
การโต้กลับของซุปตาร์อดีตภรรยา
ตอน 2
“เมื่อไหร่เธอจะหยุดโวยวายซักที?” ระหว่างที่จารวีกำลังเหม่อนั้น ปวิชมองจารวีด้วยแววตาที่ไร้ความรู้สึก
จารวีกำลังจะเริ่มอธิบาย จิรพนธ์ที่อยู่ข้างๆก็พูดแทรกขึ้นมา“พี่คะพี่กำลังเข้าใจผิดนะคะ ฉันกับปวิชไม่ได้มีอะไรจริงๆ ฉันเพิ่งมาถึงเมืองจันทร์ รู้สึกเหนื่อยมาก ก็เลยแวะมาอาบน้ำที่นี่ ปวิชแค่มารับฉันที่สนามบินเฉยๆเอง”
จิรพนธ์พูดว่าเธอกับปวิชไม่ได้มีอะไรจริงๆแต่เธอกลับเรียกชื่อเขาอย่างสนิทสนมเห็นเธอทำตัวเป็นเจ้าเหล์อย่างนั้น จารวีก็เริ่มจะขาดสติ
‘ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นน้องสาวแท้ๆของฉัน แต่ก็เลี่ยงความจริงที่ว่าเธอเป็นเมียน้อยไม่ได้!’
“พอซักที! เลิกตีหน้าซื่อได้แล้วอย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าเธอเสแสร้งแกล้งทำ” จารวีหรี่ตาลงพลางพูดว่า “ฉันจะบอกอะไรให้นะปวิชเป็นสามีของฉัน ทางที่ดีเธออยู่ห่าง ๆ เขาไว้ดีกว่านะ”
“มะ-ไม่ ฉันไม่ได้...” จิรพนธ์พูดตะกุกตะกักก่อนจะก้มหัวลง จารวีเห็นแบบนั้นแล้วยังรู้สึกสงสารจิรพนธ์ ไม่ต้องพูดเลยว่าปวิชจะรู้สึกยังไง แต่เมื่อเธอเห็นแววตาเศร้าสร้อยของปวิชเธอก็เริ่มเสียสติ
“ไม่มีอะไรงั้นเหรอ เธอลองดูชุดที่ตัวเองใส่ซะก่อน” เธอตะคอก “นั่นมันพี่เขยเธอนะ! ไม่รู้สึกอายบ้างเลยรึไง?” คำพูดของเธอเริ่มจะไม่น่าฟังขึ้นทุกที ปวิชบีบคางของเธอให้หันหน้าไปทางเขา เขากัดฟันด้วยความโมโห “เธออยากตายใช่ไหม?”
จารวีสะอื้นแรงบีบที่คางทำให้รู้สึกเหมือนมันจะหลุดออกจากกัน
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ! ฉันเจ็บ!” จารวีพยายามดิ้นอย่างสุดแรง แต่ปวิชนั้นกลับไม่สะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ “เจ็บงั้นเหรอ? ผู้หญิงหน้าไม่อายอย่างเธอรู้สึกเจ็บเป็นด้วยเหรอ?” เขาตะคอก
“สรุปว่ามันเป็นความผิดของฉันงั้นสิ?” จารวียิ้มเจื่อนๆ เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดที่เธอกำลังเจอแล้ว ความเจ็บปวดตรงหัวใจนั้นรุนแรงกว่ามาก
เมื่อสามปีที่แล้วปวิชหมั้นกับน้องสาวของเธอ แต่แล้วคืนหนึ่งไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จารวีเมาแล้วไปนอนกับปวิช
และด้วยเหตุผลนี้เองหายนะ ทั้งหมดจึงเริ่มขึ้น ปวิชแต่งงานกับจารวีอย่างเงียบๆ ในขณะที่จิรพนธ์ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอกลับมาในรอบสามปี
แต่การกลับมาของเธอนั้นทำให้การแต่งงานที่แย่อยู่แล้วกลับแย่ลงไปอีก
“โทษเธองั้นเหรอ?” เขาแสยะยิ้ม “ฉันเกลียดเธอ เกลียดเธอมากๆ แล้วก็เกลียดตัวเองเมื่อสามปีก่อนไม่รู้ว่าตาบอดหรือยังไง”
เขายังไม่ทันพูดจบจิรพนธ์ก็ดึงเสื้อเขา “ปวิชคุณปล่อยเธอไปเถอะค่ะ”จิรพนธ์บอก “พี่เขาเจ็บจนทนไม่ไหวแล้ว”
ใบหน้าของจารวีแดงก่ำ ปวิชเห็นอย่างนั้นจึงยอมปล่อยเธอไป และเธอก็ต้องสะดุด
เมื่อเขาหยิบทิชชู่เปียกที่วางอยู่ข้างๆมาเช็ดมืออย่างรังเกียจราวีกับว่าเธอเป็นพวกขอทานริมถนนอย่างไรอย่างงั้น
“พี่จารวี ปวิช พอซักทีเถอะ” จิรพนธ์น้ำตาไหลลงอาบแก้มพลางพูดขอร้อง “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพราะฉันเอง ถ้าฉันรู้ว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้” เธอสะอึก “ฉันก็คงไม่กลับมาแล้วหล่ะ”
เห็นแบบนี้แล้วจารวีแค่อยากจะเยาะเย้ยตอบ
ปวิชเห็นแบบนี้ก็รีบเข้าไปปลอบใจเธอทันที “เรื่องทั้งหมดมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณเลยแม้แต่นิด ผมกับเธอ ความสัมพันธ์ของเราสองคนมันผิดตั้งแต่เริ่มแล้ว” “และตอนนี้มันก็ถึงเวลาแล้ว... มันถึงเวลาที่เราจะแก้ไขความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีตให้มันถูกต้องได้แล้วหล่ะ”
“คุณรู้ไหมว่ากำลังพูดอะไรอยู่?” จารวีกำหมัดและทุบลงบนฝ่ามือของเธอ
“ฉันมีสติดี” ปวิชนิ่วหน้าด้วยความเบื่อหน่ายที่จะต้องทนฟังคำพูดไร้สาระของเธอ “ในเมื่อทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแล้วทำไมไม่เคลียร์กันให้รู้เรื่องไปเลยหล่ะ? พรุ่งนี้สองทุ่มเจอกันที่บ้าน แล้วฉันจะเคลียร์เรื่องที่ค้างคาระหว่างเราให้จบ ทุกอย่างมันจบลงแล้ว”
“คุณรอไม่ได้งั้นสินะ?” จารวีพูดออกมาแต่ภายในใจกลับรู้สึกโหวงๆชอบกล “ฉันอธิบายให้คุณฟังแล้วไม่ใช่เหรอ? ฉันไม่รู้จริงๆว่าคืนนั้นมันเกิดอะไรขึ้น”
“คุณพูดโกหกมาตลอดสามปี คุณคิดว่าผมจะเชื่อคุณงั้นเหรอ? ครั้งนี้ไม่ว่าคุณจะพูดอะไรผมก็จะหย่ากับคุณ”เขาพูดขัดขึ้นมา
ปวิชไม่ต้องการที่จะเสียเวลาไปกับจารวีมากกว่านี้ เมื่อเจอเธอ เขาจะรู้สึกพลุ่งพล่านด้วยความโกรธทุกครั้งไป เขาหันหน้ามามองจิรพนธ์ด้วยแววตาอ่อนโยน “พักผ่อนนะครับ”เขาพูดอย่างอ่อนโยน “แล้วเจอกันพรุ่งนี้ครับ”
“คุณพูดให้มันชัดเจนสิ!” จารวีเอื้อมมือเพื่อจะคว้าเสื้อแจ็คเก็ตของเขาไว้แต่ก็ไม่ทัน
ในความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่ จารวีมักจะเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบเสมอ ปวีชเดินออกไปโดยไม่ชักช้า
จารวีอยากจะตามออกไปยื้อเขาไว้แต่จิรพนธ์หยุดเธอไว้ซะก่อน “พอได้แล้ว” จิรพนธ์ตะคอก “เขาไปแล้ว เลิกเล่นละครสักที”
เมื่อจารวีหันกลับมาก็พบกับใบหน้าที่แสนเจ้าเล่ห์ของน้องสาวเธอ เธอล้มตัวลงนอนบนเตียง “พี่จารวี พี่เป็นอย่างไรบ้าง”
เธอปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจิรพนธ์นั้นเป็นคนสวยมาก เธอกลับมาครั้งนี้เห็นได้ชัดว่าผิวของเธอนั้นเป็นสีแทนและแก้มของเธอก็เปล่งประกายอย่างสุขภาพดี หลายปีที่ไปอยู่ต่างประเทศนี้ยิ่งทำให้เธอดูสวยซะจนไม่อาจละสายตาไปจากเธอได้เลย
จารวีมองจิรพนธ์ที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะเริ่มพูด “ฉันยอมรับว่าเมื่อสามปีที่แล้วมันเป็นความผิดของฉันเอง แต่ตอนนี้มันก็ผ่านไปสามปีแล้วนะ และตอนนี้เราก็แต่งงานกันแล้ว เธอไม่รู้สึกละอายที่เข้ามาเป็นมือที่สามไม่คิดว่ามันผิดศีลธรรมบ้างรึไง?”
เธอยอมลดตัวเองต่ำลงเพื่อปวิช ซึ่งนั่นมันทำให้จิรพนธ์รู้สึกเหมือนมันเป็นเรื่องตลก
“ศีลธรรมงั้นเหรอ?”เธอนั่งหัวเราะอยู่บนโซฟา เธอมองจารวีที่ยืนอยู่ด้านหน้าพลางขมวดคิ้ว “พี่สาวสุดที่รัก เราไม่ได้เจอกันมาสามปีแล้วแต่พี่ก็ยังไร้เดียงสาเหมือนเดิมเลยนะคะ”
ถึงแม้ว่าจิรพนธ์จะพูดกับเธออย่างสนิทสนม แต่จารวีรู้สึกได้จากน้ำเสียงของเธอที่เต็มไปด้วยความแค้นอย่างปิดไม่มิด
จิรพนธ์เกลียดการประพฤติตัวของพี่สาวเธออย่างมาก ทำตัวไร้เดียวสาให้คนอื่นอิจฉาวงการบันเทิงมีคนตั้งมากมาย แต่แปลกที่เธอนั้นยังคงอ่อนหวานและไร้เดียงสาอยู่อย่างนั้น
“เธอ–นี่เธอหมายความว่ายังไงกัน?” จารวีเริ่มรู้สึกกลัวที่จู่ๆจิรพนธ์เปลี่ยนไปเหมือนคนละคน
“พี่จารวี พี่ได้รับการยอมรับจากปวิชว่าเป็นคุณนายของตระกูลเจนกิจโภคินแล้วเหรอ ปวิชเขาเคยรักพี่บ้างหรือเปล่า?” จิรพนธ์เลิกคิ้วมองจารวี “ฉันก็แค่โทรศัพท์บอกปวิชว่าฉันจะกลับมาเขาก็รีบเช็คไฟล์ทบินของฉันและไปรับฉันที่สนามบิน พี่ไม่คิดบ้างเหรอว่าสามปีที่ผ่านมา เขาจะยิ่งคิดถึงฉันมากขึ้นกว่าเดิม?”
“เธอต้องการอะไรกันแน่”จารวีขมวดคิ้วถาม
“พี่จารวี เมื่อไหร่พี่จะออกไปจากชีวิตของปวิชซักที?” จิรพนธ์พูดพลางมองจารวี ก่อนจะเอามือทั้งสองข้างวางซ้อนกันบนเข่าด้วยท่าทางดูถูก
“ฉันให้เวลาพี่สามปีในการมัดใจเขา แต่พี่ทำไม่ได้ งั้นพี่อย่ามาโทษฉันเลยเพราะว่ายังไงซะเขาก็เป็นของฉัน” เธอพูดพลางเยาะเย้ย
“เธอกำลังจะบอกว่า ที่เธอกลับมาครั้งนี้ก็เพื่อที่จะแย่งปวิชคืน?” ตอนนี้จารวีรู้สึกเหมือนว่าตัวเองไม่รู้จักจิรพนธ์คนนี้เลยแม้แต่นิด นี่คือจิรพนธ์คนที่เคยยอมเธอทุกอย่างคนนั้นจริง ๆ เหรอ?
คุณอาจจะชอบ
![หน้าปกนวนิยาย คลั่งรักซาตาน 2 [ Loved Devil ] SET : Romance Of Devil 2nd](https://v.melolo.com/b1265344voduse1318177724/78d878de5001834806828254270/psPRUCTcP1sA.webp!15491.webp)




