ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย ร้อยดาวตะวันเดียว [My DayLight]

ร้อยดาวตะวันเดียว [My DayLight]

อาทิตยา พุทธิรักษ์ หญิงสาวผู้ติดอยู่ในกรงขังของสังคมไฮโซจอมปลอมที่ฉากหน้าเต็มไปด้วยภาพลักษณ์การกุศลอันงดงาม แต่เบื้องหลังกลับซ่อนเร้นไว้ด้วยผลประโยชน์และตัณหา เธอปรารถนาจะหลบหนีจากโลกที่เน่าเฟะนี้ ทว่ากลับถูกพันธนาการไว้ด้วยบุญคุณที่มิอาจละทิ้งได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ จิณณวัตร ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่พร้อมจะใช้ทุกเล่ห์กลและอำนาจเพื่อล่ามโซ่ตรวนเธอไว้เคียงข้างเขาตลอดกาล ท่ามกลางวังวนแห่งความลวงนี้ เธอจะหาทางปลดแอกตัวเองหรือจะถูกเขากักขังไว้ในใจตลอดไป
ตอน
แชร์

ตอน 1

ตอนที่ 1 คู่ปรับเก่า

“ต๊าย!!! มันอะไรกันแม่ผ่อน นี่สายโด่งเด่งจนป่านนี้แล้ว แม่เลขาทูนเกล้าของฉันยังไม่ตื่นอีกเหรอ ให้ใครก็ได้ขึ้นไปปลุกเดี๋ยวนี้ แล้วบอกหล่อนด้วยว่าฉันจ้างมาทำงานไม่ใช่จ้างมานอนตื่นสายๆ แข่งกับเจ้านาย โอ๊ย!!! มันอะไรนักหนานะคนทุกวันนี้”

แม่ครัวใหญ่นามว่า ‘ผ่อน’ ต้องรีบพาผิวกายดำปี๋เดินแบกน้ำหนักเกือบแปดสิบกิโลกรัมของตัวเองเข้าครัวเพื่อบอกเด็กรับใช้อีกคนอย่างเร่งด่วน ให้วิ่งขึ้นไปปลุกเลขาคนที่สามในรอบสี่เดือนของเจ้านาย ทำเอาคนถูกปลุกหัวเสียไม่น้อย แต่ก็จำต้องรีบลุกจากเตียงอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วรีบลงมาชั้นล่างด้วยใบหน้าบึ้งตึง เพราะไม่สบอารมณ์นัก

“ว่าไงยะหล่อน! จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน! งานการไม่ลุกขึ้นมาทำ รู้หรือเปล่าว่าวันนี้หล่อนจะต้องทำอะไรบ้าง ฉันจ้างหล่อนไม่ใช่น้อยๆ นะ กรุณาทำงานให้คุ้มค่าเงินฉันด้วย”

ชมจันทร์ วัชราเวโรจน์ ยืนเท้าสะเอวด่าด้วยใบหน้าบึ้งตึงกว่า และไม่สบอารมณ์กว่า อรนภาทนไม่ได้ต้องเถียงกลับทันที

“คุณผู้หญิงคะ อรเพิ่งจะได้นอนตอนตีสี่เองนะคะ และนี่ก็เพิ่งจะเก้าโมงเท่านั้น จะให้รีบตื่นไปไหนคะ”

“อย่าริมาเถียงฉันนะ บอกไม่จำ! ว่าถ้ารักจะอยู่ด้วยกันยืดๆ หุบปากของหล่อนแล้วก็รีบไปทำงานตามที่ฉันสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวานด้วย ไปสิ จะมัวมายืนเสนอหน้าอยู่ทำไม”

ผู้เป็นเลขาอยากจะอ้าปากเถียงอีกยก แต่ก็คิดได้ว่าเปล่าประโยชน์ จึงเดินเข้าห้องทำงานด้วยท่าทีสงบ ผิดกับผู้เป็นเจ้านายที่หัวเสียไม่หายเพราะไม่ชอบให้ใครมาเถียงแม้แต่คำเดียว

หรือแอะเดียวก็ยอมไม่ได้ แต่ที่ยอมๆ อยู่ทุกวันนี้ก็เพราะตระหนักดีว่า กว่าจะหาคนให้ตรงกับงานได้นั้นยากและใช้เวลาไม่น้อย ทว่าก็ไม่วายบ่น

“นี่มันกรรมเวรอะไรของฉันนักหนานะ ถึงต้องมารบรากับคนในบ้านตั้งแต่เช้าขนาดนี้ ไม่ได้เรื่อง ไม่เข้าท่า โอ๊ย!!! เบื่อๆ ๆ ๆ ๆ”

“เบื่ออะไรกันนักหนาครับคุณแม่! นี่ยังเช้าอยู่เลยนะครับ!”

ชมจันทร์และคนในบ้านต่างงวยงงไม่แพ้กันกับเจ้าของเสียงที่ดังเข้ามาในบ้านก่อนคนพูดจะโผล่มาให้เห็นด้วยซ้ำ และเมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทา ตัวเสื้อพูดพาดไว้กับแขนแข็งแรง พร้อมส่งยิ้มกว้างให้เพียงเท่านั้น

“ตาจิณ!!! กลับตั้งแต่เมื่อไหร่! ทำไมไม่โทรบอกแม่จะส่งรถไปรับ แล้วมาได้ยังไง ทำไมไม่บอกล่วงหน้าบ้าง...”

“ใจเย็นๆ ครับคุณแม่ ผมตอบไม่ทันแล้วนะครับ”

จิณณวัตร วัชราเวโรจน์ เลิกคิ้วใส่แม่ด้วยใบหน้าเจือยิ้มก่อนจะทักท้วง

“งั้นก็ไม่ต้องตอบ แต่มาให้แม่กอดก่อนเร็ว”

สิ้นคำ คนเป็นแม่ก็พาร่างอรชรตรงไปอ้าแขนกอดลูกชายคนโตเสียเต็มรักด้วยความคิดถึง และคาดไม่ถึงว่าลูกจะโผล่มาแบบเซอไพรส์ตั้งแต่เช้าอย่างนี้

“ไปไหนกันหมดครับบ้านเงียบเชียว”

เมื่อแม่ละวงแขนออกแล้วเขาถึงได้มีเวลากวาดมองไปรอบบ้าน

“พ่อเราก็ไปทำงาน ยัยแอ๊ฟยังไม่ตื่น ตาเจกับยัยแอ๊นคงจะไปเรียนมั้ง ส่วนแม่ก็กำลังจะออกไปข้างนอก จะกลับอีกทีก็เย็นๆ แล้วต้องไปงานเลี้ยงอีก แซยิดคุณหญิงพรเพ็ญไงล่ะจำได้หรือเปล่า จิณไปกับแม่นะ จะได้มีเวลาคุยกัน แต่ตอนนี้สายมากแล้วแม่ไปอาบน้ำก่อน”

“ครับคุณแม่ ผมก็จะขอขึ้นไปงีบเหมือนกัน เพราะถ้าอยู่โน่นป่านนี้ผมคงหลับปุ๋ยแล้วล่ะครับ”

“งั้นไปเลย ห้องเราน่ะแม่ให้คนไปทำความสะอาดไว้ตลอดเวลา เหมือนรู้ว่าเราจะมาเลยล่ะ ว่าแต่ทำไมถึงมาแบบไม่บอกล่วงหน้าล่ะลูก แล้วทำไมถึงตัดสินใจปุบปับทั้งที่แม่ก็....”

ผ่อนได้แต่แหงนหน้ามองเจ้านายเดินโอบไหล่หนุ่มหล่อผิวขาว สูง ขณะเดินขึ้นไปตามบันไดไป ในที่สุด ‘คุณจิณ’ ก็กลับบ้านสักทีหลังจากไปเรียนอเมริกาตั้งแต่จบมัธยม พอจบก็ขอทำงานหาประสบการณ์อยู่อีก

“ป้าผ่อนไม่ไปหาคุณอรในห้องเหรอ”

‘แหม่ม’ เด็กรับใช้ในชุดกางเกงเอวยืด เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเขียวมรกต มีผ้ากันเปื้อนผูกเอวไว้ ยื่นนิ้วไปสะกิดแม่ครัวใหญ่ในเรื่องเพราะผ่อนสั่งไว้ให้เตือนถ้าเกิดลืมขึ้นมา เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญมาก

“เอ่อๆ จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ ป้ามัวดูคุณจิณเพลินไปหน่อย ก็ทั้งสูงทั้งหล่อ สงสัยสาวๆ คนจะเรียงคิวเข้ามาให้จีบแน่เชียว”

ผ่อนหันไปหาแหม่มแล้วเดินอุ้ยอ้ายตรงไปยังห้องทำงานประจำของเลขาคนที่สามของชมจันทร์ เพื่อเตือนให้ขึ้นไปเบิกเงินค่าอาหารมาให้

“ไม่เอาหรอกป้า คุณผู้หญิงอารมณ์ไม่ดีขนาดนั้นอรไม่ยุ่งด้วยหรอก” แต่กลับได้คำตอบอันไม่ชอบใจนัก

“อ้าว! ถ้าคุณอรไม่เบิกแล้วป้าจะเอาอะไรไปซื้อของล่ะค่ะ ทั้งของสดของแห้งหมดเกลี้ยงแล้วนะคะ ป้าเตือนคุณอรตั้งแต่เมื่อวานแล้วด้วย ถ้าไม่มีเงินวันนี้ก็จะไม่มีของมาทำขึ้นโต๊ะนะคะ”

ผ่อนให้เหตุผล แต่อีกคนกลับยักไหล่อย่างไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญอะไร

“เอาไว้เย็นๆ รอคุณผู้หญิงอารมณ์ดีกว่านี้แล้วอรจะเบิกให้แล้วกันนะคะ ส่วนวันนี้คนในบ้านไม่อยู่สักคน ไม่ต้องทำของขึ้นโต๊ะนี่คะ”

ผ่อนทำหน้าไม่พอใจให้เห็นอย่างไม่เกรงใจเมื่อได้คำตอบแบบนี้

“แต่เวลาคุณผู้หญิงกลับมาเหนื่อยๆ ก็จะเรียกหาของบำรุง พวกรังนก ซุปไก่ หรือขนมน้ำแข็งพวกแปะก๊วย บ๊วยเกี๊ยะ หรือบัวลอยน้ำขิงพวกนี้เป็นประจำนะคะป้ารู้ดี ถ้าเรียกหาแล้วไม่มีให้จะเป็นเรื่องเปล่าๆ นะคะคุณอร ป้าน่ะไม่เป็นไรหรอกค่ะแค่แม่ครัว แต่คุณอรต้องรับผิดชอบทั้งหมดนะคะ ลองคุณผู้หญิงได้เดือดขึ้นมาใครก็...”

“ป้าคะ!!! อรมีงานเยอะแยะกองเต็มโต๊ะเลยนะคะ และจะต้องรีบทำให้เสร็จก่อนออกไปจัดการเรื่องชุดให้คุณๆ ทั้งสองสำหรับงานเย็นนี้อีก ไม่มีเวลามาจำหรอกค่ะว่าคุณผู้หญิงจะทานอะไรเวลาเหนื่อยๆ อีกอย่างท่านไปงานเลี้ยงของกินเยอะแยะ คืนนี้คงไม่คิดจะเรียกหาหรอกมั้งคะ”

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย รักร้ายสามีอสูร (ซีรีส อสูรซ่อนรัก เล่ม4)
8.5
“ไอ้คนเลว! ปล่อยฉันออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!” ด้านนุดีเมื่อเห็นหน้าวัลลภ เธอก็พ่นวาจาด่าหยาบคายใส่ทันที “จะลงนรกอยู่แล้วยังจะมาทำปากดีอีกนะ” วัลลภดันร่างบางให้หันหลังแล้วแก้เชือกที่มัดมือของเธอออก บังคับด้วยดวงตาถมึงทึงให้นุดีลุกขึ้น แต่กลับเป็นเขาเองที่อุ้มเธอออกจากรถ “โอ๊ยย!! ไอ้บ้า!! ฉันเจ็บนะ!!” เมื่อถูกปล่อยให้ยืน นุดีที่ไม่ทันได้ทรงตัวดีก็เซถลาชนข้างรถล้มลงไปกองบนพื้นดินแข็งๆ “อย่ามาทำสำออย ลุกขึ้น!!” วัลลภไม่ได้สนใจว่าหญิงสาวจะเจ็บไหม เขาจับแขนเล็กกระชากอย่างแรงให้เธอยืนขึ้น “นายพาฉันมาทำอะไรในกลางป่าน่ากลัวแบบนี้” ดงป่าเขียวจนครึ้ม ต้นไม้สูงใหญ่ดำทมิฬหนาทึบ กิ่งก้านใบไหวไปตามลมผสมเสียงแปลกประหลาดร้องและวิ่งไล่กัดกันอยู่ในป่าหญ้าคาข้างทางทำให้นุดีกลัวจนหน้าซีด “นรกอเวจีไง อยากลงไปเล่นน้ำในกระทะทองแดงไหม” วัลลภก้มๆ เงยๆ อยู่หลังรถจึงไม่ได้ทันระวังภัยที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตัวเอง นุดีเป็นอิสระจากสายตาของชายหนุ่ม เธอยิ้มหยันเมื่อเห็นไม้กำลังเหมาะมือ แล้วจับท่อนไม้ขึ้นมาฟาดใส่กลางหลังและหัวของชายหนุ่มอย่างเอาเป็นเอาตาย “แกไปคนเดียวเถอะ ไอ้คนถ่อย!! นี่แน่ะ!!” “โอ๊ยย!! ยัยบ้าเอ๊ย!! นี่เธอกล้าตีหัวฉันเหรอฮะ!!” วัลลภยกมือกุมหัว เขาเดือดเป็นน้ำร้อนเมื่อเห็นเลือดเปรอะมือทั้งสองข้าง “ฉันฆ่าแกแน่ ถ้าเข้ามาหาฉันแม้แต่ก้าวเดียว” นุดีกลัวเมื่อเห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากศีรษะเขา ไหลเป็นทางผ่านหัวคิ้วเป็นปื้นหยดลงใส่เสื้อยืด เธอเสียงดัง ใช้ไม้ชี้หน้าขู่ชายหนุ่ม “เธอหรือฉันจะถูกฆ่ากันแน่!!” เลือดจากหัวไหลเป็นทางผ่านหน้าผากเข้าตา วัลลภจึงใช้หลังมือเช็ดออก เขาแสยะยิ้มร้ายกาจเมื่อเห็นชัดเจนว่า ตอนนี้หญิงสาววิ่งหัวซุกหัวซุนหนีเข้าป่า “กรี๊ดดด!!” นุดีวิ่งผ่านต้นไม้ใบหญ้าโดยที่ไม่ได้ดูหน้าดูหลังทำให้สะดุดขาตัวเองล้มกลิ้งไปกองบนพื้นดิน “ฉันว่าจะไม่รุนแรงกับเธอแล้วนะ!! นุดี แต่เธอรนหาเรื่องเอง” วัลลภกระโจนเข้าไปยืนดักหน้าหญิงสาวที่กำลังคลานหนี เขาคว้าแขนเล็กแล้วกระชากให้เธอลุกยืนเผชิญหน้ากัน “ถุย!! ไอ้ขยะ กะ...แกจะทำอะไรฉัน!!” นุดีก็ใช่จะยอม เมื่อได้ยืนอยู่ในอ้อมแขนกำยำ ใบหน้าของเธออยู่แค่ระดับราวนมของชายหนุ่ม หญิงสาวขัดขืน หยิกข่วนตามตัววัลลภ เขย่งปลายเท้าให้สูงจนดวงหน้าของเขาและเธออยู่ในระดับเดียวกันแล้วก็พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อ วัลลภกลายเป็นคนดุร้าย มือหนาหยาบกร้านเช็ดของเหลวออกจากแก้ม แล้วกางมือออกเหวี่ยงใส่ใบหน้างามซ้อนกันขวาซ้ายสุดแรงเกิด เผียะ!! เผียะ!! “กรี๊ดดด!!” ด้านนุดีไม่ทันตั้งตัว ถูกตบจนล้มกลิ้งไปนอนกองบนพื้นดินอีกครั้ง เธอเจ็บจนน้ำตาไหลจึงยกมือกุมแก้มที่แดงเป็นรอยนิ้วมือทั้งห้าแล้วค่อยๆ หันมองหน้าผู้ชายใจชั่ว ทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้ “ไอ้หน้าตัวเมีย!! แกตบฉันทำไม!!” “วันนี้แหละ ฉันจะทำให้เธอไม่มีศักดิ์ศรีของความเป็นคน” เสียงของปีศาจคำรามดังก้องป่า มือเพชฌฆาตคว้าข้อมือน้อยกระชากลากถูไปตามทางเล็กๆ ที่ข้างทางมีแต่ต้นหนามกับใบหญ้า “กรี๊ดดด!! ไอ้ผู้ชายป่าเถื่อน!! ทำไมแกต้องทำกับฉันแบบนี้!! ปล่อยฉันนะ!! ไอ้ชั่ว!! ฮืออ” นุดีถูกฉุดลากทั้งที่กึ่งนั่งกึ่งนอนไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยดินแข็งและหินก้อนเล็กๆ เสียงร้องโหยหวนของหญิงสาวดังก้องทั่วป่าทำให้คนงานชายสี่คนที่ได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้มารอที่กลางป่าแห่งนี้มองหน้ากัน แล้วหันไปมองเงาดำทมิฬสูงใหญ่เดินลากอะไรบางอย่างตรงมาหาพวกมัน “นะ นาย!!” พวกมันทั้งสี่ยืนตาค้างเมื่อสิ่งที่ฟุบอยู่ตรงหน้ามันนั้นเป็นหญิงสาว ขนาดถูกวัลลภทำร้ายเช่นนี้ก็ยังดูออกว่าเธอสวยและเซ็กซี่มาก “พวกมึงมีโทรศัพท์ไหม?” วัลลภยืนมือเท้าสะเอวมองนุดีกำลังช่วยตัวเองดึงชายกระโปรงผ้าลูกไม้ที่ถลกขึ้นจนเห็นต้นขาขาวผ่องสองข้างลงปิดเนื้อเปลือยของตัวเอง “มะ มีครับ” ไอ้ลูกน้องสี่คนไม่ได้มองหน้าวัลลภเวลาพูด เพราะจุดสนใจของพวกมันคือผู้หญิงของเจ้านาย ซึ่งเวลานี้ เธอคลานหนีไปนั่งชันเข่าอยู่ข้างต้นไม้ใหญ่ “พวกมึงถ่ายคลิปผู้หญิงคนนี้ไว้ ทำแบบนี้สิวะ ไอ้ห่า” วัลลภแยกเขี้ยวใส่นุดี เขาแย่งโทรศัพท์ของลูกน้องมาถือไว้ด้วยมือเดียวแล้วย่อตัวนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ มือข้างที่ว่างยื่นเข้าไปจับคางน้อยบีบจนปากของหญิงสาวห่อแล้วดันให้หันมาสู้กล้อง “คะ ครับ” พวกลูกน้องพากันทำหน้าหื่นเหมือนเจ้านายแล้วจ่อกล้องโทรศัพท์ทำตามคำสั่งของนาย “ไอ้ลภ!! แกบอกให้พวกสวะนี้หยุดถ่ายฉันเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีแย่งโทรศัพท์จากมือของวัลลภได้ก็เหวี่ยงเครื่องสื่อสารเฉียดหน้าของชายหนุ่มไปกระทบต้นไม้เสียงดัง เพล้งง!! “พวกมึงเตรียมเก็บภาพทุกช็อตไว้เลยนะ กูจะเล่นเป็นพระเอกคาวบอยควบม้าให้พวกมึงดู” แววตาดุจเสือร้ายหันขวับมองไอโฟนรุ่นใหม่กองเป็นเศษขยะอยู่ข้างต้นไม้ วัลลภกระตุกยิ้ม หันกลับมามองมือสองข้างที่กำกระชับคอเสื้อเปิดไหล่ของนุดี แล้วกระชากจนขาดเป็นสองส่วนเผยให้เห็นอกอิ่มขาวผ่องล้นออกมาจากบราไร้สาย “ว้ายย!! อย่าทำฉัน ฮืออ” นุดีรีบยกแขนข้างเดียวกอดตัวเองไว้ ส่วนอีกข้างทุบตี หยิกข่วนไปตามตัวของเขาอย่างบ้าคลั่ง “พวกมึงอย่าลืมถ่ายวิดีโอนะโว้ย!! กูจะแสดงหนังสดกับยัยนี่ในกระท่อม” สายตาของลูกน้องมองนุดีอย่างหื่นกระหายทำให้วัลลภรีบฉุดให้เธอเข้ามาซบหน้าอก แล้วอุ้มคนตัวน้อยขึ้นพาดบ่า “ไอ้คนเลว!! ฉันเกลียดแก!! ปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะ!!” นุดีอับอายจนอยากจะทำให้ชายหนุ่มเจ็บปวดมากที่สุด จึงทำร้ายเขาโดยการทุบๆ ที่หัวไหล่และจะกัดหลังเขาอีกครั้ง “ถ้าเธอกัดฉันอีก เธอได้มีผัวเป็นกรรมกรแบกหามหลายคนแน่!!” โครมม!! ก่อนที่วัลลภจะถีบประตูกระท่อมให้เปิดกว้างนั่นเขาได้คำรามเสียงเหี้ยมขู่เธอ
หน้าปกนวนิยาย รักนี้ไม่ยอมหย่า
9.7
ท่ามกลางสายตาคนนอกที่มองว่าวิลเลียมจำใจแต่งงานกับรีนี และพร้อมจะสลัดเธอทิ้งทันทีที่คนรักเก่ากลับมาพร้อมทายาท รีนีกลับเป็นฝ่ายยืนยันอย่างชัดเจนว่าเธอเองต่างหากที่พยายามขอหย่าทุกวันเพื่อจบความสัมพันธ์นี้ ทว่าผู้คนกลับคิดว่าเธอแค่แสร้งทำเป็นเข้มแข็งเพื่อปกปิดความเสียใจ จนกระทั่งวิลเลียมประกาศกร้าวต่อสาธารณะว่าจะไม่มีการหย่าเกิดขึ้นเด็ดขาด พร้อมขู่ดำเนินคดีกับทุกคนที่ปล่อยข่าวลือ รีนีจึงได้แต่สับสนว่าแท้จริงแล้วสามีผู้เย็นชาคนนี้กำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่
หน้าปกนวนิยาย เมื่อฉันเกิดใหม่ ได้ซุกซนอยู่ในอ้อมแขนของชายผู้คลั่งรัก
8.7
[การแก้แค้น + ซ่อนตัวตน + เนื้อเรื่องสะใจ + หวานละมุนเอาใจซึ่งกันและกัน] หลังจากได้เกิดใหม่อีกครั้ง ชิจิวเหนียน มองดูสามีสุดหล่อที่อยู่ตรงหน้า หล่อจนแทบทำให้เธอหน้ามืดไป กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก... ชาติที่แล้วเธอตาบอดไปหรืออย่างไร ถึงไม่เห็นค่าของสามีที่ดีขนาดนี้ กลับไปเชื่อคำของชายชั่วหญิงเลว สุดท้ายครอบครัวพังพินาศ ชีวิตพังไม่เหลือชิ้นดี! ชาตินี้เธอจะกลับมาทั้งความงามและสติปัญญา เริ่มต้นเส้นทางการเหยียบย่ำคนเลวและเกาะขาคนมีอำนาจ! แต่พลาดไปแค่นิดเดียว ดันกลายเป็นคนใหญ่คนโตเสียเอง! ปลอกบังหน้าเยอะสุดๆ! เบื้องหลังหนาแน่นเป็นกอง!องค์กรนักฆ่าที่ใครได้ยินชื่อก็ต้องสะดุ้ง: ใครกล้าท้าทายเจ้านายเรา ฉันจะยิงให้เป็นรูเลย! เหล่าตระกูลใหญ่ว่ากันว่าขัดแย้งกันหนัก: ใครกล้าแกล้งคนโปรดของเรา จะให้ปืนใหญ่ถล่มเขา! ตระกูลชั้นสูงลึกลับ: ยินดีต้อนรับคุณหนูผู้ยิ่งใหญ่กลับบ้าน!ชายผู้มีเสน่ห์ร้ายกาจยิ้มนิด ๆ โอบเอวสาวน้อยไว้ แล้วพูดว่า “ขอแนะนำ นี่คือภรรยาของผม!”
หน้าปกนวนิยาย เทพบุตรหวนคืนรัก
8.4
เมื่อแผนการอันเห็นแก่ตัวของพ่อที่หวังจะผูกมัดเขาด้วยการแต่งงานทำให้เขาเลือกแก้แค้นอย่างแสนสาหัส ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อผู้หญิงที่เขาเคยจงเกลียดจงชังและทำลายจนย่อยยับ กลับกลายเป็นเพียงคนเดียวที่หัวใจเขาถวิลหาอย่างที่สุด ในวันที่ความจริงปรากฏ เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพิชิตใจยอดดวงใจและลูกน้อยกลับคืนมาสู่อ้อมกอดอีกครั้ง แม้ว่าสิ่งที่เขาเคยทำไว้จะยากเกินกว่าจะได้รับการอภัยจากนางฟ้าผู้แสนดีคนนี้ก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย แรงแค้นจิตรกร : รักที่ได้รับการไถ่ถอน
8.2
อลินต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมในงานแต่งงานครั้งที่สาม เมื่อเดมอนคู่หมั้นของเธอเลือกปกป้องไอรินและทำร้ายเธออย่างทารุณท่ามกลางสายฝน หลังจากถูกทำลายทั้งร่างกายและอาชีพจิตรกรจนดับวูบ อลินที่เกือบเอาชีวิตไม่รอดในป่าลึกตัดสินใจลุกขึ้นสู้เพื่อรักษาครอบครัวและธุรกิจเอาไว้ เธอติดต่อบุคคลลึกลับในต่างแดนเพื่อทำข้อตกลงแต่งงานแลกกับการโอนทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย พร้อมเตรียมตัวหนีไปจากขุมนรกนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และรับการไถ่ถอนจากความแค้นที่ฝังลึก
หน้าปกนวนิยาย นางเอกสุดโหด
9.4
เจี่ยนอู่คือหญิงแกร่งผู้กุมอำนาจทั้งในโลกธุรกิจ การแพทย์ และกองกำลังทหารรับจ้าง เธอตัดสินใจซ่อนตัวตนที่แท้จริงเพื่อเข้าพิธีวิวาห์กับชายหนุ่มธรรมดา ทว่าความจริงกลับพลิกผันเมื่อคู่หมั้นของเธอกลายเป็นทายาทเศรษฐีผู้เย่อหยิ่ง เขาบอกเลิกอย่างไม่ใยดีพร้อมดูถูกเหยียดหยามเธอสารพัด แต่เมื่อความลับเรื่องฐานะอันยิ่งใหญ่ของเธอถูกเปิดเผย อดีตคนรักกลับพยายามอ้อนวอนขอโอกาส ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น มหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลตัวจริงได้ก้าวเข้ามาประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนว่าเธอคือภรรยาของเขาเพียงผู้เดียว