ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย น้ำผึ้งทรายสีเพลิง

น้ำผึ้งทรายสีเพลิง

ท่ามกลางผืนทรายอันกว้างใหญ่ สุลต่านหนุ่มผู้ทรงพลังและเปี่ยมด้วยความเมตตาต่อราษฎร ได้พบรักแท้กับหญิงสาวผู้กลายมาเป็นมเหสีคู่บัลลังก์ที่เขาเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใด เรื่องราวความรักอันมั่นคงและยิ่งใหญ่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เพียงครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้สบตากัน นำไปสู่ความผูกพันที่ยากจะลบเลือนในนิยายชุดน้ำผึ้งทรายสีเพลิง ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์รักสุดซึ้งของผู้นำผู้แข็งแกร่งและสตรีผู้เป็นดวงใจท่ามกลางบรรยากาศของดินแดนแห่งทะเลทรายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันร้อนแรง
ตอน
แชร์

ตอน 3

“ที่พูดเมื่อสักครู่ ไม่รู้จริงๆ หรือ.. แกล้งยั่วเรากันแน่”

อีซาเลิกคิ้วคมเข้มถามด้วยดวงตาเป็นประกายกล้ามีแววล้อเลียนชัดเจน มาเลย์น่าสบตาเขาไม่ยอมหลบ แฝงเอาไว้ด้วยความไม่เข้าใจ แววตาท้าทายหวานล้ำของคนตรงหน้า ทำให้อีซาหัวเราะเบาๆ อย่างถูกใจ

“ฝ่าบาททรงหมายถึงอะไรหรือเพคะ”

หญิงสาวถามเสียงหวาน

เขาไม่ตอบคำถาม แต่ไล้ฝ่ามือไปตามใบหน้าสวยหวานเบาๆ สายตาคมกวาดไล้ไปทั่ว ระเรื่อยไปยังเรือนร่างกลมกลึงสมส่วน มาเลย์น่ารู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขาสั่นจนแทบทรุดแต่ยังพยุงกายอยู่ได้เพราะอ้อมแขนที่รัดไปรอบร่างอวบอิ่ม

“ไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งไม่รู้”

อีซาถามย้ำอีกครั้ง เขารุ่มร้อนแทบจะทันทีที่ได้สัมผัสร่างนุ่มนิ่มของคนในอ้อมแขน ตอนมองเธอในท้องพระโรง เขาหัวใจหวั่นไหวมากมาย แต่เมื่อได้สัมผัสแนบชิดมากกว่ามอง กลับทำให้สั่นไหวซ่านไปทั่วอกมากกว่าเดิมหลายเท่านัก

มาเลย์น่าเผยอริมฝีปากน้อยๆ เหมือนชวนเชิญ แต่เธอทำด้วยความเผลอไผล ไม่รู้จะตอบคำถามเขาเช่นไรดี อีซาไม่อยากรับฟังอันใดอีกแล้ว ริมฝีปากหยักหนาร้อนรุ่มกดจุมพิตประทับกลีบปากอิ่มหวาน เมื่อสิ้นสุดการรอคอย ร่างระหงผวาสะท้าน ประกายไฟแล่นไปทั่วเรือนร่าง สัมผัสเช่นนี้ช่างคุ้นเคยอบอุ่นหวามในอก เหมือนเป็นสิ่งที่รอคอยมานานแสนนาน

ลำแขนแกร่งโอบกอดรัดรึงแนบแน่น ปลายลิ้นอุ่นตวัดไล้เลียไปทั่วกลีบปากสีสดเพื่อเชยชิมความหอมหวาน มือใหญ่ลากไล้นวดคลึงไปทั่วเรือนร่าง

ร่างงามอ่อนระทวยต่อสัมผัสของบุรุษเพศ ยิ่งมือแกร่งนวดคลึงหนักหน่วงขึ้น ริมฝีปากรุ่มร้อนดูดเม้มรุกเร้ากลีบปากหวานฉ่ำไม่แพ้กัน อารมณ์หวามก่อเกิดไหลวนไปทั่วเรือนร่างโดยไม่สามารถห้ามความต้องการทางธรรมชาติได้

ร่างเพรียวเผยอกลีบปากคราง เมื่อโดนเคล้นคลึงหนักมือขึ้น ลิ้นอุ่นร้อนที่รอจังหวะดูดกลืนความหวานในโพรงปากจึงมีโอกาสสอดแทรกชิวหาเชยชิมมากขึ้น

ริมฝีปากหยักหนาบดคลึงจุมพิตร้อนแรง ร่างระหงสั่นสะท้านอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ลิ้นอุ่นหนาเก็บกวาดดูดกลืนความฉ่ำหวานในโพรงปากด้วยความหิวโหย ยิ่งดื่มด่ำความหอมหวานมากขึ้นเพียงไร ยิ่งเพิ่มความต้องการมากขึ้นจนแทบสำลัก ลิ้นเล็กสอดประสานไร้เดียงสา จึงโดนดูดกลืนกระหน่ำไม่หยุดหย่อน ความต้องการแห่งบุรุษเพศพุ่งสูงขึ้นจนเกินหักห้ามกายใจได้

ใบหน้าคมเข้มถอดถอนออกด้วยดวงตาพร่างพราย มาเลย์น่ากะพริบตาด้วยความงุนงงสงสัย ดวงตาคมหวานปรือหยาดเยิ้มมองหน้าหล่อเหลาของเขาด้วยความเสน่หาไม่ต่างกัน อีซาหัวเราะเสียงทุ้มแหบพร่า ลำแขนกำยำตวัดอุ้มกวางน้อยแสนหวานขึ้นในอ้อมแขน เพียงไม่กี่ก้าว ถึงแท่นบรรทมเบื้องหน้า

“รู้ไหมว่ามองแบบนี้ เป็นการเชิญชวนขนาดไหน”

น้ำเสียงทุ้มหวานแหบพร่าระคนเอ็นดู ดวงตาคมเข้มไล้มองร่างระหงที่นอนระทดระทวยเย้ายวนบนเตียงกว้างด้วยความพึงพอใจ

“ฝ่าบาท”

เสียงสั่นน้อยๆ แต่เซ็กซี่เป็นสุดในความคิดคำนึงของเขา เรียกรอยยิ้มเอ็นดูจากใบหน้าหล่อเหลาต่อเนื่อง

“ทำเสียงแบบนี้น่ารักจังฮันนี่ อยากรู้ว่าเธอจะมีวิธีการเช่นไรมัดใจผู้ชายให้หลงใหล ถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้น ให้ฉันได้ดูความงดงามของเธอหน่อย”

อีซาพูดเสียงแหบห้าว มือใหญ่รั้งมือเรียวสวยขึ้นจากเตียงกว้างให้เธอลงไปยืนหน้าเตียง เรือนร่างสูงขึ้นไปนั่งบนเตียงแทนเพื่อมองหญิงสาวได้ถนัด

มาเลย์น่าสั่นสะท้านจากสายตาคมที่กำลังมองลามเลียไปทั่วเรือนร่าง

“ฝ่าบาท”

มาเลย์น่าถอนเท้าหนี แต่ถูกรั้งเอาไว้อย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้หนีเขาไปได้

“ยั่วให้ฉันต้องการเธอมากขึ้นเรอะ”

คิ้วเข้มดกหนาเลิกขึ้นเมื่อเห็นเธอคิดหนี คิดว่าเธอยั่วให้เขาต้องการเธอมากเป็นทวีคูณ แต่นั่นทำให้ตื่นเต้นมากกว่าหญิงสาวที่เคยพานพบมา หญิงสาวพวกนั้นคอยจะปรนนิบัติไม่กล้าขัดใจเขา จนน่าเบื่อหน่ายมากกว่าน่าอภิรมย์ในความคิดของเขา

มือใหญ่เอื้อมไปปลดชุดสวยเนื้อผ้าบางเบาแนบกายรัดรึงออกด้วยความใจร้อน ทำให้เสื้อผ้าหลุดจากเรือนร่างในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมกับปลิวไปตกรอบกายโดยที่เขาหาสนใจไม่

มาเลย์น่าอุทาน ยกมือปกปิดเรือนร่างด้วยความตระหนก

“ฝ่าบาทอย่าเพคะ”

หญิงสาวห้ามปรามเสียงสั่น นึกหวั่นใจในความใจร้อนของเขา

ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาแย้มยิ้มด้วยดวงตาเป็นประกายแต่หาได้โกรธกริ้วไม่

ร่างระหงเปลือยเปล่าถูกรั้งให้นอนบนเตียงกว้างอีกครั้ง หญิงสาวหลับตาด้วยความอับอายขัดเขินยิ่งขึ้น ที่ต้องเปลือยกายต่อหน้าบุรุษเพศเช่นนี้ ใบหน้านวลแดงระเรื่อจนลามไปทั่วตัว

ดวงตาคมเข้มสีนิลมองไล้ร่างเปลือยอย่างพึงพอใจ ร่างเพรียวระหงกลมกลึง ทุกสัดส่วนอวบอิ่มน่าสัมผัส ผิวสีน้ำผึ้งเนียนนุ่มดุจแพรไหม ยามมือแกร่งลูบไล้ก็สั่นสะท้านหวามไหวเรียกร้องให้อยากคลุกเคล้ามากยิ่งขึ้น

ริมฝีปากร้อนรุ่มกดจุมพิตกลีบปากแสนหวานที่ทำให้เขาติดใจในรสชาติ มือใหญ่กอบกุมอกอวบอิ่มทั้งสองข้างพร้อมกับขยำเคล้นคลึงหนักๆ

ริมฝีปากอิ่มเผยอออกเพื่อครางเสียงกระเส่า เรือนร่างร้อนรุ่มดุจดั่งไฟกองใหญ่ที่ลามเลียไปทั่วเรือนกาย เขาผละออกเพียงไม่กี่อึดใจเพื่อปลดเปลื้องอาภรณ์ออก แล้วกลับมาคลุกเคล้าเล้าโลมดังเดิม

มาเลย์น่าเบิกตามองร่างเปลือยที่สวยงามแกร่งกล้าของเขา เธอไม่เคยเห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของบุรุษเพศเช่นนี้มาก่อน

เรือนร่างชายงดงามกำยำอุดมไปด้วยมัดกล้ามชวนคลั่งไคล้ไหลหลง ดวงตาคมหวานไหววูบ เริ่มใจสั่นเกินบรรยาย ยิ่งเห็นความองอาจแกร่งกล้าอยู่เบื้องหน้า ยิ่งอยากหลับตาหนี แต่ทำไม่สำเร็จ กลับจ้องมองเหมือนต้องมนตร์สะกด

อีซาเลิกคิ้วคมเข้มมองใบหน้าสาวน้อยที่กำลังแดงก่ำด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

มาเลย์น่าอายจนหน้าแดง หลบใบหน้าหันหนีไปทางอื่นทันที มือใหญ่รั้งคางเรียวสวยให้หันกลับมาสบในตาสีนิลด้วยอำนาจที่มีอยู่เปี่ยมล้น รวมถึงความเอาแต่ใจอย่างที่ไม่เคยถูกขัดใจมาก่อน

ดวงตาคมหวานสบกับเขาด้วยความตระหนก ริมฝีปากหยักหนากดจุมพิตหนักหน่วง ร่างสูงทาบทับแทรกระหว่างเรือนร่างเย้ายวน มือทั้งสองข้างจับเรียวขาเพรียวให้แยกออกจากกัน มาเลย์น่าอุทานอีกครั้ง ตกใจในท่วงท่าน่าอายเสียเปรียบเช่นนี้ ลิ้นอุ่นหนาคลุกเคล้าเชยชิมความหวานในโพรงปากอุ่น มือแกร่งเลื่อนไปนวดคลึงสะโพกผายไล้วนขึ้นไปตามสีข้างเพื่อเกาะกุมปทุมถันอวบอิ่มแล้วขยำเคล้นคลึงความนุ่มนิ่มนั้น

ลิ้นเรียวเล็กโดนดูดดึงระรัวไม่อาจห้ามปรามได้ ความแข็งแกร่งที่ผงาดกล้ากำลังถูไถกับกลีบดอกไม้งามเบื้องล่างจนคนใต้ร่างแทบขาดใจจากความเสียวซ่านกระสันที่แล่นไปจับทั่วร่าง

กลีบปากฉ่ำหวานสีสดช้ำสุดแสนเมื่อริมฝีปากหยักหนาละออก มือใหญ่เลื่อนไปลูบไล้ริมฝีปากของคนใต้ร่างอย่างทะนุถนอม ริมฝีปากน้อยเผยอหอบหายใจสะท้านเสียงกระเส่า

“รู้ไหมว่าหอบกระเส่าแบบนี้คือการยั่ว”

อีซาพูดด้วยน้ำเสียงเอ็นดูปะปนกับลมหายใจหอบแรงไม่ต่างกับคนใต้ร่าง เขาต้องการเรือนร่างงามบรรเจิดเบื้องหน้าอย่างที่สุด

“ฝ่าบาท” มาเลย์น่าเรียกเขาเสียงหวานสะท้านเครือ

“กอดฉันเดี๋ยวนี้”

เสียงแหบทุ้มหวานสั่งข้างใบหูนุ่มนิ่มหอมกรุ่น อ้อมแขนของหญิงสาวโอบรอบเรือนกายแข็งแกร่งด้วยความมึนเมาในรสเสน่หา

ใบหน้าคมเข้มก้มลงเชยชิมลำคอระหงโดยการดูดเม้มด้วยความกระหายไม่คลาย เสียงหอบหายใจที่รุนแรงกำลังทำให้เธอไม่มีสติที่จะคิดอันใด

“เปิดทางให้ฉันเดี๋ยวนี้” เสียงทุ้มสั่นพร่ายังสั่งคุกคามตามติด

มาเลย์น่าแหงนเงยใบหน้าไปด้านบนให้เขาซุกไซ้ได้เต็มที่ สร้างความพอใจให้เขาเป็นอันมาก มือใหญ่ทั้งสองยังนวดคลึงยอดถันสีสด เพื่อรอคอยให้ริมฝีปากหยักหนาลงไปเชยชิมเป็นสิ่งต่อไป

ดูต่อเลย!
เนื้อเรื่องกำลังเข้มข้น! ไปที่แอปเพื่ออ่านต่อ
ปลดล็อกทุกตอน
ค้นหา “96JGP” บน moboreader เพื่ออ่านหนังสือฉับเต็ม
คัดลอกรหัสและค้นหาในแอป Moboreader เพื่ออ่านต่อ
96JGP
คัดลอก
เปิดเว็บไซต์ทางการ

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สัญญารักร่ายพิศวาส
9.2
เมื่อสาวน้อยท่าทางจืดชืดตัดสินใจเซ็นสัญญาเสน่หาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ฝ่ายชายจึงเกิดความสงสัยในแรงจูงใจที่แท้จริงของเธอ ว่าเป็นเพราะเงินทองหรือความต้องการแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่กันแน่ แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนบทรักอันหนักหน่วงเพียงใด แต่ความอยากรู้อยากลองกลับทำให้เธอเผลอใจไปกับสัมผัสที่เขามอบให้จนยากจะถอนตัว ท่ามกลางการปะทะคารมที่กล่าวหาว่าเขาคืออสูรร้าย เธอกลับตอบสนองต่อการรุกรานที่แสนวาบหวามนั้นด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านและโหยหาในทุกค่ำคืน
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ไร้รัก
9.0
ความรักที่เต็มไปด้วยความเสียสละของหนูนิดนำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญเพื่อตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ เธอจำยอมเข้าสู่ประตูวิวาห์กับชายหนุ่มที่ไร้ซึ่งเยื่อใยและไม่เคยมองเห็นค่าในตัวเธอเลยแม้แต่น้อย แม้เขาจะรู้ซึ้งถึงความรู้สึกที่เธอมีให้ แต่เขากลับเลือกที่จะทำร้ายจิตใจด้วยการพาหญิงอื่นมาปรากฏตัวต่อหน้าเพื่อเยาะเย้ยและตอกย้ำความเจ็บปวดในชีวิตคู่ที่ปราศจากรักครั้งนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย ชาติภพนี้ขอไม่เป็นเมียจำยอม
7.9
หลังปลิดชีพตนเองเพื่อหนีจากความทุกข์ทรมาน หญิงสาวกลับตื่นขึ้นมาในห้องนอนเดิมอีกครั้งพร้อมความทรงจำจากชาติก่อน เธอได้พบกับศรัณย์พร สามีผู้เย็นชาในวัยยี่สิบเจ็ดปีอีกครั้ง สายตาที่เขามองมามีเพียงความเกลียดชังเพราะถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แม้เขาจะหล่อเหลาและเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน แต่คำพูดร้ายกาจกลับกรีดแทงใจเธอไม่ต่างจากเดิม ในชาตินี้เธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ยอมจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดและสถานะภรรยาที่เขาไม่ต้องการอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ขอเลิกกับสามีงี่เง่า
8.2
ลู่เยียนจือมองว่าสือเนี่ยนคือภรรยาที่สมบูรณ์แบบ ทว่าเขากลับเลือกขอหย่าเพื่อไปดูแลหานเวยที่อ้างว่าป่วยหนัก โดยสัญญากับสือเนี่ยนว่าจะกลับมาแต่งงานใหม่ในอีกครึ่งปี เขาคิดว่าเธอจะยอมรออย่างซื่อสัตย์ แต่ความเจ็บปวดทำให้สือเนี่ยนตัดสินใจตัดขาดทุกอย่าง ทั้งทำแท้งและเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไร้เขา เมื่อการหย่าปลอมกลายเป็นเรื่องจริง ลู่เยียนจือจึงเริ่มเสียสติและพยายามทำทุกทางเพื่อตามง้อขอโอกาสจากเธออีกครั้ง แม้ต้องไล่ตามอย่างบ้าคลั่งเพียงเพื่อให้เธอหันมองเขาก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ปราบรักซาตาน
9.7
ความพยายามห้าปีของชาคริยาในการเป็นภรรยาที่แสนดี ไม่เคยทำให้รวิชญ์หันมามอบความรักให้เธอได้เลย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีแต่ความหมางเมินราวกับความทุ่มเทนั้นสูญเปล่า ทว่าความเจ็บปวดในใจยังถูกซ้ำเติม เมื่อเธอพบว่าตนเองป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้ายและเหลือเวลาบนโลกอีกไม่มาก เมื่อรู้ว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ชาคริยาจึงตัดสินใจเอ่ยปากขอร้องสามีผู้เย็นชาเป็นหนสุดท้าย เธอเพียงอยากขอเวลาสิบเดือนจากเขา เพื่อใช้ชีวิตร่วมกันก่อนที่ลมหายใจของเธอจะสูญสลายและต้องจากโลกใบนี้ไปตลอดกาล