ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย น้ำผึ้งทรายสีเพลิง

น้ำผึ้งทรายสีเพลิง

ท่ามกลางผืนทรายอันกว้างใหญ่ สุลต่านหนุ่มผู้ทรงพลังและเปี่ยมด้วยความเมตตาต่อราษฎร ได้พบรักแท้กับหญิงสาวผู้กลายมาเป็นมเหสีคู่บัลลังก์ที่เขาเทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใด เรื่องราวความรักอันมั่นคงและยิ่งใหญ่เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เพียงครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้สบตากัน นำไปสู่ความผูกพันที่ยากจะลบเลือนในนิยายชุดน้ำผึ้งทรายสีเพลิง ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์รักสุดซึ้งของผู้นำผู้แข็งแกร่งและสตรีผู้เป็นดวงใจท่ามกลางบรรยากาศของดินแดนแห่งทะเลทรายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันร้อนแรง
ตอน
แชร์

ตอน 1

พระพักตร์เก็บอารมณ์นิ่งสนิทของสุลต่านหนุ่ม ทำให้องครักษ์คนสนิทรับรู้ว่าขณะนี้ทรงรู้สึกเบื่อหน่าย ไม่ค่อยสุขพระทัยนัก หากงานนี้ไม่ใช่สุลต่านรอฮิมผู้เป็นสหายรักเชิญมา คงยากยิ่งที่จะดึงพระองค์มาจากราชกิจได้

รถแล่นมาจอดเทียบยังสถานที่จัดงาน แห่งพระราชวังโอซาน วังที่ประทับส่วนพระองค์ของสุลต่านรอฮิม โอมาร์ ไซกีมูร์ ซัสดินละห์ พระสหายสนิท กษัตริย์แห่งประเทศโอซาเนีย

สุลต่านรอฮิมเชิญเฉพาะแขกเกียรติยศที่สนิทเท่านั้นมารับความบันเทิงในงานคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์

หลังจากสุลต่านอีซา ชาริฟ โมฮัมหมัด อัสดินซ์ ทรงประทับนั่งเรียบร้อยแล้ว เจ้าของงานเข้ามาทักทายด้วยความยินดีในการมาครั้งนี้ของสหายรัก

“ยินดีที่สุด ที่ท่านให้เกียรติมาในงานของเรา”

รอฮิมทักทายเพื่อนด้วยความดีใจ

“เรายินดี” อีซาตอบรับด้วยไมตรี

“คืนนี้รับรองว่าท่านต้องประทับใจและคุ้มค่าที่อุตส่าห์เสียสละเวลาอันมีค่ามาในงานของเรา” รอฮิมบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเปี่ยมสุข

อีซาเพียงแต่ยิ้มรับไม่แสดงความคิดเห็นอันใด แขกผู้มีเกียรติในงานเริ่มรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อยและสนทนากันอย่างออกรส มีการบรรเลงเพลงแรกด้วยนักร้องสาววัยกลางคน อีซาสนทนากับเพื่อนรักเกี่ยวกับการปกครองประเทศเพราะทั้งสองเพิ่งขึ้นครองราชย์ในเวลาไล่เลี่ยกัน หลังจากพระราชบิดาทรงสวรรคต

เสียงปรบมือก้องไปทั่วท้องพระโรง แขกเหรื่อต่างชื่นชมนักร้องสาวที่ยังเสียงดีเช่นเดิม

อีซาหันไปชื่นชมนักร้องสาวกับเจ้าของงานที่นั่งอยู่ใกล้ๆ เขายอมรับว่ายังเสียงดีไม่มีตกเลยสักนิด แต่ก็ชมตามมารยาทเท่านั้น หาได้ใส่ใจอะไรมากมายนัก

“ต่อไปนี้พิเศษจริงๆ”

รอฮิมกระซิบกับเพื่อนรักที่นั่งอยู่คู่กัน อีซาเพียงแต่ยิ้มรับเช่นเดิมไม่แสดงอาการว่าตื่นเต้นตามคำบอกเล่าของเพื่อน เขาชมการแสดงเช่นนี้บ่อยครั้งจนเบื่อหน่าย จึงไม่คิดว่าจะมีอะไรพิเศษไปมากกว่านี้อีกแล้ว

บริเวณท้องพระโรงและเวทีมืดลงชั่วพริบตา ทำให้แขกเหรื่อที่สนทนากันอยู่ถึงกับเงียบงัน อีซาชะงักมือที่จะยกน้ำชาขึ้นดื่ม เมื่อได้สดับรับฟังเสียงหวานของนักร้องสาวที่ดังก้องหวานไปทั่วท้องพระโรง ทุกสายตามองไปยังเวทีเบื้องหน้า ซึ่งเป็นที่มาของเสียงหวานกังวานใสไพเราะที่ดังไปทั่วบริเวณ แป้นหมุนเลื่อนขึ้นมาทำให้มองเห็นร่างงามของนักร้องสาวที่ยืนเด่นอยู่บนเวที สายตาทุกคู่มองไปยังร่างของนักร้องสาวเป็นตาเดียวกัน

อีซาถือแก้วน้ำชาทองคำค้าง เขานิ่งฟังน้ำเสียงกังวานใสที่ขับร้องเพลงจนแทบกลั้นหายใจ ยอมรับกับตัวเองว่าไม่เคยฟังเสียงของใครไพเราะเช่นนี้มาก่อน แสงไฟบนเวทีโฟกัสไปยังร่างงามอวบอิ่มอรชรสูงเพรียวของนักร้องสาว เธอสวมใส่ชุดสีชมพูแดง อีซาวางแก้วน้ำชาบนโต๊ะเล็กเบื้องหน้าเกือบจะทันที เขารีบหยิบกล้องที่แจกในงานให้แขกผู้มีเกียรติมาถือไว้เพื่อส่องมองร่างงามที่กำลังขับร้องเพลงอยู่บนเวที ในระยะที่ไม่ห่างจากที่เขานั่งมากนัก

รอฮิมหัวเราะถูกใจในกิริยาของสหายรัก เขาสังเกตว่าก่อนหน้านี้เพื่อนไม่ยอมหยิบกล้องขึ้นมาส่องดูการแสดงเลยสักนิด รู้ดีว่าเพื่อนรักเบื่อหน่ายการแสดงเช่นนี้เพราะดูจนเคยชินแล้ว

“ว่ายังไง การแสดงถูกใจท่านไหม”

รอฮิมกระซิบที่ข้างหูของอีซา อีซาหาได้ตอบคำถามของเพื่อนไม่ เขาจับกล้องไม่วาง ดวงตาคมเข้มสีนิลมองร่างโปร่งตั้งแต่เรือนผมสีน้ำตาลอ่อนเข้มที่สลับกันดูเงางามท่ามกลางแสงไฟ ผมยาวสลวยถึงเอวคอดพลิ้วสยายเหมือนไหมชั้นดี ช่างงดงามน่าสัมผัสยิ่งนักในความรู้สึก

สุลต่านหนุ่มยังส่องกล้องกวาดมองเรือนร่างของหญิงสาวเบื้องหน้า ใบหน้าสวยหวานงดงามหมดจด คางเรียวมน คิ้วเรียวโก่งงาม จมูกโด่งรับกับใบหน้ารูปไข่ ดวงตาคมหวานรับกับขนตางอนงาม ริมฝีปากอิ่มสีสดยามเผยอน้อยๆ ขณะขับร้องบทเพลงหวานไพเราะน่าจุมพิตกดคลึง ทรวงอกอวบอิ่มถูกรัดรึงด้วยเสื้อตัวสวย เอวคอดรับกับสะโพกผายงอนงาม แขนขายาวกลมกลึง ผิวนวลเนียนสีน้ำผึ้งน่าสัมผัส

เสียงเพลงไพเราะจบลงพร้อมกับเสียงปรบมือก้องไปทั่วท้องพระโรง ความมืดมิดเข้ามาแทนที่เพียงครู่ ก่อนที่ความสว่างไสวกลับเข้ามาอีกครั้ง แสงไฟสาดส่องไปยังร่างงามที่อยู่บนเวที สายตาทุกคู่จ้องมองหญิงสาวไม่วาง

“ท่านคงถูกใจนะสหายรัก”

รอฮิมยังกระซิบกับอีซาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม สุลต่านหนุ่มหาได้ลดกล้องลงจากมือไม่ เมื่อได้เห็นร่างงามของหญิงสาวบนเวทีอีกครั้ง ชุดบางเบาเป็นเสื้อเกาะอกสายเดี่ยว โชว์หน้าท้องแบนราบ กระโปรงยาวกรอบเท้า มองเห็นเรียวขาสุดเซ็กซี่แต่เรียบร้อยอยู่ในที ในมือของหญิงสาวถือผ้าหลายผืนไว้ในมือ ดวงตาคมหวาน แขนเรียวเสลากลมกลึงสวมใส่ปลอกแขนสวยงาม พร้อมกับเครื่องประดับแวววับ สะท้อนกับแสงไฟกระจ่างตา ร่างงามเริ่มเต้นเป็นวงกลม ส่ายคลึงน้อยๆ ไปตามจังหวะดนตรี ลำนำหวานค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นจังหวะเร่งเร้า

สุลต่านหนุ่มลำคอแห้งผาก นึกชื่นชมความสามารถของหญิงสาวที่กำลังเต้นอยู่บนเวที ยอมรับกับตัวเองว่าไม่เคยเห็นการเต้นที่ให้ความเพลิดเพลินเช่นนี้มาก่อน ร่างงามส่ายสะโพกพลิ้วไหวไม่ติดขัด เรือนร่างสาววัยกำดัดงดงามหมดจด มองเห็นสัดส่วนชัดเจน อกอวบอิ่ม เมื่อลดกล้องลงอีกนิดก็มองเห็นเอวคอด หน้าท้องแบนราบ และสะโพกผายกลมกลึง รับกับต้นขาสวยเพรียวของกระโปรงบานเป็นผ้าชีฟองบางเบา ข้างในเป็นกางเกงสั้น ขณะเต้นส่ายมองเห็นช่วงขางามชวนให้ตามติด ยากจะละสายตา ร่างงามทรงกายบนรองเท้าส้นสูงอย่างชำนาญ ทำให้หญิงสาวดูสง่างามน่ามอง ลีลาท่าเต้นผสมกับลาตินอเมริกัน ทำให้แปลกตาอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผ้าคลุมเก้าผืนที่โบกพลิ้วสะบัดไปรอบร่างทำให้อารมณ์พลิ้วไหวลึกลับน่าค้นหา

รอฮิมมองปฏิกิริยาของเพื่อนรักแล้วเผลอยิ้ม รู้ได้ทันทีว่าเพื่อนถูกใจการแสดงครั้งนี้ เป็นผู้ชายด้วยกันเหตุใดจะไม่รู้ เนื่องจากเชิญมางานกี่ครั้งเพื่อนก็นั่งเบื่อ แทบไม่แตะกล้องหรือตื่นเต้นกับการแสดงที่เคยจัดเลยสักครั้ง ไม่ว่าจะจัดการแสดงตื่นตาตื่นใจแค่ไหนก็ตาม แต่ครั้งนี้เพื่อนรักส่องกล่องแนบกับลูกตาแทบไม่ขยับกายไปไหน แม้จะพูดคุยด้วยก็ไม่ตอบสักคำ

สุลต่านหนุ่มยอมรับกับตัวเองว่าเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ช่างโอบกระชับกับสัดส่วนอวบอิ่มของวัยสาว ทุกลีลาที่ส่ายไหวมีบางอย่างที่กระตุ้นพระทัยให้อยากค้นหาและรู้จักเธอให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ความร้อนรุ่มแผ่ซ่านทั่วดวงหทัยให้ถวิลหา ความร้อนรุ่มยังลุกลามแผ่ซ่านไปทั่ววรกายสูงสง่า ลมหายใจติดขัดทุกครั้งที่ผ่อนออกมา เห็นผู้หญิงอื่นมามากกลับไม่เคยรู้สึกเช่นนี้ ความสวยของหญิงสาวที่ได้เจอมามากมาย ให้ความรู้สึกแตกต่างจากเรือนร่างเย้ายวนที่กำลังเต้นอยู่บนเวทีเบื้องหน้า ความคิดคำนึงคล้ายกับว่าเธอคือคนที่ใช่ เธอเป็นเนื้อคู่ที่ฟ้าประทานมาให้เขา และเขาคือเจ้าของกายใจของเธอ ความรู้สึกที่แผ่ถึงกันเหมือนกระแสไฟฟ้าต่างประจุที่จูนถึงกันและกัน ยิ่งมอง... ยิ่งอยากมองแล้ว มองอีก มองไม่เบื่อหน่าย เหมือนเธอคือคนคุ้นเคยที่รู้จักมานานแสนนาน จนไม่สามารถสลัดหลุดจากใจได้เลย

มาเลย์น่า ซิลวาโน่ สัมผัสถึงพลังแห่งความลึกซึ้งที่กระทบเรือนกาย เหมือนแสงสีเงินบางอย่างที่กำลังส่งถึงเธอ เธอนึกถึงเรือนร่างสูงสง่าของสุลต่านหนุ่มที่เดินเข้ามาในงานขณะที่ยังอยู่ในห้องแต่งตัว กล้องวงจรปิดด้านในทำให้มองเห็นแขกผู้มีเกียรติทุกท่านชัดเจน

ทันทีที่ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาในท้องพระโรง เธอรู้สึกว่าหัวใจสั่นไหวสะท้านในอก ร่างสูงมีผ้าโพกศีรษะสีทอง เสื้อเชิ้ตตัวยาวไม่มีปก เป็นเสื้อแขนยาวสีขาวที่คลุมตั้งแต่คอจนถึงเท้า

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย สัญญารักร่ายพิศวาส
9.2
เมื่อสาวน้อยท่าทางจืดชืดตัดสินใจเซ็นสัญญาเสน่หาที่เต็มไปด้วยความเร่าร้อน ฝ่ายชายจึงเกิดความสงสัยในแรงจูงใจที่แท้จริงของเธอ ว่าเป็นเพราะเงินทองหรือความต้องการแสวงหาประสบการณ์แปลกใหม่กันแน่ แม้หญิงสาวจะพยายามขัดขืนบทรักอันหนักหน่วงเพียงใด แต่ความอยากรู้อยากลองกลับทำให้เธอเผลอใจไปกับสัมผัสที่เขามอบให้จนยากจะถอนตัว ท่ามกลางการปะทะคารมที่กล่าวหาว่าเขาคืออสูรร้าย เธอกลับตอบสนองต่อการรุกรานที่แสนวาบหวามนั้นด้วยร่างกายที่สั่นสะท้านและโหยหาในทุกค่ำคืน
หน้าปกนวนิยาย วิวาห์ไร้รัก
9.0
ความรักที่เต็มไปด้วยความเสียสละของหนูนิดนำไปสู่การตัดสินใจครั้งสำคัญเพื่อตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ เธอจำยอมเข้าสู่ประตูวิวาห์กับชายหนุ่มที่ไร้ซึ่งเยื่อใยและไม่เคยมองเห็นค่าในตัวเธอเลยแม้แต่น้อย แม้เขาจะรู้ซึ้งถึงความรู้สึกที่เธอมีให้ แต่เขากลับเลือกที่จะทำร้ายจิตใจด้วยการพาหญิงอื่นมาปรากฏตัวต่อหน้าเพื่อเยาะเย้ยและตอกย้ำความเจ็บปวดในชีวิตคู่ที่ปราศจากรักครั้งนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
หน้าปกนวนิยาย ชาติภพนี้ขอไม่เป็นเมียจำยอม
7.9
หลังปลิดชีพตนเองเพื่อหนีจากความทุกข์ทรมาน หญิงสาวกลับตื่นขึ้นมาในห้องนอนเดิมอีกครั้งพร้อมความทรงจำจากชาติก่อน เธอได้พบกับศรัณย์พร สามีผู้เย็นชาในวัยยี่สิบเจ็ดปีอีกครั้ง สายตาที่เขามองมามีเพียงความเกลียดชังเพราะถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก แม้เขาจะหล่อเหลาและเปี่ยมไปด้วยความทะเยอทะยาน แต่คำพูดร้ายกาจกลับกรีดแทงใจเธอไม่ต่างจากเดิม ในชาตินี้เธอจึงตัดสินใจว่าจะไม่ยอมจมปลักอยู่กับความเจ็บปวดและสถานะภรรยาที่เขาไม่ต้องการอีกต่อไป
หน้าปกนวนิยาย ขอเลิกกับสามีงี่เง่า
8.2
ลู่เยียนจือมองว่าสือเนี่ยนคือภรรยาที่สมบูรณ์แบบ ทว่าเขากลับเลือกขอหย่าเพื่อไปดูแลหานเวยที่อ้างว่าป่วยหนัก โดยสัญญากับสือเนี่ยนว่าจะกลับมาแต่งงานใหม่ในอีกครึ่งปี เขาคิดว่าเธอจะยอมรออย่างซื่อสัตย์ แต่ความเจ็บปวดทำให้สือเนี่ยนตัดสินใจตัดขาดทุกอย่าง ทั้งทำแท้งและเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไร้เขา เมื่อการหย่าปลอมกลายเป็นเรื่องจริง ลู่เยียนจือจึงเริ่มเสียสติและพยายามทำทุกทางเพื่อตามง้อขอโอกาสจากเธออีกครั้ง แม้ต้องไล่ตามอย่างบ้าคลั่งเพียงเพื่อให้เธอหันมองเขาก็ตาม
หน้าปกนวนิยาย ปราบรักซาตาน
9.7
ความพยายามห้าปีของชาคริยาในการเป็นภรรยาที่แสนดี ไม่เคยทำให้รวิชญ์หันมามอบความรักให้เธอได้เลย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่มีแต่ความหมางเมินราวกับความทุ่มเทนั้นสูญเปล่า ทว่าความเจ็บปวดในใจยังถูกซ้ำเติม เมื่อเธอพบว่าตนเองป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้ายและเหลือเวลาบนโลกอีกไม่มาก เมื่อรู้ว่าความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ ชาคริยาจึงตัดสินใจเอ่ยปากขอร้องสามีผู้เย็นชาเป็นหนสุดท้าย เธอเพียงอยากขอเวลาสิบเดือนจากเขา เพื่อใช้ชีวิตร่วมกันก่อนที่ลมหายใจของเธอจะสูญสลายและต้องจากโลกใบนี้ไปตลอดกาล