
มนตราแห่งรัก (Yaoi)
ตอน 3
ปาไช่และอี๋ซูต่างหลบหนีออกจากหมู่บ้านปักษา จริงอยู่ที่พวกเขาเป็นชาวเผ่าวิหค แต่น่าแปลกกลับไม่สามารถแปลงร่างกลายเป็นนกพิทักษ์ของตนเองได้ จึงทำได้แต่กึ่งเดินกึ่งวิ่ง เมื่อพ้นเขตแล้ว พวกเขาดิ่งข้ามเขตเวทมนต์ที่ป้องป้องเผ่ากับโลกมุนษย์เอาไว้ ทั้งคู่หลับตาปี๋เมื่อทะลุวงเวทย์ออกไป
"ฮะ..เห้ย!"อี๋ซูตกใจร้องเสียงดัง เมื่อตัวเขากับปาไช่ตกลงไปยังน้ำตกสูงชัน สองร่างล่วงลงไปใต้น้ำดำผุดดำว่าย ปาไช่หาทางปีนป่ายเสือกตัวขึ้นบนบกได้ ต่างกับอี๋ซูที่ยังจมดิ่งลงไปก้นแอ่งเรื่อยๆ ขณะที่เขากำลังจมถึงก้นสระก็ปรากฎร่างในชุดสีดำสนิท พุ่งตัวลงไปคว้าเขาเอาไว้ อี๋ซูหมดสติไม่รับรู้ไร้แรงต้านปล่อยร่างตัวเองพิงกับคนที่ช่วยเอาไว้ แต่กว่าจะถึงด้านบนเหนือน้ำหากไม่ช่วยส่งอากาศเข้าปอด เกรงว่าร่างเล็กนี่คงตายไปเสียก่อนคนที่ช่วยเหลือจนใจ จึงจำต้องใช้ปากได้รูปของตัวเองประกบกับปากบางส่งเอาอากาศเข้าปอดให้ ร่างเล็กถูกปราณเซียนขับเอาญาณส่งเข้าปอดไปได้สักพักก็ลืมตาโพลงในน้ำ ยิ่งเห็นใบหน้าคนผู้นี้อี๋ซูก็ยิ่งดิ้นทุรนทุราย คนช่วยนึกรำคาญในใจถึงขั้นใช้สันมือสับเข้าที่ซอกคอด้านข้าง ทำให้อี๋ซูนิ่งเงียบไปอีกครั้ง ด้านบนปาไช่กระอักกระไอเอาน้ำออกจากปอด ยังมีคนที่แต่งกายชุดสีเทาเงินอีกคนช่วยตบหลังให้ และยังคอยชะเง้อมองลงไปในน้ำด้วยความเป็นห่วง
"เป็นเช่นไร ดีขึ้นหรือไม่"น้ำเสียงดุดันเอ่ยถามปาไช่
"แค่กๆ ข้า ข้าดีแล้วขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยเหลือ"ปาไช่ทั้งไอทั้งเอ่ยปาก เนื้อตัวเปียกปอน
"ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า เจ้าช่วยตัวเจ้าเองขึ้นจากน้ำต่างหาก แต่คุณชายของข้าสิลงไปช่วยเพื่อนเจ้าอยู่ จนป่านนี้ยังไม่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำอีก"ร่างใหญ่บ่นเสียงขึงขัง ใบหน้าหล่อเหลาตึงจนเห็นได้ชัด ยังไม่ขาดคำร่างสองร่างก็ทะลึ่งพรวดขึ้นเหนือน้ำ
"คุณชาย..คุณชายท่าน"
"ช่วยคน"ร่างในน้ำอยู่ในชุดสีดำสนิท ผิวขาวราวกับพระจันทร์คืนวันเพ็ญผุดผ่องงดงาม ใบหน้าหล่อเหลาหนึ่งไม่มีสอง เส้นผมสีดำขลับสยายอยู่ในน้ำราวกับแพรไหม หากแต่สีหน้าเรียบเฉยยิ่งนัก ดวงตาคมกริบสีดำยาวรี ยิ่งมองก็ยิ่งเหมือนถูกมนต์สะกดส่งร่างที่คว่ำหน้าอ่อนปวกเปียกในชุดสีเทาให้กับคนร่างใหญ่ที่คุกเข่าอยู่ตรงริมฝั่ง คนด้านบนยื่นมือขนาดใหญ่มาคว้าแขนเล็กลากขึ้นบนบกทันที
"อี๋ซู! อี๋ซูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าฟื้นสิ..รีบฟื้น"ปาไช่ถลาเข้าหาเพื่อนที่ยังหมดสติกองอยู่ตรงนั้น คนที่ลากอี๋ซูรีบยื่นมือให้คนที่อยู่ในน้ำเพื่อเป็นหลักยึดส่งตัวเองขึ้นมาเหนือน้ำ แต่ร่างนั้นกลับเพิกเฉย ใช้สองมือทาบกับริมตลิ่งดันตัวเองขึ้นมาจากน้ำ ร่างที่เห็นเป็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ แต่งกายด้วยสีดำทั้งชุด เรือนร่างตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าล้วนดำสนิท งามสง่าดุจเทพเซียนบนสวรรค์ ถึงแม้ว่าทั้งร่างชุ่มโชกจากน้ำแต่หาได้กลบรัศมีความสง่างามและความมีอำนาจลงได้ เขาจ้องไปยังร่างเล็กที่นอนหงายไม่ได้สติอยู่ในอ้อมแขนของปาไช่
"ไปดูเขาเถิด"ร่างใหญ่หนาก้มหน้าลงเล็กน้อยก่อนจะเดินตึงๆเขาไปหา
"เพื่อนเจ้าเป็นอย่างไร"
"ท่านผู้มีพระคุณได้โปรดช่วยเหลือเพื่อนข้าด้วยเถอะ"ปาไช่ทั้งร้อนรน ทั้งเป็นห่วงจึงไม่สังเกตุว่าสองคนนี้รูปร่างหน้าตาเป็นเช่นไร ดวงหน้าเรียวซีดจนดูผอมดวงตาแดงก่ำ มองเพื่อนด้วยความเป็นห่วง
"ส่งเขามาให้ข้า"ร่างยักษ์ออกแรงเพียงน้อยนิด ร่างที่นอนอยู่คล้ายจะปลิวตามแรงเข้ามาสู่อ้อมแขน คนผู้นี้มองดูดวงหน้าที่หลับตาพริ้มชั่วครู่ ใช้สองนิ้วจี้ไปที่หน้าผาก แสงสีเงินสว่างจ้าเพียงครู่ก็จางหายไป อี๋ซูค่อยๆลืมตาขึ้นมาช้าๆ
"เอาไปเพื่อนเจ้าฟื้นแล้ว"ร่างในชุดสีเทาเงิน ส่งอี่ซูให้กับปาไช่ราวกับเป็นของร้อนมิสมควรแตะต้อง จากนั้นร่างยักษ์ลุกขึ้นยืนถอยหลังไปหยุดด้านข้าง คนชุดดำร่างสูงเสมอกันแต่เรือนร่างกลับบางสมส่วนกว่า
"คุณชาย"
"เป็นอย่างไร"น้ำเสียงนุ่มนวลราบเรียบเอ่ยถาม
"ดีขึ้นแล้วขอรับ พวกเราไปกันเถอะ ใกล้ถึงเวลาแล้ว"ร่างยักษ์ค้อมตัวเล็กน้อย คนชุดจำขยับตัวเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงร่างที่ยังนอนสะลืมสะลืออยู่ในอ้อมแขนเพื่อน เขาหลับตาเพียงครู่ ดวงตาสีดำลืมขึ้นทันทีด้วยความสงสัยแต่ริมฝีปากหนาได้รูปกลับมิเอ่ยคำออกจากปาก
"ไปกันเถอะ"เขาหันกลับไปหาคนร่างใหญ่ ไม่นานสองร่างก็จางหายไป ปาไช่ไม่ใส่ใจคนที่ช่วยเหลือทั้งยังลืมขอบคุณ
"เป็นไยงบ้าง เจ้าตอบข้าหน่อย หรือว่ากลืนน้ำลงไปน้ำเข้าไปแทนที่สมองเจ้าแล้วถึงพูดไม่ออก"ปาไช่ถามคนที่ยังนอนลืมตานิ่ง ทันใดนั้นเองมือเรียวบางก็ตบเข้าที่ด้านหลังปาไช่โดยแรง
"กล้านินทาข้าต่อหน้าหรือ"
"อ้าวฟื้นแล้วนี่ เหตุใดข้าถามอะไรเจ้าถึงไม่ยอมพูด"ปาไช่หน้างอ
"ข้ากลัว"อี๋ซูตอบเสียงสั่น
"หือ?เจ้ากลัวสิ่งใด"ปาไช่ทำหน้าสงสัย
"คนนั้น คนชุดดำ ข้ากลัวเขา"ปาไช่นิ่วหน้า
"กลัวสิ่งใด เขาเป็นผู้ช่วยเจ้าขึ้นมาจากน้ำ สมควรขอบคุณเขาสิถึงจะถูก"ปาไช่ทำสีหน้างงงัน ค่อยพยุงเพื่อนให้ลุกขึ้นนั่ง
"ข้าบอกไม่ถูก เจ้าจับไอสังหารจากเขาไม่ได้หรือ"
"ไม่นี่ ข้าเห็นเขาปรกติ แต่ถ้าให้ถามข้าบอกไมไ่ด้หรอกนะว่าพวกเขาหน้าตาเป็นเช่นไร แต่นั่นช่างเถอะ พวกเราคงไม่โชคดีเจอเขาอีกครั้งหรอก ตอนนี้เจ้ายังดีอยู่หรือไม่"ปาไช่ลูบหลังลูบไหล่เพือนสำรวจไปทั่วตัว
"ข้าดีขึ้นมากแล้ว"น่าแปลกจู่ๆหัวใจของอี๋ซูกับกระตุกเต้นรัวแรง ดวงหน้าแข็งท่อดวงตาเบิกกว้างค้างแข็ง ปาไช่ตกใจทำอะไรไม่ถูก อี๋ซูที่กำลังจะลุักขึ้นหัวใจถูกบีบอัด ภาพในหัวปรากฏภาพของชายชุดดำที่ช่วยเหลือเขาเอาไว้ กำลังใช้สองนิ้วจ่อตรงหน้าผากส่งแสงสีทองเข้ามาในหัวเรื่อยๆ เนื้อตัวร้อนผ่าวลมหายใจไม่ติดขัดเช่นก่อน ดวงตาที่เคยมองเห็นชัดบ้างเลือนลางบ้างบัดนี้แจ่มชัดมากขึ้น ทันใดนั้นเองร่างเขาราวกับถูกกระแสไฟวิ่งผ่านเรือนร่าง
"ซู..อี๋ซู อี๋.."
"เฮือก"ผาไช่ตระหนกแตกตื่นยิ่งนัก เมื่อเห็นเพื่อนที่กำลังลุกขึ้นกลับลงไปนอนชักอยู่บนพื้น เขาเข้าไปเขย่าอยู่นานจึงได้สติ
"อะไร"
"ข้าต้องถามเจ้าว่าเกิดอะไรขึ้น มิใช่ให้เจ้าถามย้อนกลับ"
"ข้าไม่รู้"
"อย่าทำให้ข้าตกใจแบบนี้อีกนะอี๋ซู เจ้ารู้สึกดีขึ้นหรือไม่"
"ใช่ ..ข้าดีขึ้นแล้ว"อี๋ซูตอบอย่างเลื่อนลอย ปาไช่นิ่วหน้าด้วยความกังวล สองแขนประคองเพื่อนลุกขึ้นอีกครั้ง เมื่อรออยู่ชั่วครู่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปรกติปาไช่ถึงกับถอนหายใจโล่งอก
"เรารีบไปกันเถอะข้าว่าสถานที่นี้ดูแปลกๆ กลัวเข้าจะเกิดเรื่องขึ้นอีก"ปาไช่รีบลากเพื่อนออกจากน้ำตกนั่นทันที คนทั้งคู่เดินเข้าไปยังตัวเมื่อง สองตาสี่คู่มองร้านรวงและผู้คนบนถนนด้วยความตื่นตา เสียงผู้คนตะโกนขายของ แผงรวงต่างมีสินค้าหลากหลาย กลิ่นอาหารยั่วยวนออกมาถึงด้านนอก ปะปนกับกลิ่นหอมจากถุงหอมเครื่องประทินโฉมกรุ่นจนฟุ้ง
"ข้าหิว"อี๋ซูลูบท้องตัวเองไปมาแลบลิ้นสีชมพูน่ารักไปรอบริมฝีปาก ปาไช่ตัวสูงใหญ่กว่าจึงดันให้เดินนำเข้าไปร้านอาหาร
"เถ้าแก่สั่งอาหารหน่อย"ปาไช่ตะโกนเรียก เสี่ยวเอ้อรีบปรี่มารับคำสั่ง แต่สายตาดูหมิ่นยิ่งนักเกรงกลัวว่าคนสองคนนี้จะมีเงินจ่ายหรือไม่
"จะสั่งอาหารต้องวางเงินก่อน"อี๋ซูขยับหัวคิ้ว ปาไช่เห็นจึงกดมือเอาไว้ส่งสายตาห้ามหาเรื่องออกไป อี๋ซูถึงยอมสงบนิ่ง
"เอาไป ขออาหารอร่อยๆสองสามอย่างข้าวเปล่าสองชาม อ้อขอน้ำชาดีๆหน่อยมาด้วยสักป้าน"ปาไช่วางเงินลงบนโต๊ะ เมื่อเห็นว่าคนมีจ่ายก็รีบหยิบเงินแล้วจากไป
"ชิ! โลกมุนษย์ไม่น่าอยู่สักนิด"อี๋ซูบ่นเบาๆ
"ต่อไปเราสองคนต้องเปลี่ยนชื่อแซ่กันแล้ว"ปาไช่เตือน
"ชื่อหรือ? ข้าชื่ออะไรดี"อี๋ซูถาม สองมือเท้ากับคางมองปาไช่อย่างนึกสนุก
"เจ้าชื่อฮุ่ยเหอ ส่วนข้าชื่อม่อเหลียน ดีหรือไม่"ปาไช่เสนอ
"ดีๆข้าชอบชื่อนี้"อี๋ซูหัวเราะปากกว้าง รอจนอาหารมาวางตรงหน้าคนทั้งคู่จึงกินจนเกลี้ยง หลังจากนั้นก็ลุกจากไป
"เจ้าภพ..เด็กพวกนั้นออกจากร้านแล้วพะย่ะค่ะ"
"อืม ส่งคนตาม"หลิงไท่หลังจากช่วยคนขึ้นจากน้ำได้ เขาก็มายังร้านอาหารแห่งนี้ ด้านบนเป็นสถานที่จำกัดให้เฉพาะผู้เป็นเศรษฐีมีเงิน หรือขุนนาง สถานที่ไม่พลุกพล่านเช่นชั้นล่าง หากทว่าสามารถมองเห็นผู้คนด้านล่างชัดเจน
"ฝาบาทเหตุใดเราต้องให้คนตามเด็กพวกนั้นพะย่ะค่ะ"หลิงไท่วางแก้วน้ำชาลงช้าๆ
"วิหคสวรรค์อยู่ที่เด็กคนนั้น"จางหย่งองค์รักษ์ขวาประจำตัวเบิกตากว้าง
"ใช่ ข้าเองก็สงสัยเช่นเดียวกับเจ้า จึงให้คนติดตาม น่าแปลกเสียจริง"หลิงไท่คลึงจอกไปมาช้าๆ
"เป็นไปได้หรือไม่ว่าเด็กคนนี้แค่มีกลิ่นอายพะย่ะค่ะ"
"ไม่มีทาง วิหคสวรรค์นั้นเป็นของคู่บุญชายาของข้า ซึ่งตัวข้าเองยังมิอาจรู้ได้ว่าเป็นผู้ใด เพราะวิหคนี้จะเป็นผู้เลือกสรรเองและข้ามิอาจขัดมติสวรรค์ได้ น่าแปลกกว่านี้เพราะกลิ่นอายของวิหคนี้กลับกลายเป็นเด็กหนุ่ม"จางหย่งถึงกับสำลักน้ำลาย ตามรูปการณ์แล้วนกสวรรค์เป็นของคู่บารมีพระชายาเจ้าภพ แต่กลับกลายเป็นเด็กหนุ่มอย่างนี้จะเกิดเรื่องราวใดขึ้นกันแน่ หรือฝ่าบาทของเขาจะต้องครองคู่กับเด็กหนุ่มนั้น เพียงแค่คิดจางหย่งถึงกับขนลุกซู่ สายตาค่อยๆเหลือบแลไปยังใบหน้าเรียบนิ่ง สงบราวกับน้ำเย็นในช่วงเหมันตฤดูแล้วต้องลอบกลืนน้ำลาย เพราะคนที่มิเคยใกล้ชิดย่อมดูไม่ออกว่า เจ้าภพอารณ์ยามนี้เป็นเช่นไร แต่เขาเป็นผู้ซึ่งติดตามตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์มีหรือจะดูไม่ออก ยิ่งสีหน้านิ่งเมื่อไหร่แสดงว่ายิ่งเจอเรื่องตึงมือให้ขบคิด ความโกรธเกรี้ยวที่ไม่เคยแสดงออกมันมากเสียยิ่งกว่าสิ่งใด เขานึกกังวลถึงเด็กน้อยนั่นเสียแล้ว 'หัวเจ้าคงยากที่จะตั้งอยู่บนบ่าเจ้าแล้วเด็กน้อยเอ๋ย'
"ให้กระสิบสืบเสาะเรื่องราวดีหรือไม่พะย่ะค่ะ"
"อืม จางหย่งข้ามีเรื่องให้เจ้าไปทำเรื่องหนึ่ง ข้าจะรออยูที่นี่ รีบไปรีบกลับ"
"พะย่ะค่ะ"หลิงไท่เอ่ยเสียงเบา จางหย่งรีบก้มคำนับแล้วหายตัวเป็นควันสีขาวแล้วจากไป
คุณอาจจะชอบ





