ติดตาม
ตอน
แชร์
หน้าปกนวนิยาย มนตราแห่งรัก (Yaoi)

มนตราแห่งรัก (Yaoi)

เมื่ออี๋ซูเซียนหนุ่มจอมแก่นสร้างความปั่นป่วนไปทั่วสรวงสวรรค์ด้วยการใช้ลมพัดพามวลเมฆฝนที่จะส่งไปยังโลกมนุษย์จนกระจัดกระจาย ทำเอาเซียนเมฆาต้องร้องขอความยุติธรรมจากหลิงไท่ผู้เป็นเจ้าเหนือภพ แม้ต่อหน้าเหล่าเซียนท่านจะทำเป็นดุด่าว่ากล่าว แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าท่านนั้นรักและตามใจอี๋ซูเหนือใคร ท้ายที่สุดความซุกซนนี้กลับเปลี่ยนสรวงสวรรค์ที่เคยสงบเงียบให้กลายเป็นลานวิ่งไล่จับสุดชุลมุน ท่ามกลางเสียงหัวเราะและการพนันขันต่อของเหล่าเซียนว่าใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายยอมสยบในเกมรักครั้งนี้
ตอน
แชร์

ตอน 1

第1集

ย้อนกล่าวไปถึงตำนานที่ผู้คนเล่าขานกันมาเกี่ยวกับเจ้าแห่งผู้ปกครองทั้งสามภพ ไม่ว่าในนิทานปรัมปราเอาไว้เล่าให้ลูกหลานที่ต้องการความตื่นเต้น และอยากเก่งกาจดั่งผู้ที่เอ่ยนาม ด้วยคำร่ำลือว่าทั้งเก่งกาจ ดุดัน และเป็นเจ้าเหนือเซียน แถมด้วยรูปโฉมดั่งเทพผู้สร้างรังสรรค์ให้เป็นหนึ่งหามีสองไม่ นั่นยิ่งทำให้การเล่าขานสืบต่อมานานยิ่งนาน จวบจนพันปีผ่านไปคำเหล่านี้ก็มิได้จางหายกลับยิ่งมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก

"องค์หลิงไท่นั้นกล่าวกันว่าปราบผู้เป็นฝ่ายอธรรมล้างบางจนไม่เหลือซาก"

"เดี๋ยวนะอาจาร์ยผู้เฒ่า หากไม่เหลือซากแล้วเหตุใดพวกเรายังต้องร่ำเรียนวิชาพวกนี้เพื่อปราบอธรรมกันอีกเล่า"เป็นฮุ่ยเหอรัชทายาท ผู้ที่มีข้อโต้แย้งและช่างสงสัยในทุกๆเรื่องขมวดหัวคิ้วถาม เจ้าแมวหน้าบู้ตัวขาวอ้วนพีเงยหน้าขึ้นจากการหลับไหลอยู่ข้างกาย ยื่นขาข้างซ้ายยืดออกมาค่อยๆกางเล็บออกจนเห็นปลายแหลม บรรจงใช้เล็บแหลมคมจิกลงบนต้นขาเล็กที่นั่งซุกอยู่ใต้โต๊ะเรียน

"โอ๊ยยยยย!! ไป๋อวี้เป็นเจ้าแกล้งข้าอีกแล้วนะ"หลังจากนั้นคนและแมวก็สร้างความปั่นป่วนให้กับเหล่าศิษย์ที่มาเล่าเรียนในสำนักและอาจาร์ยเอี้ยอวิ๋นอีกครั้ง คราวนี้ดูเหมือนองค์ชายน้อยจะมิยินยอมให้ตนเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ ไล่กวดกวาดต้อนกันจนถึงกองก้อนหินที่ตกแต่สวนเอาไว้ ความวิจิตรหาได้ทำให้หนึ่งคนหนึ่งแมวซาบซึ้งกับความงดงามนั้นไม่ กระทั่งฮุ่ยเหอก้าวกระโดดแล้วเหยียบพลาดร่างร่วงหล่นลงบนพื้น จะว่าสูงก็มิเชิงต่ำเตี้ยก็มิใช่ร่างเล็กถึงกับนอนสลบไสลไม่ได้สติ ร้อนถึงคนที่วิ่งไล่ตามเพื่อรักษาความปลอดภัยหนึ่งในนั้นคือเฟยเหลียงที่มาช้าเพียงครึ่งก้าว

"องค์ชายน้อย!!"ทุกคนเข้ามามุงตัวพลิกร่างกลับมานอนหงาย แต่ร่างเล็กกลับนิ่งเงียบไปเสียแล้ว ทุกคนลืมใส่ใจแมวหน้าบูดที่สายตาเป็นประกาย และจางหายไปอย่างช้าๆ

"อี๋ซู!!!เจ้ากล้าโขมยเปาเซียนอีกแล้ว นั่นจะนำถวายท่านหลิงไท่พรุ่งนี้จะมีพิธีบวงสรวงเจ้ารู้หรือไม่"หญิงร่างอวบใบหน้าเหี่ยวตามวัยโวยวายขึ้นจากห้องครัว ตามติดด้วยเสียงตุ๊บตั๊บจากการวิ่งไล่คนร่างเล็ก เนื้อตัวมอมแมมจากการซุกซนไปทั่ว ยามนี้เด็กน้อยที่คนเอ่ยนามอี๋ซูอายุย่างเข้าหนึ่งหมื่นเจ็ดพันปี หากเทียบกับมุนษย์บนโลกแล้วก็ปาเข้าไปในวัยหนุ่มอายุสิบเจ็ด สามารถออกไปท่องยุทธภพเพื่อเรียนรู้ที่จะดำเนินชีวิตตามวิถีผู้กล้าได้แล้ว แต่คนผู้นี้กลับซุกซนราวเด็กน้อย เขาคือนายน้อยอี๋ซูเป็นบุตรที่เกิดจากสนมผู้หนึ่งของเจ้าแห่งผู้ปกครองเผ่าปักษา ด้วยภพที่กล่าวมาผู้ที่ปกครองเหนือทุกเผ่าที่ดำรงค์อยู่คือเผ่าสวรรค์ รวมโลกมุนษย์และโลกเซียน และผู้ที่เป็นเจ้าเหนือภพพระนามว่าหลิงไท่ผู้ที่ยามดีดุจพ่อผู้อ่อนโยนปกป้องบุตรให้พ้นภัย แต่ยามที่กราดเกรี้ยวหาผู้ใดกล้าเข้าใกล้ไฟร้อนที่พร้อมแผดเผาทุกผู้นามที่เผลอเข้าใกล้ให้ดับสูญจนมิเหลือซาก เป็นเพราะอี๋ซูเป็นบุตรเกิดจากเมียปลายแถวที่มิได้รับการโปรดปราณ จึงถูกชุบเลี้ยงโดยบรรดาบ่าวรับใช้ทั้งชายหญิงแทน นางที่ทนการกลั่นแกล้งไม่ไหวจากไปด้วยวัยที่ยังสาวสะพรั่ง ทิ้งบุตรน้อยวัยสามเดือนให้ผู้อื่นคอยดูแล และเป็นเพราะเม่ยกู๋มิได้เป็นที่โปรดปราณ จึงถูกกลั่นแกล้งจากเจิ่งหวาซึ่งเป็นเมียเอกของฮั่วซุน และเหล่าเมียรองอีกสามคน ร่างบางปราดเปรียวมือหนึ่งถือเปาสีขาวลูกโต อีกมือก็ถือลูกท้อสีสดเอาไว้ ปากคาบขนมอีกชิ้นวิ่งหนีเลี้ยวลดไปมากันมิให้เซิ่งหนิงแม่ครัวที่เลี้ยงดูเขาแทนมารดาไล่ตามทัน

"อี๋ซู ถ้าเจ้าไม่หันมาเย็นนี้เจ้าอดข้าวมื้อเย็นแน่"เซิ่งหนิงตวาดเสียงดัง ยืนหอบเพราะแบกน้ำหนักตัวมากเอาไว้ สองมือเท้าเอวใบหน้าถมึงทึง อี๋ซูพอได้ยินดังนั้นก็หยุดเท้าจนหน้าคะมำรีบหันกลับไปทันที

"เดี๋ยวสิ เดี๋ยวก่อนเซิ่งหนิงเจ้าจะใจร้ายกับข้าแบบนี้ไม่ได้นะ"อี๋ซูโวยวายก้าวเข้าไปหยุดตรงหน้าแม่เฒ่าทันที

"เจ้ากล้าต่อรองกับข้าหรืออี๋ซู"

"มิกล้าๆแต่ว่า แค่เปาสองลูกเซิ่งหนิงใยต้องหวงมากขนาดนี้ด้วยล่ะ ข้าหิวนี่นา"น้ำเสียงออดอ้อนเข้าไปคลอเคลียคนตัวโตจึงใจอ่อน น้ำเสียที่ใช้จึงนุ่มลงด้วยเช่นกัน

"เจ้านี่นะ อย่าหาเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเองจะได้หรือไม่ นี่ถ้านายหญิงรู้เข้าละก็ ใช่เพียงแต่งดข้าวเย็นเท่านั้น เจ้ายังต้องไปดูแลโรงนกอีกรู้หรือไม่"เซิ่งหนิงบ่น สองมือใหญ่ปัดสิ่งเปรอะเปื้อนบนเสื้อผ้าอี๋ซูออกให้

"ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้วน่า โอ๊ยเซิ่งหนิงเจ้าเบามือได้หรือไม่"

"ยังจะให้ข้าเบามือ นี่ไปซุกซนที่ใดกันแน่ตอบข้ามาเดี๋ยวนี้ เศษดินเศษใบไม้ถึงได้มากมายขนาดนี้"เซิงหนิงบ่นเบาๆ

"จุ๊ๆ อย่าเสียงดังไป ข้ามีอะไรจะอวดเจ้าด้วย"อี๋ซูค่อยๆล้วงของบางสิ่งออกจากอกเสื้อตัวเอง จากนั้นก็ยกขึ้นชูอวดต่อสายตา

"ห๋า!!นี่เจ้ากล้าขโมยไข่นกหงส์ไฟเชียวรึ เอาไปเก็บที่เดิมเดี๋ยวนี้ ไม่กลัวตายหรือยังไง"

"ไม่ๆข้าไม่ได้ขโมยนะ ใครจะเข้าไปในเขตหวงห้ามนั่นได้ง่ายๆกันเล่า"อี๋ซูรีบปฎิเสธ

"อย่าริเป็นเด็กพูดปด เจ้าบอกมาว่าไปเอามันมาได้อย่างไร"เซิ่งหนิงไม่ยอมอ่อนข้อให้

"เจ้าดูดีๆสิสีมันเหมือนไข่ของนกหงส์ไฟตรงไหน"อี๋ซูยื่นเข้าไปใกล้ใบหน้าเซิ่งหนิงอีกครั้ง คราวนี้นางถึงกับตาโต เพราะไข่ที่ว่าบางครั้งเป็นสีแดง บางครั้งกลายเป็นสีชมพู ม่วง และขาวสลับกันไป

"เป็นไปไม่ได้!"

"อะไรที่เป็นไปไม่ได้ ข้าแค่เห็นมันตกอยู่ตรงใต้ต้นไม้ตรงทางเข้ามายังเขตของเผ่าเรา อีกอย่างข้าหาดูแล้วหาดูอีกจนมั่นใจว่ามันไม่ได้ตกลงมาจากรังนกแถวนั้นแน่นอน ข้าเลยเก็บมันมา"อี๋ซูครั้งแรกนึกสนุกแต่พอเห็นใบหน้าตกใจบวกกับสีหน้าที่จริงจังนั่นทำให้เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าตนเองจะถูกลงโทษหรือไม่ น้ำเสียงที่เอ่ยจึงอ่อนอ่อย

"เจ้าแน่ใจหรือว่าไมไ่ด้ไปลักขโมยมา"

"นี่เซิ่งหนิง ถึงข้าจะเกเร แต่ข้าไม่เคยพูดปดหรือลักขโมยของผู้ใดนะ ข้าเก็บมันได้จริงๆ"เขาเริ่มโมโห เป็นนางที่เลี้ยงดูเขามาแต่เล็กเหตุใดจึงไม่เชื่อในวาจาของเขากันเล่า

"ข้ารู้แล้วเอาเถอะๆ ในเมื่อเจ้าเก็บได้ก็รักษามันเอาไว้ให้ดี แล้วอีกอย่างอย่าให้ผู้ใดเห็นมันเด็ดขาด เจ้าเข้าใจที่ข้าบอกหรือไม่ มิเช่นนั้นมันจะเป็นภัยสำหรับเจ้า"

"ข้าเข้าใจแล้ว"เซิ่งหนิงหมดความสนใจในเปาสองลูกนั่น ดวงตาเลื่อนลอยดุจคนใช้ความคิดเดินจากไป ทิ้งให้อี๋ซูเกาหัวด้วยความไม่เข้าใจ

"เป็นอะไรของเขากันแน่"อี๋ซูบ่นแล้วก้มลงมองไข่อีกครั้ง จากนั้นเขาเก็บมันเข้าอกเสื้อตัวเองอีกครั้ง จับเอาเปาเข้าปากเดินกินไปเต้นไป ยังไม่ทันเอาเข้าปากจนหมดก็ถูกตบหลังเสียงดัง เปาที่กำลังกลืนหลุดลงไปติดอยู่ในลำคอ เจ้าตัวต้องทุบอกตัวเอง

"แค่กๆ อึก แค่กๆ "

"ข้าขอโทษๆ เจ้าคายออกมาสิ คายออกมาเดี๋ยวก็หายใจไม่ออกตายหรอก"เสียงร้อนอกร้อนใจจากด้านหลัง เป็นเสียงชายหนุ่มรุนคราวเดียวกัน ใบหน้าตอบนิดๆไม่ได้น่าเกลียดจนดูไม่ได้ รีบบอกสองมือลูบหลังบางไปมาด้วยความตกใจ

"อย่าห่วงกินคายออกมาเดี๋ยวนี้"อี๋ซูไม่ยอมคายมันออก ซ้ำยังพยายามกลืนก้อนเปาเข้าไปให้หมด ปาไช่ต้องรีบวิ่งไปเอาน้ำมาส่งให้ถึงปาก คอยลูบหลังให้ทุกอย่างลงท้อง

"เจ้า..เจ้า..เจ้าจะฆ่าข้าหรือยังไง"อี๋ซูตวาดหน้าที่แดงบัดนี้กลับกลายเป็นสีเดิมแล้ว

"ข้าจะรู้ได้ยังไงว่าเจ้าไปขโมยอะไรจากในครัวมากินอีกแล้ว"ปาไช่บ่นเบาๆ

"ข้าไม่ได้ขโมย"

"จริงหรือ?ข้าเห็นเวิ่งหนิงวิ่งไล่เจ้าจนพื้นดินสะเทือน"

"ข้าก็แค่ชิมดู"

"เฮ๊อะ!! อย่างเจ้าน่ะหรือจะชิมแล้วนี่มีส่วนแบ่งข้าหรือไม่"อี๋ซูยื่นเปาอีกลูกที่เหลือให้ แต่ปาไช่ทำหน้าแหยเปาในมือมีสีดำด่างไปทั่ว หนำซ้ำยังมีผิวที่เปียกจากน้ำ โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นน้ำลายของอี๋ซูหรือน้ำที่เขาตักมาให้ดื่มกันแน่

"เอ่อ ขอบใจ ข้าว่าข้าอิ่มแล้วจะดีกว่า"อี๋ซูหน้าตึง

"ข้าอุตส่าห์นำมาเผื่อเจ้าแต่เจ้ากลับบอกว่าอิ่ม ไม่นึกเลยใช่หรือไม่ว่าข้าเกือบถูกเซิ่งหนิงตีแล้ว"

"ข้าขอโทษๆ แต่ข้าอิ่มจริงๆ" อี๋ซูถอนหายใจ มองเปาในมือแล้วต้องยิ้มออกมา

"ข้าว่า เป็นข้าก็อิ่ม ฮ่าๆๆๆๆ"ปาไช่หน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้งมองเพื่อนที่อ้าปากกว้างหัวเราะ

"เจ้านี่จริงๆเลยให้ตายสิ"สองคนต่างกอดคอกันเดินกลับไปที่พัก เซิ่งหนิงหลังจากปล่อยอี๋ซูจากไปพร้อมเปาแล้วก็เดินใจลอยกลับมาในห้องครัว ในใจเหน็บหนาวยิ่งนัก ภาพไข่ที่อี๋ซูยื่นมาให้ดูยังติดตามิรู้ลืม

"เซิ่งหนิง แม่เฒ่าเซิ่งหนิง"บ่าวในครัวเรียกซ้ำหลายครั้งจนต้องแตะข้อมือให้รู้ตัว

"ว่าอย่างไร"

"เป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าคะ"

"ไม่เป็นไร ว่าแต่เรียกข้ามีเรื่องอันใด"

"นายหญิงเรียกเจ้าค่ะ"เซิ่งหนิงรู้ทันทีว่าเรียกนางไปด้วยเรื่องอันใดกันแน่

"ข้ารู้แล้วพวกเจ้าไปเตรียมอาหารเถอะ ดูดีๆอย่าให้ขาดตกบกพร่องไป"

"ข้ารู้แล้ว"เซิ่งหนิงเดินเข้าไปยังตำหนักปักษาด้วยท่าทียังไม่ปรกติมากนัก

"นายหญิง"

"เซิ่งหนิง เจ้าเห็นเจ้าเด็กแสบนั่นหรือไม่"

"มิเห็นเจ้าค่ะ นายน้อยอี๋ซูคงออกไปซุกซนตามประสา"

"ข้าไม่เข้าใจจริงๆเหตุใดนายท่านจึงยังเก็บมันเอาไว้ให้อับอายสกุลอีก"นายตบโต๊ะตบเก้าอี้ด้วยความไม่พอใจ เซิ่งหนิงไม่ได้ต่อคำได้แต่ก้มหน้านิ่ง

"ให้คนไปตามมันมาหาข้าเดี๋ยวนี้ พรุ่งนี้ข้ากับนายท่านและ เลี่ยงเอ๋อร์จะขึ้นไปถวายพระพรองค์หลิงไท่ ข้าจะให้มันไปจับนกหงส์ไฟมาเพื่อเป็นของถวาย"

"ตะ..แต่ว่ามันอันตรายมากนะเจ้าคะ หากว่าหงส์ไฟโตเต็มวัยจับได้นายน้อยมิต้องเสี่ยงภัยรึเจ้าคะ"เซิ่งหนิงตกใจละล่ำละลัก

"ชีวิตมันใยต้องนับ ไปตามมันมาเดี๋ยวนี้"เซิ่งหนิงน้ำตาคลอเบ้า นึกน้อยใจในโชคชะตาแทนเด็กน้อยที่ตนเองเลี้ยงมา

คุณอาจจะชอบ

หน้าปกนวนิยาย ก็รักกันดี ไม่มีปัญหา
8.1
วิญญาณหญิงสาวในสภาพเปียกโชกเฝ้าตามติดอดีตคนรักด้วยความสับสน เพราะเธอจำไม่ได้เลยว่าความตายของตนเกิดจากอุบัติเหตุหรือเป็นการฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมกันแน่ ท่ามกลางปริศนาที่มืดมน มีเพียงแฟนใหม่ของเขาเท่านั้นที่เป็นกุญแจสำคัญในการไขความจริงครั้งนี้ แม้ว่าในใจของเธอจะเต็มไปด้วยความเกลียดชังและชิงชังผู้หญิงคนนี้มากเพียงใด แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพึ่งพาศัตรูหัวใจเพื่อค้นหาคำตอบสุดท้ายของชีวิตที่ถูกพรากไปอย่างเป็นปริศนา
หน้าปกนวนิยาย หวนกลับมาครานี้...ข้าจะไม่ขอเป็นสตรีที่ปากแข็งอีก
9.4
เพราะกำแพงแห่งความเข้าใจผิดที่ต่างคนต่างสร้างขึ้น นำไปสู่ท่าทีที่เย็นชาและการสูญเสียช่วงเวลาอันล้ำค่าในการใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน กว่าที่พวกเขาจะตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายมีความหมายต่อหัวใจมากเพียงใด ทุกอย่างก็สายเกินแก้เมื่อความตายได้พรากคนสำคัญไปตลอดกาล ทิ้งไว้เพียงความเสียดายในอดีตที่ไม่อาจหวนคืนได้อีก เรื่องราวความรักที่เต็มไปด้วยความขมขื่นนี้จะถูกแก้ไขอย่างไร เมื่อโอกาสที่สองมาถึงเพื่อลบเลือนความปากแข็งที่เคยทำลายทุกอย่างลง
หน้าปกนวนิยาย หวนคืนอดีตเปลี่ยนชะตาร้ายให้เป็นลิขิตรัก
8.7
ความรักในอดีตสร้างความทุกข์ระทมให้หมิงหลิ่งฟางจนนำพาครอบครัวสู่ความพินาศ แต่เมื่อสวรรค์ประทานโอกาสให้ดวงจิตจากยุคปัจจุบันหวนคืนสู่อดีต นางจึงตั้งมั่นที่จะแก้ไขโชคชะตาอันเลวร้ายนี้ด้วยตนเอง หมิงหลิ่งฟางคนใหม่จะไม่ยอมอ่อนแอหรือบูชาความรักจนหน้ามืดตามัวอีกต่อไป แม้ใจไม่ได้รักหยางจวินเฟย แต่นางก็ฉลาดพอที่จะเลือกอยู่ข้างผู้ชนะและใช้เขาเป็นเกราะคุ้มภัยให้ตระกูลหมิงรอดพ้นจากเภทภัยทั้งปวง พอกันทีกับหยดน้ำตาจากนี้จะมีเพียงการชิงไหวชิงพริบเพื่อปกป้องคนที่นางรัก
หน้าปกนวนิยาย ตัวประกอบเช่นข้าขอเขียนบทใหม่
8.1
เมื่อวิญญาณสาวหลุดเข้าไปอยู่ในร่างของกู้ลี่ถิง ตัวประกอบจืดจางที่มีบทเพียงฉากเดียวในโลกนิยายแทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา เธอกลับเลือกใช้ความรู้จากอนาคตที่กุมเอาไว้ในมือเพื่อเปลี่ยนเส้นทางชีวิตใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตข้าวยากหมากแพงหรืออุปสรรคใดๆ เธอก็พร้อมจะเผชิญหน้าและลงมือขีดเขียนโชคชะตาของตนเองขึ้นมาใหม่ในดินแดนแฟนตาซีแห่งนี้ โดยไม่สนบทบาทเดิมที่นักเขียนเคยกำหนดไว้แม้แต่น้อย
หน้าปกนวนิยาย บุตรีอนุผู้ถูกทอดทิ้ง
9.7
Li Mengyao is reborn into the body of a twelve-year-old girl just as her mother, a naive concubine, is framed and banished from the Li estate for causing a miscarriage. Armed with the Purgatory Jade Bracelet that followed her from death, she must navigate a new life in exile. While the Li family sacrifices them to appease a powerful clan, Mengyao’s arrival with a mystical artifact changes everything. No longer a timid child, she faces the harsh reality of her abandonment with newfound power.
หน้าปกนวนิยาย วาสนานี้ ข้ามิอยากได้
9.2
ซินหยาน นักฆ่ามือฉกาจตัดสินใจจบชีวิตลงพร้อมภารกิจสุดท้ายเพื่อหนีจากการถูกองค์กรกำจัด แต่เธอกลับตื่นขึ้นในร่างของ จางซินหยาน ตัวละครในนิยายที่เคยอ่าน ซึ่งมีจุดจบอันน่าเศร้าจากการเป็นเพียงอนุที่ท่านแม่ทัพจ้าวไม่เคยเหลียวแล เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตใหม่ในวัยสิบสอง ซินหยานจึงตั้งมั่นที่จะเปลี่ยนโชคะตาเพื่อหลีกหนีจากความรักที่ขมขื่นและไม่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเช่นในนิยาย ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลกเมื่อเธอยิ่งพยายามหลบหลีกเท่าไร เธอกลับยิ่งถูกดึงดูดเข้าสู่วังวนแห่งปัญหาที่มิอาจเลี่ยงได้