
หมอลำซัมเมอรฺ์
ตอน 3
หมอลำ(ซัมเมอร์) บทที่3
อาริตา
สัตยายืนอยู่ด้านข้างของมุมนี้ มองทอดตาไปบนเวทีที่ยกพื้นขึ้น พิมสิริอยู่บนนั้น อยู่กับความเป็นพรีมที่รู้จักกันติดปากไปทั่วเมือง เขามีส่วนเสริมสร้างหล่อนมาด้วยการชวนหล่อนออกจากค่ายเทปเก่ามาเปิดบริษัทเทปเล็กๆ แล้วให้พรีมได้ทำเพลงชุดแรกจะเรียกว่าเป็นดวงหรือความสามารถก็ยากจะเดาได้ แต่นั่นทำให้บริษัทเล็กๆ ของเขาสามารถผงาดเด่นขึ้นมาได้ พรีมโด่งดังไปทั่วประเทศและนอกประเทศ มีคิวโชว์ร้องเพลง มีงานเสริมเข้ามาและเขาก็สามารถทำรายได้ให้กับบริษัทได้สูงนอกเหนือจากงานอื่นที่รับอยู่...นักร้องเบอร์หนึ่งของบริษัทประสบความสำเร็จก็มีนักร้องคนอื่นเข้ามารอการปั้น...แต่เขายังรีรออยู่ ไม่ใช่เพราะไม่มีเงินทุน
แต่เพราะพรีมไม่ยอม
พิมสิริคิดว่ามีหล่อนก็เหลือจะพอ
…จะมีคนอื่นอีกไม่ได้นะคะ คุณ…
เขาไม่อยากขัดใจพรีม...หล่อนขอเขาและหล่อนทำท่าแง่งอน...เขาออกจะเอาใจหล่อน...ไม่เพียงเพราะหล่อนทำรายได้ให้บริษัท
แต่เพราะเขารักหล่อนด้วย
เขาชวนพรีมออกจากที่เก่าเพราะเรื่องของหัวใจ...เขารักพิมสิริ หวังจะส่งเสริมหล่อน...
และความรักก็ดำเนินไปเงียบๆ ไม่เปิดเผยออกนอกหน้า...เขากับหล่อนมีความสัมพันธ์ทางกายกันแล้ว...เว้นแต่ว่ายังไปไม่ถึงการแต่งงาน...แม่เขา...คุณสายทิพย์บอกว่า
...ยะ การแต่งงานเป็นเรื่องยากนะลูก คิดให้ดีก่อนแล้วกัน...
เขาไม่รู้ว่าเธอไม่มั่นใจในตัวพิมสิริเอาเสียเลย เธอมองหญิงสาวคนงามด้วยความหวั่นใจ เพราะมองว่านั่นไม่ใช่ผู้หญิงในแบบที่จะเป็นคู่ชีวิต เป็นเพื่อนแท้ ในความรัก ในความหมายของการแต่งงานได้ดีนัก
แต่เมื่อลูกชายรักก็เหมือนว่าเธอทำใจ
และจริงๆ มันก็อยู่กับตัวพิมสิริด้วย...
แต่งงานหรือ...
หญิงสาวเคยถามตัวเอง...
ไม่เอาด้วยแน่
หล่อนมาจากครอบครัวที่ล้มเหลวอยู่มากทีเดียว พ่อขี้เมา แม่เล่นไพ่...คือความเลวร้ายแต่เยาว์วัย หล่อนแยกตัวออกมาเมื่อแยกได้ กระเสือกกระสนทุกทางที่จะเรียนให้จบปริญญาตรีและเอาดีทางการร้องเพลง...หล่อนเข้าสังกัดค่ายเทปใหญ่แต่ก็ไม่ได้ทำเทป วันที่หล่อนได้รับคำชวนของสัตยาให้ออกมาทำเทปด้วยกันนั้นหล่อนก็เพียงแต่มองเห็นว่าการ “เกาะ” กับเขาย่อมจะดีกว่าเป็นปลาตัวเล็กในบ่อใหญ่ที่เดิม
หล่อนมองสัตยาเหมือนไม้พยุงตัวยามลอยคอในน้ำ...
รักหรือ...พูดไปก็น่าขัน...บอกตัวเองเช่นนั้นเสมอมา...
รัก...
ไม่รัก...
แต่ผูกพันกัน...อยู่ด้วยกัน...
หล่อนพอใจกับชีวิตแบบนั้นมากกว่าการแต่งงาน...หล่อนไม่อยากมีลูก ไม่อยากแต่งงาน...ไม่อยากขาดอิสระ...หล่อนกลัวนัก
พ่อแม่คือตัวอย่างอันเลวร้ายเอาการ
วันนี้หล่อนก็มาแถลงข่าวออกเทปชุดที่สาม...หวังว่าคงจะไปได้ด้วยดี...แม้มันจะไม่ดังเท่ากับเทปชุดแรกก็ตามที
จบการแถลงข่าว หล่อนนั่งรถมากับสัตยา นักข่าวเคยถามถึงความสัมพันธ์อันนี้...แต่หล่อนเองปฏิเสธ ชายหนุ่มเสียอีกที่เฉยๆ ไม่ตอบอะไร เขาให้เกียรติหล่อน
“พรีม...ถ้าเทปชุดนี้ไปได้ เราคิดกันอีกครั้งดีไหม”
“คิดเรื่องอะไรคะ”
“การแต่งงานของเราไง”
พิมสิริเงียบไป ก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ
“รออีกปีได้ไหมคะ คุณยะ...ขอเวลาพรีมอีกปี...นะคะ...คนดี...ได้โปรดเถิด”
นั่นคือความจริงใจอย่างยิ่งของหล่อนแล้ว พิมสิริให้คำตอบตัวเอง หล่อนไม่อยากแต่งงาน...หล่อนไม่พร้อมเอาเสียเลย เพราะภาพของครอบครัวที่ตัวเองมีอยู่มันบิดๆ เบี้ยวๆ...หล่อนมีภาพพ่อขี้เมาไม่รับผิดชอบครอบครัว และไม่สร้างสรรค์อะไรให้ครอบครัวกินดีอยู่ดี ชีวิตขัดสนยากไร้ไปทุกเรื่อง เรียนจบมามีพรสวรรค์ร้องเพลงได้นี่ก็นับว่าบุญคุ้มหัวนักหนา แถมด้วยแม่กับภาพหญิงที่ติดการพนันอย่างไพ่อีกคน...แล้วเมื่อยามไม่มีเงินพ่อกับแม่ก็ทะเลาะกันด่ากัน หล่อนนึกไม่ออกว่าคนสองคนเคยรักกันมาได้อย่างไร
ยังจะน้องๆ...เฮ้อ...ภาพพ่อแม่และลูกๆ ที่มากมาย...คือภาพอันเลวร้าย...พิมสิริไม่ได้คิดฝันแต่งงานเลย
หล่อนมองการแต่งงานเป็นเรื่องพันธนาการและพาหล่อนลงเหว
แม้หล่อนจะรักสัตยา...แต่หล่อนก็ไม่มั่นใจ เขายังไม่ได้เป็นผู้ชายครบสูตรตามที่หล่อนปรารถนา
สัตยาออกมาจากบริษัทใหญ่อย่างซอลต้าเรคคอร์ด โดยไม่ได้รับเงินค่าตอบแทนอะไรเลย...พิมสิริได้รู้ข้อบาดหมางรุนแรงของสัตยากับคมกฤชที่เป็นรองประธานกรรมการรองจากองค์การ คมกฤชกับสัตยาไม่ถูกกันรุนแรงมาก เท่าที่หล่อนได้ยินมาก็คือว่าคมกฤชชังสัตยาเพราะริษยาส่วนตัว ทั้งเรื่องหน้าตา เรื่องวัยที่อ่อนกว่าและเรื่องความสามารถเมื่อผลประโยชน์ ไม่สามารถไปทางเดียวกันได้สัตยาก็ถอนตัวออกมาตั้งบริษัทของเขาเอง
คิตตี้คีย์ยังเล็กมาก หากเทียบกับซอลต้าเรคคอร์ด
กระนั้นเทปชุดแรกที่สัตยาทำให้หล่อนก็ทำให้คิตตี้คีย์พอไปรอดทั้งชื่อเสียงและเงินทอง
แต่พิมสิริรู้ว่าสัตยายังมีมารดา มีคุณสายทิพย์นั่นแหละนายทุนตัวจริงของเขา
และเธอไม่ชอบหล่อนด้วย พอๆ กับหล่อนไม่ชอบเธอ...ท่าทีของเธอเหมือนแม่ผัวตัวร้ายครบสูตร เห็นการมองของเธอ เห็นแววตาของเธอแล้ว พิมสิรินึกหนาวไม่อยากปะทะด้วย
ทั้งหมดนี้มารวมประกอบกันทำให้หล่อนไม่อยากแต่งงาน
หล่อนปฏิเสธสัตยาไปแล้ว เขาทำท่าผิดหวังด้วยการถอนใจเฮือกหนึ่งออกมา
“ไม่ต้องคิดมากนะคะ คุณยะ”
“ผมพร้อมจะแต่งแล้วนะ พรีม ไม่อยากอยู่แบบนี้ มันเหมือนผมเอาเปรียบพรีม เพราะเรา...”
หล่อนมาจับมือเขาบีบกระชับแน่นเสียก่อน “ไม่เป็นไรค่ะ พรีมเต็มใจ ก็เรารักกัน”
หล่อนพูดได้ไพเราะน่าฟังเสมอ เป็นคำพูดที่หล่อนเองก็แทบจะอาเจียนเพราะคลื่นไส้ตัวเอง
“อีกอย่างแม่คุณยะด้วยนะคะ”
คุณอาจจะชอบ





