
ยัยจอมงกสุดร้ายกับเจ้าชาย(นายเบ๊)ผีเสื้อ
ตอน 3
“นี่แกกล้าพาผู้ชายมามั่วกันในบ้านเรอะ!”
เจ๊นวลยังแผดเสียงดังลั่น สีหน้าของหญิงร่างท้วมโกรธจนคุมอารมณ์ไว้ไม่อยู่แล้วจริง ๆ
“พูดอะไรน่ะแม่! ผู้ชายที่ไหนเขาจะเอาหนู... เอ๊ย! หนูจะพาผู้ชายที่ไหนมาได้กัน”
มิลก์เถียง ไม่เข้าใจ ทำไมอยู่ ๆ แม่ถึงมากล่าวหากันอย่างนี้
“ผู้ชายที่ไหน!? ก็ไอ้ที่นั่งแก้ผ้าอยู่บนเตียงแกนั่นน่ะ!”
เจ๊นวลกราดมือชี้ไปบนเตียงด้านหลังเด็กสาว
“ห๊ะ?” มิลก์กี้ขมวดคิ้วงุนงง
“ไม่ต้องมาห๊ะ! หันไปดูซะ! มันเป็นใครมาจากไหน! แกพาผู้ชายมานอนด้วยได้ยังไง!?”
‘อะไรกันเนี่ย... แม่สติฟั่นเฟือนไปแล้วรึเปล่า น้ำหน้าอย่างนังมิลก์ที่ล้มเลิกความคิดจะจับผู้ชายรวย ๆ ออกไปจากสมองได้ด้วยตัวเองเนี่ยนะ จะมีปัญญาพาผู้ชายที่ไหนมานอนด้วย’
ทีแรกตั้งใจจะเถียงไปแบบนั้นอยู่หรอก แต่ดูจากสีหน้าของแม่แล้ว ความโกรธระดับเทวะพิโรธไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แน่ เป็นอย่างนั้นมิลก์จึงตัดสินใจเหลียวมองตามทิศทางที่นิ้วมือแม่ชี้ตรงไปบนเตียงนอนตัวโทรม ๆ ของเธอ และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็ประจักษ์อยู่เต็มสองตา
“กรี๊ดดดดดด!”
เด็กสาวกรีดร้องดังลั่น ร่างระหงลุกพรวดจากพื้นมาเกาะอยู่หลังมารดาไซต์บิ๊กฉับพลัน
“ไอ้หมอนี่ใครเนี่ย!”
มือเรียวชี้ไปยังเด็กหนุ่มผมยาวรุงรังที่นั่งแก้ผ้ายิ้มแป้นอยู่บนเตียงของเธอ
“ก็ผู้ชายที่แกพามากก...! ไม่ใช่เหรอ?”
เจ๊นวลลดเสียงเกรี้ยวกราดลง หันมาสบตากับลูกสาว
ดูจากหน้าตาแล้วมิลก์ตกใจจริง ๆ ไม่ได้ล้อเล่นซะด้วย จะว่าไป...
แม่ลูกสาวที่งกจนผู้ชายคนไหนก็เผ่นหมดอย่างมิลก์... เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะพาชายแปลกหน้าที่ไหนมานอนด้วยได้
“เราไม่รู้จักเหรอ” เจ๊นวลถามย้ำให้แน่ใจ
“ไม่รู้จัก หน้าตาอย่างนี้เป็นคนรึเปล่าหนูยังดูไม่รู้เลย” มิลก์ยืนกรานปฏิเสธ
ไม่รู้จัก...
ถ้ายัยมิลก์พูดอย่างนี้ก็แปลว่าไอ้บ้ากามนี่แอบปีนหน้าต่างเข้ามาในห้องลูกสาวเจ๊นวลน่ะสิ!
ประมวลเหตุการณ์ได้ดังนั้นแม่ค้าขนมไทยไม่พูดพร่ำทำดนตรี จ้ำเท้าตึง ๆ ลงไปหยิบไม้กวาดที่หัวบันไดชั้นล่างแล้ววิ่งกลับขึ้นมายังห้องลูกสาวได้ในเวลาเพียงไม่กี่วิ
“แกคิดจะทำอะไรลูกสาวชั้น ไอ้บ้ากาม!”
เจ๊นวลแผดเสียงลั่น วิ่งเข้าไปเงื้อไม้กวาดฟาดหัวชายแก้ผ้าบนเตียง
“หว๋า!”
ชายแก้ผ้าอุทาน กระโดดหลบจากเตียงพรวดมาหลบอยู่หลังมิลก์ได้ยังไงไม่รู้
“ช่วยผมด้วยครับ”
ชายแก้ผ้าอุธรณ์ แม่ของมิลก์วิ่งตามมาจะฟาดหัวเขาอีกรอบ
มิลก์หันหลังมองไอ้บ้ากาม ไอ้บ้านี่... ทำให้เธอโดนแม่ตบหน้าเป็นครั้งแรกในชีวิตแล้วยังจะมีหน้าร้องขอชีวิต เลวที่สุด!
“ตบมันเลยแม่!”
เด็กสาวกระชากแขนไอ้บ้ากาม เหวี่ยงไปให้แม่ฟาดไม้กวาดลงหัวมันได้ถนัดมือ
“หว๋า! อย่าครับ! อย่าทำผม!”
ชายแก้ผ้าอุทธรณ์ หากก็ช้าเกินกว่าจะหยุดไม้กวาดของแม่ค้าขนมไทยเอาไว้ได้
เจ๊นวลฟาดผั๊วะไอ้บ้ากามไม่เลี้ยง เท่านั้นไม่พอ มิลก์ยังส่งเสริมอาชญากรรมของแม่ด้วยการวิ่งไปหยิบไม้แบดฯ ที่วางไว้ข้างหัวเตียงมาช่วยกระหน่ำตี
“เจ็บ ๆ ๆ อย่าทำผมเลยครับ ผมแค่มาตอบแทนบุญคุณเอง!”
ชายแก้ผ้าแก้ตัวด้วยคำพูดที่สองแม่ลูกฟังไม่รู้เรื่อง
“บุญคุณบ้าอะไรยะ! ฉันจำไม่ได้ว่าเคยสร้างบุญคุณอะไรกับคนบ้ากาม!” มิลก์ว่าสวนทั้งที่มือยังไม่หยุดฟาดไม้แบดฯ กระหน่ำตีชายคนนั้น
“ไม่ใช่นะครับ! ผมไม่ใช่คนบ้ากาม!”
“ตอแหล! แกจะเข้ามาทำมิดีมิร้ายลูกสาวฉันใช่ไหม!” เจ๊นวลยังออกแรงฟาดไม่เลี้ยง
“จริง ๆ ครับ! ผมแค่มาตอบแทนที่คุณหนูช่วยผมไว้ในห้องน้ำเมื่อคืนนี้!”
“ยัยมิลก์! อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนแกเข้าไปทำอะไรในห้องน้ำกับไอ้บ้ากามนี่!” แม่หยุดฟาดทันใด หันมาตวาดซักความจริงกับลูกสาวตัวเอง
“หนูจะไปเข้าห้องน้ำอะไรกับใครล่ะแม่! เมื่อคืนหนูแค่อาบน้ำ เข้าไปอาบคนเดียว ไม่ได้เข้าไปกับใครแล้วก็ไม่ได้ช่วยไอ้บ้ากามที่ไหนในห้องน้ำด้วย” มิลก์ก็หยุดฟาดไม้แบดฯ หันมาเถียงกับแม่แทน
“นั่นแหละครับ ตอนที่คุณหนูกำลังจะอาบน้ำตอนนั้นแหละครับ”
ชายแก้ผ้าทำเสียงดีใจ เงยหน้าขึ้นมองมิลก์ด้วยสายตาคาดหวัง
“อย่ามามั่วนะยะ! ตอนจะอาบน้ำฉันไม่ได้ไปช่วยควายที่ไหนเลยนะ แถมนอกจากไม่ได้ช่วยแล้วยังได้ฆาตกรรมผีเสื้อซะด้วยซ้ำ!”
มิลก์ขึ้นเสียง เงื้อไม้แบดฯ เตรียมฟาดอีกผลั๊วะ
“นั่นแหละครับ! ผีเสื้อตัวนั้นแหละครับ ผมเอง!”
ชายแก้ผ้ารีบแทรกก่อนตัวเองจะโดนไม้แบดฯ ฟาดหัว เด็กสาวชะงักมือทันควัน
“ห๊ะ? นายเป็นผี?” มิลก์ขมวดคิ้วงุนงง
“ไม่ใช่ผีครับ ผีเสื้อ” ชายแก้ผ้ารีบแก้
มิลก์และแม่ต่างขมวดคิ้วสบตากัน
‘หรือไอ้บ้ากามนี่จะเป็นแค่คนบ้าธรรมดา ๆ ไม่ได้บ้ากาม?’
มิลก์แอบคิดอยู่ในใจ แต่เอ๊ะ... ไม่สิ เรื่องที่เธอฆาตกรรมผีเสื้อเมื่อคืนมีแต่เธอเท่านั้นนี่น่าที่รู้เรื่องนี้ ไอ้บ้านี่ไม่น่าจะรู้เรื่องด้วยสักหน่อย หรือหมอนี่จะเป็นผีจริง ๆ แต่ไม่สิ... เมื่อกี้มันบอกว่าผีเสื้อนี่น่า เป็นคนอยู่เห็น ๆ ดันมาบอกว่าตัวเองเป็นผีเสื้อที่ตายไปแล้ว เพ้อเจ้อชัด ๆ
“บ้าไปแล้วรึเปล่า นายบอกว่าตัวเองเป็นผียังน่าเชื่อกว่าตั้งเยอะ”
“นั่นสิ ถ้าเป็นผีแม่ยังขอหวยได้ นี่อะไร แค่คนบ้าดี ๆ นี่เอง” เจ๊นวลพยักหน้าหนับหนุน
“ไม่ใช่นะครับ ผมเป็นผีเสื้อจริง ๆ ดูกางเกงผมสิครับ ลายเดียวกับปีกผีเสื้อเลยด้วย” ชายแก้ผ้ายืนยัน
ฟังไอ้บ้ากามยืนกรานมาอย่างนั้นทั้งแม่และมิลก์ถึงเพิ่งจะตั้งสติได้ ดูดี ๆ แล้วไอ้แก้ผ้านี่ยังอุตส่าห์ใส่กางเกงขาสั้นจุ๊ดปิดตรงนั้นเอาไว้ด้วยนี่หว่า
มิลก์เพ่งมองกางเกงที่สภาพ...
ถ้าบอกว่าเป็นใบไม้แห้งใบใหญ่เอามาพันตัวน่าจะจำกัดความได้มากกว่า พิศ ๆ ดูสีก็คล้ายกับปีกผีเสื้อตัวใหญ่นั่นจริง ๆ ซะด้วย
แต่แค่นี้ก็ใช่ว่าจะพิสูจน์อะไรได้หรอกนะ มีอย่างที่ไหน คนเราฆ่าผีเสื้อตาย แล้วผีเสื้อดันเผือกจะกลายร่างมาเป็นคนเพื่อแก้แค้น ถ้ากลายไปเป็นผีล่ะค่อยจะน่าเชื่อขึ้นมาหน่อย
คุณอาจจะชอบ





