หน้าปกนวนิยาย ร้อยดาวตะวันเดียว [My DayLight]

ร้อยดาวตะวันเดียว [My DayLight]

8.4 / 10.0
อาทิตยา พุทธิรักษ์ หญิงสาวผู้ติดอยู่ในกรงขังของสังคมไฮโซจอมปลอมที่ฉากหน้าเต็มไปด้วยภาพลักษณ์การกุศลอันงดงาม แต่เบื้องหลังกลับซ่อนเร้นไว้ด้วยผลประโยชน์และตัณหา เธอปรารถนาจะหลบหนีจากโลกที่เน่าเฟะนี้ ทว่ากลับถูกพันธนาการไว้ด้วยบุญคุณที่มิอาจละทิ้งได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับ จิณณวัตร ทายาทมหาเศรษฐีผู้ทรงอิทธิพลที่พร้อมจะใช้ทุกเล่ห์กลและอำนาจเพื่อล่ามโซ่ตรวนเธอไว้เคียงข้างเขาตลอดกาล ท่ามกลางวังวนแห่งความลวงนี้ เธอจะหาทางปลดแอกตัวเองหรือจะถูกเขากักขังไว้ในใจตลอดไป

ร้อยดาวตะวันเดียว [My DayLight] ตอนที่ 1

ตอนที่ 1 คู่ปรับเก่า

“ต๊าย!!! มันอะไรกันแม่ผ่อน นี่สายโด่งเด่งจนป่านนี้แล้ว แม่เลขาทูนเกล้าของฉันยังไม่ตื่นอีกเหรอ ให้ใครก็ได้ขึ้นไปปลุกเดี๋ยวนี้ แล้วบอกหล่อนด้วยว่าฉันจ้างมาทำงานไม่ใช่จ้างมานอนตื่นสายๆ แข่งกับเจ้านาย โอ๊ย!!! มันอะไรนักหนานะคนทุกวันนี้”

แม่ครัวใหญ่นามว่า ‘ผ่อน’ ต้องรีบพาผิวกายดำปี๋เดินแบกน้ำหนักเกือบแปดสิบกิโลกรัมของตัวเองเข้าครัวเพื่อบอกเด็กรับใช้อีกคนอย่างเร่งด่วน ให้วิ่งขึ้นไปปลุกเลขาคนที่สามในรอบสี่เดือนของเจ้านาย ทำเอาคนถูกปลุกหัวเสียไม่น้อย แต่ก็จำต้องรีบลุกจากเตียงอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อย แล้วรีบลงมาชั้นล่างด้วยใบหน้าบึ้งตึง เพราะไม่สบอารมณ์นัก

“ว่าไงยะหล่อน! จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน! งานการไม่ลุกขึ้นมาทำ รู้หรือเปล่าว่าวันนี้หล่อนจะต้องทำอะไรบ้าง ฉันจ้างหล่อนไม่ใช่น้อยๆ นะ กรุณาทำงานให้คุ้มค่าเงินฉันด้วย”

ชมจันทร์ วัชราเวโรจน์ ยืนเท้าสะเอวด่าด้วยใบหน้าบึ้งตึงกว่า และไม่สบอารมณ์กว่า อรนภาทนไม่ได้ต้องเถียงกลับทันที

“คุณผู้หญิงคะ อรเพิ่งจะได้นอนตอนตีสี่เองนะคะ และนี่ก็เพิ่งจะเก้าโมงเท่านั้น จะให้รีบตื่นไปไหนคะ”

“อย่าริมาเถียงฉันนะ บอกไม่จำ! ว่าถ้ารักจะอยู่ด้วยกันยืดๆ หุบปากของหล่อนแล้วก็รีบไปทำงานตามที่ฉันสั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวานด้วย ไปสิ จะมัวมายืนเสนอหน้าอยู่ทำไม”

ผู้เป็นเลขาอยากจะอ้าปากเถียงอีกยก แต่ก็คิดได้ว่าเปล่าประโยชน์ จึงเดินเข้าห้องทำงานด้วยท่าทีสงบ ผิดกับผู้เป็นเจ้านายที่หัวเสียไม่หายเพราะไม่ชอบให้ใครมาเถียงแม้แต่คำเดียว

หรือแอะเดียวก็ยอมไม่ได้ แต่ที่ยอมๆ อยู่ทุกวันนี้ก็เพราะตระหนักดีว่า กว่าจะหาคนให้ตรงกับงานได้นั้นยากและใช้เวลาไม่น้อย ทว่าก็ไม่วายบ่น

“นี่มันกรรมเวรอะไรของฉันนักหนานะ ถึงต้องมารบรากับคนในบ้านตั้งแต่เช้าขนาดนี้ ไม่ได้เรื่อง ไม่เข้าท่า โอ๊ย!!! เบื่อๆ ๆ ๆ ๆ”

“เบื่ออะไรกันนักหนาครับคุณแม่! นี่ยังเช้าอยู่เลยนะครับ!”

ชมจันทร์และคนในบ้านต่างงวยงงไม่แพ้กันกับเจ้าของเสียงที่ดังเข้ามาในบ้านก่อนคนพูดจะโผล่มาให้เห็นด้วยซ้ำ และเมื่อร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทา ตัวเสื้อพูดพาดไว้กับแขนแข็งแรง พร้อมส่งยิ้มกว้างให้เพียงเท่านั้น

“ตาจิณ!!! กลับตั้งแต่เมื่อไหร่! ทำไมไม่โทรบอกแม่จะส่งรถไปรับ แล้วมาได้ยังไง ทำไมไม่บอกล่วงหน้าบ้าง...”

“ใจเย็นๆ ครับคุณแม่ ผมตอบไม่ทันแล้วนะครับ”

จิณณวัตร วัชราเวโรจน์ เลิกคิ้วใส่แม่ด้วยใบหน้าเจือยิ้มก่อนจะทักท้วง

“งั้นก็ไม่ต้องตอบ แต่มาให้แม่กอดก่อนเร็ว”

สิ้นคำ คนเป็นแม่ก็พาร่างอรชรตรงไปอ้าแขนกอดลูกชายคนโตเสียเต็มรักด้วยความคิดถึง และคาดไม่ถึงว่าลูกจะโผล่มาแบบเซอไพรส์ตั้งแต่เช้าอย่างนี้

“ไปไหนกันหมดครับบ้านเงียบเชียว”

เมื่อแม่ละวงแขนออกแล้วเขาถึงได้มีเวลากวาดมองไปรอบบ้าน

“พ่อเราก็ไปทำงาน ยัยแอ๊ฟยังไม่ตื่น ตาเจกับยัยแอ๊นคงจะไปเรียนมั้ง ส่วนแม่ก็กำลังจะออกไปข้างนอก จะกลับอีกทีก็เย็นๆ แล้วต้องไปงานเลี้ยงอีก แซยิดคุณหญิงพรเพ็ญไงล่ะจำได้หรือเปล่า จิณไปกับแม่นะ จะได้มีเวลาคุยกัน แต่ตอนนี้สายมากแล้วแม่ไปอาบน้ำก่อน”

“ครับคุณแม่ ผมก็จะขอขึ้นไปงีบเหมือนกัน เพราะถ้าอยู่โน่นป่านนี้ผมคงหลับปุ๋ยแล้วล่ะครับ”

“งั้นไปเลย ห้องเราน่ะแม่ให้คนไปทำความสะอาดไว้ตลอดเวลา เหมือนรู้ว่าเราจะมาเลยล่ะ ว่าแต่ทำไมถึงมาแบบไม่บอกล่วงหน้าล่ะลูก แล้วทำไมถึงตัดสินใจปุบปับทั้งที่แม่ก็....”

ผ่อนได้แต่แหงนหน้ามองเจ้านายเดินโอบไหล่หนุ่มหล่อผิวขาว สูง ขณะเดินขึ้นไปตามบันไดไป ในที่สุด ‘คุณจิณ’ ก็กลับบ้านสักทีหลังจากไปเรียนอเมริกาตั้งแต่จบมัธยม พอจบก็ขอทำงานหาประสบการณ์อยู่อีก

“ป้าผ่อนไม่ไปหาคุณอรในห้องเหรอ”

‘แหม่ม’ เด็กรับใช้ในชุดกางเกงเอวยืด เสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีเขียวมรกต มีผ้ากันเปื้อนผูกเอวไว้ ยื่นนิ้วไปสะกิดแม่ครัวใหญ่ในเรื่องเพราะผ่อนสั่งไว้ให้เตือนถ้าเกิดลืมขึ้นมา เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญมาก

“เอ่อๆ จะไปเดี๋ยวนี้ล่ะ ป้ามัวดูคุณจิณเพลินไปหน่อย ก็ทั้งสูงทั้งหล่อ สงสัยสาวๆ คนจะเรียงคิวเข้ามาให้จีบแน่เชียว”

ผ่อนหันไปหาแหม่มแล้วเดินอุ้ยอ้ายตรงไปยังห้องทำงานประจำของเลขาคนที่สามของชมจันทร์ เพื่อเตือนให้ขึ้นไปเบิกเงินค่าอาหารมาให้

“ไม่เอาหรอกป้า คุณผู้หญิงอารมณ์ไม่ดีขนาดนั้นอรไม่ยุ่งด้วยหรอก” แต่กลับได้คำตอบอันไม่ชอบใจนัก

“อ้าว! ถ้าคุณอรไม่เบิกแล้วป้าจะเอาอะไรไปซื้อของล่ะค่ะ ทั้งของสดของแห้งหมดเกลี้ยงแล้วนะคะ ป้าเตือนคุณอรตั้งแต่เมื่อวานแล้วด้วย ถ้าไม่มีเงินวันนี้ก็จะไม่มีของมาทำขึ้นโต๊ะนะคะ”

ผ่อนให้เหตุผล แต่อีกคนกลับยักไหล่อย่างไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญอะไร

“เอาไว้เย็นๆ รอคุณผู้หญิงอารมณ์ดีกว่านี้แล้วอรจะเบิกให้แล้วกันนะคะ ส่วนวันนี้คนในบ้านไม่อยู่สักคน ไม่ต้องทำของขึ้นโต๊ะนี่คะ”

ผ่อนทำหน้าไม่พอใจให้เห็นอย่างไม่เกรงใจเมื่อได้คำตอบแบบนี้

“แต่เวลาคุณผู้หญิงกลับมาเหนื่อยๆ ก็จะเรียกหาของบำรุง พวกรังนก ซุปไก่ หรือขนมน้ำแข็งพวกแปะก๊วย บ๊วยเกี๊ยะ หรือบัวลอยน้ำขิงพวกนี้เป็นประจำนะคะป้ารู้ดี ถ้าเรียกหาแล้วไม่มีให้จะเป็นเรื่องเปล่าๆ นะคะคุณอร ป้าน่ะไม่เป็นไรหรอกค่ะแค่แม่ครัว แต่คุณอรต้องรับผิดชอบทั้งหมดนะคะ ลองคุณผู้หญิงได้เดือดขึ้นมาใครก็...”

“ป้าคะ!!! อรมีงานเยอะแยะกองเต็มโต๊ะเลยนะคะ และจะต้องรีบทำให้เสร็จก่อนออกไปจัดการเรื่องชุดให้คุณๆ ทั้งสองสำหรับงานเย็นนี้อีก ไม่มีเวลามาจำหรอกค่ะว่าคุณผู้หญิงจะทานอะไรเวลาเหนื่อยๆ อีกอย่างท่านไปงานเลี้ยงของกินเยอะแยะ คืนนี้คงไม่คิดจะเรียกหาหรอกมั้งคะ”

อ่านต่อ

สารบัญ ร้อยดาวตะวันเดียว [My DayLight]

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย หลังเธอทำลายคำโกหก ทุกคนก็คุกเข่าขออภัย
9.8
ท่ามกลางอุทกภัยร้ายแรง พี่ชายและสามีกลับเลือกช่วยอลิซทิ้งให้ลิซ่าต้องเผชิญชะตากรรมจนขาหัก อลิซใส่ร้ายว่าลิซ่าพยายามฆ่าเธอในกระแสน้ำ ทำให้ชายทั้งสองโกรธแค้นและตราหน้าว่าลิซ่าใจอำมหิต พวกเขาตัดสินใจสั่งสอนเธออย่างทารุณด้วยการใช้ก้อนหินทุบซ้ำลงบนขาที่บาดเจ็บของเธอเพื่อสร้างความเจ็บจำ ลิซ่ามองเห็นธาตุแท้และความโหดเหี้ยมของคนที่เคยรักผ่านแววตาที่เย็นชา วินาทีที่ความเจ็บปวดถาโถม เธอจึงตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะต้องหนีไปจากขุมนรกแห่งนี้ให้สำเร็จ
หน้าปกนวนิยาย ทาสรักเพลิงทมิฬ
8.7
เขาเข้ามาในชีวิตของเธอเพื่อหลอกลวง แต่ไม่คิดว่าเขาจะตกหลุมรักเธอ และการกลับมาของเขาทำให้เรื่องราวแต่หนหลังเปิดเผยออกมาทั้งหมด ตัวอย่างบางช่วงบางตอน “ทำตามที่ผมบอก แค่นี่แหละคุณทำได้ไหม” เธอเม้มปากอย่างดื้อดึง เขาก็จับเธอกอดรัดเอาไว้แนบอก “นี่คุณจะทำอะไร ผมอยากไปว่ายน้ำ ไปด้วยกันหน่อยสิ” “ฉันไม่ไปปล่อยนะ” เพียงขวัญกรีดร้องเมื่อเขาจับเธอไปที่สระน้ำ ก่อนจะจับเธอโยนลงไปในสระ “คนบ้า คุณทำบ้าอะไรนี่” เธอทำท่าจะปีนขึ้นจากสระ เขาก็ตามมากอดรัดเธอเอาไว้ “จับคุณล้างคราบคาวโลกีไง นอนกับทั้งผมแล้วก็ไอ้หมอนั่น ลีลาของผมกับมันใครดีกว่ากันล่ะ” สิ้นประโยคนั้นใบหน้าของกรพักตร์ก็หันไปตามแรงตบ “คุณตบผมจูบ” กรพักตร์กุมใบหน้าของเพียงขวัญมาบดจูบหนัก ๆ เพียงขวัญดิ้นหนี สะบัดหน้าหนีก่อนจะตบเขาอีก เขาก็จูบเธออีก “นี่คุณปล่อยนะ” เธอร้องประท้วงเมื่อริมฝีปากถูกเขากระแทกจนปากช้ำไปหมดแล้ว “ทำไมไม่ตอบล่ะว่าลีลาของผมกับมันใครเด็ดกว่ากัน” “พี่หมอเขาดีกว่าคุณเป็นร้อยเท่าพันเท่า” ตอนแรกเพียงขวัญจะด่าเขาว่า เธอไม่ทำอะไรต่ำ ๆ อย่างที่เขาคิดหรอก แต่เพราะเธอก็อยากให้เขาเจ็บเหมือนที่เธอเจ็บอยู่ตอนนี้ เขาหลอกใช้เธอเป็นเครื่องมือแก้แค้น เธอก็จะไม่ยอมให้เขาได้สมใจอย่างเด็ดขาด “แสดงว่าคุณก็สำส่อนแร่ไปนอนกับไอ้หมอนั่นมาเหมือนกัน ทำไม! กลัวมันไม่เอารึไง มันหลอกคุณแล้วรู้ตัวรึเปล่า” เขาจิ้มหน้าผากของเธอ ทั้งสองเถียงกันอยู่ในสระน้ำ เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด “แล้วคุณดีกว่าเขาหรือไง คุณไม่หลอกฉันงั้นสิ” ประโยคของเธอทำให้เขาถึงกับสะอึกไป กรพักตร์กุมใบหน้าของเธอเอาไว้ ไม่คิดว่าเธอจะปีกกล้าขาแข็งกับเขาขนาดนี้ เขาทำท่าจะก้มลงไปบดจูบริมฝีปากของเธอ
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย นายช่างใหญ่แห่งอโยธยาที่ข้าอยากได้
8.8
ฟ้ารดาหญิงสาวผู้ถูกยมทูตส่งข้ามกาลเวลามายังกรุงอโยธยาอย่างไม่คาดฝัน ที่นั่นเธอได้พบกับนายช่างทองหลวงผู้มีเสน่ห์ดึงดูดและรูปร่างกำยำจนทำให้เธอตกหลุมรักทันที เมื่อหนทางกลับบ้านไม่มีอยู่จริง แผนการพิชิตใจนายช่างใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางอุปสรรคจากครอบครัวที่ไม่อยากให้เธอออกเรือน แม่หญิงผู้มีความมั่นใจคนนี้จะใช้เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์สั่นคลอนหัวใจของนายช่างทองผู้เคร่งขรึมได้สำเร็จหรือไม่ในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์นี้
หน้าปกนวนิยาย จอมใจอสูร
8.5
อัคราแสดงความโหดร้ายด้วยถ้อยคำดูแคลนเมื่อเขามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า รวิษาพยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดด้วยความเงียบ แต่กลับถูกเขาใช้กำลังรั้งตัวไว้พร้อมเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ในอดีต แม้เธอจะอ้างถึงคนรักใหม่ของเขาเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่อัครากลับไม่สนและอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่อยู่ฉุดกระชากเธอไปที่เตียงเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน เขาบังคับจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่พยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดที่รัดแน่นดุจงูร้ายในห้องที่ไร้ทางออก
หน้าปกนวนิยาย พันธะเสน่หามาเฟีย
7.9
เพราะเตกิล่าสองแก้วในคืนนั้น ทำให้ชีวิตเรียบง่ายของดวงดาราเปลี่ยนไป หล่อนมีลูกแฝด โดยไม่รู้ว่า ใครคือพ่อของลูก “ก็ฉันอยากกอดเธอด้วยถามไปด้วยนี่” เขาไม่ปล่อย “แล้วก็อยากจูบเธอด้วย” ดวงดาราตกใจ อ้าปากค้าง ดวงตาขยายกว้าง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา หล่อนถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยืนนิ่งให้เขากอด “ไม่...” เป็นเพียงคำเดียวที่ดวงดาราเอ่ยออกมา เนื่องจากเสียงทุกเสียงถูกปิดลงด้วยริมฝีปากบางสีชมพูของเขา อารามตกใจปากจิ้มลิ้มที่ยังคงอ้าค้าง เปิดโอกาสให้เอเดนสอดลิ้นเข้าไปพันรัดลิ้นนุ่มที่อยู่ในอาการตระหนก เอเดนสำรวจช่องปากหอมหวาน พิสูจน์ด้วยตัวเองว่า ทั้งกลิ่นและรสชาติภายในโพรงปากหวานจะใช้คนเดียวกับสาวปริศนาคนนั้นหรือไม่ เหมือนกันเลย...ปากหอมหวาน กลิ่นน้ำหอมก็เย้ายวนชวนลุ่มหลง นั่นคือคำตอบที่เอเดนได้รับ เขาบดจูบ แรกลัดลิ้นเล็กที่ดูแล้วไม่เป็นประสา ราวกับไม่เคยถูกจูบมาก่อน เนื้อตัวก็สั่นหนัก หัวใจดวงดาราไม่ต้องพูดถึง เต้นโครมครามหาจังหวะไม่ได้ ตื่นเต้นไปหมดจนมือชื้นเหงื่อ สมองของหล่อนว่างเปล่าเสมือนถูกถึงออกจากหัว ไร้ความคิดความอ่านใดๆ ทั้งสิ้น แล้วอยู่ๆ ความดำมืดก็เข้ามาแทนที่ “เฮ้ย!” เอเดนตกใจ เมื่อร่างแน่งน้อยอ่อนแรง ขาทั้งสองข้างอ่อนเปลี้ย ใบหน้าแหงนหงาย ดวงดาราเป็นลม...
ตอน
อ่านเลย
แชร์