆ นา ๆ ณ เวลานั้น เธอถึงกับพูดอะไรไม่ออก

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ตัวเธอจารวีเองเป็นคนที่ ‘แย่ง’ ปวิชมาจากจิรพนธ์เมื่อสามปีที่แล้ว

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย แฟนฉันที่เป็น CEO หนีฉันไป 1,314 ครั้ง ฉันเลยแต่งงานกับคนอื่น
8.9
ตลอดสิบปีที่ผ่านมา งานวิวาห์ของฉันถูกยกเลิกไปถึง 1314 ครั้ง เพราะแฟนหนุ่มซีอีโอเลือกทิ้งฉันไปหาหญิงสาวอีกคนเสมอ เพียงแค่เธอมีแผลเล็กน้อยเขาก็รีบบึ่งไปหาอย่างร้อนรน ทิ้งให้ฉันเผชิญความอับอายต่อหน้าแขกเหรื่อพร้อมคำพูดเห็นแก่ตัวที่ให้เลื่อนงานออกไปอย่างไม่ใส่ใจ โดยอ้างความผูกพันวัยเด็กกับเธอคนนั้น ในเมื่อเขาไม่เคยให้ความสำคัญกับรักครั้งนี้ เมื่อการทิ้งกันครั้งที่ 1314 เกิดขึ้น ฉันจึงตัดสินใจดำเนินพิธีต่อไป แต่เปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวเป็นคนใหม่แทน
หน้าปกนวนิยาย ดัดนิสัย ยัยคุณหนู
9.0
เมื่อคำสั่งจากเจ้านายคือการดัดนิสัยคุณหนูเอาแต่ใจ บอดี้การ์ดหนุ่มจึงต้องเผชิญหน้ากับความวุ่นวายอย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ทั้งคู่จะเกลียดขี้หน้ากันเข้าไส้ แต่ยิ่งผลักไสกลับยิ่งต้องใกล้ชิดกันมากขึ้น ในใจเขาอยากจะบินไปดูแลนายที่มาเก๊าเพื่อหนีจากสถานการณ์นี้ แล้วปล่อยให้เพื่อนร่วมงานอย่างไอวอมรับหน้าที่ดูแลยัยคุณหนูตัวร้ายแทน ทว่าโชคชะตาและการแก้เผ็ดในครั้งนี้อาจนำไปสู่ความสัมพันธ์แบบเราสามคนที่ซับซ้อนเกินกว่าจะคาดเดาได้
หน้าปกนวนิยาย เพลิงร้อนพรางรัก
9.8
นายหัวปราบเติบโตมาพร้อมความโดดเดี่ยวและบาดแผลจากแม่ที่ทอดทิ้ง หล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนหยาบกระด้างและเกลียดชังผู้หญิงเข้าไส้ แม้การกลับมาของน้องชายจะช่วยเติมเต็มแสงสว่างในใจได้เพียงชั่วครู่ แต่ความสุขนั้นกลับพังทลายลงเพราะลมพายุร้ายที่ชื่อว่าอันดา ความสูญเสียครั้งใหม่ปลุกไฟแค้นในใจเขาให้ลุกโชน ปราบจึงตั้งมั่นว่าจะลงทัณฑ์ผู้หญิงคนนี้ให้สาสม เธอต้องชดใช้ด้วยความทุกข์ทรมานเจียนตายเพื่อระบายความโกรธแค้นทั้งหมดที่เขามีต่อโลกใบนี้
หน้าปกนวนิยาย ราคีรักรอยสวาท
9.5
ห้าปีแห่งความแค้นของแมทเทียส คอสแทนทิโน สิ้นสุดลงเมื่อเขาตามหาลักษณ์นาราจนพบ อดีตคนรักที่เคยหลอกเอาเงินก้อนโตหนีหายไปพร้อมลูกแฝดในท้อง มหาเศรษฐีหนุ่มจึงยื่นคำขาดบีบบังคับให้เธอกลับมาอยู่ในคฤหาสน์เพื่อชดใช้ความผิดในฐานะเมียที่ไร้ค่า เขาต้องการเพียงแค่ลูกแฝดทั้งสองและตั้งใจจะเฉดหัวเธอทิ้งทันทีที่ครบกำหนดหนึ่งปี ลักษณ์นาราต้องทนแบกรับความเจ็บปวดในอเวจีที่เขาหยิบยื่นให้เพื่อแลกกับการได้อยู่ใกล้ชิดลูกก่อนที่สัญญาจะสิ้นสุดลง
หน้าปกนวนิยาย ลวงรักเมียเด็ก
8.9
สัมผัสเรื่องราวความรักต่างวัยสุดละมุนของ บอม ชายหนุ่มผู้แสนดีซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับอัยวา แม่ของน้องเอิง ท่ามกลางอุปสรรคชิ้นใหญ่อย่าง ภูผา คุณพ่อจอมเฮี้ยบที่หวงลูกสาวคนสวยยิ่งกว่าไข่ในหิน มาติดตามกันว่าความสัมพันธ์ต้องห้ามที่ดูเหมือนโคแก่กินหญ้าอ่อนครั้งนี้จะลงเอยอย่างไรในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความโรแมนติก โดยมีตัวละครที่คุ้นเคยจาก กลลวงร้ายซ่อนรัก มาร่วมสร้างสีสันให้หัวใจได้ลุ้นไปกับบทสรุปความรักครั้งนี้
หน้าปกนวนิยาย ชีวิตคู่ที่สมบูรณ์แบบของฉัน ความลับมรณะของเขา
8.8
สามเดือนในฐานะภรรยาแสนเพอร์เฟกต์ของอคินจบลงด้วยความสยดสยอง เมื่ออดีตคนรักของเขาบุกทำร้ายฉัน แต่สามีที่แสนดีกลับปกป้องคนร้ายและปล่อยให้ฉันถูกทรมานปางตาย ทั้งโยนเข้ากรงหมาป่าและสั่งทำลายร่างกายฉันอย่างไร้ความปราณี แม้ในวินาทีสุดท้ายที่ฉันอ้อนวอนเขากลับตัดสายทิ้งอย่างเยือกเย็น อคินไม่รู้เลยว่าผู้หญิงที่เขาดูถูกแท้จริงคือทายาทตระกูลวรโชติผู้ทรงอิทธิพล หลังหนีตายมาได้ ฉันจึงเริ่มแผนล้างแค้นเพื่อทำลายเขาให้ย่อยยับคามือ