หน้าปกนวนิยาย เมียแทนชัง

เมียแทนชัง

7.9 / 10.0
เมื่อเธอเป็นภรรยาที่ได้มาด้วยการหักหลัง นภัทรจึงมอบให้เพียงความเกลียดชังเป็นสิ่งตอบแทน เขาปฏิเสธที่จะเหลียวแลหรือมอบเศษเสี้ยวความรักให้ตามที่เคยลั่นวาจาไว้เสมอมา ทว่าความโกรธแค้นที่เคยหนักแน่นกลับค่อยๆ สั่นคลอนอย่างไม่รู้ตัว อาจเป็นเพราะดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความเศร้าและซื่อสัตย์ ซึ่งกำลังสลายความเย็นชาในหัวใจของเขาให้แปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอื่นที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนในชีวิตคู่ครั้งนี้

เมียแทนชัง ตอนที่ 1

สายลมเย็นๆ ที่พัดวู่หวิวมาพร้อมกับหยาดพิรุณในช่วงบ่ายคล้อย ทำให้สาวน้อยในชุดนักศึกษาแบบถูกระเบียบ เสื้อสีขาวขนาดพอดีตัว ติดกระดุมและตุ้งติ้งที่มีตราสัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย ยัดชายลงไปในกระโปรงจีบรอบซึ่งมีความยาวสั้นเท่าหัวเข่า เบื้องล่างนั้นสวมรองเท้าผ้าใบสีขาวที่ยังใหม่สะอาดเพราะเพิ่งใช้เพียงไม่กี่ครั้ง อดที่จะคิดถึงบ้านไม่ได้

ดวงตากลมโตใสแจ๋วสีดำสนิททอดมองออกไปนอกหน้าต่างของห้องเรียน คล้ายกำลังพุ่งความสนใจไปที่สายฝน แต่หัวใจกลับคะนึงหาบ้านไม้หลังกะทัดรัด ซึ่งปลูกแบบล้านนาอยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งของเชียงราย บ้านเก่าๆ ที่มีต้นไผ่หลายต้นขึ้นทึนทึกอยู่หลังบ้าน ยามที่เกิดฟ้าฝนลมแรงพัดกระหน่ำ ลำไผ่ปล้องเล็กๆ เหล่านั้นจะลู่เอนไปตามแรงลม ที่บางครั้งก็กระหน่ำใส่เสียจนเธอคิดว่ามันคงจะหักโค่น ทว่ามันก็ไม่ได้หัก และหลังจากพายุพัดผ่านไปแล้ว ลำไผ่เหล่านั้นก็กลับมายืนตระหง่านได้อีกครั้ง คงเพราะแบบนี้ละมัง พ่อกับแม่จึงตั้งชื่อเธอว่า ‘ไผ่’ ท่านคงอยากให้เธอสามารถหยัดยืนเผชิญปัญหาและเข้มแข็งได้ประดุจดังต้นไผ่ ที่ไม่ว่าจะเจอลมแรงมากเท่าไหร่ก็กลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง

“ไผ่ป่ะกลับหอกันเถอะ” 

กลิ่นจันทร์หันไปทางคนสะกิด ซึ่งก็คืออิงดาวนั่นเอง อิงดาวเป็นเพื่อนสนิทของเธอที่มาจากเชียงรายด้วยกัน บ้านของอิงดาวอยู่ใกล้ๆ กับบ้านยาย กลิ่นจันทร์กับอิงดาวเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตั้งแต่ชั้นประถม และยังสอบเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยเดียวกันได้อีก จะต่างกันก็เพียงอิงดาวเป็นลูกสาวเศรษฐีในละแวกนั้น ส่วนกลิ่นจันทร์เป็นแค่หลานสาวชาวบ้านธรรมดาเท่านั้น 

“แล้ววันนี้ไม่เข้ารับน้องเหรออิง” เจ้าของเสียงหวานถามเพื่อนอย่างสงสัย เพราะปกติอิงดาวไม่เคยพลาดเรื่องเข้าร่วมกิจกรรมรับน้องของคณะ 

“พี่พีบอกว่า วันนี้ไม่มีรับน้องเพราะฝนตกน่ะ”

“งั้นเหรอ ถ้างั้นอิงกลับก่อนเลยนะ เดี๋ยวเราจะไปหาพี่ป้อง ว่าจะไปช่วยงานที่ร้านหน่อย”

“โอเค งั้นพรุ่งนี้เจอกันนะ”

“จ้ะ” กลิ่นจันทร์ยิ้มบางๆ ให้กับอิงดาว ก่อนจะแยกย้าย โดยเธอนั่งรถเมล์ต่อไปยังร้านอาหารแบบกึ่งผับของพี่ชายซึ่งอยู่ไกลจากมหาวิทยาลัยมาก

ร่างบางในชุดนักศึกษา ตกเป็นเป้าสายตาของพนักงานในร้านพอสมควร เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่กลิ่นจันทร์มาที่นี่ เธอถามหาพี่ชายกับพนักงานคนหนึ่ง พอพนักงานคนนั้นรู้ว่าเธอเป็นน้องสาวของกวิน ก็รีบพาเธอเดินเข้าไปในห้องของผู้จัดการ ซึ่งตอนนั้นไม่ได้มีแค่กวินอยู่ในห้อง แต่ปัณรสแฟนสาวของกวินก็อยู่ด้วย

“สวัสดีค่ะพี่ป้องพี่บีม” คนเป็นน้องเอ่ยอย่างสดใส พลางยกมือไหว้พี่ชายกับคนรักของเขา โดยไม่ทันสังเกตว่าสีหน้าของพี่ชายเจือไปด้วยความกังวลบางอย่าง

“มาได้ไงหือเรา” พี่ชายทักทายตอบและยกมือขึ้นขยี้ผมเบาๆ อย่างเอ็นดู

“นั่งรถเมล์มาค่ะ”

“แล้ววันนี้ไม่มีรับน้องเหรอ ทำไมถึงมาหาพี่ได้” 

“ไม่มีค่ะ พอดีวันนี้ฝนตก รุ่นพี่ก็เลยงดกิจกรรมหนึ่งวัน และพรุ่งนี้ไผ่ก็มีเรียนช่วงบ่ายด้วย ไผ่อยากมาช่วยงานที่ร้านพี่ป้องแล้วก็อยากมาค้างด้วย ก็เลยนั่งรถมาหา”

“เรียนกับรับน้องก็หนักแล้ว ไม่ต้องมาช่วยพี่ก็ได้ แค่ไผ่ตั้งใจเรียนพี่ก็ดีใจแล้ว อยากค้างก็แค่มาค้างก็พอ”

“ไผ่อยากช่วยนี่ อีกอย่างไผ่ก็คิดถึงพี่ป้องด้วย อยากกอด”

“งั้นก็มากอดให้หายคิดถึงก่อน แล้วค่อยไปช่วยงาน”

เมื่อพี่ชายกางมือออก ร่างบางก็รีบขยับเข้าไปหาในทันที เธอโอบกอดเอวเขาแล้วซบหน้าลงบนอกอุ่นๆ อย่างที่ชอบทำเป็นประจำในตอนเด็ก โดยมีปัณรสยืนมองอยู่เงียบๆ แล้วยิ้มบางๆ ให้กับภาพนั้น 

“เมื่อไหร่จะเลิกอ้อนหือเรา โตแล้วนะ ถ้าวันหนึ่งพี่ไม่อยู่จะทำยังไง”

“ไม่รู้ละ ไผ่ไม่ยอมให้พี่ป้องไปไหนหรอก ไผ่จะทำทุกอย่างเพื่อให้พี่ป้องเป็นพี่ชายที่แสนดีของไผ่แบบนี้ตลอดไป”

“แล้วถ้าพี่ไม่ใช่คนที่แสนดีล่ะ” กวินยกมือขึ้นลูบผมนุ่มสลวย พลางทอดสายตามองน้องสาวอย่างอ่อนโยนและผูกพัน กลิ่นจันทร์คืออีกหนึ่งกำลังใจของเขาหลังจากที่พ่อกับแม่จากไปเมื่อหลายปีก่อน น้องสาวเขาเป็นเด็กดีมาก ไม่เคยทำตัวให้ต้องหนักใจ เขาคงทั้งดีใจและภูมิใจสุดๆ ในวันที่กลิ่นจันทร์เรียนจบ และมีอนาคตที่ดีในวันข้างหน้า 

“ต่อให้พี่ป้องเป็นคนไม่ดีในสายตาคนอื่น แต่พี่ป้องก็ยังจะเป็นพี่ชายที่แสนดีของไผ่เสมอนะ”

“เด็กขี้ประจบเอ๊ย...” ปากว่าแต่อ้อมแขนกลับกระชับร่างน้องสาวแนบแน่นกว่าเดิม เขาได้แต่หวังว่ากลิ่นจันทร์จะไม่หมดศรัทธาในตัวเขา ในวันที่รู้ว่าเขาเคยทำเลวอะไรไว้บ้าง 

ผ่านไปเกือบสองนาที กลิ่นจันทร์จึงผละออกจากอ้อมแขนของพี่ชาย ก่อนจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดพนักงานของร้านแล้วออกไปช่วยงานด้านนอก

ยิ่งดึกคนในร้านก็ยิ่งหนาตา กลิ่นจันทร์ทั้งเดินรับออเดอร์ทั้งเดินเสิร์ฟอาหารอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย แต่เธอก็ชินกับความเหน็ดเหนื่อยทางกายเสียแล้ว เพราะช่วยยายทำงานมาตั้งแต่เด็กๆ และการที่ร้านของกวินมีคนมาใช้บริการเยอะเช่นนี้ แสดงว่าร้านกำลังดัง กิจการของร้านไปได้ดี ซึ่งอีกไม่นานพี่ชายของเธอคงจะสบายขึ้น และเธออยากให้ถึงวันนั้นเร็วๆ เพราะที่ผ่านมากวินทำเพื่อคนในครอบครัวมาตลอด พี่ชายเธอส่งเงินให้ยายทุกเดือน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านและเป็นค่าเล่าเรียนให้เธอ แต่ตอนนี้ภาระของพี่ชายก็เยอะขึ้น เพราะต้องส่งเธอเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งทั้งค่าใช้จ่ายและค่าเทอมมันแพงมากกว่าตอนเธอเรียนมัธยมหลายเท่า ดังนั้นเธอจึงตั้งใจว่าหากมีเวลาว่างเมื่อไหร่จะมาช่วยงานที่ร้านบ่อยๆ หรือไม่ก็จะหางานพิเศษทำ เพื่อแบ่งเบาภาระของพี่ชาย

อ่านต่อ

สารบัญ เมียแทนชัง

Ch. 1 Ch. 2 Ch. 3
Ch. 4
Ch. 5
Ch. 6
Ch. 7
Ch. 8
Ch. 9
Ch. 10
Ch. 11
all

คุณอาจจะชอบ

นิยายมาใหม่

หน้าปกนวนิยาย รักต้องลุ้น คุณเจ้านายสุดหล่อ
9.6
จอมขวัญตกหลุมรักมัฆวัฒน์ นักธุรกิจหนุ่มลูกครึ่งสุดเนี้ยบตั้งแต่แรกพบในงานวันเกิดเพื่อน จนเผลอประกาศตัวว่าอยากใช้นามสกุลเดียวกับเขา โชคชะตานำพาให้เธอได้เป็นเลขาของเขา แต่ความเย็นชาและท่าทีดุดันของเจ้านายกลับทำให้เธอเริ่มถอดใจและพยายามถอยห่าง ทว่ามัฆวัฒน์ที่เคยบ้างานจนไม่สนใจใคร กลับเริ่มหวั่นไหวและหลงเสน่ห์ความสดใสของจอมขวัญจนโงหัวไม่ขึ้น เมื่อสาวเจ้าเริ่มจะตัดใจ เขาจึงต้องทำทุกทางเพื่อรั้งเธอไว้และไม่ยอมให้หนีหายไปจากชีวิตเด็ดขาด
หน้าปกนวนิยาย ฉากรักในคืนฝนโปรย
8.2
เธอ…คือแม่หม้ายป้ายแดง ส่วนเขา…คือหนุ่มหล่อผู้หลงรักแม่หม้าย เธอใจแข็งเป็นหิน ส่วนเขาก็ตื้อเท่านั้นที่จะครองโลก -------------------------------------- ณาณีมเปิดและส่งรูปของราฮีมที่เธอแอบถ่ายชายหนุ่มไว้ไปให้ทั้งสองได้ดูผ่านไลน์ ณิการ์และธัญมณกรี๊ดกร๊าดเป็นการใหญ่ เพราะราฮีมหล่อและดูดีกว่าที่คิดไว้มาก “แกจะปิดกั้นตัวเองทำไมยะ ในเมื่อมีผู้ชายดีๆ เดินเข้ามา แกก็รับเขาไว้พิจารณาสิ” ณิการ์ที่ได้ฟังเรื่องราวทุกอย่างเอ่ยขึ้น “แต่ฉันไม่อยากวนกลับไปใช้ชีวิตแต่งงานอีกนี่แก” แม้จะอยากเปิดใจให้ราฮีม แต่สิ่งที่ณาณีมกลัวคือการแต่งงาน การต้องใช้ชีวิตด้วยกันทั้งวันทั้งคืน “ก็อยู่กันไปแบบนี้ ไม่ต้องแต่ง” “ก็คิดว่าจะไม่แต่ง แต่ฉันกับเขาก็ต้องมีเซ็กซ์กัน ฉันจะทำได้เหรอ ในเมื่อสิบสามปีที่ผ่านมาของฉัน มีแค่พี่แดนคนเดียว” นี่คืออีกเรื่องที่ณาณีมกังวล “ของใหม่ๆ คนใหม่ มันอาจทำให้อารมณ์แกซู่ซ่าก็ได้ ชีวิตเป็นของแก แล้วตอนนี้แกก็โสดแล้ว” ธัญมณเอ่ยขึ้นบ้าง นั่นทำเอาณิการ์ที่ปกติลุคจะแรงที่สุดของกลุ่มถึงกับอุทานออกมา “หืม…” “แกเป็นเจ้าของจิ๊มิแต่เพียงผู้เดียวยัยณา แกจะใช้กับใครมันก็สิทธิ์อันชอบธรรมของแก เพราะแกโตแล้ว...เข้าใจ๋” ประโยคนี้ยังเป็นของธัญมณ แต่ดูเหมือนณาณีมจะเข้าใจอะไรยาก “ไม่เข้าใจ” “โอ๊ย! ยัยณา ชีวิตนี้แกจะเจอดุ้นแค่อันเดียวเหรอยะ เลิกกับพี่แดนแล้วแกจะเอาปูนมาโบกจิ๊มิ ไม่ยอมให้ดุ้นอันอื่นผ่านเลยก็ใช่เรื่อง แก่จนอายุจะสามสิบห้า แถมยังมาเป็นหม้ายเอาตอนนี้อีก มดลูกก็ฝ่อลงไปทุกวัน มีของดีติดอยู่กับตัวเอง ทำไมไม่ใช้ กลัวอะไร” ณิการ์เริ่มตามธัญมณทัน และยุณาณีมมันเสียเลย “กลัวสารพัดสิ่งอ่ะ กลัวจนไม่กล้าไปหมด” “งั้นวันไหนที่คุณราฮีมกลับมาเมืองไทย ให้ฉันไปทดสอบความฟิตและความอึดให้เอาไหม งานนี้ฟรี ไม่คิดค่าเสียหาย” “ยัยปุ้ยบ้า เดี๋ยวผัวแกก็เอาปืนมายิงแสกหน้าคุณราฮีมกันพอดี” ณาณีมแหวใส่ความคิดบ้าๆ ของเพื่อน “เท่าที่แกเล่ามา ดูเหมือนยัยพราวก็ทำท่าจะชอบคุณราฮีมอยู่ไม่น้อย วันดีคืนดีพราวคาบไปกิน จะมานั่งเสียใจไม่ได้แล้วนะยะ” “โอ๊ย!...นั่นยิ่งไม่ได้ใหญ่” คนมาปรึกษาเริ่มหัวเสีย ส่วนคนให้คำปรึกษาก็ชักจะสนุก ที่สามารถแหย่จนณาณีมเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาแบบนี้ “นั่นก็ไม่ได้ นี่ก็ไม่ได้ ยอมรับมาเถอะ ว่าแกเองก็ชอบคุณราฮีมอยู่” “แกว่าถ้าฉันจะรักใครใหม่ มันไม่เร็วไปเหรอ ทั้งๆ ที่ฉันเพิ่งหย่า” นี่คือสิ่งที่ณาณีมกังวลอยู่เหมือนกัน เธออยากเป็นโสดให้นานกว่านี้ สองสามปี หรือมากกว่านี้ก็ได้ “ไม่เร็ว ช้าไปด้วยซ้ำ เพราะชีวิตมันต้องเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่จมปลัก เอาอดีตมาเป็นกำแพง” ----------------------------------------- “ผมรู้สึกแปลกๆ อยากให้คุณช่วย” เสียงอู้อี้ของราฮีมเอ่ยตอบ เพราะยังคงเอามือปิดปากไว้อยู่ “ช่วยอะไรคะ?” สีหน้าของณาณีมเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม นั่นเพราะยังไม่เข้าใจว่าราฮีมเป็นอะไร และเขาอยากให้เธอช่วยอะไร “ช่วยถอนพิษให้ผมหน่อย” “ถอนพิษ พิษอะไร” ตอนนี้สีหน้าของณาณีมยิ่งงงเข้าไปใหญ่ “ก็พิษจากลิปสติกสีแดงๆ ของคุณพราวที่มันติดอยู่บนปากของผมตอนนี้ไง” “คุณราฮีม…อื้อ…” พอฟังจบณาณีมก็ทำท่าจะขยับหนี แต่ราฮีมกลับไวกว่ามาก ชายหนุ่มใช้มือที่ปิดปากตัวเองไว้เมื่อครู่ เอื้อมมารวบตัวณาณีมเข้าไปกอด จากนั้นก็โน้มใบหน้าลงมาจูบเธออย่างรวดเร็ว และนี่คือวิธีถอนพิษที่เขาเอ่ย ณาณีมอึ้ง ทำตัวไม่ถูก สมองสั่งงานให้ผลักราฮีมออกห่าง แต่ร่างกายกลับตรงกันข้าม เพราะมันไม่ทำตามที่เธอสั่งเลย ตั้งแต่เกิดมาเธอเคยจูบกับผู้ชายแค่คนเดียวนั่นคือดาวิน เธอจำไม่ได้ว่าจูบครั้งล่าสุดกับดาวินเมื่อไหร่ และเพราะจำไม่ได้ จึงลืมเลือนรสจูบของอดีตสามีไปจากความรู้สึกเช่นกัน เวลานี้หัวใจของณาณีมเต้นแรงมาก รู้สึกวาบหวามกับจูบที่ราฮีมมอบให้จนควบคุมตัวเองไม่ได้ จูบที่ทำให้เธอขนลุกซู่ ร่างกายไหวระริกเหมือนเด็กสาว และนั่นก็ทำให้ณาณีมเผลอจูบชายหนุ่มกลับไปเช่นกัน ถ้าไม่ติดว่านี่มันริมถนน ราฮีมคงอุ้มณาณีมไปบนเตียงแล้วก็ทำตามที่ใจเขาเรียกร้องแล้ว “คุณจูบเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เสียอีก” เขาจำเป็นต้องถอนจูบออก และรู้สึกว่าตอนนี้ ฝนกำลังโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า “ก็ฉันผ่านเรื่องพวกนี้มาแล้วนิ” “แล้วทำไมใจต้องเต้นแรงแบบนี้ด้วย ลมหายใจคุณก็ร้อน” เพราะความใกล้ชิด ทำให้ราฮีมได้ยินเสียงเต้นของหัวใจณาณีมชัดมาก มิหนำซ้ำเวลานี้ตัวเธอก็ร้อนผ่าวเหมือนคนมีไข้
หน้าปกนวนิยาย ไฟล้อมน้ำ [Alternative Bride]
8.1
พลาธิปเผชิญความเจ็บปวดจากการถูกปิยธิดาทิ้งไปแต่งงานกับเพื่อนรักเพียงเพราะอคติต่อตระกูลของเขา เพื่อแก้แค้นและเย้ยหยันอดีตคนรัก เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับปราณปริยาวดี น้องสาวต่างแม่ที่ปิยธิดาเกลียดชังที่สุด แม้เบื้องต้นจะมองเธอเป็นเพียงเครื่องมือทำลายความรู้สึกของแฟนเก่า แต่ความใกล้ชิดกลับทำให้เขาเริ่มหวั่นไหวกับลูกเมียน้อยที่เขาเคยรังเกียจ ท่ามกลางทิฐิที่ปิดกั้นหัวใจ เขาต้องเลือกระหว่างความแค้นหรือจะยอมรับความรักที่เกิดขึ้นจริง
หน้าปกนวนิยาย จอมใจอสูร
8.5
อัคราแสดงความโหดร้ายด้วยถ้อยคำดูแคลนเมื่อเขามีผู้หญิงคนใหม่ที่ดีกว่า รวิษาพยายามหลบหนีจากความเจ็บปวดด้วยความเงียบ แต่กลับถูกเขาใช้กำลังรั้งตัวไว้พร้อมเยาะเย้ยถึงความสัมพันธ์ในอดีต แม้เธอจะอ้างถึงคนรักใหม่ของเขาเพื่อขอให้ปล่อยตัว แต่อัครากลับไม่สนและอาศัยจังหวะที่คนอื่นไม่อยู่ฉุดกระชากเธอไปที่เตียงเพื่อระบายอารมณ์ดิบเถื่อน เขาบังคับจูบอย่างรุนแรงและเอาแต่ใจโดยไม่สนแรงขัดขืนของหญิงสาวที่พยายามดิ้นรนหนีจากอ้อมกอดที่รัดแน่นดุจงูร้ายในห้องที่ไร้ทางออก
หน้าปกนวนิยาย ปกรณัมใต้แสงดาว
8.6
จากทริปเดินทางที่แสนสงบ จางฟางซินกลับต้องเผชิญโศกนาฏกรรมเมื่อรถม้าของนางถูกลอบโจมตีจนพลิกคว่ำ ท่ามกลางความเจ็บปวดเจียนตายและสติที่เลือนลาง นางพยายามคว้ามีดสั้นเล่มเดียวที่มีเพื่อปกป้องตนเอง ทว่าเบื้องหน้ากลับปรากฏบุรุษลึกลับพร้อมกระบี่เปื้อนเลือดที่จ่อประชิดใบหน้า กลิ่นคาวโลหิตและบรรยากาศแห่งความตายทำให้พละกำลังของนางสูญสิ้นไป แต่น่าประหลาดที่ใบหน้าของมัจจุราชผู้ปลิดวิญญาณคนนี้ กลับดูคุ้นตาอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
หน้าปกนวนิยาย กุหลาบสีน้ำเงิน[ An impossible love ]
9.5
เบล นักศึกษาสาวผู้ฝันจะเป็นดีไซน์เนอร์จำต้องทำงานพิเศษในคฤหาสน์หรูเพื่อพยุงฐานะ แต่ชีวิตกลับพลิกผันเมื่อเธอเห็นความลับอันเร่าร้อนของคุณแป้ง ภรรยาเจ้าของบ้านเข้าโดยบังเอิญ เหตุการณ์นั้นนำพาเธอเข้าสู่วังวนอำนาจของ กลาง ชายหนุ่มผู้กุมชีวิตเธอไว้ แม้เบลจะพยายามขัดขืนและประกาศอิสรภาพจากการเป็นของเล่นของเขาเพียงใด แต่สุดท้ายเธอก็ไม่อาจต้านทานแรงบีบคั้นและพันธนาการที่เขาสร้างขึ้นได้ จนต้องยอมจำนนบนเตียงตามความต้องการของเขาในที่สุด
ตอน
อ่านเลย
แชร์