ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย น้ำผึ้งทรายสีเพลิง

น้ำผึ้งทรายสีเพลิง

ท่ามกลางผืนทรายอันกว้างใหญ่ สุลต่านหนุ่มผู้ทรงพลังและเปี่ยมด้วยความเมตตาต่อราษฎร ได้พบรักแท้กับหญิงสาวผู้กลายมาเป็นมเหสีคู่บัลลังก์ที่เขาเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใด เรื่องราวความรักอันมั่นคงและยิ่งใหญ่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เพียงครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้สบตากัน นำไปสู่ความผูกพันที่ยากจะลบเลือนในนิยายชุดน้ำผึ้งทรายสีเพลิง ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์รักสุดซึ้งของผู้นำผู้แข็งแกร่งและสตรีผู้เป็นดวงใจท่ามกลางบรรยากาศของดินแดนแห่งทะเลทรายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันร้อนแรง
ตอน
แชร์

ตอน 2

เธอสะดุดสายตากับเขาตั้งแต่แรกเห็น ความมีเสน่ห์ของเรือนกายแข็งแกร่งชวนให้ใจสาวสั่นไหว เขาเป็นบุรุษเพศที่น่าดึงดูดที่สุดเท่าที่เคยพานพบมา รูปร่างสูงสง่า ผิวขาวจัด ดวงตาคมเข้มสีนิล รับกับขนตาดกหนาที่เรียงกันสวยงามแม้แต่สตรีเพศยังต้องอิจฉา

จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักลึกได้รูป คางเรียว คิ้วคมเข้ม รูปร่างกำยำหาชายใดเปรียบ ภาพทุกอย่างจับไปทั่วเรือนร่างของเขาชัดเจน เหมือนเธอได้ยืนมองดูเขาอยู่ตรงหน้า แต่เหนือจากรูปลักษณ์ภายนอกที่ทำให้หัวใจสาวสะท้านแล้ว ความรู้สึกพิเศษที่ไม่เคยเกิดกับชายใดมาก่อน ก็ทำให้เธออยากมอบกายใจให้เขาเพียงผู้เดียว

ขณะอยู่บนเวทีเธอส่งใจถึงเขาทุกลมหายใจเข้าออก รับรู้ว่าเขากำลังส่งใจถึงเธอทุกห้วงคำนึงด้วยเช่นกัน เขาคือคนที่ใช่สำหรับเธอ แต่เธอไม่มีสิทธิ์เพราะเป็นแค่นางรำคนหนึ่ง จะมองตรงๆ ไม่รู้ว่าเขาอยู่ส่วนไหนของท้องพระโรงเพราะมันมืดมิดมาก ได้แต่ตั้งใจเต้นให้เต็มที่ หวังลึกๆ ให้เขาถูกใจเพียงเท่านั้น

การแสดงจบลงแล้ว สุลต่านหนุ่มยังมองเรือนร่างที่ลับหายไปไม่วาง เมื่อความสว่างไหวเข้ามาแทนที่ความมืดที่ปกคลุมบนเวทีและทั่วท้องพระโรง

หญิงสาวหายไปเสียแล้ว อีซาลดกล้องลงวางบนโต๊ะด้านหน้าด้วยความเสียดาย

“ท่านถอนใจยาวเชียวนะ” รอฮิมล้อเพื่อนอย่างรู้ใจ

“อยากเจอเธอไหมล่ะ” รอฮิมแกล้งหยั่งเชิงถาม

“เรานึกว่าท่านจองตัวเธอไปแล้วเสียอีก”

อีซาหยั่งถามเพื่อนไม่แตกต่างกัน เสียงหัวเราะถูกใจเปล่งออกมาจากสหายรัก

“ไม่ต้องจอง เดี๋ยวเราจะจัดให้ท่านเอง”

“เราอยากเชิญเธอมาทานอาหารสักมื้อ”

“แค่อาหารมื้อเดียวเองเหรอ”

รอฮิมกระเซ้าเพื่อน อีซาหัวเราะถูกใจเมื่อเพื่อนรู้ทัน

เมื่อมาเลย์น่าลงจากเวที การิมซึ่งเป็นคนสนิทของสุลต่านรอฮิมรีบเชิญให้หญิงสาวไปรับของกำนัลต่อหน้าพระที่นั่ง มาเลย์น่าใจเต้นแรง หากไม่ใช่เพราะจะได้รับของกำนัลจากเจ้าของงาน แต่เพราะคนที่นั่งอยู่เคียงข้างเจ้าของงานมีอิทธิพลทำให้ใจสาวสั่นไหวยิ่งนัก

สายตาคมกริบมองเรือนร่างงามที่เดินตามการิมมาทางเบื้องหลัง สุลต่านหนุ่มใจเต้นแรงจนผิดจังหวะ เขานั่งรอจนเกือบจะหมดความอดทนแม้เพียงไม่กี่นาทีแต่กลับนานนักในความรู้สึก

มาเลย์น่ายอบกายถวายความเคารพ ดวงหน้างามมิกล้าเงยหน้ามองตรงๆ จนเมื่อการิมบอกให้หญิงสาวรับของจากสุลต่านรอฮิม เธอจึงได้ก้าวไปรับด้วยความประหม่า หากประหม่าต่อสายตาอีกคนที่เธอรับรู้ว่าเขามองอยู่ ดวงตาคมหวานเหลือบมองเพียงน้อย สบกับดวงตาคมเข้มสีนิล เหมือนประกายไฟสีเงินกระทบร่างทั้งสองให้ตะลึงงัน ความคุ้นเคยและบางอย่างในหัวใจเรียกร้องให้อยากชิดใกล้กันและกัน

อีซาอยากดึงร่างงามมาสวมกอดเพื่อรับขวัญ มาเลย์น่าก็อยากเข้าสู่อ้อมกอดของเขา อ้อมกอดที่เธอรอคอยมานานแสนนาน แต่ทั้งสองเพียงแค่คิดเท่านั้น

เมื่อรับของกำนัลเสร็จ มาเลย์น่าจึงตามการิมกลับไปยังห้องพักที่จัดเอาไว้ให้ อีซายังมองตามร่างงามไปจนสุดตา

“อีกไม่นานเกินรอ”

รอฮิมบอกเพื่อนอีกครั้ง อีซาเพียงแต่ยิ้มรับ ไม่พูดอันใดออกมา

ในที่สุดงานเฉลิมฉลองวันคล้ายวันพระราชสมภพของสุลต่านรอฮิมสิ้นสุดลง แขกเกียรติยศที่มาร่วมแสดงความยินดีต่างเข้าพักยังตำหนักรับรอง เหล่าข้าราชบริพารรวมถึงพสกนิกรต่างถวายพระพรให้จงทรงพระเจริญทั่วราชอาณาจักร

หลังจบงาน มาเลย์น่าได้รับการทาบทามให้ไปสัมภาษณ์ออกทีวี เพราะความสามารถอันโดดเด่นของเธอ ซึ่งหญิงสาวไม่ขัดข้อง

หลังจากส่งมาเลย์น่าเข้าห้องพักแล้ว การิจึงมาเข้าเฝ้าสุลต่านทั้งสองที่ตำหนัก เขาเล่าเรื่องมาเลย์น่าให้ทั้งสองพระองค์ฟังอย่างละเอียดโดยไม่ปิดบัง คิดว่าโซฟียะห์เพื่อนรักคงไม่ว่าอะไรหากหลานสาวจะได้ถวายตัวให้สุลต่านผู้สูงศักดิ์แห่งประเทศที่ร่ำรวยไปด้วยแร่ทองคำเช่นนี้

การิมเล่าว่า มาเลย์น่า มีชื่อเล่นว่าฮันนี่ เป็นหลานสาวของเพื่อนสนิท ได้รับการคัดเลือกให้มาเต้นหน้าพระที่นั่ง เนื่องจากเขาเป็นคนส่งสาส์นไปบอกโซฟียะห์ผู้เป็นเพื่อน พร้อมกับนางได้ส่งหลานสาวเข้ามาแข่งขันในครั้งนี้ แล้วก็ไม่ผิดหวัง มาเลย์น่าสามารถทำได้ดี ได้รับคะแนนเป็นเอกฉันท์จากกรรมการที่เขาแต่งตั้งให้คัดสรรหญิงสาวแต่ละคน ที่จะได้มีโอกาสมาเต้นรำหน้าที่ประทับในงานเฉลิมฉลองครั้งนี้

มาเลย์น่าใจเต้นแรงอีกครั้ง เมื่อลุงการิมเพื่อนของยายมาเชิญให้เธอไปรับประทานอาหารว่างกับสุลต่านอีซาที่ตำหนักรับรอง

องค์สุลต่านเป็นถึงประมุขครองประเทศผู้สูงศักดิ์ ทรงให้เกียรติเชิญเธอเช่นนี้ถือว่าเป็นบุญยิ่งนัก

หญิงสาวคัดเลือกชุดที่คิดว่าสวยที่สุด ดวงหน้าหวานยิ้มกว้างเมื่อสัมผัสถึงไออุ่นแห่งเสน่หาของคนที่กำลังรอคอยเธออยู่ ร่างระหงกลมกลึงตามการิมไปยังตำหนักรับรองขององค์สุลต่านอีซา เพียงไม่ถึงสิบนาที ก็มาถึงตำหนักงดงามที่ประดับตกแต่งหรูหราอลังการ หญิงสาวรู้สึกว่าตัวเองเล็กนิดเดียวเมื่ออยู่ในตำหนักใหญ่โตเช่นนี้

มาเลย์น่าถวายความเคารพสุลต่านอีซาด้วยความนอบน้อม การิมที่เดินมาส่งขอตัวทันทีที่หมดหน้าที่ของตัวเอง ทั้งห้องจึงมีแค่เธอและเขาเท่านั้น

อีซามองร่างงามด้วยความเสน่หา เขาไม่เคยสนใจหญิงสาวคนใดเท่านี้มาก่อน แม้ว่าจะมีนางในฮาเร็มที่เป็นบรรณาการจากข้าราชบริพารและกษัตริย์ต่างเมืองมากมายเพียงใดก็ตาม

ดวงตาคมกล้าสีนิลเปล่งประกายระยับ มองไล้ไปทั่วเรือนร่างงามด้วยความชื่นชม มาเลย์น่ารู้สึกใจสั่นจนถึงกับประหม่า ร่างงามสวมชุดสีเขียวตองอ่อน มีผ้าคลุมปิดบังใบหน้าบางเบา ดวงตาทั้งคู่สบกันเนิ่นนาน เหมือนต่างรอคอยกันและกันมาแสนนาน หญิงสาวหลบตาเหลียวมองรอบกายด้วยความขัดเขิน เธอพบว่าในตำหนักกลับไม่มีใครสักคนเดียว มีเพียงแค่เธอกับเขาเท่านั้น และหาได้มีอาหารอย่างที่บอกไม่

มาเลย์น่ายอมรับว่าตอนที่เต้นโชว์หน้าที่พระทับ เธอตั้งใจเต้นให้เขาดูเพียงคนเดียว หญิงสาวเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ยังเห็นเขามองนิ่งๆ ไม่เปล่งวาจาอันใดออกมา เธอเห็นเขาเปลี่ยนชุดเป็นชุดสบายๆ โดยใส่เสื้อคลุมทับด้านใน มีลักษณะเป็นเสื้อคลุมสั้นแค่เข่า และมีผ้าพาดไหล่สีทองอีกผืนที่มองแล้วสวยงามแปลกตาเพียงเท่านั้น แต่บนศีรษะหาได้โพกผ้าเหมือนครั้งอยู่ในท้องพระโรง ทำให้มองเห็นเส้นผมดำสนิทเหมือนดวงตาคมเข้มสีนิลคู่นั้น

“มาหาเราสิ”

มาเลย์น่าตื่นจากภวังค์ เมื่อเขาพูดออกมาเป็นประโยคแรก หลังจากที่มองเธออยู่นาน เสียงทุ้มนุ่มหูแม้จะแสดงถึงอำนาจน่าเกรงขามแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่นทุ้มลึกตราตรึงในหัวใจ

“พระองค์ต้องการให้หม่อมฉันมาทานอาหารว่างเป็นเพื่อนหรือเพคะ”

มาเลย์น่ายังไม่เดินไปหาเขาตามคำเรียกขาน แต่กลับถามเสียงสั่นด้วยความประหม่าแทน เธอขาสั่นเพราะดวงตาคมกล้าสีนิลที่เปล่งประกายกล้าอยู่เบื้องหน้า

อีซาเลิกคิ้วคมเข้มขึ้นมองหญิงสาวเบื้องหน้านิ่งๆ คิดว่าเธอน่าจะรู้ว่าเขาต้องการอะไร ถึงได้เชิญตัวมาเช่นนี้ หากแม้เธอจะเป็นหญิงสาวที่ทำให้เขารู้สึกพิเศษเพียงใด แต่ด้วยอาชีพของเธอแล้ว หญิงสาวน่าจะรู้ดีว่าเขาต้องการสิ่งใดในเวลานี้

มาเลย์น่ายืนนิ่งเหมือนต้องมนตร์สะกด เมื่อร่างสูงเหยียดยืนขึ้นจากแท่นที่ประทับ เดินลงมาหาร่างงามด้วยฝีเท้ามั่นคง ร่างระหงเหมือนรอคอยอ้อมแขนอบอุ่นกำยำนั้น มือใหญ่รวบร่างกลมกลึงเอาไว้อย่างรวดเร็ว

ดวงตาสวยหวานเหมือนกวางน้อยที่ตื่นกลัว ทำให้อีซาแย้มยิ้มอารมณ์ดีกว่าเดิมนัก มือของเขาเชยคางมนให้สบสายตาตรงๆ ดวงตาคมหวานสบกับดวงตาคมเข้มนิ่งนาน หัวใจสองดวงเต้นเร้ากระหน่ำแทบปะทุออกมานอกอก

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ไฟเสน่หาเพลิงอารมณ์
8.1
เมื่อเจ้าสาวตัวจริงหายตัวไปอย่างเป็นปริศนาในวันวิวาห์ ความโกรธแค้นทั้งหมดจึงตกอยู่ที่เจ้าสาวตัวแทนผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องราววุ่นวายทั้งหมด เขาปักใจเชื่อในความเข้าใจผิดนี้และตัดสินใจลงทัณฑ์เธอด้วยบทเรียนแห่งความเสน่หา ท่ามกลางกระแสไฟแห่งอารมณ์ที่แผดเผาหัวใจของคนทั้งคู่ การล้างแค้นครั้งนี้จะนำพาพวกเขาไปสู่จุดจบที่คาดไม่ถึงในความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยไฟรักและแรงพยาบาทที่ยากจะดับลงได้
หน้าปกนวนิยาย บ้านของฉัน มันส์หยด
9.2
นีน่าและนีโน่เป็นพี่น้องบุญธรรมที่เติบโตมาในครอบครัวของสิงหากับเอมอร ทว่าความสัมพันธ์ที่ควรจะอบอุ่นกลับเริ่มบิดเบี้ยวเมื่อนีน่าก้าวสู่วัยสิบแปดปี เธอได้พบเห็นความลับดำมืดระหว่างแม่เลี้ยงกับพี่ชายอย่างไม่ตั้งใจ หลังจากนั้นบรรยากาศในบ้านก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เมื่อพ่อเลี้ยงเริ่มแสดงท่าทีคุกคามและแม่กับพี่ชายยังคงลักลอบทำเรื่องผิดศีลธรรม ความสับสนและตัณหาถาโถมเข้าใส่จนนีน่าเริ่มสูญเสียการยั้งคิด ท่ามกลางความสัมพันธ์ที่มั่วซั่วและซับซ้อนเกินกว่าจะถอนตัว
หน้าปกนวนิยาย เมียแทนรัก
9.5
นภัทสรีย์จำต้องรับหน้าที่เป็นแม่อุ้มบุญให้แก่จเด็จ สามีของเพียงกมลผู้เป็นพี่สาวเพื่อทดแทนบุญคุณ แม้ฝ่ายชายจะตราหน้าว่าเธอหวังฮุบสมบัติและแย่งชิงตำแหน่งเมีย ทว่าความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจกลับทำให้เธอตั้งครรภ์ แต่เมื่อพี่สาวจากไปก่อนกำหนด นภัทสรีย์จึงเลือกเดินจากไปพร้อมลูกในท้องเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจว่าเธอไม่ได้ต้องการสิ่งใดนอกจากความรักที่แท้จริง ทิ้งให้จเด็จต้องเผชิญกับความจริงในใจว่าเขาขาดเธอไม่ได้และต้องทำทุกทางเพื่อตามหาเมียและลูกกลับมา
หน้าปกนวนิยาย เหลี่ยมเสน่หาวิวาห์สวาท
9.0
ร่างสูงเดินเข้าหาอย่างคุกคาม มองหญิงสาวเหมือนเสือร้ายรอตะครุบเหยื่อ ไม่เคยมีผู้หญิงสวยๆ คนไหนหลุดรอดเงื้อมมือของเขาไปได้ และตอนนี้เขาก็จะไม่ปล่อยเธอเด็ดขาด ผู้หญิงที่หยามเขาครั้งแล้วครั้งเล่า “ท่าทางคุณจะพูดไม่รู้เรื่อง ฉันขอตัวก่อน” มุกอันดาก้าวถอยหนี ไม่ใช่เพราะหวาดกลัว แต่เพราะเธอรังเกียจท่าทางหยาบคายของเขาต่างหาก “จะไปไหนเล่า คุณหนูมุกคนสวย” “ว้าย!!!” มุกอันดาร้องอย่างตกใจเมื่อโดนกระชากแขนเอาไว้ ไฟฉายหล่นลงไปกองกับพื้นใต้แคร่ แสงสว่างยังส่องให้มองเห็นทั่วเพิงพัก สายฟ้าที่แลบแปลบปลาบทำให้เธอมองเห็นสายตากระหายของเขาอย่างชัดเจน “ปล่อยนะ ว้าย!!!” เพราะไม่ทันตั้งตัวเธอเลยโดนกระชากอีกรอบเข้าไปอยู่ในอ้อมแขน แต่เพราะวิชาการป้องกันตัวทำให้เธอยกเข่าขึ้นกระแทกเข้าที่หว่างขาเขาจนจุก “โอ๊ย!” ภครัฐร้องเสียงหลง ยอมปล่อยหญิงสาวเพราะความเจ็บจุก “สมน้ำหน้าอยากหื่นดีนัก” เธอว่าใส่หน้า ก่อนจะหันไปหยิบร่มและไฟฉาย แต่ช้ากว่าร่างสูงที่ดีดตัวขึ้นมา กัดฟันข่มความเจ็บปวดเอาไว้อย่างที่สุด เธอหยามเขากี่รอบแล้วนะ เกิดมาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำร้ายเขาขนาดนี้มาก่อน “ว้าย!!!”
หน้าปกนวนิยาย กุ้ยเฟยที่ถูกลืม
9.0
เจี่ยลี่อิงเชฟสาวจากยุคปัจจุบันเสียชีวิตจากการโหมงานหนัก แต่เธอกลับได้โอกาสครั้งที่สองในร่างของเจี่ยลี่ฟาง กุ้ยเฟยผู้ถูกทอดทิ้งในตำหนักเย็น แม้จะถูกกักขังแต่ด้วยบารมีของบิดาที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ เธอจึงใช้ชีวิตอย่างสุขสบายและตั้งมั่นว่าจะไม่ขอข้องแวะกับฮ่องเต้ แต่จะทุ่มเทเวลาให้กับการทำอาหารเลิศรสแทน ลี่อิงเริ่มสร้างสรรค์เมนูที่คนโบราณไม่เคยเห็นอย่างหม้อชาบู นำพาความตื่นตาตื่นใจมาสู่เหล่าข้ารับใช้ในวังวนแห่งรสชาติที่เธอเป็นผู้กำหนดเอง
หน้าปกนวนิยาย เมียเก็บมาเฟีย
8.8
เมื่อพ่อขโมยเพชรล้ำค่าจากตระกูลมาเฟีย ยาหยีจึงต้องสละศักดิ์ศรีเข้าแลกอิสรภาพให้บิดาด้วยการเสนอตัวเป็นสินค้าให้ คอร์เนล ซีร์ยานอฟ เจ้าพ่อผู้เย็นชาได้เชยชม แม้ต้องเผชิญบทรักที่รุนแรงจนแทบขาดใจ แต่ร่างกายกลับเสพติดรสสิเน่หาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ขณะที่คอร์เนลเคยมองว่าผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุทางเพศที่ใช้แล้วทิ้ง ทว่าความหวานล้ำของยาหยีกลับสั่นคลอนหัวใจแกร่งจนเขากลายเป็นฝ่ายคลั่งไคล้เสียเอง ท่ามกลางความยโสที่พยายามปฏิเสธความรู้สึก แต่ลึกๆ เขากลับโหยหาและไม่อาจสูญเสียเธอไปได้แม้เพียงวินาทีเดียว